ภาวะพิษจากแอลกอฮอล์เฉียบพลัน เกิดจากการที่ผู้ป่วยดื่มสุราในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลต่อการกดระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System: CNS) ของเอทานอล (Ethanol) โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ:
Selective CNS Depressant: หากดื่มในปริมาณไม่มาก การกดระบบประสาทจะเป็นแบบเฉพาะจุด ในช่วงแรกโดยจะเริ่มกดสมองส่วนที่มีหน้าที่ทำงานซับซ้อน (Highly Integrated Function) ส่งผลให้การยับยั้งชั่งใจลดลงและพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ
General CNS Depressant: หากดื่มในปริมาณมาก จะส่งผลกดระบบประสาทส่วนกลางในวงกว้าง
อาการของภาวะนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่ม แต่การแสดงออกในผู้ป่วยแต่ละรายอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดื่มและความทนทานของร่างกาย (Tolerance) ซึ่งแบ่งเป็น Metabolic Tolerance และ Functional Tolerance
สามารถแบ่งตามอาการทางคลินิกได้ดังนี้:
Mild Alcohol Intoxication (ระดับเล็กน้อย): ผู้ป่วยมีความสามารถด้าน Psychomotor ลดลง ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดการควบคุมตนเอง อยากเข้าสังคมมากขึ้น พูดมากขึ้น และอาจพบอาการตากระตุก (Positional Nystagmus)
Moderate Alcohol Intoxication (ระดับปานกลาง): ผู้ป่วยเริ่มมีอาการก้าวร้าว (Aggressive), ชอบใช้ความรุนแรง (Abusive), หงุดหงิดง่าย, พูดไม่ชัด (Dysarthria), สับสน (Confused), เดินเซ (Unsteady Gait) และความจำบกพร่อง
Severe Alcohol Intoxication (ระดับรุนแรง): ผู้ป่วยจะสูญเสียการตอบสนองเพื่อป้องกันทางเดินหายใจ (Airway Protective Reflexes) ซึ่งอาจเสียชีวิตได้จากภาวะการหายใจล้มเหลว (Respiratory Depression) มีการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ (Autonomic Dysfunction) เข้าสู่ภาวะโคม่า และพบอาการตากระตุกจากการถูกกดที่ระบบ Vestibulocerebellar
การรักษาหลักคือการประคับประคองตามอาการ (Supportive Treatment) เนื่องจากการล้างท้อง (Gastrointestinal Decontamination) มักไม่ค่อยได้ประโยชน์ เพราะเอทานอลถูกดูดซึมผ่านทางเดินอาหารได้รวดเร็วมาก เว้นแต่ในกรณีที่ดื่มมาไม่เกิน 1 ชั่วโมง หรือสงสัยว่ามีการรับประทานยาชนิดอื่นร่วมด้วย
แนวทางการดูแลรักษา:
Thiamine: พิจารณาให้ Thiamine 100 mg เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางสมอง
Oxygen: ให้ภาวะออกซิเจนในผู้ป่วยที่มีภาวะ Hypoxia
Chemical Restraint: ในรายที่มีอาการวุ่นวายหรือก้าวร้าว อาจพิจารณาให้ยาในกลุ่ม Benzodiazepine แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการกดการหายใจที่อาจเพิ่มขึ้น
Hemodialysis: การฟอกเลือดอาจมีประโยชน์ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมาก (Severe Intoxication) หรือมีภาวะโคม่า เนื่องจากเอทานอลมีมวลโมเลกุลน้อยและมีการกระจายตัวต่ำ จึงสามารถขจัดออกจากร่างกายด้วยการฟอกเลือดได้
ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด (Blood Alcohol Concentration: BAC) ส่งผลต่อร่างกายแตกต่างกันไปตามระดับความเข้มข้น ดังนี้:
ระดับเอทานอลในเลือด (mg/dL) VS อาการทางคลินิก (Clinical Effects)
20 - 50
การประสานงานของกล้ามเนื้อมัดเล็กเริ่มลดลง (Diminished fine motor coordination)
50 - 100
การตัดสินใจบกพร่อง และการประสานงานของร่างกายเริ่มเสียไป (Impaired judgement and coordination)
100 - 150
ทรงตัวลำบาก การเดินผิดปกติ (Difficulty with gait and balance)
150 - 250
เซื่องซึม (Lethargy) ไม่สามารถนั่งตัวตรงได้หากไม่มีคนช่วย
300
เข้าสู่ภาวะโคม่า (ในผู้ที่ไม่ใช่ผู้ดื่มประจำ)
400 ขึ้นไป
เกิดภาวะกดการหายใจ (Respiratory depression) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
ที่มา: Rosen’s Emergency Medicine: Concepts and Clinical Practice, 5th ed, Mosby, Inc., St. Louis 2002, p. 2513.
Tolerance: ในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ (Habituated drinker) อาจมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่า 300 mg/dL โดยที่ยังมีสติอยู่ได้ เนื่องจากร่างกายมีกลไกความทนทานต่อแอลกอฮอล์
หน่วยวัด: ระดับ 100 mg/dL จะเท่ากับ 0.1% (ซึ่งมักใช้เป็นเกณฑ์ทางกฎหมายในหลายประเทศ)