เอเมนขอบพระคุณพระเยซูที่วันนี้พระองค์อยู่ท่ามกลางพวกเรา ขอบพระคุณที่รักพวกเรา ขอบพระคุณที่นำเรามาถึงความรู้มากมายมหาศาลที่เราไม่คาดคิดว่าจะได้รับ พวกเราสรรเสริญยกย่องขอบพระคุณพระเยซูพวกเรารักพระองค์ เอเมน
ขอบพระคุณพระเจ้าที่พวกเรามาถึงคำนี้ คือท่านทั้งหลายอย่าขาดความรู้ โอ้ฮาเลลูยาตอนนี้เราไม่ขาดความรู้แล้ว เป็นความรู้เรื่องของประทาน และยังไม่พอ เป็นความรู้เรื่องพระคำพระเจ้าตั้งแต่มัทธิวจนถึงวิวรณ์ และขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้เข้าสู่ความรู้ซึ่งเป็นพื้นฐาน อยู่ในพระคัมภีร์เดิม
สำหรับวันนี้นะครับเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เป็นเรื่องอันตรายด้วย ถ้าหากเราไม่มีความรู้และไม่เข้าสู่การเรียนรู้เรื่องของการใช้ของประทาน
อันตรายแห่งการไม่ใช้ของประทาน ไม่รู้เรื่องของประทาน ก็คือไม่ได้เข้าไปในอาณาจักร เราทุกคนรอดนะครับแน่นอนเรารอด แต่การเข้าไปในอาณาจักรจะต้องมีความรู้เรื่องของประทานและนำฝึกใช้ของประทานให้ได้
และวันนี้ขอบพระคุณพระเยซูที่พระองค์ให้เราเห็นความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และขอชำระขอนำเราทั้งหลายเพื่อที่จะค้นหาของประทานและใช้ของประทาน และให้ของประทานนี้เป็นการก่อขึ้นด้วยทองคำเงินและเพชรพลอย ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่พวกเราอาจจะใช้ของประทานด้วยตัวเก่า ซึ่งเป็นการก่อขึ้นด้วยไม้ฟางและหญ้าแห้ง
คำอธิบายเกี่ยวกับข้อ 10 ก่อนอื่นนะครับก็คือข้อที่ 9 ของประทาน คือ “มีความเชื่อ” การที่พระเจ้าให้ของประทานมีความเชื่อคืออะไร คือความเชื่อที่ยกภูเขาได้ คือความเชื่อที่เดินบนน้ำได้ ความเชื่อที่ทำการบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ได้นอกเหนือไปจากการมีความเชื่อแบบธรรมดาทั่วไป แต่เป็นการมีความเชื่อที่สูงที่ยิ่งใหญ่มากๆ ทำการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่นะครับ
แล้วอีกอันหนึ่งที่ผมเสริมในข้อที่ 10 ก็คือเรื่องของการ “ทำการอัศจรรย์ต่างๆ” เพื่อยืนยันว่าพระเจ้ามีจริง และพระเจ้ายิ่งใหญ่เหนือพระหรือผู้มีอำนาจทั้งหลาย ข้อนี้นะครับไม่เกี่ยวกับเรื่องการรักษาโรค ทำการอัศจรรย์นี้ไม่เกี่ยวกับการรักษาโรค แต่เป็นเรื่องของการขับผีใหญ่ หรือการดลบันดาลให้คนเป็นขึ้นมาจากความตายและอีกมากมายนอกเหนือจากการรักษาโรคแล้ว เรียกว่าการทำการอัศจรรย์ต่างๆ
เราขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับวันนี้ เราเข้าใจแล้วนะครับว่าเราต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องของประทาน แล้วก็พี่น้องได้พูดว่าของประทานมี 2 แบบ สรรเสริญพระเยซูนะ ถ้าหากเราไม่มาถึงถ้อยคำแห่งสติปัญญา เราไม่อาจได้เข้าใจว่ามีของประทาน 2 แบบ
ก็คือของประทานแห่งพระคุณ ของประทานแห่งพระคุณเรียกว่าของประทานแห่งพระคริสต์ หรือของประทานของพระเยซู
ส่วนของประทานแห่งพระวิญญาณ ก็เป็นของพระวิญญาณบริสุทธิ์
ของประทานแห่งพระคุณ เป็นของพระเยซูที่ให้เรา
ของประทานแห่งพระวิญญาณ เป็นของประทานที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ให้เรา ไม่เกี่ยวกันนะครับ
สำหรับของประทานแห่งพระคุณหรือของประทานแห่งพระเยซู ก็คือเพื่อตัวเราเอง เพื่อบุคคล เพื่อตัวเราเองเติบโต
ส่วนของประทานแห่งพระวิญญาณ ก็คือเพื่อพระกายเพื่อคริสตจักรเติบโต เราเห็นจุดที่แตกต่างไหม เพราะฉะนั้นขอให้แยกให้ออกนะครับ แล้วขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในจิตใจของเราเพื่อเราจะได้เห็นความจริงนี้
ข้อที่ 2 ทุกคนนะครับทุกคนมีของประทานอย่างน้อยหนึ่งชิ้น อย่าลืมนะครับทุกคนที่เชื่อในพระเจ้าไม่มีใครไม่มีของประทานเลย ไม่มีใครนะครับ แม้แต่ไม่มีแขนมีขาเป็นคนพิการเป็นอะไรก็ตาม แต่เขามีของประทานอย่างน้อยหนึ่งชิ้น พระเจ้าจะให้ และบางครั้งก็มีหลายคนมีบางคนที่มีของประทานหลายประการหลายชิ้น สิ่งที่สำคัญเราต้องค้นหาและใช้ให้เป็นใช้ให้ถูกวิธีเพื่อการก่อขึ้นจะถูกเรียกว่าทองคำเงินและเพชรพลอย
อีกครั้งนึง.. ถ้าหากก่อขึ้นไม่เป็นก็จะกลายเป็นไม้ฟางหญ้าแห้ง ซึ่งอาจจะมีผลตอบแทนบ้างในโลกนี้ อาจจะได้รับการยกย่องจากสมาชิกโบสถ์ อาจจะได้รับค่าจ้างเงินเดือน อาจจะได้รับชื่อเสียง แต่สิ่งที่ไม่ได้รับก็คือมงกุฎแห่งอาณาจักร น่าเสียดายนะครับ
แล้วของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ใช้เพื่ออะไร เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราต้องเข้าใจ ของประทานแห่งพระวิญญาณใช้เพื่อประโยชน์ของพระกาย และนำคนมาเชื่อ เข้าใจนะครับ อันแรกก็คือการประกาศข่าวประเสริฐ นำคนมาเชื่อ ให้เขาได้เห็นการอัศจรรย์ เห็นเรามีความเชื่อแล้วทำการยิ่งใหญ่ และให้เขาได้เห็นการรักษาโรค ถูกไล่ผีออก มากมายนะครับ แล้วก็ประกาศข่าวประเสริฐกับเขา ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของคนที่ไม่เชื่อ ผลประโยชน์ของพระกาย คืออะไร ก็คือการทำให้ทุกคนเข้าสู่กระบวนการการก่อขึ้นและเติบโตสู่ชีวิตและนิสัยของพระเยซู เอเมน
ข้อที่ 4 ก็คืออย่าแสวงหาเกียรติ สง่าราศี ค่าจ้าง รางวัล เงินเดือน อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องห้าม ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้เชื่อมากมายผู้นำมากมายใช้ของประทานเพื่อแสวงหาเกียรติ สง่าราศี ชื่อเสียง ค่าจ้าง รางวัล เงินเดือน
แต่สำหรับพวกเราพระกายเที่ยงแท้ผู้เชื่อฝ่ายวิญญาณจริงๆ ผู้ชนะเนี่ยเราจะไม่แสวงหาเกียรติ ชื่อเสียง สง่าราศี ค่าจ้าง รางวัล เงินเดือน เราเข้าใจตรงกันนะครับเอเมน ขอให้จำสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ถ้าเราแสวงหาสิ่งนี้ก็คือเป้าหมายของพระเจ้าก็คือออกไปจากเรา เป้าหมายของพระเจ้าพระประสงค์ของพระเจ้าคือให้เราเป็นคนที่ถ่อมใจ เป็นคนที่ไม่แสวงหาเกียรติ ไม่แสวงหา อย่าให้ใครยกย่อง อย่าให้ใครยกยอ อย่าให้ใครมาชมเรา สิ่งนี้นะครับถ้ามีคนชมมีคนยกย่อง เราบอกได้อย่างเดียวเหมือนกับเปาโลก็คือ ข้าพเจ้าอวดพระคริสต์
อวดพระคริสต์ คืออะไร การอวดพระคริสต์ก็คือเราไม่มีตัวตน เราไม่มีชื่อ เราไม่มีนามสกุล เราไม่เป็นใครทั้งนั้น เราไม่ควรจะให้ใครรู้ตัวตนของเราจริงๆ เราอวดพระคริสต์ผู้เดียว ให้พระคริสต์เป็นหลักในชีวิต ให้พระคริสต์เป็นคนพูด ให้พระคริสต์เป็นคนทำ พอมีคนมายกย่องเราชมเรา เราบอกว่าผู้ที่ได้รับเกียรติก็คือพระเยซู ไม่ใช่ข้าพระเจ้าเป็นคนพูด ไม่ใช่ข้าพระเจ้าเป็นคนทำ ไม่ใช่ข้าพระเจ้าเป็นคนช่วยท่าน แต่พระคริสต์ต่างหาก เอเมน
ข้อที่ 5 ก็คือเรามีความหวังเรื่องผลตอบแทนจากพระเจ้า แต่ไม่ใส่ใจที่รางวัลดังกล่าว พวกเรานะครับไม่หวังว่าจะได้รับอะไร เราจำกันได้ไหมที่เปโตรและสาวกทั้งหลายที่เดินไปกับพระเยซูอยู่ พอมาถึงสักที่หนึ่งแล้วเปโตรเดินมาจนเหนื่อย แล้วก็เดินทางกลับพระเยซูมาจนหลายปี 3 ปีกว่า แล้วสุดท้ายเปโตรก็เกิดคำถาม "พระองค์เราทั้งหลายที่เดินไปกับพระองค์ทุกวันนี้เนี่ย ทำงานร่วมกับพระองค์ร่วมงานกับพระองค์เนี่ย พวกเราจะได้รับอะไร" ซึ่งเป็นคำถามที่ไม่ควรถามนะครับ แล้วพระเยซูตรัสตอบว่า ได้รับอะไรหรือไม่อะไรก็เรื่องของเรา ใช่ไหม. ก็คือเปโตรโดนนะครับ
สำหรับเรานะครับแน่นอนพระเจ้าเป็นองค์เที่ยงธรรม องค์เที่ยงธรรม องค์ยุติธรรม เมื่อเราทำอะไรพระเจ้าก็จะตอบแทนให้ผลบำเหน็จแก่เราแน่นอน ไม่มีอะไรที่เราทำให้พระเจ้าฟรีๆ พระเจ้าไม่เคยมองว่าให้ทำฟรีๆ
ทุกวันนี้เราจะเห็นว่ามีหลายบริษัท โรงงานใช่ไหม ซึ่งผมฟังข่าวที่ประเทศลาวก็คือ มีนายจ้างที่เป็นคนจีนเข้ามาเปิดบริษัทโรงงานทำสวนอะไรบ้าง แล้วจ้างคนลาวมาทำ ปรากฏว่าเขาเบี้ยวแรงงานนะครับเขาไม่จ่าย ก็ไม่จ่ายดื้อๆ เลย บอกว่าเหตุผลนู่นนี่นั่น แล้วก็เกิดมีปัญหามากมายสำหรับคนลาว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามนะครับจะมีคนที่เบี้ยวแรงงานคนที่ไม่จ่ายค่าจ้างคนที่ข่มเหงลูกจ้างคนที่ไม่ให้ความยุติธรรม "พวกเราทำเนี่ยได้อะไร ได้อะไร ไม่เห็นได้อะไรเลย" จะมีการประท้วงมีการไม่พอใจ
แล้วคนที่มาทำงานเพื่อพระเยซู เราไม่ควรมีลักษณะอาการคุณสมบัติแบบนี้ "พระเยซูเรามาทำเพื่อพระองค์เนี่ย ตื่นแต่เช้านมัสการพระองค์ ไปสามัคคีธรรมร่วมกับพี่น้อง ทำเพื่อพระองค์รับใช้พระองค์เนี่ย จะได้อะไร" คำนี้นะครับเป็นสิ่งที่ไม่ควรถาม พระเจ้าจัดเตรียมทุกสิ่งให้เราแล้วตามสมควรตามเหมาะสม เอเมน
ผมขอย้ำนะครับว่า พระเจ้าเป็นพระเจ้าองค์เที่ยงธรรม เป็นพระเจ้าองค์บริสุทธิ์ เป็นพระเจ้าองค์ชอบธรรม เมื่อมีคำว่ายุติธรรมและเที่ยงธรรม ก็คือพระองค์ไม่เคยเบี้ยว พระองค์ไม่เคยให้ในสิ่งที่ที่เราไม่สมควรจะได้รับ แน่นอนของดีพระเจ้าจะจัดเตรียมมากมายหลายเท่าในสิ่งที่เราทำให้พระองค์ เราทำ 1 เท่าพระองค์ให้ตอบแทนเท่าไหร่? แสนเท่าใช่ไหม จำกันได้ไหม คือมันเยอะอ่ะมันเยอะมาก มากเกินที่เราคาดคิด เป็นกำไรมหาศาลนะครับเอาเงิน 1 บาทมาฝากให้ธนาคารของพระเจ้า แล้วผลกำไรดอกเบี้ยก็คือหนึ่งแสนบาท โอ้โหสรรเสริญพระเยซูใช่ไหม
ข้อต่อมาก็คือ อันตรายของการไม่ใช้ของประทาน คือไม่ได้เข้าไปในอาณาจักร ไปอ่านดูเรื่องการฝังเหรียญ (เงินตะลันต์) ที่นายให้เพื่อไปเกิดผลนะครับ (มธ 25:14-30) มีผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ใช้ตะลันค์ แล้วปรากฏว่าเมื่อนายกลับมา เขาเอาไปฝังดินไว้ แล้วสุดท้ายก็ถูกตำหนิโอกาสที่จะเข้าไปในอาณาจักรไม่มี
เพราะฉะนั้นเราวันนี้ยังไม่สายนะครับ แสวงหาค้นหาของประทานของเรา แล้วนำมาใช้เพื่อให้พระกายเกิดผล แล้วนำมาใช้เพื่อให้คนที่ไม่เชื่อได้มีโอกาสได้รับความรอดผ่านเรา เอเมน
ทีนี้เรามาพูดถึงเรื่องถ้อยคำของประทานต่างๆ ที่ผมยกมาอาจจะมีบางข้อที่ไม่ได้พูดถึงนะครับ
ก็คือถ้อยคำแห่งสติปัญญา ถ้อยคำแห่งสติปัญญาก็คือเป็นความรู้ที่ลึกกว่า เป็นความรู้ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นคนเปิดให้โดยตรงผ่านผู้ที่มีของประทานแห่งถ้อยคำแห่งสติปัญญา ใครมีนะครับก็นึกเอาอย่าพูดถึง
แล้วก็ถ้อยคำแห่งความรู้นะครับ เป็นความรู้ในพระคัมภีร์ตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงวิวรณ์ พระเจ้าจะเปิดเผยผ่านคนบางคนที่มีของประทานแห่งถ้อยคำแห่งความรู้ เพื่ออธิบายเพื่อให้เขาเข้าใจถึงความจริงแก่นแท้ของพระคำพระเจ้า เป็นความจริงล้วนๆ ซึ่งนำโดยพระวิญญาณแห่งความจริง ก็คือพระวิญญาณบริสุทธิ์นี่แหละที่เรียกว่าของประทานแห่งความรู้ เพราะฉะนั้นเราขาดสิ่งนี้ไม่ได้ เราขาดคนๆ นี้ไม่ได้
พี่น้องถามว่าเราต้องแสวงหาไหม คนที่มีของประทานนี้ ไม่ต้องแสวงหานะครับ พระเจ้าจัดเตรียมพระเจ้าจะส่งไป ถ้ากลุ่มไหนรักพระเจ้าจริงๆ แสวงหาการเติบโตจริงๆ ร้องห่มร้องไห้ อดอาหารอธิษฐาน
“ขอพระเจ้านำพวกเราให้เติบโต ขอพระเจ้านำคริสตจักรพระกายนี้ให้เข้าสู่พระกายที่เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า”
อธิษฐานบ่อย ร้องไห้นะครับ น้ำตาของพวกเราจะไปถึงพระเจ้าแน่นอน เสียงร้องของพวกเราซึ่งออกมาจากใจจะถึงพระเจ้าแน่นอน ซึ่งเป็นเสียงร้องที่ยอมแพ้ ไม่ใช่เสียงร้องที่ไม่ยอมแพ้ คือต้องยอมจำนนกับพระเจ้า แล้วร้องไห้โหยหวน เสียงนี้นะครับจะไปถึงพระเจ้า แล้วพระเจ้าจะนำคนที่มีของประทานแห่งสติปัญญาและของประทานแห่งความรู้มาสู่เรา หรือไม่ก็นำเราออกมาจากที่ที่มันไม่เกิดผล มาสู่พระกายแห่งความจริงพระกายเที่ยงแท้นี้ เอเมน
และอีกครั้ง ของประทานคือมีความเชื่อ ก็คือความเชื่อที่ยกภูเขาได้ ความเชื่อที่เดินบนน้ำได้ ความเชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่ทำการยิ่งใหญ่ได้นะครับ
ต่อมาก็คือการรักษาโรค แน่นอนครับพระเจ้าให้บางคนเท่านั้นที่รักษาโรคได้ ไปวางมือใครก็หายดี 10 คน 7-8 คนหายแสดงว่าเขามีของประทานในการรักษาโรค
การทำการอัศจรรย์ต่างๆ อัศจรรย์ต่างๆ ก็คือการทำให้คนตายเป็นขึ้นมาจากความตายได้ เป็นการทำการที่ยิ่งใหญ่มากกว่าเรื่องการรักษาโรคเท่านั้น
ส่วนเรื่องการพยากรณ์และการเผยพระวจนะ อันนี้เป็นสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ให้หลายๆ คนในคริสตจักรหนึ่ง อย่างกลุ่มพวกเรานะครับคือแน่นอนพระเจ้าให้พี่น้องหลายคนมีของประทานทั้งพี่น้องชายและพี่น้องหญิง เพื่อเมื่อผู้พูดหลักพูดจบ พระเจ้าต้องการให้หลายคนมีโอกาสได้พูดได้เสริม ทำไมครับ เพราะว่าบางครั้งผู้ที่พูดหลักพระเจ้าให้ของประทานจริง ใช่ครับ แต่บางครั้งเขาอาจจะพูดไม่ครบ พูดไม่หมด พูดไม่จบ คือไม่เพียงพอไม่ครบบริบูรณ์ แล้วพระเจ้าให้แต่ละคนทำหน้าที่เสริม เพื่ออะไรครับ เพื่อช่วยกัน
พระเจ้าอาจจะให้ผู้พูดหลักพูดเท่านี้ พูด 3 สิ่ง แล้วให้ผู้ที่พูดเสริมพี่น้องที่พูดเสริมก็คือพูดสิ่งที่ 4 สิ่งที่ 5 สิ่งที่ 6 สิ่งที่ 7 นะครับ เหมือนผมพูดอะไรไม่พอไม่ครบ แล้วพี่น้องเห็นว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ดลใจให้นึกถึง อ๋ออันนี้อาจารย์ไม่ได้พูด อันนี้น้องชายเคไม่ได้พูด อันนี้น้องชายดลไม่ได้พูด พระเจ้าก็ให้เราเป็นคนพูดเสริม แล้วเราทุกคนก็ได้กินร่วมกันได้รับการเสริมสร้างได้รับการก่อขึ้นร่วมกัน เอเมนไหมครับ
คือเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า เราเสริมนะครับ เราควรจะเสริมด้วย แล้วการเสริมของเราขอให้อยู่ภายในเวลาประมาณ 5 นาทีถึง 7 นาทีก็ แล้วถ้าจำเป็นจริงๆ จำเป็นจริงๆ เราอัดอั้นอดทนทนไว้กลั้นไว้ไม่ไหวก็น่าจะ 10 นาที แต่อย่าพูดยาวไปกว่านั้นนะครับ หรือพี่น้องบอกว่าพูดต่อๆ อันนี้เราพูดได้นะครับ เอาอีกๆ ขอต่อ ถ้าพี่น้องได้สัมผัสพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างเต็มล้นอย่างมากมายก็คือเราบอกเลยขอพี่น้องพูดต่อ พูดต่อได้ไหม ถ้าเรามีอะไรที่จะพูดก็พูดต่อนิดนึงนะครับ แต่ไม่มีก็เอเมน
และต่อมาก็คือเรื่องการสังเกตวิญญาณต่างๆ ทุกวันนี้มีคริสเตียน หรือไม่คริสเตียน กลุ่มเทียมเท็จมากมายเชื่อพระเจ้าเหมือนพวกเรา เชื่อพระเยซูมีพระเยซูเหมือนพวกเรา อิสลามก็มีใช่ไหม แล้วก็อีกหลายกลุ่ม กลุ่มเทียมเท็จก็มีพยานพระยะโฮวาห์ มอร์มอน และอีกหลายๆ กลุ่มที่อ้างว่าตนมีพระเยซูเป็นพระเจ้าและเชื่อพระเจ้าเหมือนพวกเรา แต่คำสอนไม่เหมือนนะครับมันไม่เหมือน แล้วเราถ้าสังเกตวิญญาณได้ เขาจะพูดดีแค่ไหนเขาจะพูดเก่งแค่ไหนมันก็ทำอะไรเราไม่ได้เราแยกออกเราดูออก
ซึ่งพี่น้องจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีพี่น้องหญิงคนหนึ่งอยู่ดีๆ รับมานาฯ ดีๆ หลายปี แต่ปรากฏว่ามีคนที่เป็นพวกพยานพระยะโฮวาห์มาเกลี้ยกล่อมมาพูดเหมือนมาก ดีมาก เก่งมาก แล้วก็มีการช่วยเหลือด้วย บอกว่าคุณขาดแคลนอะไรไม่มีอะไรเราจัดหาให้คุณได้เราช่วยคุณได้ ขาดเงินเหรอโอเคเราจะรวบรวมแล้วก็ช่วยคุณ คือทำให้เขาเนี่ยใจอ่อน สุดท้ายก็บอกว่าอ๋อคำสอนดูเหมือนมากดูดีมากดีกว่ามานาฯ ตั้งเยอะ อ้าวพูดไปแล้วนะครับ ทั้งๆ ที่รับมานาฯ มานานหลายปี
แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่มีบางคนที่มีของประทานแห่งการสังเกตวิญญาณและอธิบายให้เขาเข้าใจ มีของประทานแห่งความเชื่อของประทานแห่งความรู้และสติปัญญา สุดท้ายก็พระวิญญาณบริสุทธิ์ชนะ แล้วเขาก็กลับใจ แล้วก็ถอยห่างจากกลุ่มนั้นไม่ไปใกล้อีกเลย ก็สรรเสริญพระเยซู อันนี้เรียกว่าของประทานแห่งการสังเกตวิญญาณต่างๆ เพื่ออะไรครับ เพื่อพี่น้องเราจะไม่หลงทาง ไม่หลงเชื่อ คำพูดที่พูดดูดี ให้ความหวัง พูดแล้วฟังคือมันทำให้หูเราอ่ะมันยินดี อันนี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าจะให้มีบางคนที่สังเกตวิญญาณได้และไปช่วยเขานะครับ
ต่อมาก็คือเรื่องของประทานแห่งการพูดภาษาต่างๆ และแปลภาษาต่างๆ ได้ สำหรับการพูดภาษาต่างๆ นะครับ ต่างๆ ไม่ใช่แปลกๆ ในพระคัมภีร์ภาษากรีกไม่มีคำว่าแปลกๆ แต่ภาษาไทยเอามาใช้และภาษาลาวอีกหลายๆ ภาษาเอามาใช้ ปรากฏว่าเกิดความเข้าใจผิดแล้วเกิดมีการใช้ภาษาแปลกๆ หรือลั่นลิ้นกระตุกลิ้นไปทั่วเลยเต็มไปหมดหลายๆ คริสตจักร ทุกวันนี้ก็ยังทำกันอยู่ ถ้าหากเราเห็นนะครับเขาทำเหมือนมากนะ เหมือนพระวิญญาณบริสุทธิ์แตะเขา เหมือนเขาทำแบบสรรเสริญพระเจ้าอะไรประมาณนั้น
แต่จริงๆ แล้วการพูดภาษาแปลกๆ จะช่วยให้เขาเป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง หลายคนจะเห็นว่าเขามีพระเจ้า หลายคนจะเห็นว่าพระเจ้าเข้าเขา หลายคนจะเห็นว่าพระเจ้าสถิตในเขาแล้วทำภารกิจนี้ แต่จริงๆ แล้วเขาเองเป็นคนทำหรือไม่ก็ผีแตะนะครับ
เรื่องการพูดภาษาแปลกๆ ขอย้ำนะครับว่าในภาษากรีกแปลว่าภาษาต่างๆ คำว่า γλῶσσα, ης, ἡ (โกล-ซา หรือ โกล-ซี) ภาษาเนี่ยจริงๆ แล้วแปลว่า 1. ภาษา 2. ลิ้น แต่ประเด็นปัญหาของคนในสมัยก่อนซึ่งเป็นชาวกรีกเขาใช้คำนี้นะครับ เราถ้าเป็นคนอีสานเราจะเข้าใจ ข่อยเว้าไทย ข่อยเว้าลาว ข่อยเว้าจีน คือปากจีน ปากลาว พี่น้องทราบไหมครับเข้าใจไหมครับ คือไม่ต้องใช้คำว่าภาษา ข่อยเว้าลาวเนี่ย ก็คือผมพูดลาว ข่อยเว้าไทย ก็คือผมพูดไทย ไม่ต้องมีคำว่าภาษา อันนี้เป็นคำที่ชาวกรีกเขาใช้กันในสมัยก่อน คำว่าภาษาเนี่ยไม่ค่อยได้ใช้กัน
คำว่า ภาษา กับคำว่า ลิ้น ลิ้นก็คืออันเดียวกันนะครับ ก็คือผมพูดลิ้นไทย ผมพูดลิ้นจีน ผมพูดลิ้นกรีก แล้วคนสมัยนั้นเขาเข้าใจกันดี แต่พอมาถึงยุคพวกเราปรากฏว่าเรากลับไปแปลว่าเป็นภาษาแปลกๆ แปลกๆ ก็คือลิ้น ลิ้นก็คือการลั่นลิ้นกระตุกลิ้น ลลลลลล ประมาณนั้นนะครับ มันเป็นความเข้าใจผิดที่ยิ่งใหญ่แล้วทำให้คนหลงเชื่อเต็มไปหมดเลย
ทีนี้หลักฐานมันอยู่ตรงนี้ เมื่อสาวก 12 คนรวมตัวกันอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง แล้วก็คือมีรูปเปลวไฟสันฐานที่เป็นรูปเหมือนลิ้น ลิ้นมาแล้วเราต้องสังเกตนะครับลิ้นคืออะไร เราจำกันได้ไหมลิ้นจีนลิ้นไทยลิ้นฝรั่งลิ้นต่างๆ ก็คือภาษานี่แหละ ปรากฏว่ารูปเป็นรูปสันฐานเป็นรูปลิ้นอยู่บนศีรษะของแต่ละคนเหมือนเปลวไฟ
แล้วเราเห็นไหมว่าอะไรเกิดขึ้นมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น เมื่อมีคนมาดูมาจ้องมองเต็มนะครับ ปรากฏว่าสาวก 12 คนก็พูดลิ้นต่างๆ ลิ้นฟีลิปปี ลิ้นโคโลสี เอเฟซัส ลิ้นประเทศต่างๆ น่าจะ 10 กว่าภาษา 10 กว่าลิ้น เขาไม่ได้ไปลั่นลิ้นกระตุกลิ้นแล้วดิ้นไปกลิ้งไปกลิ้งมา ไม่มีนะครับ เขาพูดเพื่อให้คนเหล่านั้นที่มาร่วมได้ยินเสียงของพระวิญญาณ แล้วเสียงของพระวิญญาณก็จับวิญญาณของแต่ละคน เพื่ออธิบายว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า พระเยซูมาเพื่อตาย เพื่อไถ่บาปคนทั้งหลาย ปรากฏว่าขอบคุณพระเยซูวันนั้นมีหลายคนกลับใจ สรรเสริญพระเจ้า
และต่อมาก็คือมีบางคนเป็นมีของประทานเรื่องการเป็นผู้นำ การเป็นผู้นำเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพื่อรักษาแกะเพื่อช่วยแกะเพื่อดูแลแกะให้ดี เพราะว่าแกะมันดื้อนะครับ “แกะ” ทำไมพระเยซูเรียกเราเปรียบเทียบเราเป็นแกะ เพราะว่าแกะมันดื้อ เราเนี่ยดื้อ ทำบาปอยู่เป็นประจำ เราไม่เชื่อฟังพระเจ้า เราขี้เกียจ เรามีจุดอ่อนมากมายเต็มไปหมดเลยเหมือนแกะ เพราะฉะนั้นไม่แปลกที่พระเจ้าเลือกเราว่าเป็นเหมือนแกะ
แล้วมีพี่น้องชายคนหนึ่งใช่ไหมที่อยู่ในกลุ่มพวกเราที่ประกาศต่อหน้าพวกเราทุกคนว่าจะออกไปจากกลุ่มแล้วไม่ไหวละขอเป็นครั้งสุดท้ายครั้งนี้ออกจริง สำหรับผมนะครับเชื่อว่าน่าจะไม่จริงหรอก เดี๋ยวพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะเร้าใจเขาแล้วก็เปิดเผยบางอย่างนำพาเขาให้กลับมาสู่พวกเรา เราไม่ตำหนิเขานะครับ เพราะว่าเขาแสวงหาอยู่ เขายังเป็นเด็กในฝ่ายวิญญาณอยู่ ไม่เป็นไรนะครับไม่เป็นไรเรารักเขา
แต่สำหรับพี่น้องพวกเราที่อยู่ร่วมกัน ผมอยากจะหนุนใจและขอแนะนำนะครับ เรา..อะไรที่มันเป็นดราม่าขอให้ลดลง เราไม่ใช่กลุ่มที่ไปดูซีรีย์ เราไม่ใช่กลุ่มของศาสนา หรืออะไรต่างๆ องค์กรหรือสมาคมต่างๆ เราพยายามไม่มีดราม่านะครับ เรามีแต่พระคำพระเจ้าที่หนุนใจกันและกันเสริมสร้างกันและกัน พยายามที่จะไม่มองลบต่อกันและกัน เขาตำหนิว่าพี่น้องคนนั้นหรือพี่น้องบางคนทำให้ผมเนี่ยอยากออกไป เหมือนไม่ชอบผมหรือยังไง
สำหรับพวกเรานะครับ เรายอมรับการรีวิวการให้ฟีดแบ็กการเขียนข้อคิดเห็นของคนที่มาอยู่กับพวกเราแล้วออกไปนะครับ เรากลับมาอ่านดูว่าเอ๊ะเขาพูดเนี่ยมันจริงไหม มันมีส่วนถูกไหมตรงไหนที่ไม่ดี ถ้ามีส่วนที่เขาพูดถูกเนี่ยแล้วมันเป็นประเด็น แล้วเราก็มีจุดอ่อนตรงนั้น เราอธิษฐานขอพระเจ้านะครับให้ชำระเรา อย่าลืมนะครับถ้าเราเป็นเหตุให้คนใดคนนึงสะดุด เราเจอหนักนะครับก็คือเกเฮนาพันปี แล้วโทษในชีวิตของเราก็มีมาเป็นเรื่อยๆ เป็นระยะ อย่าทำให้คนที่เป็นเด็กฝ่ายวิญญาณสะดุดนะครับ ถ้าใครที่ทำแบบนั้นก็เหมือนเอาหินโม่แป้งห้อยคอผูกที่คอแล้วโยนลงไปในน้ำดีกว่า อันนี้เป็นคำพูดของพระเยซูนะครับ ก็คือเป็นโทษหนักมาก
เพราะฉะนั้นอย่าพยายามทำให้ใครน้อยใจ อย่าพยายามทำให้ใครเสียใจ อย่าพยายามทำให้ใครอยู่แล้วอบอ้าวไม่อบอุ่น ในพระกายเที่ยงแท้ของเราก็คือเรามีเป้าหมายเดียวก็คือ ให้เป็นที่ที่อบอุ่น ให้เป็นที่ที่เข้ามาแล้วได้รับความรัก ได้รับความเห็นใจ ได้รับการเสริมสร้าง ได้รับการก่อขึ้น ความเมตตาต่อกันและกันฉันพี่น้อง เอเมนไหมครับ
ถ้าคุณไม่ชอบใคร ถ้าไม่ชอบใครเนี่ย ก็คือขอพระเจ้าชำระเรา “พระเยซูข้าพระองค์ดูเหมือนว่าจะพูดมาก พูดเก่ง พูดคือพูดไร้สาระ แล้วพูดทำให้คนไม่อยากฟัง เบื่อ ขอพระองค์ชำระข้าพระองค์ในจุดนี้ด้วยในส่วนนี้ด้วย” ขอพระเจ้านะครับแล้วพระเจ้าจะค่อยๆ ช่วยเรา เอเมน
แล้วสำหรับพี่น้องที่เข้ามา สำหรับพี่น้องที่เข้ามาแล้วอยู่กับพวกเรา แล้วมาจ้องมาจับผิด หรือมาเพื่อเห็นความหวังว่าพระกายเที่ยงแท้จะดีราบรื่น เพอร์เฟ็กต์ อันนี้คือเราผิดหวังแล้วเรามาไม่ถูกที่แล้ว
คริสตจักรทุกคริสตจักร แม้แต่ศาสนา และพระกายเที่ยงแท้ ก็เหมือนกัน ทุกคริสตจักรย่อมมีปัญหาไม่มากก็น้อย อันนี้เราต้องเข้าใจและเราต้องทำใจ เรามาอยู่นะครับอย่าให้เรามีความหวังได้รับผลประโยชน์จากคริสตจักรเท่านั้น แต่เรามาต้องคิดถึงอีกแง่นึงก็คือคริสตจักรพระกายก็ต้องการเราเหมือนกัน เอเมน
อย่าลืมนะครับพระกายต้องการคุณและคุณต้องการพระกาย พระกายขาดคุณไม่ได้แล้วคุณก็ขาดพระกายไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากเราออกไปก็คือเราพ่ายแพ้ มารชนะ มันโจมตีเราชนะแล้ว โดยใช้เราในกันและกันนี่แหละเพื่อทำร้ายกันและกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าใครนะครับที่รู้สึกว่า คือสังเกต อธิษฐาน แล้วก็มองที่ตัวเราเองว่ามีจุดอ่อนตรงไหน แล้วขอพระเจ้าชำระเรา เพื่อให้เราทำประโยชน์ให้พระกายมากกว่าทำความไม่ดีต่อพระกาย เพราะว่าอย่าลืมนะพระเยซูรักพระกายมากนะ ใครทำร้ายพระกายของพระเยซู โดนหนักนะครับเอเมน
ก่อนที่จะพูดให้ใคร ก่อนที่จะพูดประชดใคร ก่อนที่จะพูดใส่ใคร อย่าลืมว่าในเขาคนนั้นมีพระเยซูอยู่ คุณกำลังทำลายพระเยซูคุณไม่ได้ทำลายเขานะครับ
ประการต่อมาของประทานแห่งการให้ ก่อนที่จะไปถึงของประทานแห่งการให้ ผมนึกถึงพี่น้องคนนึงนะครับ
อันนี้ขอเตือนนะครับขอเตือน ไม่รู้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ถ้าหากเราพูดยาวในกลุ่มเนี่ยขอให้ตัดคำพูดของเราให้สั้นลง คือมันก็จะมีและคนที่อยากอ่าน แต่มีหลายคนนะครับหลายกว่าที่ไม่อยากอ่าน แล้วมันไม่จำเป็นที่เขาจะต้องรู้รายละเอียดครบถ้วนทุกดีเทลทุกรายละเอียดทุกอะไร มันไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นนะครับ คือชีวิตของคุณเรื่องของคุณที่มันเกิดกับคุณเนี่ยเอาแต่สิ่งที่ดีๆ มาบอกพี่น้อง แล้วขอบพระคุณพระเจ้าต่อหน้าพี่น้องเพื่อพระเจ้าจะได้รับเกียรติ ไม่ต้องอธิบายว่า.. ยกตัวอย่างเรื่องอะไรดี..
เลี้ยงวัวนะครับ ลูกวัวตอนนี้ลูกวัวมันออกมาเยอะ อืมขอบคุณพระเจ้ามันแข็งแรง มันอ้วนดี มันกินหญ้ามันสบายดี มันไม่ได้เป็นอะไร ขอบคุณพระเยซูมากเลยอ่ะ แล้วตอนเนี้ยรู้สึกว่ามันจะเกิดลูกอีก ก็คือคุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากขนาดนั้นนะครับ “ขอบคุณพระเจ้าสำหรับฟาร์มวัว ขอบคุณพระเจ้าสำหรับไก่ที่เลี้ยง ขอบคุณพระเจ้าสำหรับธุรกิจการงาน พระเจ้าได้รับเกียรติขอบพระคุณพระเจ้าที่พระองค์ทำให้มันดีขึ้นเกิดผลมากมายเอเมน” เท่านั้นได้ไหม เอเมนไหมครับ
คือผมพูดเตือนพี่น้องบางคนหลายครั้งแล้วนะครับ ก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม อันนี้บ่งบอกให้รู้นะครับว่าเรายังไม่ได้เติบโต
สำหรับพวกเราเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ก็คือการเติบโตสู่ชีวิตและนิสัยของพระเยซู พระเยซูเวลาที่พระองค์เทศนาสั่งสอน พระองค์ไม่ได้พูดมากนะ พี่น้องลองไปอ่านดูในแต่ละข้อตอนที่พระเยซูพูด พระเยซูตรัส พระเยซูสอน พระเยซูเทศนา ลองไปอ่านดูสิครับมันเยอะไหม ลองทำภาพดูนึกภาพดู แล้วเราลองอ่านดูแล้วจับเวลาด้วยว่าพระเยซูพูดเนี่ยนานไหมกี่นาที เอเมนไหม
และคนที่เป็นผู้ใหญ่ คนที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณเขาจะพูดในสิ่งที่สำคัญมากๆ แล้วคนที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจะพูดในสิ่งที่สำคัญเท่านั้น ไม่มีนะครับน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหลงเหลงอันนี้ไม่มีนะครับ แล้วคำพูดของผู้ใหญ่จะเน้นที่การหนุนใจไม่ดราม่า ไม่ต้องไปบอกคนนู้นไม่ต้องไปบอกคนนี้ เรื่องโน้นเรื่องนี้ เรื่องอะไรมากมายเยอะแยะเต็มไปหมด มันมีแต่ขยะนะครับ
เพราะฉะนั้นอันนี้ผมไม่ตำหนิใคร คือขอหนุนใจขอแบ่งปันขอตักเตือนด้วยความรักในพระคริสต์ เราอยู่ร่วมกันเพื่อสร้างความอบอุ่น ไม่ได้ให้ใครได้รับความอบอ้าว เราอยู่เพื่อให้เขาอยากเข้ามา ไม่ใช่เพื่อให้เขาอยากออกไป ขอพระเจ้านำเราในจุดนี้เพื่อเราจะเป็นพระกายที่ทำให้เกิดผลแล้วถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างมากมาย เอเมน
เป็นเรื่องที่แน่นอนนะครับก็คือเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้เชื่อมีคนที่เชื่อไม่เท่ากัน บางคนมาเชื่อใหม่ บางคนได้รับการเปิดตาไม่มากพอ มันก็ต้องมีปัญหาแหละนะครับ แล้วเราเองก็ต้องทำใจ ไม่ต้องไปคิดว่าคาดหวังอย่างเดียวว่าพระกายเที่ยงแท้ต้องเพอร์เฟ็กต์ ต้องมีแต่สิ่งดีๆ ใครเป็นอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็โอ๊ยห่วงเหลือเกิน โอ๊ยกลุ้มใจเหลือเกิน โอ๊ยมันอยู่ได้ไหมเนี่ย โอ้ยอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอก คือมันก็เหมือนโบสถ์ทั่วๆ ไป ถ้าเราคิดแบบนี้ก็คือเราคิดผิดแล้วนะครับ
เพราะฉะนั้นอีกครั้ง ทุกคริสตจักร แม้แต่พระกายเที่ยงแท้ก็ยังจะต้องมีปัญหาเข้ามา เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เราฝึกไง ฝึกอยู่ ฝึกอดทน ฝึกแก้ไข ฝึกช่วยกัน เอเมน
ถาม.
คือมีคำถามเรื่องของประทานค่ะที่คำอธิบายบอกว่า ของประทานมีเพื่อการรับใช้ แต่การรับใช้ไม่ได้ใช่ของประทาน ขออาจารย์ขยายให้เข้าใจหน่อยค่ะ
ตอบ.
ใช่ครับการรับใช้คือของประทาน การรับใช้อะไร การรับใช้เผยพระวจนะ การรับใช้หนุนใจ การรับใช้ให้พี่น้อง การรับใช้การเป็นผู้นำ การรับใช้สังเกตวิญญาณ การรับใช้ในการพยากรณ์เผยพระวจนะ การรับใช้ในการทำการอัศจรรย์ รักษาโรค เหล่านี้เรียกว่ารับใช้พระเจ้าไหม (รับใช้ค่ะ) แน่นอนครับเพราะฉะนั้นการรับใช้คือของประทานครับผม
คือคำว่า รับใช้ เนี่ย การรับใช้ก็คือพูดรวม พูดรวมนะครับ ในการรับใช้นั้นก็มีของประทานทั้งหลายนี่แหละ
ถ้าใครพูดผิดไม่เป็นไรครับไม่เป็นไร เราล้างเท้ากันและกัน พูดผิดก็ยอมรับผิด ก็เอเมนนะครับ พี่น้องเราใจดีพี่น้องมีแต่ความรักต่อกันและกันไม่ถือสา โอ้เนี่ยคนนี้พูดไม่ถูกระวังนะคนนี้พูดผิด แล้วก็ไปพูดซุบซิบนินทาหรือพูดมองลบเขา ไม่นะครับ เราบางครั้งต่างก็มีความผิดพลาดเหมือนกัน ซึ่งผมบางครั้งอาจจะลืมก็เป็นได้ก็มีนะครับ ซึ่งอายุมาก ก็บางครั้งก็จะหลุดบ้าง
อย่าลืมนะครับพระเยซูตรัสว่า เราขอบพระคุณพระเจ้าที่ไม้ทั้งท่อนมันออกไปแล้วจากตาของเรา แต่ตอนนี้เราอาจจะมีฝุ่นผงบ้างเล็กๆ น้อยๆ เข้าใจไหมครับ ฝุ่นผงก็คืออาจจะมีความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ อยู่ ซึ่งเราขอการล้างเท้า ขอการเปิดเผยจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เอเมน
ถาม.
ก็ไม่มีอะไรค่ะเพราะว่าอยากจะเข้าใจเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรเลยค่ะ เพราะว่าส่วนตัวความรู้ก็นิดหน่อยค่ะ เรื่องการเปิดตาก็แค่อยากได้การเปิดตามากขึ้นเท่านั้นค่ะ ไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ ขอบคุณพระเยซูรักพระเยซูเอเมน
ตอบ.
ที่ผมพูดเมื่อกี้ไม่ได้เน้นถึงพี่น้องนะครับก็คือคนทั่วไปพวกเราทั่วไป คือห้ามมองคนที่พูดผิดหรือสอนผิดหรือเผยพระวจนะในลักษณะที่อาจจะผิดบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็คือเรามองบวกกับเขาแล้วก็อภัยให้เขาไม่เป็นไรไม่ถือสา คราวหน้าเวลาเขาพูดก็ต้องฟังแล้วก็พิจารณา ถ้าเขาพูดตรงพูดถูกอยู่ในพระคำแห่งความจริงเราก็เอเมนกับเขา
แล้วใครที่พูดผิดนะครับก็ขอโทษพี่น้อง หลายครั้งที่ผมจำได้ว่าผมพูดผิดผมก็ขอโทษ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่าลืมนะครับเราไม่มีตัวตน เราไม่เป็นอะไรเราไม่ได้เป็นใคร แต่พระคริสต์ต่างหากที่ดำเนินชีวิตแทนเรา
ถาม.
อยากจะถามพี่น้องว่าเราสมควรที่จะแสวงหาผู้ที่มีของประทานคนที่มีถ้อยคำแห่งความรู้และสติปัญญาที่มาจากพระเจ้าไหม เราควรจะแสวงหาผู้ที่มีของประทานไหมค่ะ
ตอบ.
ผมอยากให้พวกเราเห็นภาพตรงนี้ ขอย้ำอีกครั้งคริสตจักรใครเป็นคนสร้างครับ (พระเยซู) โอเคเรานึกออกไหมว่าถ้าพระเยซูเป็นคนสร้างคริสตจักร แล้วพระองค์จะไม่ดูแลเหรอ เพราะฉะนั้นอะไรที่ดีอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีพระเจ้าจัดเตรียมไว้แล้ว ไม่ต้องแสวงหาและไม่ต้องขอนะครับพระเจ้าจัดเตรียมไว้แล้วให้เราเพียงแต่เราขอบพระคุณพระเจ้า
บอกว่า “ขอบพระคุณพระเจ้าที่พระองค์จัดเตรียมทุกสิ่งแผนการงานของพระองค์จะสำเร็จในคริสตจักรนี้ ขอบพระคุณพระเจ้าที่พระองค์จะนำผู้ที่มีของประทานมากมายเข้ามาเมื่อพวกเราพร้อมเมื่อพวกเราแสวงหาพระองค์ เมื่อพวกเราต้องการที่จะรับการก่อขึ้นสู่ชีวิตและนิสัยของพระองค์ พวกเราต้องการเติบโตพูดง่ายๆ พวกเราต้องการเติบโตพระเยซูทำเถิด”
จากนั้นก็คือพระเจ้าจะดลบันดาลพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเริ่มทำงานในแต่ละคน ให้คนนู้นพูด ให้คนนี้รักษาโรค ให้คนนี้มีความเชื่อ ให้คนนี้มีให้ เยอะแยะนะครับพระองค์จะเป็นคนจัดเตรียม หน้าที่ของเราก็คือขอบพระคุณพระเจ้า เอเมน
ผมเห็นภาพของพี่น้องคริสเตียนศาสนามากมายทุกวันนี้พอไปดูใน Facebook หรือดูใน YouTube ปรากฏว่ามีหลายคนร้องไห้กันเหลือเกิน ร้องไห้ขี้แงมาก บอกว่าโอ้ขอพระเจ้าทำงานโอ้ขอพระเจ้าช่วยคริสตจักรนี้ ขอพระเจ้าช่วยคริสตจักรนั้น ขอพระเจ้าช่วยคริสตจักรพวกเรา ตอนนี้เดือดร้อนมาก ตอนนี้เชื่อผิด ตอนนี้คือแตกแยก คือร้องไห้เป็นทุกข์หนักมาก อันนี้นะครับไม่ใช่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์และอันนี้ไม่ใช่น้ำพระทัยพระเจ้า
สำหรับเรา เราร้องไห้นิดๆ หน่อยๆ ได้ไม่เป็นไรนะครับ แต่ถ้าจะเอาภาระหนักๆ มาแบก อันนี้ไม่ใช่แล้ว พระเยซูพูดเองว่ามาหาเราก็คือแอกเบาภาระเบากางเขนเบาทุกสิ่งเบาไปหมดได้รับการพักผ่อนด้วย เราร้องไห้นิดหน่อยเราโศกเศร้ากับพี่น้องนิดหน่อย โศกเศร้ากับบ้านเมืองนิดๆ หน่อยๆ ได้ไม่ผิดนะครับ แต่ถ้าเราจะเอามาแบกหนักมากๆ เลยก็คือไม่ใช่แล้ว เอเมน
ถาม.
เอเมนครับอยากถามอาจารย์ครับ อาจารย์ลองยกตัวอย่างว่าอาจารย์ตั้งแต่เช้าจนค่ำเนี่ยอาจารย์เดินในพระวิญญาณแบบไหนบ้างครับ จะได้รู้ว่าผู้ใหญ่เขาเดินกันแบบไหนครับเอเมนครับ
ตอบ.
ตื่นนอนตอนเช้าโดยปกติก็คือถ้านอนดึกก็คือเหนื่อย ก็คือความอ่อนแอก็มี ไม่อยากลุกจากที่นอนนะครับ ก็เอมันพระเยซู คำแรกที่ผมจะพูดส่วนมากก็คือเอเมนพระเยซู หรือพูด Good Morning Lord บางครั้งก็จะพูดเป็นภาษาอังกฤษมากกว่าเพราะว่าคุ้นเคยนะครับ Good Morning Lord หรือ เอเมนพระเยซู ไม่ใช่สวัสดีพระเยซูหรืออรุณสวัสดิ์พระเยซูนะครับ
แล้วทีนี้ก็คือไม่อยากลุกจากที่นอน ก็เอเมน เอเมน พระองค์เป็นกำลัง พระองค์เป็นความกระตือรือร้น เป็นความร้อนรน เอเมนในพระองค์ไม่มีความขี้เกียจ เอเมนนะครับก็ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็จากนั้นก็คุยกับพระเยซูก็คุยไปเรื่อยๆ ก็คุยก็พูดนะครับคือมันเป็นความคุ้นเคยที่เราทำอยู่เป็นประจำ ก็มีนะครับก็มีอยู่บางช่วงยอมรับว่าหลุด แต่คือพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเร้าใจกลับมา ก็คือให้นึกถึงพี่น้องให้นึกถึงพระคำพระเจ้าให้นึกถึงอยู่ตลอดเวลา
อันนี้เป็นผลที่มีส่วนช่วยผมได้เยอะซึ่งผมเป็นคนที่ชอบสะสมท่องจำพระคำพระเจ้าในสมัยก่อน แล้วมันก็เด้งขึ้นมานะครับมันจะมีอะไรบางอย่างที่เด้งขึ้นมาตลอดเวลาในหัวในความคิดในสมอง ก็เป็นการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผมเชื่อนะครับ ก็พูดคุย ทานข้าวทุกครั้งแน่นอนครับเอเมน ถามว่าอธิษฐานเผื่อพี่น้องคนอื่นตอนกินข้าวไหม ไม่นะครับ ก็คือเอเมนแล้วก็ทานข้าว ตอนที่ใช้เวลาทำนู่นนี่นั่นก็จะเป็นตอนที่คุยกับพระองค์ อธิษฐานขอ ขอบพระคุณ สรรเสริญ ยกย่อง ประมาณนี้ครับ
มันจะยากสำหรับคนที่ฝึกใหม่ๆ แน่นอนครับมันจะหลุดง่ายหลุดบ่อยแล้วก็กลัวพระเจ้าเมื่อทำบาปไม่กล้าเข้ามาสนิทไม่กล้าเดินในพระวิญญาณ แต่เราจำกันได้ไหม คือผมขอบพระคุณพระเจ้าที่คือตอนนั้นฝึกอ่านทำความเข้าใจให้ดีให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการยกโทษบาป เกี่ยวกับเรื่องมาทางพระโลหิต เกี่ยวกับเรื่องไม่ต้องกลัวพระเจ้า ไม่ฟ้องผิด เมื่อทำผิดทำบาปนะครับ ก็เป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐานสำหรับการฝึกเดินของผม ก็คือมาทางพระโลหิต ทำบาปก็มาทางพระโลหิต รีบสารภาพแล้วก็รีบกลับมาทางพระโลหิต แล้วก็เป็นความเข้าใจดีมากกว่าทุกสิ่งก็คือพระเจ้าเป็นความรัก พระเจ้าเป็นพระเจ้าที่มีพระเมตตา
คือพระเจ้าเป็นเหมือนพ่อที่รักเรามาก นึกออกนะครับ อันนี้มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่กลัวพระองค์ แล้วก็มองพระองค์ในด้านบวกอยู่เสมอ ไม่เห็นพระองค์เป็นศาลตัดสินเป็นตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่เป็นอะไรที่แบบตัดสินเราลงโทษเราจ้องที่จะเล่นงานเราอย่างเดียว อันนั้นไม่นะครับ โทษที่เราได้รับก็คือโทษแห่งการทำผิดทำบาป เป็นการตีสอน เราเห็นนะครับว่าพระเจ้าเปลี่ยนจากคำว่าลงโทษ พิพากษา สำหรับคริสเตียนเรียกว่าตีสอน คือฟังแล้วน่ารักฟังแล้วเป็นคำที่เราจะมองเห็นความรักความเมตตาพระคุณของพระเจ้ามากมาย
การฝึกก็เท่านี้นะครับไม่ได้มีอะไรเยอะ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ไม่ได้มีอะไรมากมาย ก็เน้นที่การสนิท การสนิทคืออะไร ก็คือพูดคุย สำหรับผมพูดคุยแบบไม่เกรงใจ ไม่เกรงใจ แต่พูดคุยด้วยถ้อยคำที่ดีๆ ทั้งนั้น พูดสิ่งที่ดีๆ ก็คือ Bless พระเจ้า ก็คืออวยพรพระเจ้า “พระองค์ตอนนี้จะกินอะไร พระองค์กินอันนี้ดีไหม พระองค์ไปซื้ออันนี้ดีไหม แล้วอันนี้เป็นสิ่งที่ควรทำควรใช้ควรซื้อไหม ควรช่วยคนนี้ไหม ควรไปหาคนนี้ไหม ประกาศไหมหรือไม่ประกาศ” ถ้าดลใจก็ทำถ้าไม่ดลใจก็ไม่ทำแค่นั้นเองครับ
ถาม.
อยากจะสอบถามว่า คือพี่คนเนี้ยเขาอยู่ในมานา แล้วเขาก็ชวนเป็นคนพาเราไปรับบัพติศมากับ อ. ศบ. ที่เชียงราย แล้วทีนี้เราก็รับเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กลับมา แล้วพี่คนเนี้ ยก็เหมือนกับว่าไม่ได้ออกจากโบสถ์นั้นหรอก แต่ว่าเขาอ่ะเป็นคนชวนเรามาอยู่ในมานาฯ เราก็เข้ามาอยู่ในมานาฯ แล้วเนาะ แต่เขาก็ไม่ได้เข้ากลุ่มหรอกนะคะ แต่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานะคะเขาก็โทรมาชวนเราอีก ชวนว่า อ.ที่โบสถ์ที่เรารับบัพติศมา เขาจะจัดคริสต์มาส จะไปด้วยกันไหมเพราะ อ. เขาคิดถึง จากนั้นเราก็กระวนกระวายจะไปดีไม่ไปดี เราก็บอกกับเขาว่าไม่แน่ใจว่าจะไปหรือเปล่า คืออันนี้เราพูดออกมาด้วยใจนะ บอกว่าไม่แน่ใจว่าจะได้ไปหรือเปล่า จากตั้งแต่วันที่เขาชวนเราก็กระวนกระวายอยู่ในเรื่องนี้ตลอดเวลา
แล้วปรากฏว่าเมื่อ 2 วัน เขาก็ให้ อ. ที่โบสถ์โทรศัพท์มาหาเราอีก เราก็ความที่เราเกรงใจเขา บอกค่ะๆๆ อย่างเดียวนะคะ พอเราอธิษฐานตอนเช้าพูดคุยกับพระเจ้าว่าพระเจ้าจะให้ไปไหมหรือจะยังไง คือมันสับสนในใจเราตลอดเวลาเนาะ จู่ๆเมื่อวานนี้ทั้งๆที่เรารับปากเขาแล้วว่าวันนี้ 7 โมงเขาจะมารับเรา เขาจะเอารถมารับไปด้วยกัน เราก็บอกจ้ะๆๆ ไปเฉย คือมัน 2 จิต 2 ใจ แล้วคราวนี้พอบทจริงๆแล้วอ่ะเมื่อคืนนี้ประมาณสี่ทุ่มเราก็ไลน์ไปบอกเขา แล้วเขาก็ไม่อ่านไลน์อะไรนะ ว่าเราคงจะไม่ได้ไปแระ
อันนี้ถามอาจารย์... ว่ามันเป็นการทำงานของพระเจ้าในจิตใจเราไหม เพราะตอนนี้เราไม่ได้ไปโบสถ์ไม่ได้อะไรไม่ได้สนใจพวกนั้นแล้ว เราก็อยู่ในกลุ่มมานาฯ ตลอดแล้วก็สนทนากับพระองค์ทุกวัน แล้วเราก็เข้ากลุ่มผู้ชนะทุกวันเลย เลยอยากถามอาจารย์... ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้อาจารย์ลองอธิบายให้ฟังว่าพระเจ้าจัดเตรียมให้เรื่องนี้ในจิตใจเราไหม ที่ไม่ให้เราอยากไปแล้วเราก็ไม่ได้ไปค่ะ
ตอบ.
คำตอบนะครับแล้วก็เพื่อพี่น้องทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ด้วยก็คือ เรารู้กันดีใช่ไหมว่ายิ่งเราสนิทในพระเยซูมากเท่าไหร่ ยิ่งเราฝึกเดินในพระวิญญาณมากเท่าไหร่ เราจะเห็นว่าพระเจ้าจะนำเรา พระเจ้าจะจัดเตรียม พระเจ้าจะเป็นคนที่ดูแลชีวิตของเรา เอเมนไหมครับ
นี่คือสิ่งที่เราจะได้เห็นนี่คือสิ่งที่เราจะได้เข้าสู่ประสบการณ์ชีวิตในการเดินในพระคริสต์ ก็คือการจัดเตรียม ก็คือการทำให้ก็คือเมื่อไหร่ที่พระเจ้าไม่ให้ไป พระเจ้าก็จะทำบางสิ่งเพื่อกีดกันเราไม่ให้ไป เมื่อไหร่ที่เราจะต้องไปพระเจ้าสั่งให้ไปก็คือเราหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้ก็ต้องได้ไป มันเป็นสิ่งที่อัศจรรย์มาก
เพราะฉะนั้นเราขอบคุณพระเจ้าทุกกรณี ไปหรือไม่ไป อยู่หรือไม่อยู่ เขาเชิญเขาไม่เชิญ หรือเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของเราในแต่ละวัน ถ้าหากเราเดินในพระวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ พูดคุยสนทนาใกล้ชิดสนิทในพระเยซู แน่นอนครับการเกิดผลก็ตามมาแล้วการนำพาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็มีเต็ม เอเมน
ชีวิตคริสเตียนฝ่ายวิญญาณมันมีการตื่นเต้นในแต่ละวันเยอะแยะเต็มไปหมด ทุกสิ่งเป็นมาโดยการนำพาของพระเจ้าที่อยู่ในเรา อยู่ในการเลี้ยงดูดูแลของพระเจ้าที่อยู่ในเราผ่านเรา แล้วยังไม่พอทั้งทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา เมื่อสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นเราไม่ขอบพระคุณเราคิดว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบไม่พอใจ แต่อย่าลืมสำหรับพระเจ้าพระเจ้ามีแผนการมีขั้นตอนนะครับ ก็คือมี 1 2 3 เข้าใจนะครับขั้นตอน 1 ขั้นตอน 2 ขั้นตอนที่ 3
เมื่อขั้นตอนแรกเข้ามาอาจจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วอย่าลืมขั้นตอนที่ 2 พระเจ้ารออยู่ เมื่อถึงเวลาพระเจ้าก็จะให้เข้ามา แล้วขั้นตอนที่ 3 คือดีที่สุดคือเกิดผลมากมาย พระเจ้าได้รับเกียรติ เราเติบโต เราได้รับบำเหน็จ ก็ตามมา
เพราะฉะนั้นพี่น้องคริสเตียนหลายท่านพอเจอปัญหาเนี่ย คิดว่าอืมเราอยู่ในแผนการของพระเจ้าไหม หรืออะไรไม่ถูกไหม คือพระเจ้ามีแผนการขั้นตอน 1 2 3 ขอให้จำตรงนี้ เอเมน
และอีกครั้งขอสรุป เราสนิทในพระเจ้ามากเท่าไหร่ การนำพาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็มีมากเท่านั้น พระเจ้าจะหักห้ามเรากีดขวางกีดกั้นเราจะไปก็ไปไม่ได้แน่นอน แล้วถ้าหากพระเจ้าให้เราไปก็ไม่มีอะไรขัดขวางได้ เอเมน
แล้วพี่น้องบางคนนะครับอาจจะสงสัยว่า อ้าวแล้วอาจารย์... ทำบาปไหม มีนะครับก็มีอยู่นะครับก็มีจุดอ่อนจุดบกพร่องอยู่ในบางส่วนก็ทำอยู่ เราทุกคนกำลังรับการก่อขึ้นนะครับ ขอบคุณพระเจ้าที่ผมเป็นผู้ใหญ่พอ ขอบคุณพระเจ้าที่ผมเดินมาไกล แต่ก็ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ยังให้ผมรับการขัดเกลาชำระ ซึ่งถามว่าฝ่ายการฝึกเรื่องของการฝึกในแง่ของการฝึกผมสำเร็จไหม ยังนะครับ ถามว่าฝ่ายวิญญาณพวกเรามาถึงชีวิตการเป็นผู้ชนะทุกคนไหม เอเมนเราทุกคนเป็นผู้ชนะในสายตาในสายพระเนตรของพระเจ้าแล้ว แต่ฝ่ายการฝึกก็คือเรายังฝึกอยู่เรายังอยู่ในกระบวนการอยู่ เอเมน
คือมันดีตรงนี้นะครับมันดีตรงนี้ เราทุกคนอยู่ในการฝึก ก็คือความบาปเมื่อก่อนเราทำ 10 อย่าง แต่ตอนนี้เมื่อเราฝึกมันก็จะลดลงเหลือ 9 เหลือ 8 เหลือ 7 เหลือ 6 เหลือ 5 เหลือ 4 เหลือ 3 ต่างจากเราที่เป็นคริสเตียนศาสนาเราทำบาป 1 อย่าง ต่อมาก็ 10 ต่อมาก็ 100 ต่อมาก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่มีจบไม่มีหมดสิ้นคือเลิกทำบาปไม่ได้ มันแตกต่างตรงนี้ ขอบคุณพระเยซู
สัปดาห์ต่อไป ต่อๆ ไปนะครับผมขอหนุนใจพวกเราค้นหาของประทานในการเผยพระวจนะ เพราะว่าพระเจ้าให้คริสตจักรหนึ่งมีคนที่พูดเผยพระวจนะแบ่งปัน เสริมสร้างได้ เราบางครั้งอาจจะพูดไม่เก่ง แต่อย่าลืมนะครับเมื่อพระวิญญาณตรัส พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้คนที่พูดเก่ง แต่พระเจ้าให้ต้องการคนที่พูดพระเจ้า เข้าใจไหมครับพูดพระเจ้า ก็คือถ้อยคำที่ออกมาจากปากของเขาเป็นถ้อยคำที่มาจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ คือได้รับแล้วก็คือกินอิ่ม ก็คือพอใจชื่นชมยินดี วิญญาณมันจะตื่นเต้น วิญญาณมันจะรู้สึกว่าอิ่มๆ อิ่มเอิบ เอเมน
ถาม.
การขอสติปัญญาในยากอบคือขอแบบไหนค่ะเอเมน ยากอบ 1:5 ตามที่ได้ฟังมาถ้าจำไม่ผิดนะคือการที่ขอสติปัญญานี้ก็คือขอให้พระเจ้าเปิดตาให้เรารู้ว่าเรามีของประทาน เราได้รับแล้วซึ่งเป็นสติปัญญาของพระเจ้านี้ให้เราแล้ว แต่ทำไมถึงขอตอนนั้นก็คือขอให้พระเจ้าเปิดตาเราให้เรารู้ว่าเรามีแล้วเราไม่ต้องขอค่ะ เหมือนประมาณนี้ค่ะ แต่ถ้าผิดอะไรก็ขอให้ล้างเท้าด้วยนะคะเอเมน
ยากอบ 1:2-6
2 พี่น้องของข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายตกอยู่ในการทดลองต่างๆก็จงถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีทั้งสิ้น
3 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า การทดลองความเชื่อของท่านนั้น ทำให้เกิดความเพียร
4 และจงให้ความเพียรนั้นกระทำการจนสำเร็จ เพื่อท่านทั้งหลายจะสมบูรณ์ครบถ้วนไม่ขาดสิ่งใดเลย
5 ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงอย่างเหลือล้นและมิได้ทรงตำหนิ และจะทรงประทานให้แก่ผู้นั้น
6 แต่จงให้ผู้นั้นทูลขอด้วยความเชื่อ อย่าหวั่นไหวเลย เพราะว่าผู้ที่หวั่นไหวก็เป็นเหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา
ตอบ.
ถ้าเรากลับไปดูตั้งแต่ข้อที่ 1 จนถึงข้อที่ 12 ก่อนที่ผมจะพูดถึงยากอบในบทนี้ในข้อนี้เรื่องการขอสติปัญญา หรือพระคริสต์เป็นสติปัญญาของเราใน 1 โครินธ์บทที่ 1:30 ไม่ใช่ไม่เกี่ยวนะครับ
สำหรับเรื่องการขอสติปัญญาตรงนี้ท่านยากอบพูดเพื่อเตือนพวกเราให้ไม่หลงไปจากความเชื่อไม่ออกไปจากนอกลู่นอกทาง ให้เดินในทางแห่งความสว่างและให้อยู่ในแผนการงานของพระเจ้าน้ำพระทัยของพระเจ้า ก็คือเพื่อให้เราไม่หลงทางแล้วจะไม่ท้อไม่ถดถอยไม่หนีไปจากความเชื่อไม่เบื่อไม่ทำบาปอยู่เป็นประจำวนไปวกมา วกไปวนมา ขึ้นๆ ลงๆ ดีบาปสุขทุกข์ อันนี้พระเจ้าต้องการให้เรานะครับหลุดออกมา
เพราะฉะนั้นการที่จะหลุดออกมาได้ เราต้องขอสติปัญญา สติปัญญานี้จะเปิดเผยให้เรารู้เรื่องแผนการงานของพระเจ้าตั้งแต่ปฐมกาลจนถึงวิวรณ์ ให้เราได้เข้าใจว่าพระเจ้าต้องการอะไร น้ำพระทัยของพระเจ้าคืออะไร อาณาจักรคืออะไร ความรอดคืออะไร พระพรคืออะไร ความเชื่อคืออะไร กางเขนคือเพื่ออะไร การเป็นขึ้นมาคือเพื่ออะไร เราตายกับพระเยซูคืออะไร เป็นขึ้นมาจากความตายกับพระเยซู อยู่ทุกวันนี้ด้วยตัวใหม่คืออะไร เราต้องเข้าใจทุกสิ่งเหล่านี้ เมื่อเราเข้าใจแล้ว คุณจะท้อไหม คุณจะออกไปจากความเชื่อไหม
ไม่ใช่ขอสติปัญญาว่า วันนี้ต้องทำอะไร ต้องค้าขายยังไง ต้องทำขนมปังกี่ก้อน ต้องไปไหน ไม่ใช่นะครับ คือการขอความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับแผนการงานน้ำพระทัยของพระเจ้า และพระคริสต์เป็นใครมาเพื่ออะไร แล้วก็เราที่ต้องตายไปด้วยตัวเก่า แล้วตัวใหม่ต้องเป็นอยู่ แล้วสำแดงพระคริสต์ แล้วทำอะไรในแต่ละวัน สนิทในพระเยซูยังไง ก็คือนี่คือสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เราขอผ่านยากอบ
ถามว่าทำไมพวกเราอ่านตั้งแต่ข้อแรกจนถึงข้อ 12 เพราะว่าบางครั้งนะครับการขอสติปัญญา หรือขอความเชื่อในแต่ละที่แต่ละบทมันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเราจะไม่แปลข้อเดียวนะครับ มีบางกลุ่มมีบางคนเคยตำหนิผมว่าอาจารย์... แปลพระคัมภีร์ข้อเดียว ไม่ดูบริบทไม่ดูทั้งบท ผมก็เลยตอบไปว่าทุกสิ่งที่ผมตอบทุกสิ่งที่ผมพูดก็คือมีความเข้าใจทุกข้อทุกตอนในบริบทนั้นแล้ว ไม่ใช่ว่าผมใช้ข้อเดียวเพื่ออธิบายพระคัมภีร์นะครับ แต่เขาก็ไม่พูดอะไร เอเมน
ยากอบพูดว่าท่านจะหลงไปในความเชื่อไม่ได้ เสื่อมสูญอะไรทั้งหลายก็คือ เราต้องอยู่ในความเชื่อ การรักษาความเชื่อของเรานะครับก็คือเราต้องทำความเข้าใจ ตอนที่พี่น้องไม่ได้รับการเปิดตา เคยท้อไหมจนอยากจะหนีออกจากโบสถ์ จนอยากจะเลิกเชื่อ เคยมีไหม มีใช่ไหม พอปัญหาเยอะแยะก็โทษพระเจ้าบ้าง โทษคริสเตียนบ้าง ไม่อยากไปร่วมโบสถ์บ้าง คือความคิดลบมันเต็มไปหมดเลย
แต่พอเรามาพบมานาฯ แล้วก็ขอสติปัญญาจากพระเจ้า พระเจ้าให้ความรอบรู้เต็มนะครับทั้งเรื่องแห่งความรู้ล้ำลึกและเรื่องแห่งความรู้ที่เป็นพระคำแห่งความจริง ทำให้เรารักพระเจ้ามากไม่อยากหนีไปไหนแล้ว เพราะว่าติดอยู่ในพระเยซูมาใกล้พระเยซูขนาดนี้เราจะหนีไปไหนได้ เอเมน
ถาม.
ถ้าตกเข้าไปอยู่ในเนื้อหนัง ถ้าเข้าไปอยู่ในเนื้อหนัง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นครับ แต่ว่าเรามองที่ฝ่ายวิญญาณครับที่เป็นความจริง เอเมนครับ
ตอบ.
แน่นอนเป็นเรื่องที่มันจะต้องเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำนะครับในการฝึกเดินของเราในแต่ละวัน ผมก็เป็นอยู่บางครั้งนะครับ เพราะฉะนั้นเราหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อเรารู้ว่ามันพลาดไปแล้ว ทำยังไง 1. สารภาพ 2. กลับเข้ามาอยู่ในพระคริสต์ ในพระคริสต์ไม่มีประตูนะครับคุณจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้ ผมชอบตรงนี้ที่พระเจ้าไม่มีประตู และถ้าจะมีก็คือพระเยซูนั่นแหละที่เป็นประตู แล้วเรามาหาพระองค์เข้าไปอยู่ในพระคริสต์ พระเยซูเคยปฏิเสธเราไหม? (ไม่เคย) ขอบคุณพระเจ้า ถ้าเราเข้าใจความหมายฝ่ายวิญญาณว่า 70×7 คืออะไรเนี่ย เราจะยิ่งสรรเสริญและขอบพระคุณพระเจ้าอย่างมากมาย
อย่าแสวงหาเกียรติ สง่าราศี ค่าจ้าง รางวัล เงินเดือน อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องห้าม ซึ่งปัจจุบันนี้มีผู้เชื่อมากมายผู้นำมากมายใช้ของประทานเพื่อแสวงหาเกียรติ สง่าราศี ชื่อเสียง ค่าจ้าง รางวัล เงินเดือน
พระกายเที่ยงแท้ผู้เชื่อฝ่ายวิญญาณจริงๆ ผู้ชนะ เราจะไม่แสวงหาเกียรติ ชื่อเสียง สง่าราศี ค่าจ้าง รางวัล เงินเดือน ขอให้จำสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ถ้าเราแสวงหาสิ่งนี้ก็คือเป้าหมายของพระเจ้าก็คือออกไปจากเรา
เป้าหมายของพระเจ้าพระประสงค์ของพระเจ้าคือให้เราเป็นคนที่ถ่อมใจ เป็นคนที่ไม่แสวงหาเกียรติ ไม่แสวงหา อย่าให้ใครยกย่อง อย่าให้ใครยกยอ อย่าให้ใครมาชมเรา สิ่งนี้ถ้ามีคนชมมีคนยกย่อง เราบอกได้อย่างเดียวเหมือนกับเปาโลก็คือ ข้าพเจ้าอวดพระคริสต์
อวดพระคริสต์ คืออะไร การอวดพระคริสต์ก็คือเราไม่มีตัวตน เราไม่มีชื่อ เราไม่มีนามสกุล เราไม่เป็นใครทั้งนั้น เราไม่ควรจะให้ใครรู้ตัวตนของเราจริงๆ เราอวดพระคริสต์ผู้เดียว ให้พระคริสต์เป็นหลักในชีวิต ให้พระคริสต์เป็นคนพูด ให้พระคริสต์เป็นคนทำ พอมีคนมายกย่องเราชมเรา เราบอกว่าผู้ที่ได้รับเกียรติก็คือพระเยซู ไม่ใช่ข้าพระเจ้าเป็นคนพูด ไม่ใช่ข้าพระเจ้าเป็นคนทำ ไม่ใช่ข้าพระเจ้าเป็นคนช่วยท่าน แต่พระคริสต์ต่างหาก เอเมน