เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ
เรื่อง กำแพงกั้นระหว่างนรกกับสวรรค์และพวกที่อยู่บนกำแพง (ในตัฟซีรซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ) สอนโดย อ.อับดุลลาตีฟ ตำราเรียง
และหัวข้อ “สิ่งต่างๆ ที่ทำให้ประตูชั้นฟ้าเปิดออก” สอนโดย อ.อัสมัน มีสมบูรณ์
อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ 40 ระบุไว้ความว่า
“แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธโองการต่าง ๆของเรา และได้แสดงโอหังต่อโองการเหล่านั้น บรรดาประตูแห่งฟากฟ้าจะไม่ถูกเปิดให้แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์ จนกว่าอูฐจะลอดเข้าไปในรูเข็มได้ และในทำนองนั้นแหละ เราจะตอบแทนลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด”
สำหรับผู้ศรัทธา มลาอิกะฮฺจะนำผลงานเสนอต่ออัลลอฮฺ แต่สำหรับคนที่ปฏิเสธ เช่น คนใจบุญเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ไม่ได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ นำผลงานขึ้นไป ประตูปิด ไม่รับ ผลงานไม่ถึงอัลลอฮฺ
ใครทำชิริกต่ออัลลอฮฺ ใครปฏิเสธอัลลอฮฺ ทำความดีมากแค่ไหน ก็ไปไม่ถึงอัลลอฮฺเลย อัลลอฮฺไม่รับเลย
ดังนั้น คนที่ไม่ใช่มุสลิม ทำความดี อัลลอฮฺไม่รับ เพราะประตูปิดแล้ว วิธีเปิดประตู คือ ศรัทธา อีมาน
มีบทดุอาอฺบางบทที่เป็นการเปิดประตูชั้นฟ้า “อัลลอฮุอักบัร กาบีรอ วัลฮัมดุลิลลาฮิ กะซีรอ วะซุบฮานัลลอฮิ บุครอเตา วะอะซีลา” คือดุอาอฺอิสติฟตาฮฺ ที่อ่านตอนต้นละหมาด ในหะดีษได้ระบุไว้ว่า “ใครอ่านบทนี้ก่อนที่จะอ่านฟาติฮะหฺ เฉพาะรอกะอัตแรก ประตูชั้นฟ้าจะเปิด” เมื่อประตูชั้นฟ้าเปิด ใครขอดุอาอฺอัลลอฮฺรับหมดเลย
เล่าจากอิบนิ อุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ‘ขณะที่พวกเรากำลังละหมาดอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มีชายคนหนึ่งจากกลุ่มชนกล่าวขึ้นว่า อัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกรยิ่ง มวลการสรรเสริญถวายแด่พระองค์อัลลอฮฺอย่างมากมายและมหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺทั้งยามเช้าและยามเย็น’
اللهُ اَكْبَرُ كَبِيْرًا وَ الْحَمْدُ للهِ كَثِيْرًا وَ سُبْحَانَ اللهِ بُكْرَةً وَ أصِيْلًا
(คำอ่าน: “อัลลอฮุอักบัร กะบีรอ วัลฮัมดุลิลลาฮิ กะซีรอ วะซุบฮานัลลอฮิ บุครอเตา วะอะซีลา”)
ความหมาย : อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างแท้จริง และการสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺอย่างมากมาย และมหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺทั้งในยามเช้าและยามเย็น
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ใครเป็นผู้กล่าวเช่นนั้น” ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชนได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเอง โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ’ ท่านรอซูลุลลอฮฺได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าประหลาดใจที่ประตูฟ้าถูกเปิด เพราะถ้อยคำเหล่านั้น” ท่านอิบนุ อุมัรได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าไม่เคยทิ้งถ้อยคำเหล่านั้นเลยตั้งแต่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวเช่นนั้น’ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 943 และติรมีซีย์ เลขที่ 3516)
อัลลอฮฺ ตะอาลา สร้างชั้นฟ้าขึ้นมาทั้งหมด 7 ชั้นฟ้า ระหว่างชั้นฟ้า มีระยะห่าง 500 ปี
“พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งเจ็ดเป็นชั้นๆ เจ้าจะไม่เห็นแต่อย่างใดในความไม่ได้สัดส่วนในการสร้างของพระผู้ทรงกรุณาปรานี ดังนั้นเจ้าจงหันกลับมามองดูซิ เจ้าเห็นรอยร้าวหรือช่องโหว่บ้างไหม ?” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุลกฺ 3)
จากอิบนุ มัสอู๊ด รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ระหว่างชั้นฟ้าของโลกดุนยาและชั้นที่ถัดจากมัน มีระยะห่างห้าร้อยปี และระหว่างทุกๆ ชั้นฟ้าและชั้นฟ้า มีระยะห่างห้าร้อยปี และระหว่างชั้นฟ้าที่เจ็ดและกุรซี มีระยะห่างห้าร้อยปี และระหว่างกุรซีและผืนน้ำ มีระยะห่างห้าร้อยปี และบัลลังก์อยู่เหนือผืนน้ำ และอัลลอฮฺทรงอยู่เหนือบัลลังก์ ไม่มีสิ่งใดจากการงานของพวกเจ้าจะซ่อนเร้นแก่พระองค์ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อิบนุ คุซัยมะฮ์ ใน กิตาบ อัต-เตาฮีด เลขที่ 149)
ในแต่ละชั้นฟ้า จะมีประตู เวลาที่การงานถูกตอบรับ จะมีประตู ไม่ใช่ไปจุดใดก็ได้ แต่ประตูนี้ เราจะมองไม่เห็น จะเห็นเมื่อถึงวันกิยามะฮฺ
"และเราได้สร้างไว้เหนือพวกเจ้าสิ่งที่แข็งแรงทั้งเจ็ด (ชั้นฟ้า) และเราได้ทำให้มีดวงประทีปหนึ่งที่มีแสงสว่างจ้า และเราได้หลั่งน้ำลงมาอย่างมากมายมากเมฆฝน เพื่อว่าเราจะให้งอกเงยด้วยน้ำนั้นซึ่งเมล็ดพืช และพืชผัก และบรรดาเรือกสวนอันหนาแน่น แท้จริงวันแห่งการตัดสินนั้นเป็นเวลาที่ถูกกำหนดไว้ วันที่แตรจะถูกเป่า แล้วพวกเจ้าก็จะมากันเป็นหมู่ๆ และชั้นฟ้าจะถูกเปิดออก แล้วก็จะมีประตูหลายบาน และเทือกเขาจะถูกให้เคลื่อนออกไปแล้วก็กลายเป็นภาพลวง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนะบะอฺ 12-20)
หมายความว่า ก่อนที่ชั้นฟ้าจะเปิดออก มันเกิดการหมุนด้วยความเร็ว ท้องฟ้าแตกออกในวันกิยามะฮฺ ท้องฟ้าเปลี่ยนสี เปลี่ยนสภาพ จากเดิมเป็นสีแดงฉาด มีสภาพเหมือนของเหลวเหมือนเอาตะกั่วมาหลอม มาต้มในความร้อน จนกระทั่งเมื่อมันแตกออก จะเห็นเป็นรู จนกระทั่งสุดท้ายจะเห็นประตูบนชั้นฟ้าจำนวนมาก
จากอับดิลลาฮฺ บิน อัส-ซาอิบ ว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ละหมาดสี่ร็อกอัตเป็นประจำ หลังจากดวงอาทิตย์คล้อยก่อนละหมาดฟัรฎูดุฮฺริ และท่านได้กล่าวว่า “แท้จริงมันคือช่วงเวลาหนึ่งที่ประตูทั้งหลายแห่งชั้นฟ้าจะถูกเปิดออกในช่วงเวลานั้น ดังนั้นฉันจึงรักที่จะให้การงานที่ดีของฉันถูกยกขึ้นไปในช่วงเวลานั้น” (หะดีษหะสัน บันทึกโดย ติรมิซีย์ หมายเลข 478)
ชั้นฟ้าแต่ละชั้นมีประตู มีช่วงเวลาที่ประตูชั้นฟ้าจะถูกเปิด ท่านรอซูลบอกไว้ว่า
เป็นเวลาที่มีความประเสริฐ
เป็นเวลาที่การงานจะถูกตอบรับ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว อัลลอฮฺตอบรับการงาน โดยการงานจะขึ้นไปยังพระองค์ ผ่านประตูแต่ละชั้นฟ้า
ตัวอย่างสมัยลูกชายท่านนบีอาดัม คือ กอบีลกับฮาบีล
ท่านนบีอาดัมได้รับบัญชาจากอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ว่าให้ลูกชายนำสิ่งที่ตัวเองมี สิ่งที่ดีที่สุด เอาไปถวายให้กับอัลลอฮฺ คนหนึ่งเอาแกะอย่างดี สวย อีกคนเอาพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่ดี
เมื่อถึงเวลาเอาไปตั้งในจุดที่อัลลอฮฺสั่งให้นบีอาดัมบอกกับลูก ถึงเวลาอัลลอฮฺส่งลูกไฟลงมาเพื่อรับการงานนั้นๆ แต่คนที่ถูกรับคือเจ้าของแกะ
ในสมัยบนีอิสรออีล
ทรัพย์เชลยที่ได้มา จะเอาไปถวายต่อพระองค์ในที่แห่งหนึ่ง แล้วอัลลอฮฺจะทรงส่งลูกไฟลงมา
แต่ยุคนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สามารถนำส่วนหนึ่งของทรัพย์เชลยไปใช้ได้
หลังจากดวงตะวันคล้อย เข้าสู่เวลาละหมาดดุฮฺริ
ขณะที่มีการอะซาน
ขณะที่มีการอิกอมะฮฺ เพื่อที่จะละหมาด
ขณะที่ตั้งแถว เตรียมพร้อมที่จะละหมาดฟัรฎู
ขณะที่บรรดาผู้ที่กำลังตั้งแถวเพื่อจะทำการต่อสู้ในสนามรบ
ช่วงกลางดึกของเวลากลางคืน
ทุกวันจันทร์ และวันพฤหัส เพราะอัลลอฮฺจะทรงรับการงานในทุกๆ วันจันทร์และวันพฤหัส
เมื่อเข้าสู่เดือนรอมฎอน
มีบางสิ่งบางอย่างที่กระทำไปแล้ว จะทำให้ประตูชั้นฟ้าเปิดออก มีทั้งคำพูดและการงาน หากว่าเราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจและทำตามแบบอย่างของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เปิดเพื่อตอบรับการงาน
"คำกล่าวที่ดีนั้น ย่อมจะขึ้นไปสู่พระองค์ (ตัฟซีร: การซิกรุลลอฮฺ การขอพร การอ่านอัลกุรอาน การกล่าวตัสบีหฺ การกล่าวสรรเสริญ และอื่นจากนี้) และการงานที่ดีนั้น พระองค์ทรงยกย่องสรรเสริญมัน" (ตัฟซีร: คือพระองค์ทรงตอบรับการงานที่ดี และตอบแทนความดีแก่ผู้ปฏิบัติ) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฟาฏิร 35 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
หะดีษบทหนึ่งกล่าวถึงคนๆ หนึ่งขอดุอาอฺสาปแช่ง มันจะไปหาคนที่ถูกสาป แต่เวลาที่ไปหาไม่เจอ มันจะขึ้นไปยังฟากฟ้า แต่ปรากฏว่าประตูชั้นฟ้าปิด มันก็จะเด้งลงมา แปลว่าคนที่ถูกสาปแช่ง ไม่สมควรได้รับคำสาป มันจะกลับไปหาคนที่สาป ดังนี้
จากอะบีดัรดาอฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “แท้จริงบ่าวนั้น เมื่อได้แช่งด่าสิ่งใดๆ คำแช่งด่านั้น จะขึ้นไปสู่ฟ้าเบื้องบน ประตูฟ้าจะถูกปิดไม่ให้คำแช่งด่านั้นเข้าไป จากนั้นมันจะลงมายังพื้นดิน ประตูของพื้นดินจะถูกปิดไม่ให้มันเข้ามา จากนั้นมันจะมาทางขวาและทางซ้าย เมื่อไม่พบทางไป มันก็จะกลับไปหาคนที่ถูกแช่งด่า ถ้าหากผู้นั้นควรแก่การถูกแช่งด่า (มันก็จะอยู่กับผู้นั้น) และถ้าไม่เป็นเช่นนั้น มันก็จะกลับไปหาผู้พูด” (หะดีษหะสัน บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ 4905)
คำพูดที่ดี การปฏิบัติก็จะต้องดีตามไปด้วย ดังนั้น เมื่อเราพูดในสิ่งที่ดี สิ่งเหล่านี้จะขึ้นไปหาอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา บรรดาสลัฟบอกว่า ประหนึ่งเหมือนกับลูกกุญแจไขประตูชั้นฟ้า เมื่อประตูเปิด การงานที่ดีก็จะถูกตอบรับ เราจะพูดดี ทำดีได้อย่างไร หากว่าหัวใจเราไม่ดี คนที่มีอีมาน 3 สิ่งนี้จะต้องสัมพันธ์กัน คือ หัวใจ ลิ้น การปฏิบัติ
มีบางถ้อยคำที่ท่านรอซูลบอกว่า กล่าวเมื่อไหร่ ประตูชั้นฟ้าจะเปิด สำหรับคนที่กล่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจ และปฏิบัติตามแบบอย่างจากท่านรอซูล
1. ถ้อยคำที่เมื่อกล่าวไปแล้ว ประตูชั้นฟ้าจะเปิด แปลว่า อัลลอฮฺ ตะอาลา จะทรงตอบรับ ประตูชั้นฟ้าไม่ได้เปิดเพียงชั้นเดียว และไม่ได้หมายถึงเปิดทุกบาน เปิดแค่บางบาน และเปิดทุกชั้น เพราะขึ้นไปยังอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
1) เล่าจากอิบนิ อุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ‘ขณะที่พวกเรากำลังละหมาดอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มีชายคนหนึ่งจากกลุ่มชนกล่าวขึ้นว่า อัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกรยิ่ง มวลการสรรเสริญถวายแด่พระองค์อัลลอฮฺย่างมากมายและมหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺทั้งยามเช้าและยามเย็น’
اللهُ اَكْبَرُ كَبِيْرًا وَ الْحَمْدُ للهِ كَثِيْرًا وَ سُبْحَانَ اللهِ بُكْرَةً وَ أصِيْلًا
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ใครเป็นผู้กล่าวเช่นนั้น” ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชนได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเอง โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ’ ท่านรอซูลุลลอฮฺได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าประหลาดใจที่ประตูฟ้าถูกเปิด เพราะถ้อยคำเหล่านั้น” ท่านอิบนุ อุมัรได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าไม่เคยทิ้งถ้อยคำเหล่านั้นเลยตั้งแต่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวเช่นนั้น’ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิมและติรมิซีย์)
เมื่อเขากล่าว อัลลอฮฺ ตะอาลา ตอบรับถ้อยคำนี้ และการงานที่เขาปฏิบัติอยู่ อัลลอฮฺจะทรงตอบรับด้วย
หะดีษบทนี้ ท่านนบีกำลังยอมรับการปฏิบัติของเศาะฮาบะฮฺคนหนึ่งที่อ่านดุอาอฺอิสติฟตาฮฺในละหมาด
2) จากอัน-นุอ์มาน บิน บะชีร เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงสิ่งหนึ่งจากสิ่งที่พวกท่านกล่าวถึงเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ คือ การกล่าวอัต-ตัสบีหฺ (ซุบฮานัลลอฮฺ) และอัต-ตะห์ลีล (ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ) และอัต-ตะห์มีด (อัลฮัมดุลิลลาฮฺ) พวกมัน (คำกล่าวนั้น) จะวนเวียนรอบๆ บัลลังก์ของอัลลอฮฺ พวกมันส่งเสียงพึมพำเหมือนเสียงหึ่งๆ ของผึ้ง มันจะคอยกล่าวถึงเกี่ยวกับเจ้าของมัน (ผู้ที่กล่าว) คนใดคนหนึ่งในหมู่พวกท่านปรารถนามิใช่หรือ ที่จะให้มีผู้ที่คอยกล่าวถึงชื่อของเขา (ณ ที่อัลลอฮฺ)” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อิบนุ มาญะฮฺ เลขที่ 3809)
3) ดุอาอฺของคนที่ถูกอธรรม เมื่อไหร่ที่คนเหล่านี้ถูกอธรรม ประตูชั้นฟ้าจะเปิดออก
จากอบูฮุรอยเราะฮฺ กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ดุอาอฺของบุคคลสามประเภทจะไม่ถูกปฏิเสธ คือ ผู้ถือศีลอดจนกระทั่งเขาละศีลอด, ผู้นำที่มีความยุติธรรม และดุอาอฺของผู้ถูกอธรรม ซึ่งพระองค์อัลลอฮฺทรงยกดุอาอฺนั้นขึ้นเหนือม่านเมฆ และบรรดาประตูชั้นฟ้าจะถูกเปิดออกเพื่อต้อนรับมัน และพระผู้อภิบาลทรงตรัสว่า ‘ขอสาบานด้วยเกียรติยศของข้า ข้าจะช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน แม้ว่าหลังจากนี้อีกระยะเวลาหนึ่งก็ตาม’” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยอิบนุ มาญะฮ์ เลขที่ 1752)
จากอบูฮุรอยเราะฮฺ กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ดุอาอฺของบุคคลสามประเภทจะถูกตอบรับโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ คือ ดุอาอฺของผู้ถูกอธรรม, ดุอาอฺของผู้เดินทาง, และดุอาอฺของพ่อแม่ที่ขอให้แก่ลูกของตนเอง” (หะดีษหะสัน บันทึกโดย อิบนุ มาญะฮ์ เลขที่ 3862)
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “และเจ้าจงระวังการดุอาอฺของคนที่ถูกอธรรม เพราะแท้จริงไม่มีสิ่งที่จะขัดขวางระหว่างดุอาอฺนี้กับอัลลอฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรีและมุสลิม)
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “พวกท่านจง(ยำเกรงอัลลอฮฺ โดยการ)ออกห่างจากการอธรรมเถิด..แท้จริงการอธรรมนั้นจะนำไปสู่ความมืดมิดในวันกิยามะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
การอธรรมผู้อื่น คือ การข่มเหง รังแก ทำร้าย ให้ร้าย ป้ายสีผู้อื่น อัลลอฮฺจะทรงรับดุอาอฺของผู้ถูกอธรรม ถึงแม้ว่าคนๆ นั้นจะไม่ใช่มุสลิมก็ตาม
4) ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า "ไม่มีบ่าวคนใดกล่าวว่า ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ นอกจากว่า ประตูชั้นฟ้าจะเปิดให้แก่เขา สิ่งที่เรากล่าวขึ้นไปถึงอรัช ตราบใดที่เขาออกจากบาปใหญ่"
กล่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจ รู้ความหมาย
คำกล่าวผ่านชั้นฟ้าเจ็ดชั้น ผ่านทะเล น้ำที่อยู่เหนือชั้นฟ้าทั้งเจ็ด ผ่านกุรซี ไปถึงอะรัชของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
กล่าวแล้วทำบาปใหญ่ด้วย ประตูชั้นฟ้าไม่เปิด บาปใหญ่คือ ความผิดที่ศาสนาบอกถึงบทลงโทษในดุนยา บอกว่าทำแล้วจะถูกสาปแช่ง บอกว่าทำแล้วจะได้รับการลงโทษอาจจะในดุนยา ในหลุมฝังศพ หรือในวันกิยามะฮฺ แม้กระทั่งการโกหกก็เป็นบาปใหญ่
2. การงานที่ทำไปแล้ว ประตูชั้นฟ้าจะเปิดออก
1) ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “บ่าวมุสลิมคนใดที่นมาซเพื่ออัลลอฮฺ 12 ร็อกอัต ทุกวันนอกเหนือไปจากนมาซฟัรฺฎ์ อัลลอฮฺจะทรงสร้างบ้านหลังหนึ่งให้เขาในสวรรค์” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 728)
เมื่อประตูชั้นฟ้าถูกเปิดออก หมายความว่า การงานนั้นจะถูกตอบรับ
2) จากอับดุลลอฮฺ บิน อัมร์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า : พวกเราได้ละหมาดมัฆริบกับท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วผู้ที่ต้องการจะกลับ ก็ได้กลับไป และผู้ที่พำนักอยู่ต่อ ก็อยู่ต่อ แล้วท่านนบี ก็ได้มาในสภาพที่รีบเร่ง หอบเหนื่อย และผ้าของท่านได้เลิกขึ้นจนเผยให้เห็นหัวเข่าทั้งสองของท่าน แล้วท่านนบีก็กล่าวว่า “พวกท่านจงดีใจเถิด นี่คือพระเจ้าของพวกท่าน พระองค์ทรงเปิดประตูบานหนึ่งจากบรรดาประตูชั้นฟ้า ทรงอวดชื่นชมพวกท่านต่อบรรดามลาอิกะฮฺ และทรงตรัสว่า ‘พวกเจ้าจงดูบ่าวของข้าสิ พวกเขาปฏิบัติศาสนกิจฟัรฎูเสร็จสิ้นแล้ว และพวกเขายังคงรอคอยอีกฟัรฎูหนึ่ง’” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อิบนุ มาญะฮฺ เลขที่ 801)
3. บรรดาผู้ที่ประตูชั้นฟ้าจะเปิดออกให้แก่คนเหล่านั้น
1) มลาอิกะฮฺ เวลาที่จะขึ้นสู่ฟากฟ้าและลงมาสู่ผืนดิน ขึ้นผ่านประตู ด้วยเหตุนี้วันกิยามะฮฺ อัลลอฮฺให้ชั้นฟ้าแตกออก จะกระทั่งมนุษย์จะเห็นประตูแต่ละบานเต็มไปหมด เพราะมลาอิกะฮฺก็จะต้องทะยอยลงมาจากชั้นฟ้าทั้งเจ็ดชั้นผ่านประตูเหล่านั้น เพื่อมาปิดล้อมมนุษย์ที่ทุ่งมะชัร
2) ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เดินทางขึ้นสู่ชั้นฟ้า รับบัญชาเรื่องนมาซ (เมียะอฺรอจ) ไปในสภาพทั้งตัวทั้งวิญญาณ
3) วิญญาณของผู้ศรัทธา เมื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เมตตาบรรดาผู้ศรัทธาในขณะที่มีชีวิตบนดุนยา ด้วยการให้ถ้อยคำและการงานขึ้นผ่านประตูชั้นฟ้า เมื่อเขาตายวิญญาณก็จะสามารถเข้าผ่านประตูชั้นฟ้าได้
อัลลอฮฺตรัสว่า "แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธโองการต่างๆ ของเรา และได้แสดงโอหังต่อโองการเหล่านั้น บรรดาประตูแห่งฟากฟ้าจะไม่ถูกเปิดให้แก่พวกเขา และพวกเขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์ จนกว่าอูฐจะลอดเข้าไปในรูเข็มได้ และในทำนองนั้นแหละ เราจะตอบแทนลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ 40)
จากอบูฮุรอยเราะฮฺ เล่าว่า : เมื่อวิญญาณของผู้ศรัทธาจะออกไป (จากร่างกาย) มลาอิกะฮฺสององค์จะรับมันไปยังชั้นฟ้าทั้งหลาย ฮัมมาด(หนึ่งในผู้รายงาน) ได้เอ่ยถึงความหวานของกลิ่นหอมและเอ่ยถึงชะมดเชียง (และกล่าวต่อไปว่า) ผู้อาศัยอยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายจะกล่าวว่า “วิญญาณที่ทรงคุณความดีจากส่วนหนึ่งของโลกมาแล้ว ขออัลลอฮฺโปรดประทานพรแก่ท่านและแก่ร่างกายที่ท่านครอบครองอยู่” และวิญญาณจะถูกนำไปยังพระผู้อภิบาลของเขา พระองค์จะทรงกล่าวว่า ‘นำมันไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้ของมัน’ สำหรับผู้ปฏิเสธ เมื่อวิญญาณของเขาออกจากร่างกาย ฮัมมาดได้เอ่ยถึงกลิ่นอันน่าสะอิดสะเอียนของมันและเอ่ยถึงการที่มันถูกสาปแช่ง ผู้อาศัยอยู่ในชั้นฟ้ากล่าวว่า “มาแล้ว วิญญาณชั่วจากโลก” และจะมีคำกล่าวว่า “เอามันไปยังจุดหมายที่ถูกกำหนดไว้สำหรับมัน” อบูฮุรอยเราะฮฺเล่าว่า ในขณะที่เอ่ยถึงกลิ่นอันน่าสะอิดสะเอียนของวิญญาณของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เอาผ้าบางๆ ที่ติดตัวท่านปิดจมูกของท่าน (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2872)
ด้วยเหตุนี้เมื่อคนตาย มลาอิกะฮฺดึงวิญญาณไปแล้ว พาขึ้นไปข้างบน ผ่านชั้นฟ้าแต่ละชั้นๆ เวลาผ่านชั้นฟ้าชั้นใดก็ตาม มลาอิกะฮฺที่อยู่บนชั้นฟ้านั้นกล่าวว่า "ทางนี้ มาทางนี้ นั่นเป็นวิญญาณของใครทำไมมันหอม" มลาอิกะฮฺก็จะบอกว่า "คนๆ นั้น ชื่อนั้น จะเรียกในชื่อที่ไพเราะที่สุด
เมื่อนั้นมลาอิกะฮฺที่อยู่ข้างบนก็จะบอกว่า "ยินดีต้อนรับ โอ้ วิญญาณที่ดี เดิมทีแล้วเจ้าเคยอยู่ในเรือนร่างที่ดี จงเข้าสู่ชั้นฟ้าอย่างมีเกียรติ ในสภาพที่ได้รับการสรรเสริญเถิด และฉันขอแจ้งข่าวดีกับเจ้า ด้วยกับรางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ ด้วยกับความหอม แล้วอัลลอฮฺจะทรงพึงพอใจโดยไม่โกรธกริ้วเจ้า จะกล่าวเช่นนั้น จนกระทั่งขึ้นไปเหนือชั้นฟ้าชั้นที่เจ็ด อัลลอฮฺทรงอยู่เหนือชั้นฟ้าขึ้นไปเบื้องบน
แต่ถ้าเป็นวิญญาณของผู้ปฏิเสธศรัทธา วิญญาณของคนที่ฝ่าฝืน กระทำความชั่ว เมื่อขึ้นไปถึงชั้นฟ้าชั้นที่หนึ่ง แล้วถูกปิดเอาไว้ ไม่สามารถที่จะเข้าไปในชั้นฟ้าชั้นที่หนึ่งได้ สุดท้ายถูกโยนกลับไปในหลุมฝังศพ