วันนี้ในอดีต 1พค2479
สุกรยักษ์คำกลอน / พุทธทาสภิกขุ
สุกรยักษ์คำกลอน
ภิกษุพาล ย่อมปรารถนา ความสรรเสริญ อันไม่มีในตนด้วย, ปรารถนา ความเป็นหัวหน้าใหญ่ ในหมู่ ภิกษุทั้งหลาย ด้วย, ปรารถนาความเป็นใหญ่ ในอาวาสทั้งหลายด้วย, ปรารถนาการบูชา ในตระกูลอื่น ๆ ด้วย, ความดำริว่า "คฤหัสถ์ และบรรพชิต ทั้งสองพวก จงสำคัญกิจที่บุคคลอื่นทำแล้วว่า อันเราเท่านั้นทำ, คฤหัสถ์ และบรรพชิต จงเป็นไปในอำนาจของเราคนเดียว ในกิจน้อยใหญ่ใด ๆ" ดังนี้ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุพาล ความอยาก และมานะย่อมเจริญแก่เขา.ฯ
พาลวรรค ธรรมบท
พากยบาลี
(จากสุมังคลวิลาสินี ภาค ๒ หน้า ๓๔๑)
ยถา
วาเมน สูกโร โหติ ทกฺขิเณน อชามิ โค
สเรน เอฬโก โหติ วิสาเณน ชรคฺคโว ติ
อยํ สูกรยกฺโข สูกรทิสฺวา สูกรสทิสํ วามปสฺสํ ทสฺเสตฺวา เต คเหตฺวา ขา ทติ, อชมิเค ทิสฺวา ตํสทิสํ ทกฺขิณปสฺสํ ทสฺเสตฺวา เต คเหตฺวา ขาทติ, เอฬกวจฺฉเก ทิสฺวา วจฺฉรวํ วิรวนฺโต เต คเหตฺวา ขาทติ, โคเณ ทิสฺวา เตสํ วิสาณสทิสานิ วิสาณานิ มาเปตฺวา เต ทูรโตว โคโณ วิย ฑิสสตีติ เอวํ อุปคเต คเหตฺวา ขาทติ; เตสํ วาจา กาเยน กาโย จ วาจาย น สเมตี ติ.
ภาคทั่วไป
คำแปลเนื้อความในบาลี
อมนุษย์ตนหนึ่ง :
ข้างซ้ายเป็นสุกรข้างขวาเป็นแพะ
เสียงร้องเป็นแกะมีเขาเหมือนวัวแก่ — ดังนี้.
สุกรยักษ์ตัวนี้ ครั้นเห็นสุกร ก็หันสีข้างข้างซ้ายให้เห็น เข้าไปจับสุกรกินเสีย, ครั้นเห็นแพะ ก็หันขวาเข้าไป จับกินเสีย, ครั้นเห็นลูกแกะ ก็ร้องขึ้นเหมือนแกะ จับลูกแกะที่หลงเข้ามาใกล้กินเสีย, ครั้นเห็นวัว ก็แสดงเขา ให้วัวเห็นแต่ที่ไกล จับวัวที่หลงเข้ามาใกล้กินเสีย......ข้อนี้ฉันใด,
วาจาของเขาผู้ล่อลวง ย่อมไม่เสมอ(คือตรง) กับกาย,
และกายของเขาก็ไม่เสมอกับวาจา ฉันนั้น.
สุกรยักษ์คำกลอน
"ใคร ๆ"ประพันธ์
(สำหรับท่องบ่นเป็นเกราะกันภัยของคนซื่อจนตกเป็นเหยื่อของคนคดโกง)
ธรรมะ เหมือนป้อม ปราการป้องกันหมู่มาร
ดุจกระดอง คุ้มเต่า ตามจน.
แต่ผู้ หย่อนปัญ ญายล ตกเป็นเหยื่อคน
ลวงโลก โดยอ้าง อิงธรรม
เท่านี้ ก็มี เงื่อนงำ สอนให้เราสำ-
นึกได้ สองแง่ แค่กัน.
หนึ่งคือ ธรรมเป็น เกราะกั้นสวมเสื้อธรรมพลัน
ก็ผ่อง ก็พ้น ภัยพาล.
อนึ่งส่วน ชนเหล่า เผ่ามาร"สวมเสื้อธรรม"ผลาญ
ชาวโลก หลงลิ้น สิ้นตัว.
ดูเถิด ! ธรรมนี่ น่าหัว-เราะให้ระรัว
ฟังดู สองศัพท์ กลับกัน :
สาธุชน ยามสวม เสื้อธรรม์ทุกคนสุขสันติ์
โลกไม่ ถูกหลอก ชอกช้ำ.
ทุรชน ผิสวม เสื้อธรรมโลกก็ระส่ำ
ระสาย เพราะหนอน บ่อนใน ฯ
ก็จิต นี้มี กลไกกลอกกลับได้ไว
ดุจมี อโตมติค ในตน.
เราท่าน ควรบัง คับกลคุมให้จิตยนต์
หมุนมา แต่ข้าง ทางดี.
เพราะเมื่อ หมุนทาง ข้างกลี ธรรมที่เคยมี
จักหนี จักหน่าย หายสูญ.
อธรรมะ เข้างำ มากมูลความระยำสัมบูรณ์
ก็คิด ปลิ้นปลอก ปอกชน.
เฉกเช่น นักบวช บางคนแรกบวชอวดตน
ว่าหวัง นิพพาน ฐานสูง.
บวชหน่อย ลาภสัก การจูงลืมความหวังสูง
มีจิต แน่วแน่ แส่กาม
ผ้าเหลือง เป็นเครื่อง มืออร่ามหากินอย่างงาม :
เขาถวาย แล้วไหว้ อีกที !
ได้มาก ความอยาก ยิ่งทวีอยากได้ ดี ๆ
งาม ๆ แปลก ๆ แผกอื่น.
อยากได้ ดั่งไฟ อยากฟืนได้อีก กี่หมื่น
กี่แสน ก็อยาก อย่างเดิม.
ยิ่งได้ น้ำใจ ยิ่งเหิมดุจไฟ ฟืนเติม
ยิ่งลุก ยิ่งฮือ; มือกาง —
ใคร่ได้ ทุกทิศ ทุกทางจึ่งได้ คิดวาง
อุบาย เพื่อได้ ทุกวิธี.
เรื่องราว กล่าวใน คัมภีร์อาจารย์ท่านชี้
อรรถให้ เห็นด้วย นิทาน :—
ยังมี ยักษีสัตว์สารพัด จะชำนาญ
เลบงหา ซึ่งอาหารได้ทุกท่า น่าพรั่นใจ.
เพราะมันมี วิกัติกายที่ยักย้าย ได้ฉับไว
ซีกขวา เป็นแพะใหญ่ณ ซีกซ้าย เป็นสุกร.
เสียงร้อง เหมือนลูกแกะที่ยังและ เล็มหญ้าอ่อน
เขาโง้ง มีปลายงอนเหมือนโคเฒ่า จุ่งเข้าใจ.ฯ
ยามเห็น ฝูงสุกรก็ค่อยจร เอาซ้ายไป
จวบเข้า ระยะใกล้บ่หนีทัน ก็กินเสีย.
เห็นแพะ และเล็มหญ้ามันหันขวา เข้าคลอเคลีย
ได้ท่า มันฆ่าเสียอย่างง่าย ๆ สบายเหลือ.
เห็นแกะ แวะเข้าซุ่มณ สุมทุม ลับตาเหยื่อ
ส่งเสียง อยู่เป็นเบือให้ลูกแกะ แวะมาหา.
จนใกล้ ไม่หนีทันก็เสร็จมัน ทุกครั้งครา
เห็นโค ที่ริมป่าก็หมอบอยู่ แต่ชูเขา.
ฝูงโค ไม่เพ่งพิศสำคัญคิด ว่าเพื่อนเรา
เข้าใกล้ หมายคลอเคล้าถูกจับเอา เป็นอาหาร. ฯ
ครองทั่ว "โจรตัวเหลือง" พินิจเรื่อง ก็ปูนปาน
จับเหยื่อ กินหวานหวานสำเร็จได้ ทุกรายไป :
พ่อแก่ แม่เฒ่านั้นเมาสวรรค์ หลงกันใหญ่
ขรัวเทศน์ โอ้โลมไปเรื่องบันได สู่สวรรค์.
"ให้ทาน, ทำบุญเข้าเรือกสวนเอ้า, ขายตะบัน
ทำบุญ กับพวกฉันไม่มีตก นรกเว้ย !
ดับจิต มีรถรับจุติวับ สวรรค์เลย
พ่อคุณ แม่คุณเอ๋ยพระคัมภีร์ นี้รับรอง.
วิมานเงิน วิมานแก้วสุกใสแจ๋ว ที่นอนทอง
ของทิพย์ เป็นกอง ๆ ฯลฯนึกอย่างไหน ได้ทันที.
นางฟ้า น่าโอบอุ้ม เทพบุตรหนุ่ม โสดสวยดี
เอาสัก กี่คนมีให้จนพอ ขอประกัน.
เทพบุตร ให้เรือนร้อยส่วนนางฟ้า ให้เรือนพัน
หนุ่ม ๆ, สาว, ทั้งนั้น ไม่มีแก่ จงแน่ใจ."
โง่เง่า ชาวบ้านนอกฟังขรัวบอก กระเลียใจ
ขายนา มาไว ๆสร้างกุฏิใหญ่ มโหฬาร.
ของใช้ แลของกินจัดให้สิ้น ดูตระการ
ขรัวนั่ง ฉันหวาน ๆส่วนชาวบ้าน กลืนฝืดคอ.
"ชาตินี้ ทนอดเปรี้ยวชาติหน้าเชียวหวานให้พอ!"
แม้อยาก น้ำลายสอสู้อดไว้ ถวายขรัว.
สุกรที่กล่าวไว้ก็เปรียบได้ กับผู้มัว--
เมาสวรรค์ จนลืมตัวจะล่อนจ้อน ก็ห่อนเห็น
แพะเล่า เปรียบเหมือนคนหนวดยาวจน จะตายเย็น
ตายพรุ่ง ก็แค่นเข็นให้เขาคิด พิธีกัน.
ขรัวเห็น ว่าโง่งมรับสมสอด ขึ้นทันควัน
"ทำบุญต่อ อายุ, ท่าน !อยู่อย่างน้อย ก็ร้อยปี."
คนทุกข์ เพราะกลัวตายย่อมเชื่อง่าย กระไรนี่
หลอกกัน อย่างนั้นนี้เพราะหลงเชื่อ เป็นเหยื่อโจร.
ทำปริตต์ ป้องกันภัยน้ำมนต์สาด อุบาทว์โผน
คนขลาด เขาปลอบโยนว่าไม่ตาย ก็คลายใจ.
ยกให้ ไม่เสียดายยิ่งกลัวตาย ยิ่งให้ใหญ่
หลายวิธี ที่ขรัวได้ทั้งไพร่นาย และมีจน. ฯ
แกะเปรียบ คนชอบคบพระประจบ ประแจงตน
ยิ่งยอ และง้องนก็ยิ่งเพลิน เจริญใจ.
ขรัวพี่ มีลิ้นหวานก็เทศน์หว่าน ล้อมเข้าไป
ติดกัณฑ์ เสียยกใหญ่ขรัวยิ่งยอ ให้พอแรง.
ติดตลก ไปในตัวเรื่องรักโศก ก็มีแสดง
เล่นลิ้น ได้แผลง ๆฉลาดหา มาล่อโยม.
ครั้งพ่อ หรือแม่ตายนิมนต์ขรัว มายอโฉม
คนตาย จะโสมมหรือโง่เง่า ไม่เข้าใจ.
ขรัวยอ เสียเลิศลบคุณธรรมครบ ทุกข้อไป
ไม่มี ธรรมข้อไหนที่ขรัวไม่ หว่านล้อมมา–
บรรจุ ในผู้ตายจนสมหมาย ไปทุกท่า
เจ้าภาพ หน้าบานร่า–เริงใจโข; โชว์คนตาย !
แขกเหรื่อ ก็พอใจนิยมใหญ่ พิธีกลาย
เป็นเมื่อ ใครล้มตายต้องตามขรัว มาโอดครวญ.
ดูรา เพื่อนข้าเอ๋ยสุกรยักษ์ มันเข้ากวน
กินได้ แนบเนียนถ้วนทุกทั่วหน้า ประชากร,
วัวอ้วน ควรจะหมายถึงคุณนาย มีเงินนอน
ไร่นา แลอาภรณ์ทั้งทีท่า สง่างาม.
เป็นหม้าย หรือไม่หม้ายถ้าใจใหญ่ ก็ต้องตาม
ลักษณะ ของเนื้อความบ่งถึงวัว ตัวอ้วนมัน.
แม่หม้าย ยิ่งง่ายมากไม่มีขวาก หรือรั้วกัน
ไม่หม้าย ถ้างงงันก็เหมือนหม้าย : ยอมหน่ายผัว.
ขรัวพี มีความรู้เป็นเจ้าชู้ จนอยู่ตัว
หน้าด้าน เหมือนหนังวัวชำนาญขับ ให้จับจิต.
ป้อยอ ให้เมาบุญพอเคยคุ้น ก็สมคิด
เชิญชวน สหายมิตรมารู้จัก เป็นพรรคผอง.
คุณนาย หลงจ่ายทรัพย์ขรัวพีรับ มารวมกอง
เหมาะท่า ถ้าเข้าครองได้ทั้งสิ้น ก็ "กิน" พลัน.
ร่วมรัก ทั้งเพศเหลืองไม่คิดเปลื้อง เสียดายมัน !
เป็นเครื่อง มือสำคัญเคยใช้ "ฟลุ๊ก" ได้ทุกเพลง.
จับเหยื่อ กินมามากจนออกปาก ชมตัวเอง
เปลื้องเสีย ก็สิ้นเก่งสุกรยักษ์ จักอดตาย !
ดูรา เพื่อนข้า หญิงชายจงแคลงแหนงหน่าย
หลบหน้า สัตว์นี้ หนีหัน.
มิฉะนั้น เชิญช่วย ปราบมันโดยบอกเล่ากัน
ให้รู้จักเล่ห์ โกงกล.
ที่มัน เคยใช้ ปอกชนหลงสัทธาขวน-
ขวายทำ เพราะเขลา เมาบุญ.
หากใคร หลงเอื้อ เจือจุนก็เท่ากับหมุน
กำลัง สัตรู ผู้ผลาญ-
สาสนา ล่มแตกเร็ว ๆ เถิดท่าน
ช่วยกัน กำราบ ปราบหนอน-
บ่อนไส้ สูบเลือด เดือดร้อน,สงบแล้วจักนอน
สุขได้ ด้วยบุญ หนุนเอย.
สวัสดี !
ขอขอบคุณ "สมาคมคนน่ารัก" สำหรับข้อมูลในการจัด
* ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์พุทธสาสนา ปีที่ ๔ เล่ม ๑ พฤษภาคม ๒๔๗๙
** เป็นนามปากกาหนึ่งที่ใช้ในการประพันธ์ ของ พุทธทาสภิกขุ
๑ มีคุณธรรมประดับตัวเอง.
๒ เอาธรรมบังหน้าลวงโลก
๓ เครื่องกลไกที่กลอกได้ในตัวเองเสร็จทุกท่า.
๔ เลวทรามระยำ.
๕ เมื่อจะบวชกล่าวว่า บวชเพื่อพ้นทุกข์.
๖ ของชอบใจ
๗ วิกัติ - แปลก ๆ, หลาก ๆ.
๘ หมายเฉพาะนักบวชลวงโลกโดยใช้ผ้าเหลืองเป็นเครื่องมือ.
๙ เอาความว่า แก่.
๑๐ เทศน์ความดี ของคนตาย.
๑๑ บุญปลอม
๑๒ บุญแท้จริง
จาก
.
คำถาม - ข้อเขียนยุคแรก ๆ ผมเห็นมีตอนที่อาจารย์พูดถึงสัทธรรมปฏิรูป**มาก ทีนี้ในการค้นคว้า อาจารย์มี จุดมุ่งหมายที่อยากจะขจัดสิ่งเหล่านี้ออกไปหรือเปล่าครับ
ท่านพุทธทาสตอบ - มันก็เป็นเรื่องประกอบเรื่องหนึ่ง และมันออกจะเลยขอบเขตของความมุ่งหมาย คือมันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ลงเรื่องกระทบสัทธรรมปฏิรูป เรื่องกาจําศีล เรื่องสุกรยักษ์ นี้มันมีอยู่ในอรรถกถา คุ้ยเรื่องเหล่านี้ออกมาพักหนึ่ง ได้กระทบกระทั่ง (หัวเราะ) ไม่เฉพาะแต่สัทธรรมปฏิรูปหรอก ได้กระทบอลัชชีทั้งหลายด้วย ไอ้สัทธรรมปฏิรูปนั้นพิสูจน์ยากเพราะว่าเขาทํากันมาจนลงรกลงราก คัดง้างยาก แต่ที่บอกไว้ว่า ในพระบาลีว่าอย่างนี้โว้ย ไม่ใช่ว่าอย่างคุณว่า อย่างนี้ก็มีบ้างเหมือนกัน
.
คำถาม - อาจารย์จําได้ไหมครับว่าสัทธรรมปฏิรูปมีอะไรบ้าง
ท่านพุทธทาสตอบ - ก็มีเรื่องอย่างที่เป็นไสยศาสตร์ เรื่องทํานองไสยศาสตร์ เรื่องบูชา เรื่องอ้อนวอนต่าง ๆ ความคิดมันยังมองไปว่า แม้แต่วิธีไหว้พระสวดมนต์ที่ใช้อยู่ก็ยังไม่ถูกตามวิธีพุทธศาสนา มีคําอ้อนวอนหรือมีคําอะไรมาก บทที่มาใช้สวดมีลักษณะเป็นการอ้อนวอนขอร้อง ต่อรอง หรือขอร้อง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้อดโทษ คล้าย ๆ กับว่ามีลักษณะเป็นบุคคลตัวตนเป็น ๆ ก็เริ่มคิดมาตั้งแต่นั้น แต่ก็เห็นว่าไม่สําคัญอะไรนัก เพราะว่าประชาชนในระดับที่ต้องการความเป็นอย่างนั้น มันมีประโยชน์และได้รับประโยชน์ ผมก็ช่วยปรับปรุงคําแปล (หัวเราะ) วิธีสวดให้แจ่มใสขึ้นมา
ที่เรียกว่าสัทธรรมปฏิรูปนี้ก็หมายถึงที่มันเป็นหลักเป็นฐาน เป็นคัมภีร์ เป็นอะไรทํานองนั้น ถ้าเป็นของกะปริบกะปรอยอยู่ตามกลางบ้านนั้นยังไม่ถึงกับจะเรียกว่า สัทธรรมปฏิรูป เช่นเรื่องไสยศาสตร์ (หัวเราะ) มันปนเข้ามาโดยไม่รู้สึกตัว เพราะว่าประชาชนชั้นทั่วไปชอบเพื่อการขอร้อง ชอบการอ้อนวอน ชอบการพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
.
คำถาม - อาจารย์ครับ แล้วชั้นคัมภีร์มีหรือไม่ที่มันชัดเจนแล้วว่าเป็นสัทธรรมปฏิรูป
ท่านพุทธทาสตอบ - ตามความรู้สึกของผม มี เช่น สูตรที่เขาพิมพ์แจกกันอยู่กระทั่งเดี๋ยวนี้ที่เรียกว่า อาการวัตตสูตร เอาอิติปิโสมาทําวนไปวนมาหลายสิบรูปแบบ แล้วท่องกัน อย่างนี้มันเป็นลักษณะไสยศาสตร์ แล้วสูตรที่เขาทําขึ้นด้วยความหวังดี เช่น ชมพูบดีสูตร เรื่องพระยาชมพู ชาวบ้านชอบฟังกันนัก ก็ไม่มีในบาลี ไม่มีในอรรถกถา แต่ว่าจารใบลานขายได้มากและก็อ่าน เทศน์ สอนกันทุกวัดทุกวา แม้สูตรอย่างนี้ก็เรียกว่าสัทธรรมปฏิรูปได้เหมือนกัน เพราะไม่มีในบาลีในอรรถกถา แต่ดูเจตนาแล้ว มันก็เป็นเรื่องเจตนาให้คนนับถือพระพุทธเจ้า เช่นเดียวกับเรื่องจันทิมาสูตร อาทิตยสูตร เรื่องจันทรคราส สุริยคราสนั้น แม้จะมีในพระไตรปิฎกเองก็จะต้องเรียกว่าน่าจะจัดไว้ในพวกสัทธรรมปฏิรูปด้วยเหมือนกัน ในพระไตรปิฎกเองบางสูตรมีลักษณะที่ฟังดูแล้วเป็นสัสสตทิฏฐิ ซึ่งควรนับเนื่องอยู่ในสัทธรรมปฏิรูป
.
คำถาม - อาจารย์เห็นตั้งแต่สมัยนั้นแล้วหรือครับคัมภีร์พวกนี้
ท่านพุทธทาสตอบ - โอ้ เห็นแต่ก่อนนั้นอีก ก่อนอยู่สวนโมกข์ ตั้งแต่ก่อนบวช หนังสือเล่มนี้เขาชอบเอามาเทิดทูนกัน เราสนใจธรรมะกัน ก็มีคนเอามาให้ดู จะให้เรียนจะให้ท่อง พออ่านเข้าไปได้ สัก ๒-๓ ใบ โอ๊ย! ไม่ไหว ๆ นี่มันไม่ใช่ ๆ อิติปิโสถอยหน้าถอยหลังแล้วว่าทีละตัวสําหรับหนึ่งตัวแล้วว่าถอยหน้าถอยหลังอีก
.
คำถาม - คัมภีร์พวกนี้แต่งที่ในเมืองไทยหรือว่าแต่งที่ลังกา
ท่านพุทธทาสตอบ - เข้าใจว่าแต่งที่เมืองไทย
-ฟังสัมภาษณ์จริง เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา บทที่ 6 ตอนวิธีศึกษาค้นคว้า
หรืออ่าน เล่าไว้เมื่อวัยสนธยา หน้า 315
.
#ศาลาธรรมโฆษณ์ #พุทธทาสภิกขุ Lifetime
@สืบสานงานท่านพุทธทาส เผยแพร่ 5 ช่องทาง
.
.