เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ
ในตัฟซีรซูเราะฮฺศอด
อายะห์ที่ 6-10 จากยูทูป
สอนโดย อ.มุสตอฟา อยู่เป็นสุข
ทำให้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่สะอาด
ร่างกายของคุณสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีการลงโทษ เจ็บป่วยมีเหมือนกัน แต่หายไว (อยู่กับศาสนาเยอะๆ บริจาคเยอะๆ อัลลอฮฺให้หายหมด)
เจ็บไข้ได้ป่วยที่จะมาหาเราจะถูกปัดไป
เวลาเราให้เงินคน หรือให้ความรู้กับคน คนที่ได้เงิน/ความรู้ไป เขาดีใจมาจากอัลลอฮฺ มีรางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ
เงินของท่านมีบารอกะฮฺ
ทั้งหมดนี้เป็นความประเสริฐของคนที่ครองเราะห์มะฮฺจากอัลลอฮฺ
เนื้อหาจากการบรรยายในยูทูบ
หัวข้อ “ยิ่งให้ ก็ยิ่งเพิ่ม”
สอนโดย อ.อารีฟีน เจ๊ะสมัน
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “การทำความดีช่วยปกป้องจากจุดจบที่เลวร้าย การบริจาคทานอย่างลับๆ ช่วยดับความกริ้วโกรธของพระผู้เป็นเจ้า และการรักษาความสัมพันธ์ในเครือญาติช่วยเพิ่มพูนอายุขัย” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยฏ็อบรอนีย์ เลขที่ 8014)
ผลของการเศาะดะเกาะฮฺ มีผลดีในดุนยาและอาคิเราะฮฺ
1. ดุอาอฺควบคู่กับการบริจาคที่เนียต (ตั้งเจตนา) ดี ผลักดันบะลาอฺและภัยพิบัติ ดุอาอฺยับยั้งและผลักบะลาอฺได้ ส่วนการบริจาคปกป้องจากจุดจบที่เลวร้าย
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ไม่มีอะไรที่จะยับยั้งเกาะฎออฺ (การกำหนดสภาวะ) ได้ ยกเว้นดุอาอฺ และจะไม่มีอะไรที่จะเพิ่มอายุได้ ยกเว้นความกตัญญู” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยติรมิซีย์ เลขที่ 2139)
– จากท่านหญิงอาอิชะฮฺ รอฎิยัลลอฮุอันฮา ว่า : ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “การระวังตนไม่มีผลต่อเกาะดัรฺ (สิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด) ดุอาอฺนั้นจะมีประโยชน์ทั้งต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและที่ยังไม่เกิดขึ้น และแท้จริงดุอาอฺกับบะลาอฺนั้นจะพบกัน แล้วทั้งสองก็จะปะทะต่อสู้กันจนถึงวันกิยามะฮฺ” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยฮากิม เลขที่ 1837)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “แท้จริงการงานทั้งหลายนั้นขึ้นอยู่กับการตั้งเจตนา และแท้จริงทุกคนจะได้รับตามที่เขาตั้งเจตนาไว้ ดังนั้น ผู้ใดที่การอพยพของเขามีเจตนาสู่อัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ การอพยพของเขาก็จะกลับไปสู่อัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์ และผู้ใดที่การอพยพของเขามีเจตนาเพื่อผลประโยชน์ทางโลกที่จะได้รับ หรือเพื่อผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วย การอพยพของเขาก็จะอยู่บนสิ่งที่เขาเจตนาอพยพไป” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 1 และมุสลิม เลขที่ 1907)
2. ทำให้เกิดบารอกะฮฺ (ความจำเริญ) การบริจาคเป็นสาเหตุให้เราได้รับความจำเริญทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน
3. ไม่มีโรคหรือหายป่วย เมื่อบริจาค อันดับแรก สบายใจ เมื่อจิตใจดี สุขภาพก็ดีตาม จิตใจเป็นเรื่องสำคัญ อีมานคือตัวกำกับ
ท่านรอซูลุลอฮฺกล่าวว่า "พวกท่านจงรักษาโรคของพวกท่านด้วยการบริจาคทาน (เศาะดะเกาะฮฺ) เถิด" (หะดีษหะสัน บันทึกโดยบัยฮะกีย์ เลขที่ 6593)
1. เศาะดาเกาะฮฺแบบลับๆ เป็นการรักษาความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย
อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 271 ระบุไว้ว่า “หากพวกเจ้าเปิดเผยสิ่งที่ให้เป็นทาน มันก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่ และถ้าหากพวกเจ้าปกปิดมัน และให้มันแก่บรรดาผู้ยากจนแล้วมันก็เป็นสิ่งที่ดีแก่พวกเจ้ายิ่งกว่า และพระองค์จะทรงลบล้างออกจากพวกเจ้า ซึ่งบางส่วนจากบรรดาความผิดของพวกเจ้า และอัลลอฮฺนั้นทรงรอบรู้อย่างถี่ถ้วนในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกันอยู่”
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “มีคนเจ็ดคนที่อัลลอฮฺทรงให้ร่มเงาแก่เขาในวันที่ไม่มีร่มเงาใดๆ นอกจากร่มเงาแห่งบัลลังก์ของพระองค์
ผู้ปกครองที่ยุติธรรม
เยาวชนที่ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาในการเคารพภักดีอัลลอฮฺ
คนที่หัวใจของเขาผูกพันอยู่กับมัสญิด
ชายสองคนที่รักกันและกันเพื่ออัลลอฮฺ และพวกเขาพบกันและจากกันเพื่ออัลลอฮฺ
คนที่ปฏิเสธการเชิญชวนของหญิงสวยรวยเสน่ห์ (ให้ทำผิดประเวณีกับเธอ) และเขากล่าวว่า “ฉันกลัวอัลลอฮฺ”
คนที่ให้ทานอย่างลับๆ จนมือซ้ายของเขาไม่รู้ ว่ามือขวาของเขาให้อะไรไป และ
คนที่ระลึกถึงอัลลอฮฺเมื่ออยู่ตามลำพังแล้ว ดวงตาของเขาก็เอ่อนองไปด้วยน้ำตา”
(หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 660 และมุสลิม เลขที่ 1031)
(ข้อ 6 หมายถึง บริจาคแล้วปกปิดสิ่งที่เขาบริจาค เสมือนว่าให้ด้วยมือขวาแล้วมือซ้ายไม่เห็น)
2. บริจาคในขณะที่ยังมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ และยังเป็นคนที่ไม่อยากเสียทรัพย์ (ยังตระหนี่)
หะดีษจากอบูฮุร็อยเราะฮฺ : ชายคนหนึ่งมาหาท่านรอซูลุลลอฮฺและกล่าวว่า 'ท่านรอซูลุลลอฮฺ การให้ทานอะไรที่ได้รับรางวัลตอบแทนมากที่สุด?' ท่านตอบว่า “ทานที่ท่านให้ในขณะที่ท่านมีสุขภาพดี แต่กำลังขี้เหนียวและกลัวความยากจน และอยากจะมั่งคั่งยิ่งขึ้นไปอีก จงอย่าลังเลจนกระทั่งท่านใกล้เสียชีวิตแล้วจึงกล่าวว่า ‘ให้มากเท่านั้น เท่านี้และเท่านั้นเท่านี้” และมันเป็นของคนนั้น คนนี้ (ทายาทของเขา) ไปแล้ว” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดย บุคอรี เลขที่ 1419 และมุสลิม เลขที่ 1032)
3. บริจาคหลังจากที่เราจ่ายซะกาตแล้ว ซะกาตเป็นวาญิบ เป็นหน้าที่ เพราะเรามีเหลือ
4. บริจาคในขณะที่เรายังขัดสน
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า "หนึ่งดิรฮัมแซงหน้าหนึ่งแสนดิรฮัม" บรรดาเศาะฮาบะฮฺถามว่า "โอ้ท่านรอซูลุลลอฮฺ และจะเป็นไปได้อย่างไร?" ท่านนบี ศ็อลลัลลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า "ชายคนหนึ่ง เขามีทรัพย์สินมากมาย เขาได้หยิบเอาเงินหนึ่งแสนดิรฮัมจากส่วนหนึ่งของทรัพย์สินของเขา แล้วเขาก็บริจาคสิ่งนั้นไป และชายอีกคนหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดเลยสำหรับเขานอกจากสองดิรฮัมเท่านั้น แล้วเขาก็หยิบเอาหนึ่งเหรียญจากสองเหรียญนั้น แล้วเขาก็บริจาคสิ่งนั้นไป" (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอันนะซาอีย์ เลขที่ 2527)
5. เอาทรัพย์ให้ครอบครัวใช้เป็นเศาะดาเกาะฮฺที่ดีอย่างหนึ่ง
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “แท้จริง เมื่อมุสลิมใช้จ่ายสิ่งใดไปเพื่อครอบครัวของเขาโดยมีเจตนาที่จะได้รับรางวัลตอบแทนจากอัลลอฮฺ การใช้จ่ายนั้นก็เป็นเศาะดะเกาะฮฺสำหรับเขา” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยบุคอรี เลขที่ 5351)
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “การบริจาคแก่ผู้ยากจนขัดสนนั้นถือเป็นการบริจาค แต่การบริจาคแก่เครือญาตินั้นได้รับสองผลบุญ คือ ผลบุญของการบริจาคทาน และผลบุญของการเชื่อมสัมพันธ์” (หะดีษหะสัน บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ เลขที่ 658)
ท่านรอซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “หนึ่งดีนาร์ที่เจ้าได้ใช้จ่ายมันในหนทางของอัลลอฮฺ หนึ่งดีนาร์ที่เจ้าใช้จ่ายในการปล่อยทาส และหนึ่งดีนาร์ที่เจ้าบริจาคทานให้แก่คนยากจน และหนึ่งดีนาร์ที่เจ้าจ่ายให้แก่ครอบครัวของเจ้า การบริจาคที่ผลบุญยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ ที่เจ้าได้จ่ายให้แก่ครอบครัวของเจ้า” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 995)
อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 92 ระบุไว้ว่า “สูเจ้าไม่อาจบรรลุถึงคุณธรรม (ซึ่งหมายถึงคุณธรรมที่ได้รับสวรรค์เป็นรางวัลตอบแทน) ได้จนกว่าสูเจ้าจะให้สิ่งที่สูเจ้ารัก และสิ่งใดที่พวกเจ้าบริจาคไป แท้จริงอัลลอฮฺทรงรู้ในสิ่งนั้นดี”
6. บริจาคให้กับเพื่อนบ้าน
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “มลาอิกะฮฺญิบรีลสั่งเสียฉันอย่างต่อเนื่องให้ปฏิบัติดีต่อเพื่อนบ้าน จนฉันคิดว่า เขาจะได้รับมรดกของเพื่อนบ้านเขาด้วย” (หะดีษเศาะฮีหฺ์ บันทึกโดย มุสลิม)
7. บริจาคในหนทางของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) คือการบริจาคช่วยงานศาสนา
8. เศาะดาเกาะฮฺญาริยะฮฺ
ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “เมื่อใครเสียชีวิตลง การงานของเขาเป็นอันสิ้นสุดลง ยกเว้นสามสิ่ง นั่นคือ ทานที่ไหลอย่างต่อเนื่อง ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และลูกที่ดีวิงวอนขอพรต่ออัลลอฮฺให้เขา” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม เลขที่ 1631)
ทานที่ไหลอย่างต่อเนื่อง เป็นทรัพย์ถาวร ใช้ประโยชน์สม่ำเสมอ ทุกครั้งที่เขาใช้ประโยชน์ เราก็ได้บุญด้วย เช่น สร้างถนน มัสยิด อาคาร