hasanah page เว็บไซต์สำหรับมุสลิมะห์
ดุอาอฺคืออิบาดะฮฺ และมีเกียรติยิ่ง
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “แท้จริงการดุอาอฺนั้นคืออิบาดะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย นุอฺมาน บิน บะชีร)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺได้กล่าวว่า “ไม่มีสิ่งใดที่จะมีเกียรติยิ่ง ณ อัลลอฮฺ มากไปกว่าการขอดุอาอฺ” (หะดีษหะสัน รายงานโดย อบูฮุร็อยเราะฮฺ)
ดุอาอฺ ยับยั้งเกาะฎออฺ พ้นเกาะดัร
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ไม่มีอะไรที่จะยับยั้งเกาะฎออฺ (การกำหนดสภาวะ) ได้ ยกเว้นดุอาอฺ และจะไม่มีอะไรที่จะเพิ่มอายุได้ ยกเว้นความกตัญญู” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยติรมิซีย์ เลขที่ 2139)
– จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “การระวังตนไม่มีผลต่อเกาะดัรฺ (สิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด) ดุอาอฺนั้นจะมีประโยชน์ทั้งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและที่ยังไม่เกิดขึ้น และแท้จริงดุอาอฺกับบะลาอฺนั้นจะพบกัน แล้วทั้งสองก็จะปะทะต่อสู้กันจนถึงวันกิยามะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยฮากิม เลขที่ 1837)
– “และพระผู้อภิบาลของสูเจ้า ตรัสว่า จงวิงวอนต่อฉัน ฉันจะตอบ (การวิงวอน) แก่สูเจ้า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฆอฟิร 60)
– “และเมื่อบ่าวของข้า ถามเจ้าถึงข้าแล้ว ก็ (จงตอบเถิดว่า) แท้จริงข้านั้นอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอนของผู้ที่วิงวอน เมื่อเขาวิงวอนต่อข้าดังนั้น พวกเขาจงตอบรับข้าเถิด และศรัทธาต่อข้า เพื่อว่าพวกเขาจะได้อยู่ในทางที่ถูกต้อง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 186)
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ไม่มีมุสลิมคนใดที่ขอดุอาอฺด้วยคำขอที่ไม่มีบาปและไม่มีการตัดสัมพันธ์เครือญาติ นอกจากอัลลอฮฺจะทรงตอบรับให้เขาในสามประการนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง ประการแรก คือ ดุอาอฺของเขาถูกตอบสนองในทันที ประการที่สอง คือ พระองค์ทรงเก็บรักษาสิ่งนั้นไว้ให้เขาในโลกหน้า ประการที่สาม คือ พระองค์ทรงปัดเป่าความชั่วร้ายออกจากเขาในระดับเดียวกับสิ่งที่เขาขอ” ผู้คนกล่าวว่า: ‘ถ้าเช่นนั้นพวกเราจะขอให้มากขึ้น’ ท่าน (นบี) กล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงตอบสนองมากยิ่งกว่า” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอะห์มัด เลขที่ 11133)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ผู้ใดที่ปรารถนาให้พระองค์อัลลอฮฺทรงตอบรับ (ดุอาอฺ) ของเขาในยามทุกข์ยากลำบาก (ความเดือดร้อน) ก็จงขอพร (ดุอาอฺ) ให้มากในยามสุขสบาย” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอัต-ตัรฆีบ เลขที่ 1628)
สาเหตุที่ดุอาอฺถูกตอบรับ-ไม่ถูกตอบรับ
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ กล่าวว่า “พวกท่านทั้งหลาย อัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่ง เป็นผู้ทรงบริสุทธิ์และพระองค์ทรงรับแต่เฉพาะสิ่งที่สะอาด อัลลอฮฺทรงบัญชาบรรดาผู้ศรัทธา เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงบัญชาบรรดารอซูลของพระองค์ว่า “โอ้ บรรดารอซูล พวกเจ้าจงบริโภคส่วนที่ดี (ฮะลาล) และจงกระทำความดีเถิดเพราะแท้จริง ข้ารอบรู้สิ่งพวกเจ้ากระทำ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน 51) และพระองค์ทรงกล่าวว่า “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงบริโภคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า จากสิ่งดี ๆ ทั้งหลาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 172) หลังจากนั้น ท่านได้เอ่ยถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เดินทางตามลำพังคนเดียวในสภาพผมเผ้ารุงรังและเสื้อผ้าที่เขรอะไปด้วยฝุ่น เขาได้ยกมือขึ้นไปบนท้องฟ้าและวิงวอนว่า “โอ้ พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์” ในขณะที่อาหารการกิน เครื่องดื่ม และเสื้อผ้าของเขาเป็นที่ต้องห้าม คำวิงวอนของเขาจะถูกตอบรับได้อย่างไร?” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 1015)
เวลาดุอาอฺมุสตะญาบ (ถูกตอบรับ) เมื่อฝนตก ไก่ขัน
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "สองช่วงเวลาจะไม่ถูกปฏิเสธ การขอดุอาอฺหลังอะซาน และในขณะที่ฝนกำลังตก" (หะดีษหะสัน บันทึกโดย ฏ็อบรอนีย์ เลขที่ 5756)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “เมื่อพวกท่านได้ยินไก่ขัน จงขอความโปรดปรานต่ออัลลอฮฺเพราะมันเห็นมลาอิกะฮฺ และเมื่อพวกท่านได้ยินเสียงร้องของลา จงวิงวอนขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากความชั่วของชัยฏอน เพราะมันเห็นชัยฏอน” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 3303)
เวลาดุอาอฺมุสตะญาบ (ถูกตอบรับ) เมื่อทำอิบาดะฮฺสำคัญ
– จากอบูอุมามะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : มีผู้ถามว่า 'โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ ดุอาอฺไหนที่จะมีการตอบรับมากที่สุด' ท่านนบีกล่าวว่า "ช่วงท้ายของกลางคืน และช่วงท้ายของการละหมาดฟัรฺฎู” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย ติรมิซีย์ เลขที่ 3499)
– จากอบูฮูร็อยเราะฮ์ว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวถึงวันศุกร์แล้วท่านก็กล่าวว่า “ในวันนั้น มีช่วงเวลาหนึ่งที่ไม่มีบ่าวมุสลิมคนใดยืนละหมาด วิงวอนขอสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่ออัลลอฮฺ ตะอาลา เว้นแต่พระองค์จะทรงประทานสิ่งนั้นให้แก่เขา” และท่านนบีได้ชี้ด้วยมือของท่านทำให้เห็นว่าช่วงเวลานั้นน้อยนิด (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 935 และมุสลิม เลขที่ 852)
– จากอบูบุรดะฮฺ บินอบูมูซา อัลอัชอะรี กล่าวว่า : อับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัรฺ ได้พูดกับฉันว่า ‘ท่านได้ยินพ่อของท่าน รายงานจากท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับช่วงเวลาของวันศุกร์ไหม’ ฉันกล่าวว่า ‘ใช่ ฉันได้ยินเขาได้ยินท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “มันอยู่ระหว่างที่อิหม่ามนั่งลง จนกระทั่งการละหมาดเสร็จสิ้น”’ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 853)
บุคคล 5 ประเภทที่ดุอาอฺถูกตอบรับ
– จากอบูฮุรอยเราะฮ์ กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ดุอาอฺของบุคคลสามประเภทจะไม่ถูกปฏิเสธ คือ ผู้ถือศีลอดจนกระทั่งเขาละศีลอด, ผู้นำที่มีความยุติธรรม และดุอาอฺของผู้ถูกอธรรม ซึ่งพระองค์อัลลอฮฺทรงยกดุอาอฺนั้นขึ้นเหนือม่านเมฆ และบรรดาประตูชั้นฟ้าจะถูกเปิดออกเพื่อต้อนรับมัน และพระผู้อภิบาลทรงตรัสว่า 'ขอสาบานด้วยเกียรติยศของข้า ข้าจะช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน แม้ว่าหลังจากนี้อีกระยะเวลาหนึ่งก็ตาม'” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยอิบนุ มาญะฮ์ เลขที่ 1752)
– จากอบูฮุรอยเราะฮ์ กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ดุอาอฺของบุคคลสามประเภทจะถูกตอบรับโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ คือ ดุอาอฺของผู้ถูกอธรรม, ดุอาอฺของผู้เดินทาง, และดุอาอฺของพ่อแม่ที่ขอให้แก่ลูกของตนเอง" (หะดีษหะสัน บันทึกโดยอิบนุ มาญะฮ์ เลขที่ 3862)
– “หรือผู้ใดเล่าจะตอบรับผู้ร้องทุกข์ เมื่อเขาวิงวอนขอต่อพระองค์ และทรงปลดเปลื้องความชั่วร้ายนั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนัมลฺ 62)
มารยาทการขอดุอาอฺ – ยำเกรงและมั่นใจ
– “และจงวิงวอนขอต่อพระองค์ด้วยความยำเกรง (ตัฟซีร: คือยำเกรงว่าพระองค์จะไม่ทรงรับ ในการนี้ จะช่วยให้มีการสำรวมมากขึ้น) และความปรารถนาอันแรงกล้า (ตัฟซีร: การวิงวอนขอของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจที่จะได้รับ) แท้จริงความเอ็นดูเมตตาของอัลลอฮฺนั้นใกล้แก่ผู้กระทำดีทั้งหลาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ 56 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “พวกเจ้าจงขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ โดยที่พวกเจ้าต้องมั่นใจว่าจะถูกตอบรับ และจงรู้เถิดว่า แท้จริง อัลลอฮฺจะไม่ทรงรับดุอาอฺ (ที่ออกมา) จากหัวใจที่หันเห โลเล” (หะดีษหะสัน บันทึกโดย อัตติรมิซีย์, ฮากิม และฎ็อบรอนีย์
มารยาทการขอดุอาอฺ – เชื่อในความเมตตาของพระองค์
– “จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด)ว่า สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินนั้นเป็นของใคร? จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่าเป็นของอัลลอฮฺ พระองค์ได้ทรงกำหนดการเอ็นดูเมตตาไว้บนตัวของพระองค์” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อันอาม 12)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ในตอนที่พระองค์ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายเเล้ว พระองค์ทรงบันทึก ณ ที่พระองค์ เหนือบัลลังก์ของพระองค์ว่า ‘แท้จริงความเมตตาของข้านำหน้าความกริ้วของข้า’" (หะดีษ (กุดซีย์) เศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 7422)
ดุอาอฺสำคัญ ใช้พระนามของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
– จากบุร็อยดะฮ์ อัล-อัสละมีย์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : ครั้งหนึ่ง ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยินชายคนหนึ่งได้กล่าวดุอาอฺว่า
اللَّهُمَّ إِنِّي أسألك بأنّي أشْهَدُ أَنَّكَ أَنْتَ اللهُ لا إِلَهَ إِلَّا أَنْتَ الأَحَدُ الصَّمَدُ ، الَّذِي لَمْ يَلِدْ وَلَمْ يُولَدْ وَلَمْ يَكُنْ لَهُ كُفُوًا أَحَدٌ
(อ่านว่า “อัลลอฮุมมะ อินนี อัสอะลุกะ บิอันนี อัชฮะดุ อันนะกะอันตัลลอฮุ ลาอิลลาฮะ อิลลาอันตัลอะฮะดุศเศาะมัด อัลละซีลัมยะลิดวะลัมยูลัด วะลัมยะกุลละฮูกุฟุวันอะฮัด)
ความหมาย : “โอ้ อัลลอฮฺ แท้จริง ข้าพระองค์ขอต่อพระองค์ ด้วยการที่ข้า ปฏิญาณว่าพระองค์คืออัลลอฮฺ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ ผู้เป็นเอกะ หนึ่งเดียว ที่ทรงจัดการดูแลทุกสรรพสิ่ง ผู้ที่ไม่ทรงมีบุตรและไม่ทรงถูกให้กำเนิด และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์” จากนั้นท่านรอซูลลุลลอฮฺได้กล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ผู้ซึ่งตัวฉันนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ชายผู้นี้ได้วิงวอนต่ออัลลอฮฺ โดยใช้พระนามของพระองค์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งหากพระองค์ได้รับการวิงวอนโดยพระนามนี้แล้ว พระองค์ก็จะตอบรับ และหากพระองค์ได้รับการร้องขอ ด้วยพระนามนี้ พระองค์ก็จะประทานให้” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย ติรมิซีย์ เลขที่ 3475)
– จากอนัส บิน มาลิก รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : ได้เคยปรากฏว่า ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มักจะกล่าวอยู่บ่อยครั้งว่า
"يَا مُقَلِّبَ الْقُلُوبِ ثَبِّتْ قَلْبِي عَلَى دِينِكَ"
(อ่านว่า : ยามุก็อลลิบัลกุลูบ ษับบิต ก็อลบี อะลา ดีนิก)
(ความหมาย: โอ้ ผู้ทรงพลิกผันหัวใจ ขอพระองค์ทรงทำให้หัวใจของบ่าว มั่นคงอยู่บนศาสนาของพระองค์ด้วยเถิด)
แล้วฉันก็ได้ถามขึ้นว่า: "โอ้ ท่านรอซูลุลลอฮฺ พวกเราศรัทธาในตัวท่านและสิ่งที่ท่านนำมาแล้ว แล้วท่านยังห่วงพวกเราอีกหรือ" ท่านนบีจึงกล่าวตอบว่า “ใช่แล้ว เพราะแท้จริงหัวใจทุกดวงนั้นอยู่ระหว่างสองนิ้วพระหัตถ์จากบรรดานิ้วพระหัตถ์ของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์จะทรงพลิกผันมันในทิศทางใดก็ได้ตามที่พระองค์ทรงประสงค์” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยติรมีซีย์ เลขที่ 2140
– จากอบูฮุรอยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : มีศอฮาบะฮ์ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กลุ่มหนึ่งได้มาหาท่าน แล้วพวกเขากล่าวว่า 'แท้จริงพวกเรา รู้สึกมีอะไรบางอย่างในบางคนในหมู่พวกเราเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าพวกเราจะพูดถึงมัน' ท่านนบีกล่าวว่า "และแน่นอน พวกเจ้าได้พบมันแล้วใช่ไหม?" พวกเขาตอบว่า 'ใช่' ท่านนบีกล่าวว่า "นั่นเป็นการแสดงถึงการศรัทธาที่ชัดแจ้ง" (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 132)
ดุอาอฺเมื่อเกิดความสงสัยในการศรัทธา
– จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "ชัยฏอนจะมาหาคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้า แล้วมันกล่าวว่า “ใครสร้างสิ่งนั้น ใครสร้างสิ่งนี้” จนกระทั่งมันกล่าวว่า “ใครสร้างพระเจ้าของเจ้า” ดังนั้น เมื่อเขาได้พบกับเรื่องเช่นนี้ ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ และจงหยุด” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 3276)
– จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "แท้จริงคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้านั้น ชัยฏอนจะมาหาเขา แล้วมันกล่าวว่า 'ใครสร้างเจ้า' แล้วเขาตอบว่า 'อัลลอฮฺ' แล้วมันก็ถามต่อว่า 'แล้วใครสร้างอัลลอฮฺ' ดังนั้น เมื่อคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าได้พบเรื่องดังกล่าว ก็จงกล่าวเถิดว่า 'อามันตุ บิลลาฮิ วะ รุซุลิฮฺ' (ฉันศรัทธาต่ออัลลอฮฺและบรรดารอซูลของพระองค์แล้ว) เพราะแท้จริงสิ่งนั้นจะทำให้มันหายไปจากเขา" (หะดีษหะสัน บันทึกโดย อะหมัด เลขที่ 26203)
ดุอาอฺนบียูนุส นบีมูซา ขอทางออก ง่ายดาย
– “และจงรำลึกถึงเรื่องราวของซันนูน (นบียูนุส) เมื่อเขาจากไปด้วยความโกรธพรรคพวกของเขา แล้วเขาคิดว่าเราจะไม่ทำให้เขาได้รับความลำบาก แล้วเขาก็ร้องเรียนท่านกลางความมืดทึบทะมึนว่า
لَّا إِلَٰهَ إِلَّا أَنتَ سُبْحَانَكَ إِنِّي كُنتُ مِنَ الظَّالِمِينَ
(อ่านว่า: ลาอิลาฮะ อิลลาอันต้า ซุบฮาน้าก้า อินนี กุนตู้ มินัซซอลี่มีน)
ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่เที่ยงแท้นอกจากพระองค์ท่าน มหาบริสุทธิ์แห่งพระองค์ท่าน แท้จริงข้าพระองค์เป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้อธรรมทั้งหลาย
ดังนั้นเราได้ตอบรับการร้องเรียนของเขา และเราได้ช่วยให้เขารอดพ้นจากความทุกข์ระทม และเช่นเดียวกันนี้ เราช่วยบรรดาผู้ศรัทธา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัมบิยาอฺ 87-88)
– “เขากล่าวว่า
رَبِّ اشْرَحْ لِي صَدْرِي وَيَسِّرْ لِي أَمْرِي وَاحْلُلْ عُقْدَةً مِّن لِّسَانِي يَفْقَهُوا قَوْلِي
(อ่านว่า: ร็อบบิชเราะฮฺลี ศ็อดรี วะยัซซิรฺลี อัมรี วะหฺลุล อุกดะตัม มินลิซานี ยัฟกอฮูเกาลี)
ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดเปิดอกของข้าพระองค์ให้แก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด และทรงโปรดทำให้การงานของข้าพระองค์ง่ายดายแก่ข้าพระองค์ด้วย และทรงโปรดแก้ปม จากลิ้นของข้าพระองค์ด้วย เพื่อให้พวกเขาเข้าใจคำพูดของข้าพระองค์” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฏอฮา 25-28)
ดุอาอฺนบีอัยยูบ นบีอิบรอฮีม ขอให้คลายทุกข์ โรค กังวลใจ
– “และจงรำลึกถึงเรื่องราวของอัยยูบ เมื่อเขาได้ร้องเรียนพระเจ้าของเขาว่า
أَنِّي مَسَّنِيَ الضُّرُّ وَأَنتَ أَرْحَمُ الرَّاحِمِين
(อ่านว่า: อินนี มัซซ่านิยัดดุรฺรู่วะอันต้า อัรฺฮ่ามุรฺรอฮิมีน)
แท้จริงข้าพระองค์นั้น ความทุกข์ยากได้ประสบแก่ข้าพระองค์และพระองค์เท่านั้นเป็นผู้ทรงเมตตายิ่ง ในหมู่ผู้เมตตาทั้งหลาย
ดังนั้น เราได้ตอบรับการร้องเรียนของเขา แล้วเราได้ปลดเปลื้องสิ่งที่เป็นความทุกข์ยากแก่เขา และเราได้ให้ครอบครัวของเขาแก่เขา และเช่นเดียวกับที่เขาได้เคยมีมาก่อน (เช่น บุตรหลานและพวกพ้อง) เป็นความเมตตาจากเรา และเป็นข้อตักเตือนแก่บรรดาผู้ที่เคารพภักดี" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัมบิยาอฺ 83-84)
– “บรรดาที่ผู้คนได้กล่าวแก่พวกเขาว่า แท้จริงมีผู้คนได้ชุมนุมสำหรับพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงกลัวพวกเขาเถิด แล้วมันได้เพิ่มการอีมานแก่พวกเขา และพวกเขากล่าวว่า
حَسْبُنَا ٱللَّهُ وَنِعْمَ ٱلْوَكِيلُ
(อ่านว่า: หัสบุนัลลอฮุ วะ นิอฺมัล วะกีล)
อัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ที่พอเพียงแก่เราแล้ว และเป็นผู้รับมอบหมายที่ดีเยี่ยม
แล้วพวกเขาได้กลับมา พร้อมด้วยความกรุณาจากอัลลอฮฺ และความโปรดปราน (จากพระองค์) โดยมิได้มีอันตรายใดๆ ประสบแก่พวกเขา และพวกเขาได้ปฏิบัติตามความพอพระทัยของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺคือผู้ทรงโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 173-174)
ดุอาอฺนบีอิบรอฮีม นบีมุฮัมมัด ขออภัยโทษ
رَبَّنَا اغْفِرْ لِي وَلِوَالِدَيَّ وَلِلْمُؤْمِنِينَ يَوْمَ يَقُومُ الْحِسَابُ
(อ่านว่า: ร็อบบะนัฆฟิรฺลี วะลิวาลิดัยยะ วะลิลมุมินีนะ เยามะยะกูมุลฮิซาบ)
“โอ้พระเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงอภัยโทษให้แก่ข้าพระองค์ และแก่บิดามารดาของข้าพระองค์ และแก่บรรดามุอมิน ในวันที่การสอบสวนจะมีขึ้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอิบรอฮีม 41)
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แม่บทแห่งการขออภัยโทษ (ซัยยิดุลอิสติฆฺฟาร) คือการกล่าวว่า
اَللَّهُمَّ أَنْتَ رَبِّي ، لَا إِلَهَ إِلاَّ أَنْتَ خَلَقْتَنِي وَأَنَا عَبْدُكَ ، وَأَنَا عَلَى عَهْدِكَ وَوَعْدِكَ مَا اسْتَطَعْتُ ، أَعُوذُ بِكَ مِنْ شَرِّ مَا صَنَعْتُ ، أَبُوءُ لَكَ بِنِعْمَتِكَ عَلَيَّ ، وَأَبُوءُ بِذَنْبِي فَاغْفِرْ لِي ، فَإِنَّهُ لَا يَغْفِرُ الذُّنُوبَ إِلاَّ أَنْتَ
(ความหมาย: โอ้อัลลอฮฺ พระองค์คือพระผู้อภิบาลของฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ พระองค์ทรงสร้างฉันและฉันคือบ่าวของพระองค์ ตัวฉันกับสัญญาแห่งผลตอบแทนที่ดีและสัญญาแห่งการลงโทษของพระองค์นั้น (ฉันทำได้) เท่าที่ฉันมีความสามารถเท่านั้น ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์จากความชั่วร้ายที่ฉันได้กระทำไว้ ฉันกลับไปหาพระองค์ด้วยการยอมรับในความโปรดปรานของพระองค์ที่มีต่อตัวฉัน และฉันขอกลับไปหาพระองค์ด้วยการยอมรับในความผิดบาปของฉัน ดังนั้น ขอได้โปรดประทานอภัยแก่ฉันเถิด เพราะแท้จริงไม่มีผู้ใดสามารถประทานอภัยในบาปต่างๆ ได้นอกจากพระองค์)
ท่านนบีกล่าวว่า “ผู้ใดอ่านบทนี้ในเวลากลางวัน โดยเชื่อมั่นอย่างแท้จริงต่อสิ่งนั้น แล้วเขาได้เสียชีวิตลงก่อนถึงเวลาเย็น เขาจะเป็นหนึ่งในบรรดาชาวสวรรค์ และ ผู้ใดอ่านบทนี้ในเวลากลางคืน โดยเชื่อมั่นอย่างแท้จริงต่อสิ่งนั้น แล้วเขาได้เสียชีวิตลงก่อนถึงเวลาเช้า เขาจะเป็นหนึ่งในบรรดาชาวสวรรค์เช่นเดียวกัน” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 6306)
ดุอาอฺของท่านรอซูล (ส่วนหนึ่งจากบทอัซการ เช้า-เย็น)
– ท่านรอซูลลุลอฮฺกล่าวว่า “ผู้ใดอ่านยามเช้าและยามเย็นว่า
حَسْبِيَ الله لا إلَـهَ إلَّا هُوَ عَلَيهِ تَوَكَّلْتُ وَهُوَ رَبُّ العَرْشِ العَظِيمِ
(อ่านว่า: หัสบิยัลลอฮฺ ลาอิลาฮะ อิลลาฮุวะอะลัยฮิ ตะวักกัลตุ วะฮุวะร็อบบุล อัรชิล-อะซีม)
ความหมาย: อัลลอฮฺทรงพอเพียงแล้วสำหรับฉัน ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์ แด่เพียงพระองค์เท่านั้นที่ฉันได้มอบหมายและพึ่งพา และพระองค์คือองค์อภิบาลแห่งบัลลังก์อันยิ่งใหญ่
เจ็ดครั้ง อัลลอฮฺ อัซซะวะญัล (ผู้ทรงเกียรติยิ่งและผู้ทรงสูงส่งยิ่ง) จะทรงเพียงพอแก่เขาจากความกังวลใจของเขา จากกิจการโลกนี้และโลกหน้า” (หะดีษหะสัน บันทึกโดย อิบนุส สุนนีย์ เลขที่ 71)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ผู้ใดกล่าวว่า
بِسمِ اللَّهِ الَّذِي لَا يَضُرُّ مَعَ اسْمِهِ شَيْءٌ فِي الْأَرْضِ وَلَا فِي السَّمَاءِ وَهُوَ السَّمِيعُ الْعَلِيمُ
(อ่านว่า: บิสมิลลาฮิลละซี ลายะฎรุรุ มะอัส มิฮิ ชัยอน ฟิลอัรฏิ วะลาฟิส สะมาอฺ วะฮุวัสสะมีอุล อะลีม)
ความหมาย: “ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งไม่มีสิ่งใดๆ บนพื้นแผ่นดินและชั้นฟ้าสามารถให้โทษพร้อมกับพระนามของพระองค์ได้ และพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยิน ทรงรอบรู้ยิ่ง
สามครั้งในยามเย็น เขาจะไม่ถูกบะลาอฺ (ภัยพิบัติ) ชนิดที่ไม่ทันตั้งตัวจนกระทั่งถึงเวลาเช้า และผู้ใดกล่าวสามครั้งในยามเช้า เขาจะไม่ถูกบะลาอฺ (ภัยพิบัติ) ชนิดที่ไม่ทันตั้งตัวจนกระทั่งถึงเวลาเย็น” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ 5088)
ขอความคุ้มครอง เมื่อออกจากบ้านและเดินทาง
– จากท่านอนัส บิน มาลิก รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า : แท้จริงท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “เมื่อชายคนหนึ่งได้ออกจากบ้านของเขา แล้วเขากล่าวว่า
بِسْمِ اللَّهِ تَوَكَّلْتُ عَلَى اللَّهِ، لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللهِ
(ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ข้าพระองค์ขอมอบหมายต่ออัลลอฮฺ ไม่มีพลังและไม่มีอำนาจใดๆ นอกจากด้วยอัลลอฮฺเท่านั้น)”
ท่านนบีกล่าวต่อว่า “จะมีเสียงกล่าวขึ้นในเวลานั้นว่า ‘ท่านได้รับการชี้นำแล้ว ท่านได้รับความเพียงพอแล้ว และท่านได้รับการปกป้องแล้ว’ แล้วบรรดาชัยฏอนก็หลบหลีกออกไปจากเขา จากนั้นชัยฏอนตนหนึ่งกล่าวกับอีกตนหนึ่งว่า ‘ท่านจะจัดการอย่างไรกับชายผู้ที่ได้รับการชี้นำ ได้รับความเพียงพอ และได้รับการปกป้องแล้ว?’” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย อบูดาวูด เลขที่ 5095)
– จากท่านหญิงเคาละฮ์ บินติ ฮะกีม อัสสุละมิยะฮ์ กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่าน รอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “ผู้ใดที่หยุดพัก ณ ที่ใดที่หนึ่ง แล้วเขากล่าวว่า
أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللهِ التَّامَّاتِ مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ
(อ่านว่า : อะอูซุ บิกะลิมาติลลาฮิต-ตามมาติ มินชัรริ มาเคาะลัก)
เขาย่อมจะไม่ได้รับอันตรายจากสิ่งใดๆ จนกระทั่งเขาย้ายออกไปจากที่แห่งนั้น” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2708)
ขอความคุ้มครอง ให้พ้นจากชัยฏอนและสิ่งชั่วร้าย
– อุษมาน บินอบุลอาศ ได้มาหาท่านนบี และพูดกับท่านว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺ ชัยฏอนรบกวนการนมาซของฉันและทำให้ฉันสับสนในการอ่านกุรอาน” ท่านรอซูลกล่าวว่า “มันคือชัยฏอนที่ถูกเรียกว่า คินซับ ดังนั้น ถ้าท่านรู้สึกว่ามันอยู่ใกล้ๆ จงกล่าวว่า “อะอูซุบิลลาฮิ มินฮู” (ฉันขอความคุ้มครอง ต่ออัลลอฮฺให้พ้นจากมัน) หลังจากนั้น ให้พ่นลม ถ่มน้ำลายเบาๆ (เป่าลมเบาๆ ออกมาโดยไม่มีน้ำลาย) ทางด้านซ้ายของท่านสามครั้ง” อุษมานกล่าวว่า “ฉันได้ทำเช่นนั้น และอัลลอฮฺได้ทรงเอามันไปจากฉัน” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 2203)
– จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ ว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "ผู้ใดกล่าวสามครั้งในตอนเย็นว่า
أَعُوذُ بِكَلِمَاتِ اللهِ التَّامَّاتِ مِنْ شَرِّ مَا خَلَقَ
(อ่านว่า : อะอูซุ บิกะลิมาติลลาฮิต-ตามมาติ มินชัรริ มาเคาะลัก)
ความหมาย "ฉันขอความคุ้มครองด้วยพระพจนารถแห่งอัลลอฮฺที่สมบูรณ์ยิ่ง ให้ปลอดภัย จากความชั่วร้ายของสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ทรงสร้าง"
ในคืนนั้นจะไม่มีพิษร้ายใดทำร้ายเขาได้" สุฮัยล์กล่าวว่า 'แล้วได้ปรากฏว่า คนในบ้านของพวกเราได้จดจำมัน แล้วพวกเขาก็มักจะอ่านซ้ำทุกๆ ค่ำคืน ต่อมาทาสหญิงรับใช้คนหนึ่งจากบรรดาพวกเขาก็ถูกสัตว์พิษต่อย แต่นางไม่รู้สึกเจ็บปวดต่อสิ่งนั้น" (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรมีซีย์ เลขที่ 3604
ขอความคุ้มครอง และบรรเทาภาระเมื่อเผชิญบททดสอบ
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ผู้ใดอ่านสองอายะฮฺสุดท้ายของซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ (อายะฮฺ 285-286) ในเวลากลางคืน ดังนั้นสองอายะฮฺดังกล่าวย่อมเป็นการเพียงพอสำหรับเขา (ในการคุ้มครองเขา)” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 5008 และมุสลิม เลขที่ 875)
– อบูฮุร็อยเราะฮฺ เล่าว่า : เมื่ออายะฮฺกุรอานถูกประทานแก่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ว่า “สิ่งที่อยู่ในบรรดาชั้นฟ้า และสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินนั้น เป็นสิทธิของอัลลอฮฺ และถ้าหากพวกเจ้าเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเจ้า หรือปกปิดมันไว้ก็ตาม อัลลอฮฺจะทรงนำสิ่งนั้นมาชำระสอบสวนแก่พวกเจ้า แล้วพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง” (อัลกุรอาน 2:284)
บรรดาสาวกของท่านรอซูลุลลอฮฺพบว่า อายะฮฺนี้เป็นสิ่งที่ยากสำหรับพวกเขา ดังนั้น พวกเขาจึงได้ไปหาท่านรอซูลุลลอฮฺ และคุกเข่ากล่าวว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺ เราถูกสั่งในสิ่งที่เราสามารถทำ นั่นคือ การถือศีลอด การนมาซ การญิฮาด และการให้ทาน แต่อายะฮฺได้ถูกประทานมายังท่าน และเราพบว่ามันยากสำหรับพวกเรา” ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “พวกท่านต้องการที่จะพูด สิ่งที่ชาวคัมภีร์ก่อนพวกท่านพูดว่า “เราได้ยินและเราไม่เชื่อฟัง” กระนั้นหรือ? แต่จงกล่าวว่า “เราได้ยิน และเราเชื่อฟัง และขอการอภัยโทษจากพระองค์ และยังพระองค์ที่เราจะกลับไป” เมื่อผู้คนกล่าวเช่นนั้น
อัลลอฮฺได้ประทานอายะฮฺลงมาว่า “รอซูลนั้น (นบีมุฮัมมัด) ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เขา จากพระเจ้าของเขา และมุอฺมินทั้งหลายก็ศรัทธาด้วย ทุกคนศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และมลาอิกะฮฺของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดารอซูลของพระองค์ (พวกเขากล่าวว่า) เราจะไม่แยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดารอซูลของพระองค์ และพวกเขาได้กล่าวว่า เราได้ยินแล้ว และได้ปฏิบัติตามแล้ว การอภัยโทษจากพระองค์เท่านั้นที่พวกเราปรารถนา โอ้พระเจ้าของพวกเรา และยังพระองค์นั้น คือการกลับไป” (อัลกุรอาน 2:285) เมื่อพวกเขาได้ยินและเชื่อฟัง
ดังนั้น อัลลอฮฺได้ประทานอายะฮฺที่บอกถึงการบรรเทาภาระว่า “อัลลอฮฺจะไม่ทรงบังคับชีวิตหนึ่งชีวิตใดนอกจากตามความสามารถของชีวิตนั้นเท่านั้น ชีวิตนั้นจะได้รับการตอบแทนดีในสิ่งที่เขาได้แสวงหาไว้ และชีวิตนั้นจะได้รับการลงโทษในสิ่งชั่วที่เขาได้แสวงหาไว้ โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าเอาโทษแก่เราเลย หากพวกเราลืม หรือผิดพลาดไป” อัลลอฮฺทรงกล่าวว่า ‘ได้’ (พวกเขากล่าวว่า) “โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าได้บรรทุกภาระหนักใด ๆ แก่พวกเรา เช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงบรรทุกมัน แก่บรรดาผู้ที่อยู่ก่อนหน้าพวกเรามาแล้ว” พระองค์ทรงกล่าวว่า 'ได้' (พวกเขากล่าวว่า) “โอ้พระเจ้าของพวกเรา โปรดอย่าให้พวกเราแบกสิ่งที่ไม่มีกำลังใด ๆ แก่พวกเราที่จะแบกมันได้” พระองค์ทรงกล่าวว่า ‘ได้’ (พวกเขากล่าวว่า) “และโปรดได้ทรงอภัยแก่พวกเราและยกโทษให้แก่พวกเรา และเมตตาแก่พวกเราด้วยเถิด พระองค์นั้น คือ ผู้ปกครองของพวกเรา ดังนั้นโปรดได้ทรงช่วยเหลือพวกเราให้ได้รับชัยชนะเหนือกลุ่มชนที่ปฏิเสธศรัทธาด้วยเถิด” (อัลกุรอาน 2:286) พระองค์ทรงกล่าวว่า ‘ได้’
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 110)
ขอความคุ้มครอง ขอให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติและความชั่วร้าย
– ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยละเลยที่จะอ่านดุอาอฺนี้ทุกๆ เช้าและเย็น
اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَالْعَفْوَ وَالْعَافِيَةَ فِي الدُّنْيَا وَالْآخِرَةِ اللَّهُمَّ إِنِّي أَسْأَلُكَ الْعَفْوَ وَالْعَافِيَةَ فِي دِينِي وَدُنْيَايَ وَأَهْلِي وَمَالِي اللَّهُمَّ اسْتُرْ عَوْرَاتِي وَآمِنْ رَوْعَاتِي اللَّهُمَّ احْفَظْنِي مِنْ بَيْنِ يَدَيَّ وَمِنْ خَلْفِي وَعَنْ يَمِينِي وَعَنْ شِمَالِي وَمِنْ فَوْقِي وَأَعُوذُ بِعَظَمَتِكَ أَنْ أُغْتَالَ مِنْ تَحْتِي
อ่านว่า “อัลลอฮุมมะ อินนี อัซอะลุกัล อัฟวะ วัลอาฟิยะตะ ฟิดดุนยา วัลอาคิเราะฮฺ อัลลอฮุมมะ อินนี อัซอะลุกัล อัฟวะ วัลอาฟิยะตะ ฟีดีนี วะดุนยายะ วะอะฮฺลี วะมาลี อัลลอฮุมมัซตุร เอารอตี วะอามิน เราอาตี อัลลอฮุมมะฮฺฟัศนี มินบัยนิ ยะดัยยะ วะมิน ค็อลฟี วะอัน ยะมีนี วะอัน ชิมาลี วะมิน เฟากี วะอะอูซุ บิอะเซาะมะติกะ อันอุฆตาละ มิน ตะห์ตี”
ความว่า “โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ ได้โปรดประทานอภัยและความปลอดภัย (แก่ฉัน) ทั้งในโลก ดุนยาและอาคิเราะฮฺ โอ้อัลลอฮฺ แท้จริงฉันขอวิงวอนต่อพระองค์ โปรดประทานอภัยและความปลอดภัยในศาสนาของฉัน โลกดุนยาของฉัน ครอบครัวของฉัน และทรัพย์สินของฉัน โอ้อัลลอฮฺ โปรดปกปิดเอาเราะฮฺ (สิ่งที่บกพร่องในตัวฉันและความลับที่ผู้อื่นไม่ควรรู้เห็น) ของฉัน และขอได้โปรดประทานความสงบเยือกเย็นในใจของฉัน โอ้อัลลอฮฺ ขอได้โปรดคุ้มครองฉันจาก (ความชั่วร้ายที่อยู่) เบื้องหน้าของฉัน เบื้องหลังของฉัน เบื้องขวาของฉัน เบื้องซ้ายของฉัน และเบื้องบนของฉัน และฉันขอความคุ้มครองด้วยความยิ่งใหญ่ของพระองค์จากการถูกจู่โจมจากเบื้องล่างของฉัน (หมายถึงธรณีพิบัติ เช่น แผ่นดินสูบ ฯลฯ)”
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูด เลขที่ 5074 และอิบนุ มาญะฮฺ เลขที่ 3871)
– ท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า “แท้จริงเมื่อรอซูลุลลอฮฺเห็นฝน (โปรยลงมา) ท่านจะกล่าวดุอาอฺ (ขอพรต่ออัลลอฮฺ) ว่า
اَللَّهُمَّ صَيِّبًا نَافِعًا
(อ่านว่า: อัลลอฮุมมะ ซ็อยยิบัน นาฟิอัน)
“โอ้องค์อภิบาลของฉัน โปรดประทานเม็ดฝนที่เป็นประโยชน์แก่ฉันด้วยเถิด” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี)
– จากท่านอนัส บินมาลิก กล่าวว่า : ขณะที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังกล่าวคุฏบะฮฺวันศุกร์ ผู้คนก็ได้ลุกขึ้นร้องเรียก โดยกล่าวว่า “ท่านรอซูลุลลอฮฺครับ ฝนไม่ตกลงมาเลย จนต้นไม้แห้งเหี่ยวไปหมด และปศุสัตว์ก็ล้มตายเป็นจำนวนมาก ได้โปรดขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺประทานน้ำฝนแก่พวกเราด้วยเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงขอดุอาอฺว่า
“โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานน้ำฝนให้กับพวกเราด้วยเถิด” ท่านกล่าว 2 ครั้ง
ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ เราไม่ได้เห็นเมฆบางๆ เลยกระทั่งเมฆหนาปรากฏ แล้วฝนก็ตกลงมา ท่านรอซูลุลลอฮฺได้ลงมาจากมิมบัรแล้วทำการละหมาด การละหมาดเสร็จสิ้นแล้ว แต่ฝนยังตกลงมาจนถึงวันศุกร์ถัดไป เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ยืนกล่าวคุฏบะฮฺ ผู้คนก็ร้องเรียกท่านอีกครั้ง แล้วกล่าวว่า ‘บ้านเรือนเสียหายและถนนหนทางก็ถูกตัดขาดแล้วครับ ได้โปรดขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺกันมันออกไปจากพวกเราด้วยเถิด’ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิสัลลัม ยิ้ม แล้วท่านก็ขอดุอาอฺว่า
اللَّهُمَّ حَوَالَيْنَا وَلاَ عَلَيْنَا
“โอ้ อัลลอฮฺ โปรดประทานน้ำฝนรอบตัวเรา และอย่าให้ลงมาบนพวกเรา (จนเป็นอันตราย) เลย”
เมืองนครมะดีนะฮฺจึงกลับมาสงบ และน้ำฝนก็ตกลงมาเฉพาะบริเวณโดยรอบเท่านั้น ไม่มีน้ำฝนตกลงในเมืองมะดีนะฮฺเลย แม้แต่เม็ดเดียว แล้วฉัน (อนัส) ก็ได้มองไปยัง (ท้องฟ้าของ) เมืองมะดีนะฮฺ ปรากฏว่ามันเหมือนมงกุฎ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 1021)
ขอสิ่งที่ดีทดแทน เมื่อเจอบททดสอบ
– “บรรดาผู้ที่เมื่อมีเคราะห์ร้ายมาประสบแก่พวกเขา พวกเขาก็กล่าวว่า ‘อินนาลิลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน’ (แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงพวกเราจะกลับไปยังพระองค์) ชนเหล่านี้แหละพวกเขาจะได้รับคำชมเชย และการเอ็นดูเมตตาจากพระเจ้าของพวกเขาและชนเหล่านี้แหละคือผู้ที่ได้รับข้อแนะนำอันถูกต้อง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 156-157)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ไม่มีบ่าวคนใดที่ประสบกับความทุกข์ยากใดๆ แล้วเขาก็กล่าว 2 ดุอาอฺนี้ เว้นแต่อัลลอฮฺจะทรงประทานผลบุญเนื่องจากความทุกข์ยากนั้นของเขา และจะทรงทดแทนมันด้วยสิ่งที่ดีกว่า”
1. ให้กล่าวว่า “อินนาลิลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิรอญีอูน” (แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแท้จริงพวกเราจะกลับไปยังพระองค์)
2. ขอดุอาอฺ
اللَّهُمَّ أْجُرْنِي فِي مُصِيبَتِي وَأَخْلِفْ لِي خَيْرًا مِنْهَا
“อัลลอฮุมมะญุรนี ฟีมุซีบะตีย์ วะอัคลิฟลี คอยร็อนมินฮา”
ความหมาย : “โอ้ อัลลอฮฺ ขอทรงตอบแทนผลบุญแก่ฉันในความทุกข์โศกของฉันนี้ และขอทรงทดแทนให้ฉันซึ่งสิ่งที่ดีกว่า” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
ดุอาอฺอิสติฟตาฮฺ (หลังกล่าวตักบีร ตอนเริ่มละหมาด)
– เล่าจากอิบนิ อุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ‘ขณะที่พวกเรากำลังละหมาดอยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มีชายคนหนึ่งจากกลุ่มชนกล่าวขึ้นว่า อัลลอฮฺผู้ทรงเกรียงไกรยิ่ง มวลการสรรเสริญถวายแด่พระองค์อัลลอฮฺอย่างมากมายและมหาบริสุทธิ์แด่พระองค์อัลลอฮฺทั้งยามเช้าและยามเย็น’
اللهُ اَكْبَرُ كَبِيْرًا وَ الْحَمْدُ للهِ كَثِيْرًا وَ سُبْحَانَ اللهِ بُكْرَةً وَ أصِيْلًا
(คำอ่าน: “อัลลอฮุอักบัร กะบีรอ วัลฮัมดุลิลลาฮิ กะซีรอ วะซุบฮานัลลอฮิ บุครอเตา วะอะซีลา”)
ความหมาย : อัลลอฮฺทรงยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างแท้จริง และการสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺอย่างมากมาย และมหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮฺทั้งในยามเช้าและยามเย็น
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ใครเป็นผู้กล่าวเช่นนั้น” ชายคนหนึ่งจากกลุ่มชนได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าเอง โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ’ ท่านรอซูลุลลอฮฺได้กล่าวว่า “ข้าพเจ้าประหลาดใจที่ประตูฟ้าถูกเปิด เพราะถ้อยคำเหล่านั้น” ท่านอิบนุ อุมัรได้กล่าวว่า ‘ข้าพเจ้าไม่เคยทิ้งถ้อยคำเหล่านั้นเลยตั้งแต่ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวเช่นนั้น’ (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 943 และติรมีซีย์ เลขที่ 3516)
– จาก อาลี อิบนุ อะบี ฏอลิบ เล่าว่า : เมื่อท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ลุกขึ้นยืนละหมาด ท่านจะกล่าวว่า
وَجَّهْتُ وَجْهِيَ لِلَّذِيْ فَطَرَ السَّمَاوَاتِ وَاْلأَرْضَ حَنِيْفًا مُسْلِمًا وَمَا أَنَا مِنَ الْمُشْرِكِيْنَ ، إِنَّ صَلاَتِيْ وَنُسُكِيْ وَمَحْيَايَ وَمَمَاتِيْ للهِ رَبِّ الْعَالَمِيْنَ ، لاَ شَرِيْكَ لَهُ وَبِذَلِكَ أُمِرْتُ وَأَنَا مِنَ الْمُسْلِمِيْنَ
(คำอ่าน: วัจญะฮฺตุ วัจฮิยะ ลิลละซี ฟะเฏาะร็อซซะมาวาติ วัลอัรฺฎฺ ฮะนีฟัม มุสลิเมา วะมา อะนา มินัลมุชริกีน, อินนะเศาะลาตี,วะนุซุกี วะมะฮฺยายะ วะมะมาตี ลิลลาฮิร็อบบิลอาละมีน, ลาชะรีกะละฮุ วะบิซะลิกะ อุมิรตุ วะอะนามินัลมุสลิมีน)
“ฉันได้ผินหน้ายังผู้ซึ่งสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินในสภาพผู้นอบน้อม ซึ่งฉันมิใช่ผู้หนึ่งจากผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย แท้จริงการละหมาดของฉัน การทำอิบาดะฮฺของฉัน การมีชีวิตของฉัน และการตายของฉัน ล้วนเพื่อพระองค์อัลลอฮฺ พระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น ไม่มีภาคีใดๆ สำหรับพระองค์ และด้วยสิ่งข้างต้นฉันถูกบัญชาใช้และฉันเป็นคนหนึ่งในหมู่มุสลิม” (ส่วนหนึ่งจากหะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย มุสลิม เลขที่ 771 เป็นท่อนแรกของดุอาอฺเริ่มละหมาด)
ดุอาอฺในชีวิตประจำวัน (หลังรับประทานอาหาร)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “ผู้ใดรับประทานอาหาร จากนั้นเขาก็กล่าวว่า :
الْحَمْدُ لِلَّهِ الَّذِي أَطْعَمَنِي هَذَا الطَّعَامَ وَرَزَقَنِيهِ مِنْ غَيْرِ حَوْلٍ مِنِّي وَلَا قُوَّةٍ
คำอ่าน: อัลฮัมดุลิลลาฮิลละซี อัฏอะมะนี ฮาซัฏฏออาม วะรอซะกอนีฮิ มินฆ็อยริเฮาลิมมินนี วะลากูวะฮฺ
(ความหมาย : มวลการสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของ อัลลอฮฺ ผู้ทรงให้อาหารอันนี้แก่ฉัน และทรงมอบมันเป็นปัจจัยยังชีพสำหรับฉันโดยไม่ได้มาจากอำนาจและพลังของฉันเเต่อย่างใดเลย)
เขาจะได้รับการอภัยโทษสำหรับบาปที่ผ่านมา“ (หะดีษหะสัน บันทึกโดยอบูดาวูด เลขที่ 4023)
– จากท่านอบูฮุรอยเราะฮ์ รอฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้กินอาหารที่สำนึกในบุญคุณ มีตำแหน่งเท่ากับ ผู้ถือศีลอดที่มีความอดทน” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย ติรมีซีย์ เลขที่ 2486, อะหมัด เลขที่ 7793 และอิบนุมาญะฮฺ เลขที่ 1764)
ดุอาอฺร็อบบะนา ขอสิ่งดีงามทั้งดุนยาและอาคิเราะฮฺ
– “และในหมู่พวกเขานั้น มีผู้ที่กล่าวว่า
رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الْآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ
(อ่านว่า “ร็อบบะนา อาตินา ฟิดดุนยา ฮะซะนะฮฺ วะฟิลอาคิเราะติฮะซะนะฮฺ วะกินา อะซาบันนาร)
‘โอ้พระเจ้าของเรา โปรดประทานให้แก่พวกเรา ซึ่งดีงามในโลกนี้ และสิ่งดีงามในปรโลกและโปรดคุ้มครองพวกเราให้พ้นจากลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด’
ชนเหล่านี้แหละ พวกเขาจะได้รับส่วนดี จากสิ่งที่พวกเขาได้แสวงหาไว้ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรวดเร็วในการชำระสอบสวน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 201-202)
– รายงานจากท่าน อะนัส บิน มาลิกว่า : บทดุอาอฺที่ท่านนบีอ่านมากที่สุด คือ ดุอาอฺขอสิ่งที่ดีๆทั้งในดุนยา และอาคิเราะฮฺ
رَبَّنَا آتِنَا فِي الدُّنْيَا حَسَنَةً وَفِي الآخِرَةِ حَسَنَةً وَقِنَا عَذَابَ النَّارِ
(อ่านว่า “ร็อบบะนา อาตินา ฟิดดุนยา ฮะซะนะฮฺ วะฟิลอาคิเราะติฮะซะนะฮฺ วะกินา อะซาบันนาร)
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี)