hasanah page เว็บไซต์สำหรับมุสลิมะห์
– “และพวกเจ้าจงอย่าท้อแท้ และจงอย่าเสียใจ และพวกเจ้านั้นคือผู้ที่สูงส่งยิ่ง หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 139)
– “ขณะที่ทั้งสอง (ตัฟซีร: คือท่านนบีและอบูบักร) อยู่ในถ้ำนั้นคือขณะที่เขา (ตัฟซีร: คือท่านนบี) ได้กล่าวแก่สหายของเขา (ตัฟซีร: คืออบูบักร) ว่า ท่านอย่าเสียใจ แท้จริงอัลลอฮฺทรงอยู่กับเรา (ตัฟซีร: หมายถึง ทรงรู้เห็นและพร้อมที่จะทรงช่วยเหลือ) แล้วอัลลอฮฺก็ทรงประทานลงมาแก่เขา (ตัฟซีร: คือแก่ท่านนบี กล่าวคือทรงให้ท่านนบีมีความสงบใจ) ซึ่งความสงบใจจากพระองค์” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ 40 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– “ดังนั้นผู้ใดประกอบกรรมดีทั้งหลาย โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา สำหรับการอุตสาหะวิริยะของเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ และแท้จริงเราเป็นผู้บันทึกความดีสำหรับเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัมบิยาอฺ 94)
– “แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย ชนเหล่านั้น พวกเขาเป็นมนุษย์ที่ดียิ่ง การตอบแทนของพวกเขา ณ ที่พระเจ้าของพวกเขาคือสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพร ณ เบื้องล่างของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล อัลลอฮฺทรงปิติต่อพวกเขา และพวกเขาก็ยินดีในพระองค์ นั่นคือสำหรับผู้ที่กลัวเกรงพระเจ้าของพวกเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลบัยยินะฮฺ 7-8)
– “ท่านรอซูลุลลอฮฺจึงได้กลับบ้านพร้อมกับวะฮีย์และร่างกายของท่านที่สั่นสะท้าน ท่านได้ไปหาท่านหญิงเคาะดีญะฮฺและบอกนางว่า “ห่มผ้าให้ฉันหน่อย ห่มผ้าให้ฉันหน่อย” พวกเขาจึงเอาผ้ามาห่มให้ท่านจนกระทั่งความกลัวของท่านหายไป ท่านบอกท่านหญิงเคาะดีญะฮฺว่า “เคาะดีญะฮฺ อะไรเกิดขึ้นกับฉันก็ไม่รู้?” และท่านก็ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้นางฟัง หลังจากนั้นได้กล่าวว่า “ฉันกังวลเรื่องตัวเองเหลือเกิน (ว่าจะไม่สามารถแบกความรับผิดชอบได้)” ท่านหญิงเคาะดีญะฮฺกล่าวว่า “อย่าเลย จงยินดีเถิด” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 3 และมุสลิม เลขที่ 160)
– “จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่า “พวกท่านจงทำงานเถิด แล้วอัลลอฮฺจะทรงเห็นการงานของพวกท่าน และร่อซูลของพระองค์และบรรดามุอฺมินก็จะเห็นด้วย และพวกท่านจะถูกนำกลับไปยังพระผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผยแล้วพระองค์จะทรงแจ้งแก่พวกท่าน ในสิ่งที่พวกท่านทำไว้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ 105)
กำลังใจแด่ผู้ยืนหยัดต่อสู้บนสัจธรรม
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “กลุ่มหนึ่งจากประชาชาติของฉันจะยังคงยืนหยัดต่อสู้บนสัจธรรม และมีชัยเหนือศัตรูจนกระทั่งวันกิยามะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 156)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ในประชาชาติของฉัน จะคงมีกลุ่มชนหนึ่งที่ยืนหยัดในบัญชาของ อัลลอฮฺ ผู้ที่มุ่งหวังให้พวกเขาพ่ายแพ้และผู้ขัดแย้งกับพวกเขาไม่สามารถทำอันตรายพวกเขาได้ จนกระทั่งอำนาจของอัลลอฮฺจะมาถึง (คือ ก่อนวันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นจะมีลมมาคร่าชีวิตผู้ศรัทธาทั้งหมด) พวกเขาก็ยังคงอยู่ทางนี้” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 3369)
กำลังใจแด่ผู้ร่วมญิฮาด ต่อสู้ ยืนหยัดในหนทางของอัลลอฮฺ
– “แท้จริงข้าจะไม่ให้สูญเสียซึ่งงานของผู้ทำงานคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม โดยที่บางส่วนของพวกเจ้านั้นมาจากอีกบางส่วน บรรดาผู้ที่อพยพ และที่ถูกขับไล่ให้ออกจากหมู่บ้านของพวกเขา และได้รับความเดือดร้อนในทางของข้า และได้ต่อสู้และถูกฆ่าตายนั้น แน่นอนข้าจะลบล้างให้พ้นจากพวกเขา ซึ่งบรรดาความผิดของพวกเขา และแน่นอนข้าจะให้พวกเขาเข้าบรรดาสวนสวรรค์ซึ่งมีบรรดาแม่น้ำไหลอยู่เบื้องล่างของสวนสวรรค์เหล่านั้น ทั้งนี้เป็นรางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺนั้น ณ พระองค์มีการตอบแทนอันดีงาม” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 195)
– “และพวกเขาได้วางแผน และอัลลอฮฺก็ทรงวางแผนด้วย และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงวางแผนที่ดีเยี่ยม” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 54)
กำลังใจแด่ผู้ประสบกับเรื่องเดือดร้อน ปัญหาอุปสรรค และความยากจน
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ใครก็ตามประสบกับเรื่องเดือดร้อน ปัญหาอุปสรรค ความยากจน แล้วเขาวางเรื่องนี้กับอัลลอฮฺ ไม่ช้าก็เร็วอัลลอฮฺจะประทานทางออกให้กับเขา” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกในเศาะฮีหฺ อัลญามิอฺ เลขที่ 6566)
– อุมม์ ฮะบีบะห์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ได้กล่าวว่า : ‘ข้าแด่อัลลอฮฺได้โปรดให้ความสุขแก่ฉันพร้อมด้วยสามีของฉัน คือ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และบิดาของฉันคืออะบีซุฟยาน และพี่ชายของฉันคือมุอาวิยะห์’ ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวแก่เธอว่า : “ความจริงเธอได้วิงวอนขอต่ออัลลอฮฺถึงขีดความตายที่ได้กำหนดไว้แล้ว ถึงงานต่างๆ ที่จะต้องเกิดขึ้น ถึงปัจจัยยังชีพที่ได้ถูกแบ่งปันไว้แล้ว มันจะไม่ทำให้เร็วขึ้นสักอย่างเดียวจากสิ่งเหล่านั้นก่อนที่มันจะเกิด และมันจะไม่ทำให้ช้าลงไปสักอย่างเดียวหลังจากมันได้เกิดขึ้น และถ้าเธอจะวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้เธอพ้นจากการลงโทษของไฟนรก และการลงโทษในหลุมศพจะเป็นการดีแก่เธอ” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
– “ดังนั้นเจ้าจงอดทน แท้จริงบั้นปลายที่ดีนั้นสำหรับบรรดาผู้ยำเกรง” (ส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน ซูเราะฮฺฮูด 49)
– “และเจ้าจงอดทน เพราะแท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้รางวัลของผู้ทำความดีสูญหาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฮูด 115)
เมื่อทุกข์ เสียใจ เหนื่อย นึกถึงโลกหน้านะ
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ใครที่ให้อะไรบางอย่างไปในหนทางของอัลลอฮฺ จะถูกเรียกในสวรรค์ “โอ้ บ่าวของอัลลอฮฺ นี่เป็นสิ่งดี” ดังนั้น ใครก็ตามอยู่ในหมู่คนที่เคยปฏิบัตินมาซจะถูกเรียกจากประตูแห่งการนมาซ ใครที่อยู่ในหมู่คนที่เคยร่วมในการญิฮาดจะถูกเรียกจากประตูแห่งการญิฮาด ใครที่อยู่ในหมู่ผู้เคยให้เศาะดะเกาะฮฺจะถูกเรียกจากประตูแห่งการเศาะดะเกาะฮฺ และใครที่อยู่ในหมู่ผู้เคยถือศีลอด จะถูกเรียกจากประตูอัรรอยยาน” อบูบักรกล่าวว่า “ไม่มีความทุกข์ระทมใดจะเกิดขึ้นกับคนที่ถูกเรียกจากประตูเหล่านั้นทั้งหมด มีใครผู้ใดที่จะถูกเรียกจากประตูเหล่านี้ทั้งหมดบ้าง?” ท่านนบีตอบว่า “มีสิ และฉันหวังว่าท่านจะเป็นหนึ่งในบรรดาคนเหล่านั้น” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 1897 และมุสลิม เลขที่ 1027)
– “ซึ่งพระองค์ทรงให้เราได้พำนักใน สถานที่พำนักอันสถาพรด้วยความโปรดปรานของพระองค์ (ตัฟซีร: ที่เรียกสวนสวรรค์ว่าเป็นที่พำนักอันสถาพร ก็เพราะพวกเขาจะเข้าไปพำนักอยู่และจะไม่ออกมา) ความเหน็ดเหนื่อยจะไม่ประสบแก่เราในนั้น และความเบื่อหน่ายก็จะไม่ประสบแก่เราในนั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฟาฏิร 35 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “พวกท่านอย่าหวังความตายเด็ดขาด เนื่องจากความทุกข์ทนลำบากที่ประสบ แต่หากมันถึงจุดที่สุดๆ แล้วจริงๆ ก็ให้พูดว่า โอ้ อัลลอฮฺ หากการมีชีวิตอยู่ดีสำหรับฉัน ก็ขอให้ฉันมีชีวิตต่อไป แต่หากการตายดีสำหรับฉัน ก็ขอให้ฉันตายลงเสียเถิด” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรีและมุสลิม)
– “โอ้ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! จงยำเกรงอัลลอฮฺอย่างแท้จริงเถิด และพวกเจ้าจงอย่าตาย เป็นอันขาดนอกจากในฐานะที่พวกเจ้าเป็นผู้นอบน้อมเท่านั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 102)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งย่อมดีและเป็นที่รัก ณ อัลลอฮฺมากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็มีความดีงามอยู่ จงมุ่งมั่นในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้าเอง และจงขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ และอย่าได้รู้สึกอ่อนแอ และเมื่อเจ้าประสบกับปัญหาใด ก็อย่าได้กล่าวว่า หากฉันกระทำเช่นนั้น มันก็จะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จงกล่าวว่า (นี่มันเป็น)พระกำหนดของอัลลอฮฺ และสิ่งใดที่พระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงทำ เพราะคำว่า ‘ถ้า’ นั้นจะเป็นการเปิดช่องทางให้ชัยฏอนทำงาน” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2664)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ที่แข็งแกร่งไม่ใช่ด้วยการล้มผู้อื่น แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่แท้จริงคือผู้ที่ควบคุมตัวเองได้ในยามโกรธ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 6114 และมุสลิม)
– “เรามิได้เปิดหัวอกของเจ้าแก่เจ้าดอกหรือ? และเราได้ปลดเปลื้องภาระหนักของเจ้าออกจากเจ้าแล้ว ซึ่งเป็นภาระหนักอึ้งบนหลังของเจ้า และเราได้ยกย่องให้แก่เจ้าแล้ว ซึ่งการกล่าวถึงเจ้า ฉะนั้นแท้จริงหลังจากความยากลำบากก็จะมีความง่าย แท้จริงหลังจากความยากลำบากก็จะมีความง่าย ดังนั้นเมื่อเจ้าเสร็จสิ้น (จากงานหนึ่งแล้ว) ก็จงลำบากต่อไป ที่เจ้าจะต้องพุ่งความปรารถนาในการประกอบกิจการทั้งหลายโดยไม่มุ่งเอาเฉพาะโลกนี้เท่านั้น” (ตัฟซีร:”นี่คือแนวทางการดำเนินชีวิตของมุสลิมคือ เมื่อเจ้าเสร็จสิ้นจากกิจกรรมทางด้านศาสนาก็จงลำบากต่อไปในการกิจกรรมเกี่ยวกับโลกดุนยา ดังกล่าวนี้เจ้าจงตั้งเจตนาและความมุ่งมาตรปรารถนาเพื่ออัลลอฮฺองค์เดียวเท่านั้น) และยังพระเจ้าของเจ้าเท่านั้นก็จงมุ่งปรารถนาเถิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชัรฮฺ (อัลอินชิรอฮฺ) 1-8 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– “โอ้ มนุษย์ แท้จริงเจ้าต้องพากเพียรไปสู่พระเจ้าของเจ้าอย่างทรหดอดทนแล้วเจ้าจึงจะพบพระองค์ ส่วนผู้ที่ถูกยื่นบันทึกของเขาให้ทางเบื้องขวาของเขา เขาก็จะถูกชำระสอบสวนอย่างง่ายดาย และเขาจะกลับไปยังครอบครัวของเขาด้วยความดีใจ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซิก๊อก 6-9 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– “และหากว่าอัลลอฮฺ ทรงให้ความเดือดร้อนอย่างหนึ่งอย่างใดประสบแก่เจ้า แล้วก็ไม่มีผู้ใดจะเปลื้องมันได้ นอกจากพระองค์เท่านั้น และหากพระองค์ทรงให้ความดีอย่างหนึ่งอย่างใดประสบแก่เจ้า แท้จริงพระองค์นั้นทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อันอาม 17)
– “สิ่งใดที่อัลลอฮฺทรงประทานให้จากความเมตตาแก่มนุษย์ชาติ ไม่มีผู้ยับยั้งมันได้ และสิ่งใดที่พระองค์ทรงยับยั้งไว้ ก็ไม่มีผู้ใดให้มันได้หลังจาก (การยับยั้ง) ของพระองค์และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฟาฏิร 2)
– “ดังนั้น บางทีเจ้าอาจเป็น ผู้ทำลายชีวิตของเจ้าด้วยความเสียใจ เนื่องจากการผินหลังของพวกเขา หากพวกเขาไม่ศรัทธาต่ออัลกุรอานนี้” (ตัฟซีร: อายะฮฺนี้เป็นการปลอบใจท่านนบี อะลัยอิสลาม เพราะบุคคลจำพวกนี้ ไม่สมควรที่เจ้าจะเสียใจสงสารพวกเขา)” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ 6)
– “เจ้าจะไม่พบหมู่ชนใดที่พวกเขาศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และวันปรโลกรักใคร่ชอบพอผู้ที่ต่อต้านอัลลอฮฺ และร่อซูลของพระองค์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นพ่อของพวกเขา หรือลูกหลานของพวกเขา หรือพี่น้องของพวกเขา หรือเครือญาติของพวกเขาก็ตาม ชนเหล่านั้นอัลลอฮฺได้ทรงบันทึกการศรัทธาไว้ในจิตใจของพวกเขา และได้ทรงเสริมพวกเขาให้มีพลังมากขึ้นด้วยการสนับสนุนพระองค์ และจะทรงให้พวกเขาได้เข้าสวนสวรรค์หลากหลาย มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของสวนสวรรค์ โดยเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล อัลลอฮฺทรงโปรดปรานต่อพวกเขาและพวกเขาก็ยินดีปรีดาต่อพระองค์ ชนเหล่านั้นคือพรรค ของอัลลอฮฺ พึงรู้เถิดว่า แท้จริงพรรคของอัลลอฮฺนั้น พวกเขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุญาดะละฮฺ 22)
– “พระองค์คือผู้ทรงประทานความเมตตาให้แก่พวกเจ้า และมะลาอิกะฮฺของพระองค์ด้วย เพื่อพระองค์จะทรงนำพวกเจ้า ออกจากความมืดทึบทั้งหลายสู่ความสว่าง และพระองค์ทรงเมตตาต่อบรรดาผู้ศรัทธาเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ 43)
– “มาตรแม้นว่าบ่าวของข้า(อัลลอฮฺ)ภักดีต่อข้า แน่นอน ว่าข้าจะหลั่งน้ำฝนลงมายังพวกเขาในเวลากลางคืน และข้าจะให้ดวงตะวันขึ้นมายังพวกเขาในเวลากลางวัน และข้าจะไม่ให้พวกเขาได้ยินเสียงฟ้าผ่าเลย” (หะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 95/221 รายงานโดย อะหมัด และฮะกีม จากอะบีฮุรอยเราะฮ์)
อัลลอฮฺทรงเป็นที่พึ่ง หนึ่งเดียว
– “แท้จริงอัลลอฮฺนั้น เป็นผู้ทรงคุ้มครองพวกเจ้า ผู้ทรงคุ้มครองที่ดีเลิศ และผู้ทรงช่วยเหลือที่ดีเยี่ยม” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อันฟาล 40)
– “ไม่มีชีวิตใด (อยู่โดยลำพัง) เว้นแต่มีผู้เฝ้ารักษามัน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏฏอริก 4)
พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างผู้ศรัทธาเสมอ
– จากท่านอับดุลลอฮฺ บินอับบาส รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า : ฉันเคยอยู่ด้านหลังท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วท่านก็ได้กล่าวว่า “เจ้าเด็กน้อย ฉันจะสอนคำพูดบางอย่างแก่เจ้า (คือ) เจ้าจงพิทักษ์รักษาอัลลอฮฺ แล้วพระองค์จะทรงพิทักษ์รักษาเจ้า เจ้าจงพิทักษ์รักษาอัลลอฮฺ แล้วเจ้าจะพบพระองค์อยู่ต่อหน้าเจ้า (คือ ช่วยเหลือเจ้า), เมื่อเจ้าจะวิงวอน เจ้าก็จงวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ และเมื่อเจ้าจะขอความช่วยเหลือ ก็จงขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ และจงรู้ไว้เถิดว่า หากมนุษยชาติทั้งหมดได้ร่วมมือกันเพื่อให้คุณใดๆ แก่เจ้า พวกเขาจะไม่สามารถให้คุณใดๆ แก่เจ้า นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดแก่เจ้าแล้วเท่านั้น และหากพวกเขาร่วมมือกันเพื่อให้โทษ (หรือทำอันตราย) ใดๆ ต่อเจ้า พวกเขาก็จะไม่สามารถให้โทษใดๆ แก่เจ้า นอกจากสิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงกำหนดแก่เจ้าแล้วเท่านั้น ปากกาถูกยกขึ้นแล้ว และแผ่นจารึกก็แห้งแล้ว” (หะดีษหะสันเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรมิซีย์ เลขที่ 2516)
– “บรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนจงต่อสู้ต่อไปเถิด” (ตัฟซีร: อัลลอฮฺตะอาลาตรัสว่า ความโปรดปรานที่ชาวสวรรค์ได้รับอยู่นี้คือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และด้วยการตอบแทนเช่นนี้ จำเป็นที่บรรดาผู้ปฏิบัติความดี จงปฏิบัติต่อไป และบรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนไปในหนทางของอัลลอฮฺ จงกระทำต่อไปเถิด) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัศศ็อฟฟาต 61 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
พระองค์ทรงช่วยเหลือผู้ศรัทธาเสมอ
– “ด้วยการช่วยเหลือของอัลลอฮฺ พระองค์ทรงช่วยเหลือผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรรูม 5)
– “หน้าที่ของเราคือการช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรรูม 47)
– “หรือพวกเจ้าคิดว่า พวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์ โดยเยี่ยงอย่างของผู้ล่วงลับไปก่อนพวกเจ้า ยังมิได้มายังพวกเจ้าเลย ซึ่งบรรดาความลำบากและความเดือดร้อนได้ประสบแก่พวกเขา และพวกเขาได้รับความหวั่นไหว จนกระทั่งร่อซูลและบรรดาผู้ศรัทธา ซึ่งอยู่กับเขา กล่าวขึ้นว่า เมื่อไรเล่าการช่วยเหลือของอัลลอฮฺ? พึงรู้เถิดว่าแท้จริงการช่วยเหลือของอัลลอฮฺใกล้อยู่แล้ว” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮฺ 214)
พระองค์ทรงปกป้องในวันกิยามะฮฺ และไฟนรก
– “และอัลลอฮฺจะทรงให้บรรดาผู้ยำเกรงรอดพ้น เพราะชัยชนะของพวกเขา (โดยที่) ความชั่วร้ายจะไม่ประสบแก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่เศร้าโศกเสียใจ” (ตัฟซีร: อัลลอฮฺจทรงให้บรรดาผู้ยำเกรงรอดพ้น เพราะความสุขและชัยชนะของพวกเขาตามที่พวกเขาต้องการ คือสวนสวรรค์ที่พำนักของคนดีๆ ทั้งหลาย ความเบื่อหน่าย ความตกใจจะไม่เกิดขึ้นแก่พวกเขา และพวกเขาก็จะไม่เศร้าโศกเสียใจในวันกิยามะฮฺแต่พวกเขาจะมีความปลอดภัย) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซุมัร 61 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– นบีดาวุดกล่าวว่า “โอ้อัลลอฮฺ แล้วอะไรคือการตอบแทนแก่ผู้ที่น้ำตาของเขาไหลลงบนแก้มทั้งสองข้างของเขาเพราะความกลัวพระองค์” พระองค์ทรงตอบว่า “ข้าจะป้องกันใบหน้าของเขาให้พ้นจากเปลวไฟ นรกยะฮันนัม และจะรักษาเขาในวันกิยามะฮฺ ให้ปลอดภัยไปจากความน่าตระหนก อันยิ่งใหญ่” (ส่วนหนึ่งของหะดีษกุดซีย์ ฉบับแปลไทย ลำดับที่ 207/221 รายงานโดย อิบนุอะซากิร และอัดดัยละมี จากอิบนิมัสอูด)
รางวัลแด่ผู้ศรัทธาในโลกนี้ (ดุนยา)
– “และจงแจ้งข่าวดีแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า แท้จริง สำหรับพวกเขาจะได้รับความโปรดปรานอันใหญ่หลวงจากอัลลอฮฺ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ 47)
– “ผู้ใดปฏิบัติความดีไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้นเราจะให้เขาดำรงชีวิตที่ดี และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาซึ่งรางวัลของพวกเขา ที่ดียิ่งกว่าที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนะหฺลฺ 97)
รางวัลแด่ผู้ศรัทธาในโลกหน้า (อาคิเราะฮฺ)
– “และบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายนั้น แน่นอนเราจะลบล้างความชั่วทั้งหลายของพวกเขาไปจากพวกเขา และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาสิ่งที่ดียิ่ง ซึ่งพวกเขาได้กระทำไว้“ (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอังกะบูต 7)
– “และพวกเขากล่าวว่า บรรดาการสรรเสริญทั้งมวลเป็นของอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งได้ทำให้สัญญาของพระองค์เป็นที่สมจริงแก่พวกเรา (ตัฟซีร: นักตัฟซีรกล่าวว่า การกล่าวถึงสัญญาของอัลลอฮฺ ตะอาลา แก่พวกเขาด้วยคำกล่าวของพระองค์ที่ว่า “นั่นคือสวนสวรรค์ซึ่งเราให้เป็นมรดกแก่ปวงบ่าวของเรา ผู้ที่มีความยำเกรง) และทรงทำให้เราได้ครอบครองแผ่นดินในสวนสวรรค์ เพื่อที่เราจะได้พำนักอยู่ตามที่เราประสงค์ ดังนั้นรางวัลของบรรดาผู้กระทำความดีช่างยอดเยี่ยมแท้ๆ (ตัฟซีร: ผลบุญของผู้กระทำความดีด้วยการจงรักภักดีต่ออัลลอฮฺนั้นคือ สวนสวรรค์ช่างยอดเยี่ยมแท้ๆ) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซุมัร 74 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่าจะให้ฉันบอกแก่พวกท่านถึงสิ่งที่ดียิ่งกว่านั้นไหม? คือบรรดาผู้ที่ยำเกรงนั้น ณ พระผู้เป็นเจ้าของพวกเขา พวกเขาจะได้รับบรรดาสวนสวรรค์ ซึ่งมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่าง โดยที่พวกเขาจะพำนักอยู่ในสวนสวรรค์เหล่านั้นตลอดกาลและจะได้รับบรรดาคู่ครองที่บริสุทธิ์ และความพึงใจจากอัลลอฮฺด้วย และอัลลอฮฺนั้นทรงเห็นบรรดาบ่าวทั้งหลาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 15)
– “คือบรรดาผู้ที่กล่าวว่า โอ้พระเจ้าแห่งพวกข้าพระองค์ แท้จริงพวกข้าพระองค์ศรัทธากันแล้ว โปรดทรงอภัยโทษให้แก่พวกข้าพระองค์ด้วยเถิด ซึ่งบรรดาความผิดของพวกข้าพระองค์และโปรดได้ทรงป้องกันพวกข้าพระองค์ให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟรกด้วย บรรดาผู้ที่อดทน และบรรดาผู้ที่พูดจริง และบรรดาผู้ที่ภักดี และบรรดาผู้ที่บริจาคและบรรดาผู้ที่ขออภัยโทษในยามใกล้รุ่ง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 16-17)
ชีวิตชาวสวรรค์ ปลายทางของผู้ศรัทธา
– “โอ้ ปวงบ่าวของข้า ไม่มีความหวาดกลัวอันใดแก่พวกเจ้าในวันนี้ และพวกเจ้ามิต้องเศร้าสลดใจ บรรดาผู้ศรัทธาต่อสัญญาณทั้งหลายของเรา และพวกเขาเป็นผู้นอบน้อม (ตัฟซีร: พระองค์จะตรัสว่า โอ้ ปวงบ่าวของข้าที่เป็นผู้ศรัทธา ในวันนี้พวกเจ้าไม่ต้องหวาดกลัวและเศร้าโศกเสียใจในสิ่งที่ได้ผ่านพ้นไปแล้วในโลกดุนยา บรรดาผู้ศรัทธาต่ออายาตทั้งหลาย (อัลกุรอาน) ของเรา และพวกเขายอมจำนนต่อบทบัญญัติของอัลลอฮฺ คือ ข้อใช้และข้อห้ามของพระองค์ และนอบน้อมจงรักภักดีต่อพระองค์) พวกเจ้าจงเข้าไปในสวนสวรรค์ ทั้งตัวของพวกเจ้าและคู่ครองของพวกเจ้าอย่างแช่มชื่นแจ่มใส” (ตัฟซีร: มีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า พวกเจ้าจงเข้าสู่สวรรค์พร้อมด้วยคู่ครองที่เป็นมุอฺมินะฮฺของพวกเจ้าด้วยความสดชื่นและดีใจเถิด) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลซุครุฟ 68-71 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– “จะมีจานทำด้วยทองคำและแก้วน้ำถูกนำมาเวียนรอบ ๆ พวกเขา และในสวนสวรรค์นั้น จะมีสิ่งที่จิตใจของพวกเขาต้องการและสายตาของพวกเขาชื่นชมยินดี และพวกเจ้าจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และนั่นคือสวนสวรรค์ ซึ่งพวกเจ้าได้ถูกให้รับเป็นมรดกตามที่พวกเจ้าได้กระทำ (ความดี) ไว้ (ตัฟซีร: สวนสวรรค์ที่พวกเจ้าได้รับมรดกอยู่นั้น เนื่องมาจากการกระทำความดีของพวกเจ้าในโลกดุนยา ซึ่งเป็นความเมตตาของอัลลอฮฺแก่พวกเจ้า เพราะคนหนึ่งคนใดจะไม่ได้เข้าสวรรค์เพราะการกระทำของเขา แต่ด้วยความเมตตาและความโปรดปรานของอัลลอฮฺ) ในสวนสวรรค์นั้นจะมีผลไม้มากมายสำหรับพวกเจ้า พวกเจ้าจะได้กินส่วนหนึ่งจากมัน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลซุครุฟ 72-73 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– รายงานจากท่านอะบูฮุรอยเราะฮฺ ได้เล่าว่า ท่านได้ถามท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมเกี่ยวกับลักษณะของสวนสวรรค์ ท่านอบูฮุรอยเราะฮฺถามท่านนบีว่า ‘สวรรค์ถูกสร้างมาจากอะไรบ้าง?’ ท่านนบีตอบว่า “อิฐแต่ละก้อนทำมาจากเงิน อิฐบางก้อนทำมาจากทองคำ(ก่อสลับกันไป) ปูนที่ฉาบทำมาจากชะมดเชียงที่มีกลิ่นหอม กรวดทรายจะเป็นไข่มุกและเพชรพลอย ดินหรือทรายบางที่จะเป็นสีเหลืองอร่ามเหมือนสีหญ้าฝรั่น ใครที่เข้าไปแล้วจะพบแต่ความสุขสบาย จะไม่มีความทุกข์ ไม่มีความกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น เป็นอมตะ ไม่มีวันตาย เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้นจะใหม่อยู่เสมอ ชาวสวรรค์จะหนุ่มสาวอยู่เสมอ ไม่มีแก่ชรา ไม่สิ้นสลาย” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรฺมีซีย์ และอัดดาริมีย์)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริง ในสวนสวรรค์มีตลาดหนึ่งซึ่งชาวสวรรค์จะไปยังที่นั่นทุกวันศุกร์ แล้วลมจากทางเหนือจะพัดพามาและสัมผัสใบหน้าและเสื้อผ้าของพวกเขา ทำให้พวกเขางดงามและสง่างามยิ่งขึ้น เมื่อพวกเขากลับไปหาครอบครัวของพวกเขา พวกเขาก็จะสวยงามและสง่างามกว่าเดิม ครอบครัวของพวกเขาจะกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป” และพวกเขาจะตอบว่า “และพวกท่านก็เช่นกัน ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ พวกท่านงดงามและสง่างามกว่าเดิมหลังจากจากเราไป” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2833)