อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า “โอ้บรรดาผู้ที่ศรัทธาแล้วทั้งหลาย สูเจ้าทั้งหลายจงยำเกรงต่ออัลลอฮฺ และสูเจ้าทั้งหลายจงพูด จงกล่าวถ้อยคำที่ตรงกับความถูกต้องเถิด กล่าวถ้อยคำที่เป็นความดีงามและสิ่งที่ดีเถิด อัลลอฮฺจะปรับปรุงการงานให้แก่พวกเจ้า และพระองค์จะอภัยในความผิดแก่พวกเจ้า และผู้ใดก็ตามที่เชื่อฟังอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์แล้ว คนๆ นั้นเขาได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่แล้ว”
สัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงความยำเกรงของบ่าวคนหนึ่งที่มีต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา การที่เขาพยายามที่จะกระทำคุณงามความดีในสิ่งที่อัลลอฮฺและรอซูลได้สั่งใช้เอาไว้ ทำด้วยกับความหวังความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ และกลัวการลงโทษของพระองค์
การทำความดีมีหลายประการ มีความดีอยู่ชนิดหนึ่งเป็นความดีที่ยิ่งใหญ่และสูงส่ง เขาสามารถกระทำได้ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง และเป็นความดีที่เราจะได้ใกล้ชิดกับอัลลอฮฺ นั่นคือ การทำเศาะดะเกาะฮฺ
การทำเศาะดะเกาะฮฺมีคุณประโยชน์และมีความประเสริฐอยู่หลายประการด้วยกัน และหนึ่งในนั้นคือ การทำเศาะดะเกาะฮฺจะเป็นสิ่งที่ขจัดจิตใจของเราให้มีความสะอาด และบริสุทธิ์ และเป็นการงานที่ขจัดทรัพย์สินของเราให้สะอาด
ผู้ใดก็ตามที่เขาหมั่นกระทำเศาะดะเกาะฮฺ หรือหมั่นบริจาคทานแล้ว อัลลอฮฺจะลบล้างความผิดให้แก่คนๆ นั้น และจะยกฐานะให้แก่คนๆ นั้น ทั้งดุนยาและอาคิเราะฮฺ
ส่งผลให้คนทำเศาะดะเกาะฮฺได้รับความสุขที่แท้จริง ทั้งในศาสนา ดุนยาและโลกอาคิเราะฮฺ
เป็นสาเหตุให้เกิดความรักความปรองดองเกิดขึ้นในสังคม
เป็นการงานที่รักษาโรคภัยไข้เจ็บของผู้ที่ทำเศาะดะเกาะฮฺ
เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำหน้าที่ปกป้องให้รอดพ้นจากการตายในสภาพที่ไม่ดี
เป็นการงานที่จะดับความโกรธกริ้วของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
จะเป็นเพื่อนของเรา เมื่อเรานอนอยู่ในหลุมฝังศพ
ผู้ใดก็ตามที่ทำเศาะดะเกาะฮฺด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว คนๆ นั้นจะได้อยู่ภายใต้ร่มเงาในวันกิยามะฮฺ วันที่จะไม่มีร่มเงาใดๆ นอกจากร่มเงาของอัลลอฮฺ
การทำเศาะดะเกาะฮฺไม่ใช่เพียงแค่การบริจาคทรัพย์สินเงินทอง แต่ยังครอบคลุมไปทุกๆ การปฏิบัติหรือทุกการกระทำในสิ่งที่เป็นความดีงาม
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ทุกความดีเป็นเศาะดะเกาะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
จากอบูซัรรฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: มีคนกลุ่มหนึ่งจากบรรดาสาวกของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวแก่ท่านนบีว่า ‘โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คนที่ร่ำรวยพวกเขาเอาผลบุญไปหมดแล้ว พวกเขาละหมาดเหมือนกับพวกเราละหมาด พวกเขาถือศีลอดเหมือนกับพวกเรา และพวกเขาทำเศาะดะเกาะฮฺด้วยกับทรัพย์สินที่มีอย่างเหลือล้นของพวกเขา’ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวตอบว่า “มิใช่อัลลอฮฺหรอกหรือ ที่ได้ทรงทำให้พวกเจ้าสามารถที่จะทำเศาะดะเกาะฮฺได้? นั่นก็เพราะว่าในทุกๆ การกล่าวว่า “ซุบฮานัลลอฮฺ” คือการทำเศาะดะเกาะฮฺ และทุกๆ การกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร” คือการทำเศาะดะเกาะฮฺ และทุกๆ การกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิ้ลลาฮฺ” คือการทำเศาะดะเกาะฮฺ และทุกๆ การกล่าวว่า “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮฺ” คือการทำเศาะดะเกาะฮฺ และการใช้กันให้ทำความดีคือการทำเศาะดะเกาะฮฺ และการห้ามปรามกันมิให้ทำความชั่ว คือการทำเศาะดะเกาะฮฺ และการมีเพศสัมพันธ์ของพวกท่าน(กับภรรยา) คือการทำเศาะดะเกาะฮฺ” บรรดาสาวกจึงกล่าวต่อว่า ‘โอ้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เวลาที่พวกเรามีความต้องการและร่วมหลับนอนกับภรรยาของพวกเรานั้นได้ผลบุญด้วยหรือ?’ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงได้ตอบว่า “พวกท่านเห็นหรือไม่ว่า ถ้าหากว่าคนหนึ่งมีเพศสัมพันธ์ที่ต้องห้าม (ทำซินา) นั่นมีความผิดใช่หรือไม่? ดังนั้นถ้ามีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง (ฮะลาล) นั่นก็มีผลบุญ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 1006)
การงานเศาะดะเกาะฮฺเป็นการงานที่จำเป็นจะต้องปฏิบัติในทุกๆ เช้า เพราะนั่นคือการขอบคุณต่อความโปรดปรานและเนียะมะฮฺที่อัลลอฮฺทรงประทานให้
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “การบริจาคทาน (เศาะดะเกาะฮฺ) ทุกเช้า เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกข้อต่อของพวกท่านทุกคน การกล่าว ‘ซุบฮานัลลอฮฺ’ เป็นเศาะดะเกาะฮฺ การกล่าว ‘อัลฮัมดุลิลลาฮฺ’ เป็นเศาะดะเกาะฮฺ การกล่าว ‘อัลลอฮุอักบัร’ เป็นเศาะดะเกาะฮฺ การสั่งใช้ให้ทำความดีเป็นเศาะดะเกาะฮฺ การห้ามปรามความชั่วเป็นเศาะดะเกาะฮฺ และสิ่งที่เพียงพอสำหรับการทำเศาะดะเกาะฮฺ ก็คือการนมาซฎุฮาสองร็อกอัต” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 720)
คำอธิบาย:
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “กระดูกในแต่ละข้อของร่างกายของมนุษย์นั้น จำเป็นที่มนุษย์ต้องขอบคุณอัลลอฮฺตามจำนวนของการสร้างกระดูก ข้อกระดูกในร่างกายของพวกเจ้า”
เราจำเป็นจะต้องเศาะดะเกาะฮฺเท่ากับจำนวนข้อกระดูกที่อยู่ในร่างกายเพื่อเป็นการขอบคุณต่ออัลลอฮฺในทุกๆ เช้า
ท่านรอซูลุลอฮฺกล่าวว่า “แต่ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาทั้งหมดที่เป็นเศาะดะเกาะฮฺนั้น สามารถที่จะทดแทนด้วยกับการขอบคุณอัลลอฮฺด้วยกับการละหมาดในเวลาฎุฮาเพียงแค่ 2 รอกะอัต”
มีความดีที่จะเกิดประโยชน์กับคนที่ทำและคนที่รับประโยชน์จากเศาะดะเกาะฮฺเหล่านั้น
ท่านอบูซัรร์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้เล่าว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “การที่ท่านยิ้มให้พี่น้องของท่านคือเศาะดะเกาะฮฺของท่าน และการที่ท่านใช้ให้ทำความดีและห้ามความชั่วก็เป็นเศาะดะเกาะฮฺ และการที่ท่านชี้ทางแก่คนที่หลงทางก็เป็นเศาะดะเกาะฮฺ และการที่ท่านช่วยจูงคนที่สายตาไม่ดีก็เป็นเศาะดะเกาะฮฺ และการที่ท่านหยิบก้อนหิน หนาม และกระดูกออกไปทางสัญจรก็เป็นเศาะดะเกาะฮฺ และการที่ท่านเอาถังน้ำของท่านเทลงในถังน้ำของพี่น้องของท่านก็เป็นเศาะดะเกาะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรมิซีย์ เลขที่ 1956)
จากอบูซัรฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า: ฉันถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า ‘การงานใดประเสริฐที่สุด?’ ท่านนบีกล่าวว่า “การศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และการต่อสู้ในหนทางของพระองค์” ฉันถามต่อว่า ‘ทาสคนใดที่ควรปล่อยเป็นอิสระที่สุด?’ ท่านนบีกล่าวว่า “คนที่มีค่าที่สุดในสายตาของเจ้าของของเขา และมีราคาแพงที่สุด” ฉันถามต่อว่า ‘แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ?’ ท่านนบีกล่าวว่า “เจ้าจงช่วยเหลือคนทำงาน หรือเจ้าจงทำให้คนที่ทำไม่เป็น” ฉันถามต่อว่า ‘แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ?’ ท่านนบีกล่าวว่า “เจ้าจงระงับความชั่วของเจ้าจากผู้คน เพราะแท้จริงมันคือเศาะดะเกาะฮฺที่เจ้าได้บริจาคให้แก่ตัวของเจ้าเอง” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 2518)
การทำเศาะดะเกาะฮฺเป็นหนึ่งคุณงามความดีที่จะทำให้ฝนตกตามฤดูกาล
เป็นคุณงามความดีที่จะทำให้เราได้รับริสกีที่เพิ่มพูน
ได้รับความประเสริฐและความจำเริญพรอันมากมายทั้งในศาสนาและการดำเนินชีวิตของเราในดุนยา
ตัวอย่างคน 2 กลุ่มที่มีความยากจน แต่ได้รับผลบุญอันมากมายในการทำเศาะดะเกาะฮฺ
1. คนจนบริจาคเพียงแค่ครึ่งหนึ่งที่เขามี เขาจะได้รับผลบุญมากกว่าคนที่ร่ำรวยที่บริจาคมหาศาล
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “หนึ่งดิรฮัมแซงหน้าหนึ่งแสนดิรฮัม” บรรดาเศาะฮาบะฮฺถามว่า “โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ และจะเป็นไปได้อย่างไร?” ท่านนบี ศ็อลลัลลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ชายคนหนึ่ง เขามีทรัพย์สินมากมาย เขาได้หยิบเอาเงินหนึ่งแสนดิรฮัมจากส่วนหนึ่งของทรัพย์สินของเขา แล้วเขาก็บริจาคสิ่งนั้นไป และชายอีกคนหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดเลยสำหรับเขานอกจากสองดิรฮัมเท่านั้น แล้วเขาก็หยิบเอาหนึ่งเหรียญจากสองเหรียญนั้น แล้วเขาก็บริจาคสิ่งนั้นไป” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอันนะซาอีย์ เลขที่ 2527)
2. เมื่อใดก็ตามที่เขาตั้งใจบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจที่มีต่ออัลลอฮฺ ถึงแม้เขาจะไม่มีเงิน แต่เขาจะได้ผลบุญเท่ากับคนรวยที่บริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ดังหะดีษต่อไปนี้
จาก สะอีด อัฏฏออีย์ อบู อัล-บัคทารี ซึ่งกล่าวว่า: อบู กับชะฮ์ อัลอันมารีย์ เล่าให้ฉันฟังว่า: เขาได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “มีสามประการที่ฉันขอสาบานในสิ่งเหล่านั้น และฉันจะบอกเล่าหะดีษบทหนึ่งแก่พวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงจำมันไว้:
ทรัพย์สินของบ่าวคนหนึ่งจะไม่ลดน้อยลงจากการบริจาค
และไม่มีบ่าวคนใดที่ถูกอธรรมด้วยการถูกอธรรมอย่างหนึ่ง แล้วเขาได้อดทนต่อการถูกอธรรมนั้น นอกจากอัลลอฮฺจะทรงเพิ่มเกียรติยศให้แก่เขา
และไม่มีบ่าวคนใดที่เปิดประตูแห่งการขอทาน นอกจากอัลลอฮฺจะทรงเปิดประตูแห่งความยากจนให้แก่เขา”
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “และฉันจะบอกเล่าหะดีษบทหนึ่งแก่พวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงจำมันไว้ แท้จริงดุนยานี้สำหรับคนสี่จำพวกเท่านั้น
และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “และฉันจะบอกเล่าหะดีษบทหนึ่งแก่พวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงจำมันไว้ แท้จริงดุนยานี้สำหรับคนสี่จำพวกเท่านั้น
บ่าวคนหนึ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานริสกี เป็นทรัพย์สินและความรู้ให้แก่เขา แล้วเขายำเกรงพระผู้อภิบาลของเขาในสิ่งนั้น และเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติในสิ่งนั้น และรู้สิทธิของอัลลอฮฺในสิ่งนั้น ดังนั้น คนๆ นี้อยู่ในฐานะที่ประเสริฐที่สุด
บ่าวคนหนึ่งที่อัลลอฮฺทรงประทานริสกี เป็นความรู้ให้แก่เขา แต่ไม่ได้ประทานทรัพย์สินให้ เขามีเจตนาอันสัตย์จริง เขากล่าวว่า ถ้าฉันมีทรัพย์สิน ฉันย่อมจะทำเหมือนคนๆ นั้น (คนแรก) ดังนั้นเขาจึงได้รับตามเจตนาของเขา และผลบุญของเขาทั้งสองคนนั้นเท่ากัน
บ่าวคนหนึ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานริสกี เป็นทรัพย์สินให้แก่เขา แต่ไม่ได้ประทานความรู้ให้ เขาใช้จ่ายทรัพย์สินของเขาอย่างสะเปะสะปะโดยปราศจากความรู้ และไม่ยำเกรงพระผู้อภิบาล และไม่เชื่อมสัมพันธ์เครือญาติ และไม่รู้สิทธิของอัลลอฮฺในสิ่งนั้น ดังนั้น คนๆ นี้จึงอยู่ในฐานะที่เลวทรามที่สุด
บ่าวคนหนึ่งที่อัลลอฮฺไม่ได้ทรงประทานริสกีทั้งทรัพย์สินและความรู้ให้แก่เขา แล้วเขากล่าวว่า ถ้าฉันมีทรัพย์สิน ฉันย่อมจะทำเหมือนคนๆ นั้น (คนที่สาม) ดังนั้น เขาจึงได้รับตามเจตนาของเขา และบาปของเขาทั้งสองคนนั้นเท่ากัน”
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรมีซีย์ เลขที่ 2325)