........เมื่ออยู่ในรูปของสนามแม่เหล็ก การทำสมาธิเริ่มเกาะติดเส้นสายมากขึ้น วิวัฒนาการต่อไป เราได้นำพลองพระศิวะ ที่มีลักษณะคล้าย ตรีศูล แต่มีก้านที่ยาวกว่า เพื่อเป็นแรงส่งเพราะขณะที่จับพลองพระศิวะ เราจะพบว่าแนวกระดูกสันหลัง จะถูกพุ่งขึ้น ยิ่งยกพลองตามระดับชั้นพลังงานขึ้นไปทีละชั้นจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แนวกระดูกสันหลัง เกิดการพวยพุ่งของพลังงานอย่างรุนแรง ทำให้เส้นสายลงผ่านแนวกระดูกสันหลังเป็นจำนวนมาก สวนทางกับไฟฟ้าที่ออกไป การใช้พลองพระศิวะก็เปลี่ยนไป เมื่อเรามีเส้นสายที่หนาแน่น เราสามารถใช้พลองพระศิวะ เคลื่อนที่แปดทิศ เพื่อเกาะติดเส้นสายสนามพลังงาน การเกาะติด เมอริเดียนแต่ละเส้นสาย ให้ห่างไปที่ละชั้น จะพบ พลังงานที่มีความรุนแรงมากขึ้น ยิ่งออกห่างแกนกลางมากเท่าไหร่ ก็จะสามารถดูดซับประจุไฟฟ้าได้อย่างมหาศาล รวมทั้งการใช้ส้นเท้าขณะนั่งพับขาขวา ขาซ้ายลงข้างล่าง ใช้เท้าซ้ายที่อยู่ด้านล่าง ยกส้นเท้า ขึ้นมาให้ชนพลังงานที่ก้นกบ และยกปลายเท้าเล็กน้อยให้ชนเส้นของก้นกบ รวมถึงการใช้ง่ามนิ้วหัวแม่เท้า คลิ๊กเข้าหาก้นกบ ง่ามนิ้วก้อยเท้าคลิ๊กหาก้นกบเช่นเดียวกัน จะเกิดการขับเคลื่อนของพลังงานที่แนวกระดูกสันหลังขึ้นมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง มือขวาถือพลองพระศิวะ คลิ๊กบิดพลอง จะเห็นภาวะเป็นเกลียวพันขึ้นเส้นสาย ใช้การขยับพลองไปด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้างทั้งสอง และด้านมุมซ้าย ขวา ทั้ง 4 ทิศ โดยใช้ท้ายพลองเป็นจุดหมุน ค่อยๆ ทำไปทีละชั้นของพลังงานที่เกิดขึ้นรอบเส้นสายที่เราสัมผัสได้ และเอาจิตตั้งที่ปลายพอง ที่เป็นยอดแหลม แนวกระดูกสันหลังจะปลดปล่อยพลังงานออกอย่างสูง การพัฒนาเส้นสายก็จะมีความหนาแน่นมากขึ้น ความเป็นสนามแม่เหล็กก็มากขึ้น ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง จักระหมุนปั่นด้วยความเร็วสูง การทำสมาธิ อย่างล้ำลึกและเพลิดเพลินกับการดูกระแสที่ความเร็ว เกิดการแยกประจุและอนุภาคออกจากกันไปไกลแสนไกล การพัฒนาธาตุจึงเกิดขึ้น