بسم الله الرحمن الرحيم
วายิบ(จำเป็น)เหนือคนมุสลิมทุกคน(ทีบรรลุนิติภาวะ มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์)จะต้องศึกษาวิชาที่ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง[1] ในการงานต่างๆ ไมว่าการงานใดก็ตาม เพราะว่าแท้จริง คนมุสลิมนั้นจำเป็นจะต้องละหมาด ดังนั้นจำเป็นบนตัวเขาจะต้องศึกษาวิชาที่เขาได้ความรู้ความเข้าใจ กับสิ่งที่ต้องกระทำในละหมาด ตามขนาดสิ่งที่ทำให้เขาลุล่วงกับฟัรดุของละหมาด[2]
และวายิบ(จำเป็น)เหนือคนมุสลิมทุกคนเช่นกัน จะต้องเรียนรู้กับสิ่งที่เป็นสื่อกลาง(หรือบันได ที่นำไปสู่การปฏิบัติสิ่งที่วายิบ) ตามขนาดที่ทำให้เขาสามารถกระทำของวายิบได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพราะว่า สิ่งที่เป็นสิ่อกลาง(หรือตัวช่วย)ให้กระทำของวายิบครบถ้วนสมบูรณ์นั้น สิ่งนั้นก็ย่อมวายิบ(จะต้องเรียนรู้)เช่นกัน
และ สิ่งที่เป็นสิ่อกลาง(หรือตัวช่วย)ให้กระทำของฟัรฎูครบถ้วนสมบูรณ์นั้น สิ่งนั้นก็ย่อมฟัรฎู(จะต้องเรียนรู้)เช่นกัน[3]
และเช่นเดียวกันในเรื่องของการถือศีลอด (คือวายิบจะต้องเรียนรู้การถือศีลอดและสิ่งที่เป็นสื่อกลาง(หรือตัวช่วย)ให้การถือศีลอด) และการบริจาคทาน(ซากาต) ถ้าหากเขาผู้นั้นมีทรัพย์สิน(ครบตามพิกัดและกฎเกณตามแต่ละประเภทของซากาต) และการประกอบพิธีฮัจย์ ถ้าหากวายิบเหนือตัวเขา(คือครบตามกฎเกณวายิบจะต้องทำฮัจย์)และเช่นเดียวกัน(จะต้องเรียนรู้) การซื้อขาย ถ้าหากเขามีอาชีพค้าขาย(เพื่อจะไดรู้ว่าการค้าขายประเภทใดใช้ได้หรือใช้ไม่ได้)
ดั่งที่ได้มีคนมาถามกับท่านมูฮัมหมัด บิน ฮาสัน (รอฮิมาฮุลลอฮ์) ว่า (เรา)หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าท่าน(มูฮัมหมัด บิน ฮาสัน)จะแต่งหนังสือสักเล่มหนึ่งทีเกี่ยวกับการซาฮีด[4]
ท่านมูฮัมหมัดเลยตอบไปว่า "ฉันได้แต่งหนังสือเกี่ยวกับการซื้อขาย"[5]จุดประสงค์ของคำพุดของท่านมูฮัมหมัดก็คือ คนซาฮีด(สละดุนยานั้น) คือบุคคลที่ระมัดระวังรักษาตัวเองจากสิ่งที่เป็นสิ่งชุบฮาต[6]และของที่มักโระห์(สิ่งที่น่ารังเกียจ) ในการค้าขาย
ดังนั้นหนังสือทีว่าด้วยการซาฮิดก็คือหนังสือทีว่าด้วยการค้าขายนั่นเอง
เช่นเดียวกัน วายิบต้องซาฮิดเช่นกัน[7] ในเรื่องของการทำธุรกรรมต่างๆ และอาชีพต่างๆ วายิบที่เขาจะต้องเรียนรู้ เพื่อจะไม่ไห้เขาทำสิ่งทีฮาราม[8]
และวายิบ(จำเป็น)เหนือคนมุสลิมทุกๆคนเช่นเดียวกัน จะต้องเรียนรู้วิชาที่เกี่ยวกับสภาพของจิตใจ(วิชาตะเซาวุฟ)
จากการตะวักกัล(มอบหมายกิจการงานต่างๆกับอัลเลาะห์) การอีนาบะห์(การกลับไปยังอัลเลาะห์คือการเตาบัตตัว) การยำเกรง(เกรงกลัว)กับอัลเลาะห์ การริฎอ(ยินยอม)กับการกำหนดสภาวการณ์(ความดี ความชั่ว) ของอัลเลาะฮ์ และอื่นอีก เพราะ แท้จริงวิชาตะเซาวุฟนั้น จะเกิดขึ้นกับเราในทุกๆสภาวการณ์
และความประเสริฐของวิชาความรู้นั้น มันไม่ซุ่มซ่อนจาก(สายตา)ทุกๆคน[9] ก็เพราะว่าความรู้นั้นเป็นคุณลักษณะทีเฉพาะของมนุษย์เท่านั้น ซึ่งไม่มีที่สิ่งอืน เพราะคุณลักษณะอื่นๆที่นอกจากความรู้นั้น สามารถมีได้ทั้งมนุษย์และบรรดาสัตว์ต่างๆ เช่นความกล้าหาญ ความแข้งแก่รง ใจดี ความรักใคร่ และอื่นๆอีกที่นอกจากความรู้
และด้วยความรู้นีแหละ อัลเลาะห์ได้ทรงไห้ปรากฎความประเสริฐของท่านนาบีอาดัมเหนือมวลมลาอีกะห์และไดทรงใช้ให้มวลมลาอีกะห์ทำการสุหยูด[10]ต่อท่านนาบีอาดัมด้วย
และแท้จริงที่วิชาความรู้นั้นมีความประเสริฐ ก็เพราะวิชาความรู้เป็นสือกลาง (สิ่งที่นำไปสู่) ที่ทำให้เกรงกลัวกับอัลเลาะห์ ซึ่งการเกรงกลัวต่ออัลลอฮ์นั้น เป้นสิ่งทีทำให้มีสิทธิ์ ได้รับเกียรติ ณ ที่อัลเลาะฮ์ (ทั้งดุนยาและอาคีรัต) และได้รับความผาสุขที่มีตลอดกาล (สรวงสวรรค์)
[1] สิ่งที่ต้องใช้ในชีวิต เช่น ในขณะเดินทาง ขณะนั้นเขาก็ต้องรู้ว่าจะละหมาดย่อ รวมอย่างไร วายิบบนเขาหรือไม่ที่จะต้องถือศีลอด ถ้าไม่มีน้ำจะตะยัมมุมได้หรือไม่ เป็นต้น
[2] คือต้องรู้ชารัต รุกุน และเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้ละหมาดเซาะห์
[3] " المقاصد لها أحكام الوسائل "
การละหมาดเป็นฟัรฎู จะเซาะห์ได้ ต้องรู้ชารัต รุกุน ดังนั้นการเรียนชารัต รุกุนละหมาด จึงวายิบต้องเรียนด้วย
[4] คือการสละดุนยา เอาเฉพาะสิ่งทีจำเป้นเท่านั้น
[5] การค้าขายนั้นถ้าหากไม่มีความซาเฮด เขาก็ไม่ซื่อสัตย์ เช่น อาจมีการหลอกลวง
[6] สิ่งที่ไม่ยาเกนว่าฮาล้าลหรือฮารอม
[7]วายิบต้อง ระมัดระวังรักษาตัวเองจากสิ่งที่เป็นสิ่งชุบฮาต และของที่มักโระห์(สิ่งที่น่ารังเกียจ)
[8] ได้เงินจากสิ่งที่ฮาราม และกินของฮาราม
[9] ทุกคนรู้ว่า ความรู้นั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐ
[10] อุลามาอ์คิลาฟกันว่าการสุหยูดนี้หมายถึงอะไร บางส่วนมีทัศนะว่าหมายถึงการคำนับ บางส่วนหมายถึงการสุหยูดจริงๆ เพราะอัลลอฮ์ ทรงสั่งใช้