บรรดานักวิชาการ (อุลามาอฺ) ได้สรุปหลักการปฏิบัติในการกลับเนื้อกลับตัว และการปรับปรุงแก้ไขตนเอง รวบรวมจากอัลกุรอานและหะดีษ ดังนี้
1. เสียใจกับความผิดที่ทำในอดีต
จากอิบนุ มะอฺกิล เล่าว่า : ฉันได้เข้าไปพร้อมกับพ่อของฉันเพื่อไปพบท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ มัสอู๊ด (รอฎิยัลลอฮุอันฮุ) แล้วฉันก็ได้ยินเขากล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “การเสียใจ คือการเตาบะฮฺ” แล้วพ่อของฉันได้ถามเขาว่า ‘ท่านได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า การเสียใจ คือการเตาบะฮฺ หรือไม่’ เขา (อับดุลลอฮฺ) ตอบว่า ‘ใช่แล้ว’ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อิบนุมาญะฮ์ เลขที่ 4252)
2. ถอนตัวออกจากความผิดอย่างเด็ดขาด
“บรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขากระทำสิ่งชั่วใด ๆ หรืออยุติธรรมแก่ตัวเองแล้ว พวกเขาก็รำลึกถึงอัลลอฮฺ แล้วขออภัยโทษในบรรดาความผิดของพวกเขา และใครเล่าที่จะอภัยโทษบรรดาความผิดทั้งหลายให้ได้ นอกจากอัลลอฮฺแล้ว และพวกเขามิได้ดื้อรั้นปฏิบัติในสิ่ง ที่เขาเคยปฏิบัติมาโดยที่พวกเขารู้กันอยู่” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 135)
3. ไม่หันกลับไปทำความชั่วเหมือนเดิม
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา จงขอลุแก่โทษแด่อัลลอฮฺด้วยการลุแก่โทษอย่างจริงจังเถิด บางทีพระเจ้าของพวกเจ้าจะลบล้างความผิดของพวกเจ้าออกจากพวกเจ้า และจะทรงให้พวกเจ้าเข้าสวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างสวนสวรรค์นั้นมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน (ตัฟซีร : เป็นการเรียกร้องบรรดามุอฺมินให้ขอลุแก่โทษอย่างรีบด่วนและจริงจัง โดยจะไม่กลับไปกระทำผิดอีก เพราะการกระทำเช่นนั้น พระองค์จะทรงลบล้างและอภัยโทษในความผิดของพวกเจ้าให้แก่พวกเจ้า แล้วพวกเจ้าก็จะได้เข้าสู่สวนสวรรค์หลากหลายที่มีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข) วันที่อัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้นบีและบรรดาผู้ศรัทธาร่วมกับเขาต้องอัปยศ แสงสว่างของพวกเขาจะส่องจ้าไปเบื้องหน้าของพวกเขา และทางเบื้องขวาของพวกเขา พวกเขาจะกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของเรา ขอพระองค์ได้ทรงโปรดทำให้แสงสว่างของเราอยู่กับเราตลอดไป และทรงยกโทษให้แก่เรา แท้จริงพระองค์ท่านเป็นผู้ทรงอานุภาพเหนือทุกสิ่ง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัตตะหฺรีม 8 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
4. คืนสิทธิ์หรือขออภัยต่อเพื่อนมนุษย์ (กรณีละเมิดหรืออธรรมต่อผู้อื่น)
จากอบูฮุรอยเราะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดที่การอธรรมปรากฏอยู่ ณ ที่เขา ต่อพี่น้องของเขาในเรื่องเกียรติศักดิ์ศรีของเขาหรือสิ่งอื่นใด เขาก็จงขอให้อีกฝ่ายทำให้เป็นฮะลาล (ขออภัย) จากเขาในวันนี้ ก่อนที่จะไม่มีเหรียญดีนาร์และไม่มีเหรียญดิรฮัม ถ้าเขามีการงานที่ดี ณ ที่เขา ก็จะถูกเอาไปจากเขาตามปริมาณการอธรรมของเขา และหากไม่มีความดี ณ ที่เขา บาปทั้งหลายจะถูกเอามาจากคู่กรณี แล้วถูกนำมาแบกรับไว้บนตัวเขา” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 2449)
1. เลือกคบคนซอและห์ คนดีเป็นเพื่อน
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “คนเรานั้นจะมีศาสนาตามเพื่อนที่เขาคบหา ดังนั้น คนหนึ่งคนใดของพวกท่านจงพิจารณาเถิดถึงผู้ที่เขาจะคบหาด้วย” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยติรมิซีย์ เลขที่ 2378)
2. ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ เกี่ยวกับอัลกุรอาน และซุนนะฮฺนบี
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ใครที่ออกเดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ อัลลอฮฺจะทรงทำให้เส้นทางไปสู่สวรรค์ง่ายขึ้นสำหรับเขา และบรรดาผู้รวมตัวกันในมัสญิดเพื่ออ่านคัมภีร์ของอัลลอฮฺและเรียนและสอนคัมภีร์กุรอาน (ในหมู่พวกเขากันเอง) ความสงบสุขจะลงมายังพวกเขา ความเมตตาจะแผ่ปกคลุมพวกเขา บรรดามลาอิกะฮฺจะเอ่ยถึงพวกเขาต่อหน้าบรรดาผู้อยู่ใกล้ชิดพระองค์ ใครที่ล่าช้าในการทำความดี เชื้อสายของเขาจะไม่ทำให้เขาก้าวหน้า” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2699)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ผู้ใดที่แสวงหาหนทางเพื่อให้ได้รับความรู้ อัลลอฮฺก็จะนำเขาไปสู่หนทางของสวนสวรรค์ และมลาอิกะฮฺจะกางปีกเพื่อแสดงความความยินดีต่อผู้แสวงหาวิชาความรู้ และสำหรับผู้รู้นั้นจะมีผู้ขออภัยโทษให้แก่เขาทั้งสิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้า และที่อยู่ในแผ่นดิน แม้กระทั่งบรรดาฝูงปลาในท้องทะเล แท้จริง ความประเสริฐของผู้ที่มีความรู้ (อาลิม) เหนือผู้ที่เคารพภักดีเพียงอย่างเดียว (อาบิด) เปรียบเสมือนดวงจันทร์เต็มดวงที่เหนือกว่าบรรดาหมู่ดวงดาว แท้จริงบรรดาผู้ที่มีความรู้ (อุละมาอฺ) พวกเขาเป็นทายาทของบรรดานบี (อัมบิยาอฺ) บรรดานบีไม่ได้ทิ้งมรดกไว้เป็นเงินดีนารฺหรือดิรฮัม แต่ทว่าได้ทิ้งวิชาความรู้ไว้เป็นมรดก ดังนั้น ผู้ใดที่ได้ครอบครองมันไว้ถือว่าเขาได้ครอบครองส่วนที่ดีเลิศมากมายแล้ว” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวุด เลขที่ 3641)
3. แก้ไขข้อผิดพลาด
“นอกจากผู้ที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว และปรับปรุงแก้ไข และชี้แจงสิ่งที่ปกปิดไว้ ชนเหล่านี้ข้าจะอภัยโทษให้แก่พวกเขา และข้าคือผู้อภัยโทษ และเมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 160)
เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ เรื่อง “จงออกห่างจากกะบาอิร” สอนโดย อ.ซิดดิ๊ก มูฮัมหมัดสอี๊ด
อัลกะบาอิร คือ บาปใหญ่ต่างๆ
เมื่อรู้ตัวแล้ว รีบสำนึกผิด
เมื่อมีคนมาบอก อัลฮัมดุลิลลาฮฺ ทิ้งทันที
บ่าวของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ถ้าคนนั้นเขาเคร่งครัดอยู่ในศาสนาของอัลลอฮฺ เวลาพลาดทำผิดอะไรไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะมีคนมาบอกเขา หรือจะมีสัญญาณเตือน อัลลอฮฺจะให้รู้ว่าผิดนะ ทำผิดแล้ว
อุลามาอฺให้ข้อสรุปเกี่ยวกับบาปใหญ่ ดังนี้
1. บาปที่มีโทษในโลกดุนยาเป็นบาปใหญ่
ความผิด บาปทุกอย่าง ที่มีบทลงโทษในโลกดุนยา
เช่น คนขโมย-ตัดมือ ทำซินา-ถูกตี/ขว้างหิน
จากท่านญาบิร รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ เล่าว่า : มีชายคนหนึ่งเดินทางมาจากเมืองญัยชาน แล้วเขาได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับเครื่องดื่มชนิดหนึ่งทำจากข้าวฟ่างที่พวกเขานิยมดื่มกันในบ้านเมืองของเขา มีชื่อเรียกว่า ‘มิซร์ ’ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงถามว่า “มันเป็นสิ่งที่ทำให้มึนเมาหรือไม่?” เขาตอบว่า ‘ใช่ครับ’ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า “ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งที่ต้องห้าม และแท้จริงเป็นพันธสัญญาเหนืออัลลอฮฺ อัซซะวะญัล (ผู้ทรงอำนาจ และผู้ทรงยิ่งใหญ่) สำหรับผู้ที่ดื่มสิ่งที่ทำให้มึนเมาว่า พระองค์จะทรงให้เขาได้ดื่มฏีนะตุลเคาะบาล” พวกเขา (บรรดาเศาะฮาบะฮฺ) กล่าวว่า “โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ อะไรคือฏีนะตุลเคาะบาล?” ท่านนบีกล่าวว่า “น้ำเหงื่อของชาวนรก หรือของเหลวสกปรกของชาวนรก” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2002)
จากวาอิล อัลฮัฎเราะมี รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ฏอริก บิน สุวัยดฺ อัลญุอ์ฟี ได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับสุรา (สิ่งมึนเมา) แล้วท่านนบีได้ห้ามเขา หรือไม่ชอบที่จะให้เขาผลิตมันขึ้นมา เขา (ฏอริก) จึงกล่าวว่า ‘แท้จริงฉันเพียงแค่ผลิตมันขึ้นมาเพื่อเป็นยา’ ท่านนบีจึงกล่าวว่า “แท้จริงมันไม่ใช่ยา แต่มันเป็นโรค” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 1984)
2. บาปที่มีเรื่องของการสาปแช่งอยู่ในนั้น ถือเป็นบาปใหญ่
อัลกุรอานที่ระบุอัลลอฮฺสาปแช่ง หรือหะดีษที่บอกไว้ว่า รอซูลสาปแช่ง ถือว่าเป็นบาปใหญ่ เช่น
จากอิบนุ อุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงสาปแช่ง (ละอฺนัต) สุรา (สิ่งมึนเมา) และผู้ดื่มมัน และผู้รินมัน และผู้ขายมัน และผู้ซื้อมัน และผู้คั้นมัน และผู้ขอให้คั้นมัน และผู้ขนส่งมัน และผู้ที่มันถูกขนส่งไปให้เขา” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ 3674)
จากอนัส บิน มาลิก รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่ง (ละอฺนัต) เรื่องสุรา (สิ่งมึนเมา) ไว้ 10 ประเภท คือ ผู้คั้นมัน และผู้ขอให้คั้นมัน และผู้ดื่มมัน และผู้ขนส่งมัน และผู้ที่มันถูกขนส่งไปให้เขา และผู้รินมัน และผู้ขายมัน และผู้กินเงินค่าสินค้าของมัน และผู้ซื้อมัน และผู้ที่มันถูกซื้อมาให้เขา (หะดีษหะสัน เศาะฮีหฺ บันทึกโดย ติรมีซีย์ เลขที่ 1295)
อัลลอฮฺสาปแช่งผู้ชายที่เลียนแบบผู้หญิง ผู้หญิงที่เลียนแบบผู้ชาย การแต่งกายเลียนแบบเพศตรงข้าม เป็นบาปใหญ่
จากอิบนุ อับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่ง (ละอฺนัต) บรรดาผู้ที่พยายามเลียนแบบจากกลุ่มผู้ชายให้เหมือนผู้หญิง และบรรดาผู้ที่พยายามเลียนแบบกลุ่มผู้หญิงให้เหมือนผู้ชาย (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ เลขที่ 5885)
จาก อิกรีมะฮ์ เล่าว่า : อิบนุ อับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่ง (ละอฺนัต) บรรดาผู้ที่มีพฤติกรรมเลียนแบบผู้หญิงในหมู่ผู้ชาย และบรรดาผู้ที่มีพฤติกรรมเลียนแบบผู้ชายในหมู่ผู้หญิง และท่านนบีกล่าวว่า “พวกเจ้าจงขับไล่พวกเขาออกไปจากบ้านเรือนของพวกเจ้า” เขา (อิกรีมะฮ์) กล่าวว่า ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ได้ขับไล่คนๆ หนึ่งออกไป และท่านอุมัรก็ได้ขับไล่อีกคนหนึ่งออกไป (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ เลขที่ 5886)
“อัลลอฮฺได้ทรงละอฺนัตมันแล้ว และมันได้กล่าวว่า แน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะเอาจากปวงบ่าวของพระองค์ให้ได้ ซึ่งส่วนที่ถูกกำหนดไว้” (ตัฟซีร: หมายถึงส่วนที่เป็นความใคร่ใฝ่ต่ำของจิตใจ กล่าวคือมนุษย์แต่ละคนนั้นย่อมมีความใคร่ใฝ่ต่ำประจำอยู่ทุกคน ถ้าคนใดได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และใช้สติปัญญาพิจารณาว่าอะไรถูกอะไรผิด เขาก็สามารถที่จะยับยั้งไม่ปฏิบัติตามการเรียกร้องของความใคร่ใฝ่ต่ำได้ แม้ว่าชัยฏอนมันจะชี้นำและยั่วยวน อย่างไรก็ตาม แต่สำหรับคนที่ไม่ใช้ปัญญา เมื่อได้รับการชี้นำของชัยฏอน ก็จะเห็นดีเห็นชอบ และปฏิบัติทันที และบุคคลประเภทนี้แหละที่เป็นเหยื่อของชัยฏอน) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัน-นิซาอฺ 118 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
“และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาหลงผิด และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะทำให้พวกเขาเพ้อฝัน (ตัฟซีร: มีความปรารถนาในสิ่งต่างๆ อย่างลมๆ แล้งๆ) และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะใช้พวกเขา (ตัฟซีร: ด้วยการชี้นำ เสี้ยมสอน และยุยง) แล้วแน่นอนพวกเขาก็จะผ่าหูปศุสัตว์ (ตัฟซีร: เพื่อเป็นเครื่องหมายว่าได้อุทิศมันให้แก่เจว็ดที่พวกเขาเคารพสักการะแล้ว ในการนี้เขาจะปล่อยมันให้มีชีวิตอยู่โดยไม่ใช้งานมันจะกระทั่งเชือดถวายให้แก่เจว็ด) และแน่นอนยิ่งข้าพระองค์จะใช้พวกเขา แล้วแน่นอนพวกเขาก็จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสร้าง (ตัฟซีร: คือเปลี่ยนลักษณะของเพศชายให้เป็นเพศหญิง หรือในทางตรงกันข้าม หรือปลอมแปลงหน้าตา ตลอดจนเปลี่ยนแปลงลักษณะของผู้อื่นเพื่อให้ผู้คนเข้าใจผิด เช่น ที่พวกยิวได้เปลี่ยนแปลงลักษณะของท่านนบี เป็นต้น) และผู้ใดที่ยึดเอาชัยฏอนเป็นผู้ช่วยเหลือแล้ว แน่นอนเขาก็ขาดทุนอย่างชัดเจน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัน-นิซาอฺ 119 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
“ดังนั้น เจ้าจงผินหน้าของเจ้าสู่ศาสนาที่เที่ยงแท้ (โดยเป็น) ธรรมชาติของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในการสร้างของอัลลอฮฺ นั่นคือศาสนาอันเที่ยงตรง แต่ส่วนมากของมนุษย์ไม่รู้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรรูม 30)
3. บาปที่เกี่ยวข้องกับการตั้งภาคี เป็นบาปใหญ่
น้ำ อัลลอฮฺเป็นผู้ให้ ถ้าคิดว่า ฉันเป็นคนผลิต ไม่ใช่อัลลอฮฺ เป็นบาปใหญ่ ถึงขั้นชิริก (ตั้งภาคีกับอัลลอฮฺ)
อัลลอฮฺให้ท่านนบีมาบอกว่า "ให้ฉันบอกพวกท่านทั้งหลายไหม บาปที่ใหญ่ที่สุด" เหล่าบรรดาศอฮาบะฮฺบอกว่า "เอาสิ ท่านรอซูลุลลอฮฺ" ท่านนบีตอบว่า "การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ เป็นบาปใหญ่ ทำให้สิ้นสภาพแห่งการเป็นมุสลิม"
มีบาปใหญ่ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ แต่ไม่สิ้นสภาพของการเป็นมุสลิม เรียกว่า "ชิริกเล็ก" ท่านรอซูลกล่าวว่า "สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดคือ การตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ ฉันไม่ได้พูดว่า ท่านทั้งหลายไปกราบไหว้สิ่งอื่น แต่ว่าเป็นการทำการงานต่างๆ เพื่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ” ได้แก่การโอ้อวด (ทำโดยไม่ได้ทำเพื่ออัลลอฮฺ 100%) อุลามาอฺได้กล่าวว่า ความร้ายแรงพอๆ กับชิริกใหญ่ เพราะงานทั้งหมดในชีวิตโดยมีโอ้อวด อัลลอฮฺไม่รับเลย
คนที่ตายในสภาพที่เลว ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นชาวนรกเสมอไป บางทีอาจจะมีสาเหตุจากลูกหลานรวมตัวขอดุอาอฺทุกเวลา ขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ จนกระทั่งคนบางคนพอจะตายบาปเยอะมาก พอฟื้นขึ้นมา บาปนั้นถูกลบล้างหมดแล้ว เพราะคนที่เป็นลูกหลานขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺให้
4. บาปที่ท่านนบีบอกว่า ไม่ได้เข้าสวรรค์ ถือเป็นบาปใหญ่ เช่น
รอซูลกล่าวว่า “ไม่ได้เข้าสวรรค์ คนตัดขาดกับเครือญาติ”
รอซูลกล่าวว่า “คนเหล่านี้ไม่ได้เข้าสวรรค์ ใครก็ตามแต่ที่ในใจของเขามีแต่ความเย่อหยิ่ง อวดดี ตะกั๊บโบ๊ร”
คำว่า ไม่ได้เข้าสวรรค์ คือ ไม่ได้เข้าสวรรค์ทันที หรือถูกลงโทษในนรกก่อน จนกว่าบาปจะหมด
คนที่ทำผิดมาขนาดไหนก็แล้วแต่ เมื่อสำนึกผิดด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ แต่กลับทำผิดอีก อุลามาอฺอธิบายว่า คนเรามีโอกาสที่อีมานจะอ่อนลง มีโอกาสอ่อนแอ ไปพ่ายแพ้กับการล่อลวงของชัยฏอน ถลำตัวทำบาปอีก เมื่อกลับมา ขอให้แต่ละครั้ง เตาบะฮฺตัวสู่อัลลอฮฺ เสียใจ บริสุทธิ์ใจจริงๆ ถือว่าไม่ได้เป็นมุนาฟิก
มีหะดีษบทหนึ่งกล่าวว่า “อัลลอฮฺบอกว่า บ่าวของฉันทำผิด เขารู้ว่ามีพระเจ้าที่อภัยโทษ เขาก็ขออภัยโทษ อัลลอฮฺบอกว่า ข้าอภัยให้ พอหลังจากนั้นทำผิดอีก เขารู้ แล้วสำนึกด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ กลับมาเตาบะฮฺตัวอีก ข้าอภัยให้ ข้าอภัยให้ ข้าอภัยให้ อัลลอฮฺอภัยให้ตลอด ตราบใดที่หัวใจเขามีความบริสุทธิ์”
เพราะมนุษย์มีหัวใจที่พลิกผันได้ อย่าดูถูกคนทำผิด นบีตำหนิอย่างมาก
อย่าคิดว่าเราทำดีมาเยอะ เพราะในหัวใจอาจมีโอ้อวดแฝงอยู่ เป็นชิริกเล็กแฝงเข้าสู่ชีวิต เหมือนมดดำ ที่ไต่บนผ้าดำ ในคืนที่มืดสนิท (ไม่รู้ตัว โอ้อวดแฝงเข้ามา)
อย่าท้อแท้ หรือเบื่อหน่ายกับการเตาบะฮฺตัวหลายครั้ง เพราะระยะเวลาที่ทำผิดจะนานขึ้น และจะทำผิดน้อยลง เมื่อกลับตัวทุกครั้ง อินชาอัลลอฮฺ เช่น ที่เคยทำผิดทุกสัปดาห์ กลายเป็นเดือน เป็นปี จนเลิกได้ในที่สุด อินชาอัลลอฮฺ
5. บาปที่ท่านนบีระบุว่า เป็นชาวนรก ถือเป็นบาปใหญ่ เช่น
รอซูลลุลอฮฺกล่าวว่า “มี 2 ประเภทในหมู่มนุษย์เป็นชาวนรก ฉันไม่เคยเห็น คนกลุ่มหนึ่งมือถือแซ่แล้วตีไปที่ผู้หญิง และสตรีที่นุ่งห่มเหมือนกับไม่ได้สวมใส่” (เห็นสัดส่วนร่างกาย)
6. บาปที่ท่านนบีระบุว่า คนแบบนี้จะไม่พบกับกลิ่นไอของสวนสวรรค์ ถือว่าเป็นบาปใหญ่ เช่น
รอซูลลุลลอฮฺกล่าวว่า “หญิงคนใดก็ตามขอให้สามีหย่า ทั้งๆที่สามีไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ไม่ได้พบกับกลิ่นไอของสวนสวรรค์”
1. ทำให้อีมานใหม่อยู่เสมอ กล่าว
ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ
อินนาลิลลาฮ์ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน
กล่าวบ่อยๆ ยืนยันให้ตัวเองใหม่ ยืนยันจากก้นบึ้งของหัวใจ
อย่าท้อเด็ดขาด อย่าตัดสินคนในอนาคต คนที่เมายา ยังกลายเป็นอิหม่าม อ่านเพราะได้เลย
2. คนที่ถ่อมตน สุภาพ มีมารยาทที่นิ่มนวล มือเบา อยู่ใกล้ใครก็ช่วยเหลือเขา
3. ละหมาดครบ 5 เวลา ละหมาดให้ความสุขอย่างแท้จริง
4. ละหมาดสุนัตรอวาติ๊บ 12 รอกะอั๊ต (ครั้งละ 2 รอกะอัต)
ก่อนซุบฮิ 2 รอกะอัต
ก่อนดุฮฺริ 2, 2 และหลังดุฮฺริ 2 รอกะอัต
หลังมัฆริบ 2 รอกะอัต
หลังอีชา 2 รอกะอัต
5. ร้องไห้เพื่ออัลลอฮฺ หรือร้องไห้อันเนื่องมาจากนึกถึงอัลลอฮฺ
เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ เรื่อง “ผู้ที่ถูกห้ามจากไฟนรก” สอนโดย อ.ซิดดิ๊ก มูฮัมหมัดสอี๊ด
ดุอาอฺขอให้พ้นจากชิริกชนิดเบาบาง (ชิริกเล็ก)
"อัลลอฮมมะ อินนา นะอูซูบิกา มินอันนุชริกา
บิกาชัยอัน นะละมุฮู วะนัสตัฆฟิรุกา ลิมาลา นะละมุฮู"
(โอ้ อัลลอฮฺ แท้จริงเราขอความคุ้มครองต่อพระองค์ ให้พ้นจากการตั้งภาคีต่อพระองค์ในสิ่งที่เรารู้และเราขออภัยโทษต่อพระองค์ในสิ่งที่เราไม่รู้"
เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ เรื่อง “จงแข่งขันกันในการทำความดี” จากยูทูบ สอนโดย อ.ซิดดิ๊ก มูฮัมหมัดสอี๊ด