สรุปเนื้อหาอัลกุรอานแต่ละซูเราะฮฺ (บท)
“และโดยแน่นอน เราได้ทำให้อัลกุรอานนี้เป็นที่เข้าใจง่ายแก่การรำลึก แล้วมีผู้ใดบ้างที่รับข้อตักเตือนนั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะอัลเกาะมัร 17)
อัลลอฮฺทรงเมตตาประทานอัลกุรอาน พระดำรัสของพระองค์ มาเป็นแสงสว่างทางนำให้แก่มนุษยชาติ ผ่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ให้มนุษย์ได้ศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจในหลักศรัทธาที่ถูกต้อง ทรงเล่าถึงการสร้างสิ่งต่างๆ ทำให้ผู้ศรัทธาเกิดความศรัทธาเพิ่มขึ้น และเข้าใจถึงการสร้างสิ่งต่างๆ อย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ยังมีหลักปฏิบัติ มารยาทต่างๆ ในการใช้ชีวิต เป็นคู่มือชีวิตที่ดีที่สุด มาจากพระเจ้าผู้ทรงเอกะ เที่ยงแท้ ทรงรอบรู้ ทรงปรีชาญาณ ถ่ายทอดมาให้มนุษย์ได้อ่านเข้าใจง่าย ดังนั้น เราผู้เป็นมนุษย์จึงต้องเคารพผู้สร้างไม่ใช่สิ่งถูกสร้าง ให้ความสำคัญกับผู้สร้างเป็นลำดับแรก ก่อนสิ่งถูกสร้างใดๆ
“และนี้แหละคือคัมภีร์ ที่มีความจำเริญซึ่งเราได้ให้คัมภีร์ลงมายังเจ้า จงปฏิบัติตามคัมภีร์นั้นเถิด และจงยำเกรง เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความกรุณาเมตตา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อันอาม 155)
อัลกุรอานแต่ละบทมีเนื้อหาหลากหลาย มีความน่าสนใจ มีตัวอย่างเรื่องจริงเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจ ไม่เหมือนอ่านหนังสือทั่วไปที่มีเนื้อหาแค่เรื่องเดียวทำให้ผู้อ่านเบื่อง่าย อัลกุรอานใช้ถ้อยคำที่กระชับ แต่มีเนื้อหาลึกซึ้งกินใจ และทรงพลังอย่างมาก เมื่อนำไปปฏิบัติตาม พระองค์จะทรงประทานความจำเริญให้แก่ผู้ที่อ่านและปฏิบัติตาม อินชาอัลลอฮฺ แต่ละบทมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง สรุปได้ ดังนี้
1. อัลฟาติหะฮฺ
(บทนำ)
อัลลอฮฺ ผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลกและจักรวาล เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่ผู้ศรัทธาเคารพอิบาดะฮฺ และขอความช่วยเหลือ “เฉพาะพระองค์เท่านั้น ที่พวกข้าพระองค์เคารพอิบาดะฮฺ และเฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกข้าพระองค์ขอความช่วยเหลือ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-ฟาติหะฮฺ 5)
– เริ่มด้วยพระนามของอัลลอฮฺ
– ผู้ทรงกรุณาปรานีกับมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งมวลในโลกนี้ ผู้ทรงเมตตาเสมอกับผู้ศรัทธาในวันอาคิเราะฮฺ
– ขอพระองค์ทรงแนะนำพวกข้าพระองค์ ซึ่งทางอันเที่ยงตรง
2. อัล-บะเกาะเราะฮฺ
(วัวตัวเมีย)
อัลกุรอาน คัมภีร์ที่มาจากพระเจ้า เป็นคำแนะนำสำหรับผู้ยำเกรง เรื่องราวบนีอิสรออีลกับวัวที่ใช้เป็นพยานและเหตุการณ์อื่นๆ และเรื่องราวของนบีอาดัม มนุษย์คนแรกของโลก จากชาวสวรรค์มาเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงกำหนดบทบัญญัติที่เหมาะสมแก่ปวงมนุษย์ เป็นแนวทางในการใช้ชีวิต กระทำตามกำลังความสามารถ
“และมารดาทั้งหลายนั้น จะให้นมแก่ลูกๆ ของนางภายในสองปีเต็ม สำหรับผู้ที่ต้องการจะให้ครบถ้วนในการให้นม และหน้าที่ของพ่อเด็กนั้น คือปัจจัยยังชีพของพวกนางและเครื่องนุ่งห่มของพวกนางโดยชอบธรรม ไม่มีชีวิตใดจะถูกบังคับนอกจากเท่าที่ชีวิตนั้นมีกำลังความสามารถเท่านั้น” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 233)
– คัมภีร์อัลกุรอาน เป็นคำแนะนำแก่ผู้ยำเกรงเท่านั้น
– พระองค์คือผู้ทรงสร้างทุกสิ่งในโลก ทรงสอนชื่อของสิ่งถูกสร้างให้นบีอาดัมรู้
– อย่านำโองการไปแลกเปลี่ยนกับราคาเล็กน้อย
– จงดำรงไว้ซึ่งการละหมาดและจงชำระซะกาต
– ความโปรดปรานของอัลลอฮฺแก่บนีอิสราอีล
– จงทำดีและจงพูดจาแก่เพื่อนมนุษย์อย่างดี คำพูดที่ดี การให้อภัยดีกว่าทานไม่ดี
– การเปลี่ยนกิบลัตไปทางมัสยิดิลฮะรอม
– พระองค์จะทรงอภัยให้แก่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว
– จงอย่าตามบรรดาก้าวเดินของชัยฏอน
– จะตามบรรพบุรุษ แม้ไม่ถูกต้องหรือ?
– ทรงห้ามกินสัตว์ที่ตายเอง เลือด เนื้อสุกร ส่วนผู้ใดได้รับความคับขัน ก็ไม่มีบาปใดๆ
– ชดใช้ชีวิตด้วยชีวิต เว้นแต่ญาติให้อภัย การชดใช้ด้วยชีวิต คือการคุ้มครองชีวิต
– การทำพินัยกรรม แก้ไขให้ถูกต้องก็ไม่มีโทษใดๆ
– การถือศีลอดนั้นเพื่อว่าพวกเจ้าจะได้ยำเกรง
– ผู้ใดป่วย เดินทางให้ถือศีลอดชดใช้ในวันอื่น ส่วนผู้ถือศีลอดลำบากยิ่งมีข้อผ่อนผัน
– เดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่อัลกุรอานลงมา
– แท้จริงข้าอยู่ใกล้ ข้าจะตอบรับคำวิงวอน
– จงอย่ารุกราน อัลลอฮฺไม่ทรงชอบผู้รุกราน
– จงทำดีเถิด แท้จริงอัลลอฮฺทรงชอบผู้กระทำดี ทรงชอบผู้ทำตนให้สะอาด
– การประกอบพิธีฮัจญ์ แท้จริงเสบียงที่ดีที่สุดนั้นคือความยำเกรง
– การเกลียดสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นอาจเป็นสิ่งดี
– น้ำเมาและการพนันมีโทษมากกว่าคุณ
– บริจาคสิ่งที่เหลือจากการใช้จ่าย จงบริจาคส่วนหนึ่งก่อนวันหนึ่งจะมา (วันกิยามะฮฺ)
– การหย่าร้าง หญิงที่ถูกหย่า จะต้องรอคอยตัวเองสามกุรูอฺ (มาประจำเดือน 3 ครั้ง)
– การหย่ามี 2 ครั้ง ครั้งที่สามไม่เป็นที่อนุมัติ (การหย่าที่จะคืนดีกันได้ มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือการหย่าครั้งที่หนึ่ง และครั้งที่สอง)
– ถ้าหากเขาได้หย่านางอีก (หย่าภรรยาเป็นครั้งที่สาม) นางก็ไม่เป็นที่อนุมัติแก่เขาหลังจากนั้น จนกว่าจะแต่งงานกับสามีอื่นจากเขา แล้วหากสามีนั้นหย่านาง ก็ไม่มีบาปใด ๆ แก่ทั้งสอง ที่จะคืนดีกันใหม่
– เมื่อหย่า แล้วถึงกำหนดเวลาของพวกนาง ก็จงยับยั้งนางไว้โดยชอบธรรม หรือไม่ก็จงปล่อยนางไปโดยชอบธรรม
– มารดาจะให้นมแก่ลูกๆ ของนางภายใน 2 ปีเต็ม หน้าที่พ่อเด็ก ปัจจัยยังชีพของนาง
– เมื่อสามีเสียชีวิตนางจะต้องรอ 4 เดือน 10 วัน (กำหนดอิดดะฮฺ) จึงแต่งงานใหม่ได้
– “และสำหรับบรรดาหญิงที่ถูกหย่านั้นจะได้รับสิ่งอำนวยประโยชน์โดยชอบธรรม (ตัฟซีร: จะได้รับค่าใช้จ่ายจากสามีตามสมควร) เป็นสิทธิเหนือผู้ยำเกรงทั้งหลาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-บะเกาะเราะฮฺ 241 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับประเทศไทย)
– ความประเสริฐของอายะฮฺกุรซี
– การช่วยเหลือกันในวันกิยามะฮฺ การช่วยเหลือของท่านนบี
– ไม่มีการบังคับใดๆ ให้นับถือศาสนาอิสลาม ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าที่จะให้เขาศรัทธา
– ผู้ที่บริจาคดังสวนที่มีผลตลอดเวลา จงบริจาคจากที่แสวงหาและที่เราให้มาจากดิน
– ทรงอนุมัติการขายและทรงห้ามเอาดอกเบี้ย จงละเว้นดอกเบี้ยที่ยังเหลืออยู่
– หากลูกหนี้เป็นผู้ยากไร้ก็จงรอคอย จงบันทึกหนี้สิน จงให้มีพยาน
– ทรงใช้ให้ปฏิบัติเท่าที่มีความสามารถ
3. อาลิอิมรอน
(วงศ์วานอิมรอน)
วงศ์วานอิมรอนถูกคัดเลือกให้เป็นนบีและรอซูลของพระองค์ พระองค์ทรงสั่งใช้ให้ผู้ศรัทธามีความอดทนที่ดี “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงมีความอดทน และจงต่างอดทนซึ่งกันและกันเถิด และจงประจำอยู่ชายแดน และพึงกลัวเกรงอัลลอฮฺเถิด เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับความสำเร็จ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอาลิอิมรอน 200)
– อัลลอฮฺทรงบริหารกิจการในสิ่งที่ทรงสร้าง
– ทุกคนจะพบความดี-ชั่วที่ทำไว้มาอยู่ต่อหน้า
– จงปฏิบัติตามนบีมุฮัมมัด อัลลอฮฺจะทรงรักท่าน
– กำเนิดท่านหญิงมัรยัมและท่านนบีอีซา นบีอีซาถูกยกขึ้นสู่ฟากฟ้า
– คำแนะนำที่ถูกต้องในการใช้ชีวิตมาจากอัลลอฮฺ
– อัลลอฮฺทรงอภัยโทษผู้ที่กลับตัวปรับปรุงแก้ไข
– จงยึดสายเชือกของอัลลอฮฺโดยพร้อมกัน
– จงอย่าท้อแท้ อย่าเสียใจ หากเป็นผู้ศรัทธา
– ทดสอบเพื่อขัดเกลาผู้ศรัทธาให้บริสุทธิ์ ทดสอบศรัทธาให้รู้ตัวเองว่าจริงใจหรือไม่
– อัลลอฮฺองค์เดียวสนับสนุนเราก็พอเพียงแล้ว
– พวกเจ้าจะถูกทดสอบในทรัพย์และตัวของเจ้า
– ผู้ยำเกรงพระเจ้าจะพำนักในสวนสวรรค์ตลอดกาล
4. อัน-นิซาอฺ
(หญิง)
สิทธิสตรี ความสัมพันธ์ในครอบครัว คุณค่าของชีวิต ความยุติธรรมต่อสตรี เด็กกำพร้า และคนทั่วไป “และหากพวกเจ้าเกรงว่าจะไม่สามารถให้ความยุติธรรมในบรรดาเด็กกำพร้าได้ ก็จงแต่งงานกับผู้ที่ดีแก่พวกเจ้า ในหมู่สตรีสองคน หรือสามคน หรือสี่คน แต่ถ้าพวกเจ้าเกรงว่าพวกเจ้าจะให้ความยุติธรรมไม่ได้ ก็จงมีแต่หญิงเดียว หรือไม่ก็หญิงที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครองอยู่ นั้นเป็นสิ่งที่ใกล้ยิ่งกว่าในการที่พวกเจ้าจะไม่ลำเอียง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัน-นิซาอฺ 3)
– มีภรรยาได้ไม่เกิน 4 คน ถ้ายุติธรรมกับนางไม่ได้ ให้มีหญิงเดียว
– การแบ่งมรดก
– ผู้ใดเชื่อฟังอัลลอฮฺและรอซูลจะได้เข้าสวรรค์
– การกลับเนื้อกลับตัวที่อัลลอฮฺจะทรงรับคือ ผู้ทำชั่วโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ สำนึกผิด
– การสมรส สิทธิสตรี
– การลงโทษผู้ผิดประเวณี เป็นชู้ จะต้องมีพยาน 4 คนยืนยันตรงกัน
– หากปลีกตัวจากบาปใหญ่ พระองค์จะทรงลบล้างบาปเล็ก
– ถ้าขัดแย้งกัน จงนำกลับไปยังอัลลอฮฺ และรอซูล
– ความกรุณา ความดี มาจากอัลลอฮฺ ส่วนความชั่วมาจากตัวเจ้าเอง
– ให้รักษาสิทธิ การป้องกันตนเอง
– ค่าทำขวัญ ผู้ใดที่ฆ่าผู้ศรัทธาด้วยความผิดพลาด ให้มีการปล่อยทาสหญิงที่ศรัทธาคนหนึ่งให้เป็นไท และให้มีค่าทำขวัญ ซึ่งถูกมอบให้แก่ครอบครัวของเขา นอกจากว่าครอบครัวของพวกเขาจะทำทานให้เท่านั้น ถ้าไม่มีทาสที่จะปลดปล่อยให้ถือศีลอด 2 เดือนต่อเนื่องกัน
– ผู้ใดอพยพในทางของอัลลอฮฺ จะพบที่อพยพมากมาย
– เมื่อเดินทาง ไม่มีบาปใดที่จะลดการละหมาด
– ให้ยุติธรรมต่อสตรี เด็กกำพร้า คนทั่วไป จงเป็นผู้ที่ดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม
– เราจะให้รางวัลแก่ผู้ดำรงละหมาด จ่ายซะกาต จะทรงตอบแทนรางวัลครบถ้วนและเพิ่มให้ด้วย
5. อัล-มาอิดะฮฺ
(สำรับอาหาร)
มุอฺญิซาต (ปาฏิหาริย์) ของนบีอีซา อัลลอฮฺทรงประทานสำรับจากฟากฟ้าให้แก่นบีอีซาและสาวกท่าน พระองค์จะทรงให้มีผู้ศรัทธาที่ดีมาทำหน้าที่แทน “บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย ผู้ใดในหมู่พวกเจ้ากลับออกจากศาสนาของพวกเขาไป อัลลอฮฺก็จะทรงนำมาซึ่งพวกหนึ่ง ที่พระองค์ทรงรักพวกเขา และพวกเขาก็รักพระองค์ เป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนต่อบรรดามุอฺมิน ไว้เกียรติแก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา พวกเขาจะเสียสละและต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ และไม่กลัวการตำหนิของผู้ตำหนิคนใด นั่นคือความโปรดปรานของอัลลอฮฺซึ่งพระองค์จะทรงประทานมันแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงกว้างขวาง ผู้ทรงรอบรู้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-มาอิดะฮฺ 54)
– สัตว์ต่างๆ ที่ฮาลาล และหะรอม
– การละหมาด
– แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในทรวงอก
– สำหรับผู้ศรัทธาคือการอภัยโทษและรางวัลยิ่งใหญ่
– กอบีล-ฮามีล อันตรายของการอิจฉาริษยา
– บทลงโทษแห่งความเมตตาและยุติธรรม
– จงเผยแพร่สัจธรรม อัลลอฮฺจะคุ้มครองท่าน
– เยซู (นบีอีซา) กับความเชื่อของอิสลาม
– สุรา การพนัน และการเสี่ยงติ้ว เป็นสิ่งโสมมอันเกิดจากการกระทำของชัยฏอน
– ทดสอบเพื่ออัลลอฮฺจะทรงรู้ว่าใครที่ยำเกรงพระองค์ในสภาพที่เขาไม่เห็นพระองค์
– มุอฺญิซาต (ปาฏิหาริย์) ของนบีอีซา สำรับอาหารจากฟากฟ้า
6. อัล-อันอาม
(ปศุสัตว์)
พระองค์ทรงสร้างปศุสัตว์ไว้เป็นอาหารและใช้ประโยชน์ สัตว์ที่บริโภคได้ และสัตว์ที่ต้องห้าม ผลบุญของการทำความดี ทรงให้อย่างยุติธรรมและมีความเมตตา “ผู้ใดที่นำความดีมา เขาก็จะได้รับสิบเท่าของความดีนั้น และผู้ใดนำความชั่วมาเขาจะไม่ถูกตอบแทน นอกจากเท่าความชั่วนั้นเท่านั้น และพวกเขาจะไม่ถูกอธรรม” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อันอาม 160)
– ความจริงจากผู้สร้าง และข้อตักเตือน
– ไม่มีใครรู้กุญแจแห่งความลับนอกจากพระองค์
– อัลลอฮฺทรงบอกถึงการสร้างด้วยสัญญาณต่างๆ
– ญิน บรรดาญินที่พวกเขาให้เป็นภาคี
– แต่ละคนนั้นมีหลายระดับขั้นตามการงานที่ได้ทำไว้
– จงปฏิบัติตามสภาพของพวกท่านเถิด
– ความเขลาของยุคญาฮิลียะฮฺ
– คำสั่งเสีย 10 ประการ
1) พวกเจ้าอย่าให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์
2) จงทำดีต่อผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองจริง ๆ
3) อย่าฆ่าลูกของพวกเจ้า เนื่องจากความจน เราเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพ
4) จงอย่าเข้าใกล้บรรดาสิ่งชั่วช้า ทั้งที่เปิดเผยและที่ปกปิด
5) อย่าฆ่าชีวิต ที่อัลลอฮฺทรงห้ามไว้ นอกจากด้วยสิทธิอันชอบธรรมเท่านั้น
6) จงอย่าเข้าใกล้ทรัพย์สมบัติของเด็กกำพร้า นอกจากวิถีที่ดี จนกว่าจะถึงวัยฉกรรจ์
7) จงให้ครบเต็มซึ่งเครื่องตวงและเครื่องชั่งด้วยความเที่ยงตรง
8) เราจะไม่บังคับชีวิตใดนอกจากที่ชีวิตนั้นมีความสามารถเท่านั้น
9) เมื่อพวกเจ้าพูด ก็จงยุติธรรม และแม้ว่าเขาจะเป็นญาติที่ใกล้ชิดก็ตาม
10) สัญญาของอัลลอฮฺนั้นก็จงปฏิบัติตามให้ครบถ้วน
7. อัล-อะอฺรอฟ
(กำแพงกั้น)
ระหว่างชาวสวรรค์-ชาวนรกมีกำแพงกั้น ชาวอัล-อะอฺรอฟ คือกลุ่มชนที่ความดีกับความชั่วเท่ากันอยู่บนกำแพงกั้น รอการตัดสินจากพระองค์
“และระหว่างพวกเขานั้นมีกำแพงกั้น (ตัฟซีร: คือระหว่างชาวสวรรค์และชาวนรกนั้นมีกำแพงกั้น) และบนส่วนสูงของกำแพงนั้นมีบรรดาชายกลุ่มหนึ่ง (ตัฟซีร: อันได้แก่ผู้ที่ให้เอกภาพแด่อัลลอฮฺทั้งในฐานะผู้ทรงสร้างทรงบังเกิด และในฐานะผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะ แต่ทว่าพวกเขามีความดีและความชั่วเท่ากัน) ซึ่งพวกเขารู้จัก (พวกนั้น) ทั้งหมด ด้วยเครื่องหมาย (ตัฟซีร: หมายถึงลักษณะแห่งความปลื้มปิติยินดี และความเศร้าสลดเสียใจ ที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของพวกเขา กล่าวคือรู้ว่าใครจะเป็นชาวสวรรค์และชาวนรก ทั้งนี้ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสวรรค์) ของพวกเขา (ชาวสวรรค์) และพวกเขาได้เรียกชาวสวรรค์ (โดยกล่าวว่า) ขอความปลอดภัยจงมีแด่พวกท่านเถิดโดยที่พวกเขายังมิได้เข้าสวนสวรรค์ ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็ปรารถนาอย่างแรงกล้า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ 46 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– กลลวงของชัยฏอนที่มีต่ออาดัมและเฮาวาอฺ
– จงอย่าฟุ่มเฟือย
– กำแพงกั้นระหว่างนรกกับสวรรค์
– กลุ่มชนอ๊าด (สมัยนบีฮูด) และหมู่ชนษะมูด (สมัยนบีซอและฮฺ)
– มุอฺญิซาต (ปาฏิหาริย์) ของท่านนบีมูซา
– บทลงโทษต่อกลุ่มชนของฟิรเอาน์
– นบีมูซาขอมองเห็นพระองค์ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ในโลกนี้
– ความเมตตาของอัลลอฮฺกว้างขวางทั่วทุกสิ่ง
– การอพยพ
– การละเมิดในวันสับบาโต ของบนีอิสรออีล
– คำสัญญาของมนุษย์ต่อผู้สร้าง ก่อนเกิดมาในโลกดุนยานี้
– เราได้บังเกิดคณะหนึ่ง แนะนำด้วยความจริง
– จงยึดถือไว้ซึ่งการอภัย
8. อัล-อันฟาล
(ทรัพย์ชลย)
การทำสงคราม มิใช่เพื่อทรัพย์เชลย หรือผลประโยชน์ใด แต่เพราะมีเหตุผลความจำเป็น เช่น สงครามบะดัรฺ อัลลอฮฺทรงให้ผู้ศรัทธาที่มีความยำเกรง มีความสามารถ ในการแยกแยะจริง-เท็จ ไม่หลงทาง
“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย! หากพวกเจ้ายำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์ก็จะทรงให้มีแก่พวกเจ้าซึ่งสิ่งที่จำแนกระหว่างความจริงและความเท็จ และจะทรงลบล้างบรรดาความผิดของพวกเจ้าออกจากพวกเจ้าและจะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเจ้าด้วยและอัลลอฮฺนั้นคือผู้ทรงมีบุญคุณอันใหญ่หลวง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อันฟาล 29)
– เมื่ออัลลอฮฺถูกกล่าวขึ้น หัวใจผู้ศรัทธาหวั่นเกรง
– ผู้ดำรงละหมาดและบริจาค คือผู้ศรัทธาที่แท้จริง
– ไม่มีการช่วยเหลือ นอกจากที่มาจากอัลลอฮฺ
– พระองค์จะทรงทดสอบผู้ศรัทธาอย่างดีงามจากพระองค์
– หากในตัวเขามีความดี จะทรงให้เขาเข้าใจอัลกุรอาน
– การลงโทษจะประสบแก่ผู้ประพฤติดีด้วย ถ้าไม่เตือน
– หากพวกเจ้ายำเกรง พระองค์จะทรงลบล้างความผิดและทรงอภัย
– ผู้ทรงคุ้มครองที่ดีเลิศ ผู้ทรงช่วยเหลือที่ดีเยี่ยม อัลลอฮฺนั้นเป็นที่พอเพียงแก่เจ้า
– จงรำลึกถึงอัลลอฮฺมากๆ เพื่อว่าจะได้รับความสำเร็จ
– จงอย่าขัดแย้ง จะทำให้ย่อท้อ และความเข้มแข็งหมดไป
– ชัยฏอนได้ทำให้สวยงาม ซึ่งการงานของพวกเขา
– มุนาฟิก หัวใจมีโรค
– ผลจากการไม่ขอบคุณ ไม่รักษาเนียะอฺมะฮฺ
– มารยาทในการทำสงคราม
– หากมี 20 คน ที่อดทน ก็จะชนะ 200 คน
– ผู้ศรัทธาที่แท้จริงจะได้รับการอภัย ริสกีมากมาย
9. อัต-เตาบะฮฺ
(การสารภาพผิด)
การเปิดเผยลักษณะมุนาฟิก การสารภาพผิดของเขา การทำดีของผู้ศรัทธาไม่สูญเปล่า “แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงให้รางวัลของผู้กระทำความดีต้องสูญเสียไปเป็นอันขาด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัต-เตาบะฮฺ 120)
– การพ้นข้อผูกพัน กรณีพวกเขาละเมิดสัญญา
– คนใดในหมู่มุชริกขอให้คุ้มครอง ก็จงคุ้มครองเขา
– คำสั่งใช้หลังให้เวลาพวกมุชริกทบทวนตัวเอง 4 เดือน
– ตราบใดที่เขาเที่ยงธรรมต่อเจ้า ก็จงเที่ยงธรรม
– พวกเขาเอาโองการแลกเปลี่ยนกับราคาเล็กน้อย
– อัลลอฮฺคือผู้ที่สมควรแก่การที่พวกเจ้าจะกลัว
– พระองค์จะทรงช่วยเหลือให้ได้รับชัยชนะ บำบัดใจผู้ศรัทธา
– อย่าเอาพี่น้องเจ้าเป็นมิตร หากพวกเขาชอบปฏิเสธศรัทธา
– สงครามฮุนัยน์ ญิซยะฮฺ ค่าชดเชยหลังปราชัย และได้รับความคุ้มครอง
– อุซัยร และอัล-มะซีหฺ นบีอีซา เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ
– การทุจริต คดโกง
– มีสิบสองเดือนตั้งแต่วันที่ทรงสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน
– การเลื่อนเดือนต้องห้ามให้ล่าช้า เพิ่มการปฏิเสธ
– เจ้าพึงพอใจชีวิตในโลกนี้แทนปรโลกกระนั้นหรือ
– ฮิจเราะฮฺ จงเสียสละในทางของอัลลอฮฺ
– จะไม่ประสบแก่เรา นอกจากสิ่งที่กำหนดไว้แก่เรา
– ซะกาต มุนาฟิกจะกำมือไม่ยอมจ่ายในทางของอัลลอฮฺ
– แต่ทว่าพวกเขาอธรรมแก่ตัวของพวกเขาเอง หัวเราะแต่น้อย จงร้องไห้เสียใจในการกระทำของตน
– สวรรค์
– ผู้ที่ถูกประทับตราหัวใจ ไม่มีสิ่งใดเข้าในใจเขา
– อัลลอฮฺทรงเห็นการกระทำของพวกท่าน
– อาหรับชนบท ตัวอย่างผู้ศรัทธาและผู้ปฏิเสธ
– บริจาคเพื่อทำให้บริสุทธิ์ ล้างมลทินพวกเขา
– อัลลอฮฺทรงซื้อจากผู้ศรัทธาซึ่งชีวิต ทรัพย์ของเขา
– จงแจ้งข่าวดีผู้ศรัทธา กลับตัว ทำอิบาดะฮฺ
– พระองค์จะไม่ทรงให้ผู้ใดหลงผิด หลังจากที่ทรงชี้ทาง
– พึงยำเกรงอัลลอฮฺและอยู่ร่วมกับผู้ที่พูดจริง
– ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์เท่านั้น ไม่มีผู้ควรได้รับการเคารพสักการะนอกจากพระองค์
10. ยูนุส
(นบียูนุส)
หมู่ชนนบียูนุสเป็นกลุ่มเดียวที่สำนึกผิดกลับเนื้อกลับตัว หลังนบีเตือนพวกเขา อัลลอฮฺจึงทรงปลดเปลื้องการลงโทษ ชัยชนะของผู้ศรัทธา “สำหรับพวกเขาจะได้รับข่าวดี ในการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้และในโลกหน้า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในลิขิตของอัลลอฮฺ นั่นคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺยูนุส 64)
– อัลลอฮฺทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินในเวลา 6 วัน
– พระองค์จะทรงตอบแทนผู้ศรัทธา ผู้ทำความดี โดยเที่ยงธรรม
– ทรงให้ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ มีทางโคจร จะได้รู้จำนวนปี
– ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน เป็นสัญญาณแก่ผู้ยำเกรง
– พระองค์ทรงแต่งตั้งพวกท่านให้เป็นตัวแทนในแผ่นดิน
– มนุษย์นั้นมิใช่อื่นใด นอกจากเป็นประชาชาติเดียวกัน
– อุปมาชีวิตในโลกนี้ ดั่งพืชที่กินเข้าไป แล้วถ่ายออกมา
– ผู้ทำดี จะได้รับความดี (สวนสวรรค์) และได้เพิ่มขึ้นอีก
– อัลกุรอานเป็นข้อบัญญัติ มาจากพระเจ้าแห่งสากลโลก
– เตาบะฮฺ กลับเนื้อกลับตัว
– อัลกุรอานเป็นการบำบัดสิ่งที่มีอยู่ในทรวงอก ความโปรดปรานคืออัลกุรอาน ส่วนความเมตตาคืออัลอิสลาม
– อัลลอฮฺทรงมีบุญคุณต่อมนุษย์ ส่วนใหญ่พวกเขาไม่ขอบคุณ
– การกระทำที่เล็กและใหญ่ในชั้นฟ้าแผ่นดิน ถูกบันทึก
– และคำพูดของพวกเขา จะไม่ทำให้เจ้าเสียใจ
– เรื่องราวของนบีนูหฺ นบีมูซา นบียูนุส และหมู่ชนของท่าน
– ร่างฟิรเอาน์ออกจากทะเล เป็นสัญญาณแก่ชนรุ่นหลัง
– หมู่ชนนบียูนุสกลับเนื้อกลับตัวเป็นเหตุให้พ้นการลงโทษ
– เจ้าจงปฏิบัติตามที่ถูกวะฮีย์แก่เจ้าและจงอดทน
11. ฮูด
(นบีฮูด)
กลุ่มชนของนบีฮูด นบีนูหฺ นบีซอและฮฺ ปฏิเสธคำตักเตือน ยังทำผิด การลงโทษจึงเกิดขึ้น นบีฮูดบอกผลของการกลับเนื้อกลับตัว “และ โอ้ กลุ่มชนของฉัน จงขออภัยโทษต่อพระผู้อภิบาลของพวกท่าน และจงกลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์ พระองค์จะทรงส่งเมฆ (น้ำฝน) มาเหนือพวกท่านให้หลั่งน้ำฝนลงมาอย่างมากมาย และจะทรงเพิ่มพลังเป็นทวีคูณให้แก่พวกท่าน และพวกท่านอย่าผินหลัง (ให้แก่พระองค์) ในสภาพของผู้กระทำผิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฮูด 52)
– ผู้อดทนและทำความดีจะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันยิ่งใหญ่ แท้จริงผู้ศรัทธา ทำความดี และนอบน้อม คือชาวสวรรค์ตลอดกาล
– ผู้ใดปรารถนาในโลกนี้ พระองค์จะทรงตอบแทนให้ครบถ้วน แต่ไม่ได้ในโลกหน้า
– เจ้าอย่าได้อยู่ในการสงสัยอัลกุรอานเลย
– อย่าเคารพผู้ใดนอกจากอัลลอฮฺ ฉันกลัวแทนพวกท่านถึงการลงโทษ
– นบีนูหฺสร้างเรือตามคำบัญชาของอัลลอฮฺ และพระองค์ทรงบัญชา “โอ้..แผ่นดิน..จงกลืนน้ำของเจ้า ฟ้า..จงหยุด” และน้ำได้ลดลง
– เมื่อพระบัญชา (การลงโทษ) ของพระองค์มาถึง พระองค์ช่วยนบีฮูด นบีซอและฮฺ และผู้ศรัทธาในหมู่ชนของท่านให้รอดพ้น
– ชาวษะมูดขอสัญญาณ พระองค์ให้อูฐออกมาจากก้อนหินก็ไม่เชื่อ
– ชาวซะดูมสมัยนบีลูฏถูกลงโทษพลิกแผ่นดินพายุหิน กลายเป็นทะเลเดดซี
– นบีชุอัยบ์เตือนชาวมัดยันที่ฉ้อโกงชั่งตวงวัดก่อนเจอบทลงโทษแผ่นดินไหว
– จุดจบของฟิรเอาน์และบุคคลชั้นนำที่อธรรมต่อประชาชนของเขา
– เมื่อพระบัญชา (การลงโทษ) มาถึง พระเจ้าอื่นที่เขาวิงวอนไม่อำนวยประโยชน์ใดๆ
– เรื่องราวการลงโทษในอดีตเป็นสัญญาณสำหรับผู้กลัวการลงโทษในวันอาคิเราะฮฺ
– พระเจ้าจะทรงตอบแทนครบถ้วน ทรงรู้ทุกสิ่งที่เขากระทำ
– จงอดทน อัลลอฮฺจะไม่ทรงทำให้รางวัลของผู้ทำความดีสูญหาย
– พระเจ้าจะไม่ทรงลงโทษหมู่บ้านใดที่เป็นผู้ฟื้นฟูทำความดี
– เจ้าจงเคารพอิบาดะฮฺ และจงมอบหมายต่อพระองค์
12. ยูซุฟ
(นบียูซุฟ)
ประวัตินบียูซุฟ ตัวอย่างการอดทนต่อบททดสอบจนได้รับการตอบแทนที่คู่ควร “และเมื่อเขาบรรลุวัยหนุ่มฉกรรจ์ของเขา เราได้ให้ความสุขุมรอบคอบและวิชาการแก่เขา และเช่นนั้นแหละ เราตอบแทนแก่บรรดาผู้กระทำความดี” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺยูซุฟ 22)
– แท้จริงชัยฏอนนั้นเป็นศัตรูที่ชัดแจ้งแก่มนุษย์
– และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ในสิ่งที่พวกเขากระทำ
– แท้จริงบรรดาผู้อธรรมจะไม่บรรลุความสำเร็จ
– พระองค์ทรงให้นบียูซุฟผินหลังในเรื่องที่ถูกใส่ร้าย
– เราให้ความเมตตาของเราแก่ผู้ที่เราประสงค์ และเราจะมิให้รางวัลของบรรดาผู้ทำความดีสูญหาย
– รางวัลในวันปรโลกนั้นดียิ่งสำหรับบรรดาผู้ศรัทธาและพวกเขายำเกรง
13. อัรเราะอฺดฺ
(ฟ้าร้อง)
ฟ้าแลบฟ้าร้องเป็นสัญลักษณ์แห่งเดชานุภาพของอัลลอฮฺ และความเมตตาของพระองค์ “พระองค์คือผู้ทรงให้พวกเจ้าเห็นฟ้าแลบ เพื่อความกลัวและความหวัง และทรงให้เกิดเมฆทึบ และฟ้าลั่นจะแซ่ซ้อง สดุดีด้วยการสรรเสริญพระองค์ และมลาอิกะฮฺจะสดุดีด้วยเพราะความกลัวพระองค์ และพระองค์ทรงให้ฟ้าผ่าแล้วมันจะฟาดไปยังผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ โดยพวกเขาโต้เถียงกันในเรื่องของอัลลอฮฺ และพระองค์คือผู้ทรงอำนาจยิ่ง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรเราะอฺดฺ 12-13)
– ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากพระองค์
– สวนสวรรค์คือบั้นปลายของบรรดาผู้ยำเกรง
– ไม่มีผู้ใดเปลี่ยนแปลงการตัดสินของพระองค์
14. อิบรอฮีม
(นบีอิบรอฮีม)
การวิงวอนของนบีอิบรอฮีม คำพูดที่ดีดั่งต้นไม้ที่ดี ออกดอกออกผล ส่วนคำพูดที่ชั่วดั่งต้นไม้อับเฉา ตรงข้ามกัน “เจ้ามิเห็นดอกหรือว่า อัลลอฮฺทรงยกอุทาหรณ์ไว้ว่า อุปมาคำพูดที่ดีดั่งต้นไม้ที่ดี รากของมันฝังแน่นลึกมั่นคง และกิ่งก้านของมันชูขึ้นไปในท้องฟ้า ผลของมันจะออกมาทุกกาลเวลา โดยอนุมัติของพระเจ้าของมัน และอัลลอฮฺทรงยกอุทาหรณ์แก่ปวงมนุษย์ เพื่อพวกเขาจะได้รำลึก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอิบรอฮีม 24-25)
– พระองค์ทรงให้หลงทางและนำทางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
– หากพวกเจ้าขอบคุณ ข้าก็จะเพิ่มพูนให้แก่พวกเจ้า
– คำพูดที่ดีดั่งต้นไม้ที่ดี รากมั่นคง ออกดอกผลทุกเวลา
– อัลลอฮฺทรงให้ผู้ศรัทธาหนักแน่นด้วยคำกล่าวที่มั่นคง
– ในการสร้างของอัลลอฮฺ มนุษย์ใช้ประโยชน์ได้
– ดุอาอฺขออภัยโทษของนบีอิบรอฮีม
– จงเตือนมนุษย์ถึงวันที่การลงโทษจะมา
– นี่คือการประกาศแก่มนุษย์เพื่อที่ผู้มีสติจะได้รำลึก
15. อัลฮิจรฺ
(ถิ่นพำนักของพวกษะมูด)
ชาวษะมูดสมัยนบีซอและฮฺ อยู่เมืองฮิจรฺ ร่างกายแข็งแรง เจาะสกัดภูเขาเป็นที่อยู่ ปฏิเสธสัญญาณที่ขอ ถูกลงโทษด้วยเสียงกัมปนาท ส่วนหมู่ชนนบีลูฏถูกพลิกแผ่นดินเพราะทำผิดใหญ่หลวง (สมสู่เพศชาย ปล้น) กลายเป็นทะเลเดดซี เป็นอุทาหรณ์เตือนใจคนรุ่นหลัง
“ดังนั้น เสียงกัมปนาทได้คร่าพวกเขาเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น แล้วเราได้พลิกกลับส่วนบนของมันเป็นส่วนล่าง และได้ให้หินจากนรกหล่นลงมาทับพวกเขา แท้จริงในการนั้น แน่นอนเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้พินิจพิเคราะห์ และแท้จริง มัน (สถานที่นั้น) ยังคงเป็นเส้นทางที่พักอาศัยอย่างแน่นอน แท้จริงในการนั้น แน่นอนย่อมเป็นสัญญาณแก่บรรดามุอฺมิน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฮิจรฺ 73-77)
– เมื่อเขาเห็นวันกิยามะฮฺ เขาหวังจะได้เป็นมุสลิม
– เราให้อัลกุรอานลงมา เราเป็นผู้รักษามันแน่นอน
– เราแผ่แผ่นดินออกไป เทือกเขาเป็นที่ยึดมั่นคง
– เราเป็นผู้ให้ชีวิต เป็นผู้ให้ตาย เราคงอยู่แต่ผู้เดียว
– ชัยฏอนจะไม่มีอำนาจใดๆ เหนือพวกเขา เว้นแต่ผู้หลงผิด
– ผู้ยำเกรงอยู่ในสวนสวรรค์มากหลาย และตาน้ำพุ
– ชาวฮิจรฺ (ษะมูด) ไม่ศรัทธาต่อนบีซอและฮฺ ปฏิเสธสัญญาณชัดแจ้ง (อูฐ)
– วันกิยามะฮฺจะมาแน่นอน จงอภัยด้วยการอภัยที่ดี
16. อันนะหฺลฺ
(ผึ้ง)
พระองค์ทรงสร้างผึ้ง ทรงดลใจผึ้งในการทำรัง หาอาหาร และทรงให้น้ำผึ้งเป็นยาบำบัดรักษามนุษย์ ทรงสอนและให้กำลังใจบ่าวให้อดทน “และจงอดทนเถิด และการอดทนของเจ้าจะมีขึ้นไม่ได้ เว้นแต่ด้วย(การเตาฟีกของ)อัลลอฮฺ และอย่าเศร้าโศกต่อพวกเขา และอย่าคับใจในสิ่งที่พวกเขาวางกลอุบาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนะหฺลฺ 127) คำว่า “เตาฟีก” หมายถึง การได้รับความสำเร็จ
– พระองค์ยังทรงสร้างสิ่งอื่นๆ ที่พวกเจ้าไม่รู้
– เป็นหน้าที่เหนืออัลลอฮฺคือการชี้แนะทางที่เที่ยงตรง
– ผู้ทรงสร้างย่อมไม่เหมือนกับผู้ที่ถูกสร้าง
– พวกเจ้าจงถามบรรดาผู้รู้ หากพวกเจ้าไม่รู้
– เงาและที่อยู่ในชั้นฟ้าแผ่นดินสุญูดต่ออัลลอฮฺ
– เขาตั้งสิ่งที่ไม่รู้เป็นเจว็ด จากสิ่งที่พระองค์ให้
– เราให้น้ำนมบริสุทธิ์ในท้องมันระหว่างมูล-เลือด
– พระเจ้าทรงดลใจผึ้ง ในน้ำผึ้งมียาบำบัดแก่มนุษย์
– ทำไมผู้ที่ได้รับความดีเด่น ไม่แบ่งปัจจัยยังชีพ
– ทรงให้เจ้าได้ยิน เห็นมีหัวใจ เพื่อจะได้ขอบคุณ
17. อัลอิสรออฺ
(การเดินทางยามค่ำคืน)
ปาฏิหาริย์การเดินทางในเวลากลางคืนโดยใช้เวลาอันสั้นของท่านนบีมุฮัมมัด พระองค์ทรงอภัยผู้กลับเนื้อกลับตัวอย่างแน่นอน “พระเจ้าของพวกเจ้าทรงรู้ดียิ่งถึงสิ่งที่อยู่ในจิตใจของพวกเจ้า หากพวกเจ้าเป็นคนดี ดังนั้นพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยแก่บรรดาผู้กลับเนื้อกลับตัวอย่างแน่นอน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอิสรออฺ 25)
– จงให้สิทธิแก่ญาติใกล้ชิด ผู้ขัดสน และผู้เดินทาง
– อย่าละเมิดชีวิต อย่าเข้าใกล้การผิดประเวณี
– จงตวงให้เต็ม และจงชั่งด้วยตาชั่งที่เที่ยงตรง
– แท้จริง หู ตา และหัวใจ ทุกสิ่งนั้นจะถูกสอบสวน
– สรรพสิ่งที่พระเจ้าสร้าง ชั้นฟ้าแผ่นดิน สดุดีสรรเสริญพระองค์
– แท้จริงชัยฏอนไม่มีอำนาจใดๆ เหนือผู้ศรัทธา
– วันกิยามะฮฺจะได้อ่านบันทึกการกระทำของเขา
– ความหนักแน่นในหัวใจมาจากพระผู้เป็นเจ้า
– เมื่อความจริงปรากฏ ความเท็จย่อมมลายไป
– เรื่องวิญญาณนั้นเป็นไปตามพระบัญชาของพระเจ้า
– ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงนำทาง เขาจะอยู่ในทางที่ถูกต้อง
– ผู้ทรงสร้างทำให้มนุษย์ฟื้นคืนชีพได้แน่นอน
18. อัลกะฮฺฟฺ
(ถ้ำ)
ชายหนุ่มหลบหนีในถ้ำหลับนาน 309 ปี นบีมูซาเรียนรู้ถึงการอดทนจากเคาะฎิรก่อนตัดสินในสิ่งที่เห็น กษัตริย์ซุลก็อรนัยน์ใช้อำนาจในทางที่ดี ก่อกำแพงเหล็กป้องกันภัยให้ชาวเมือง ชาวสวนที่หลงลืมว่าสวนสมบูรณ์ได้ด้วยพระองค์ไม่ใช่เพราะเขา คำสั่งใช้แก่ผู้ที่หวังพบพระเจ้า
“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แท้จริง ฉันเป็นเพียงสามัญชนคนหนึ่งเยี่ยงพวกท่าน มีวะฮีย์แก่ฉันว่า แท้จริง พระเจ้าของพวกท่านนั้นคือพระเจ้าองค์เดียว ดังนั้น ผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และอย่าตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาเลย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกะฮฺฟฺ 110)
– คัมภีร์อัลกุรอานเตือนถึงการลงโทษ แจ้งข่าวดีแก่ผู้ศรัทธา
– โลกนี้มีเพื่อทดสอบว่า ผู้ใดมีผลงานที่ดีเยี่ยม
– บทเรียนจากชายหนุ่มชาวถ้ำที่มีศรัทธามั่นคง
– ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงนำทาง เขาอยู่ในทางที่ถูกต้อง
– แท้จริงวันสิ้นโลกนั้นมีจริง ไม่ต้องสงสัยเลย
– เจ้าอย่ากล่าวว่า ฉันจะทำสิ่งนั้นในวันพรุ่งนี้
– ในสวนสวรรค์พวกเขาใส่กำไลทอง สวมอาภรณ์สีเขียว
– บทเรียนจากชาวสวนองุ่น ผู้หลงลืม กับอีกคนที่เตือนสติ
– ความดีนั้นจีรัง สมบัติลูกหลานคือเครื่องประดับ
– ปลา อาหารของนบีมูซาหาทางลงทะเล เป็นสัญญาณหนึ่ง นบีมูซาพบเคาะฎิร เมื่อไปยังจุดที่ปลาหายตัวไป
– เคาะฎิรกล่าวกับนบีมูซาว่า “ท่านจะอดทนได้อย่างไร ในสิ่งที่ท่านไม่เข้าใจ” เคาะฎิรทำในสิ่งที่นบีมูซาไม่คาดคิด ยากจะเข้าใจ สุดท้ายเฉลยสิ่งที่ทำไปเป็นสิ่งดี
– อัลลอฮฺทรงให้อำนาจซุลก็อรนัยน์ เขาใช้ในทางที่ดี เขาทำกำแพงเหล็กกล้ากั้นยะอฺญูจและมะอฺญูจ ผู้บ่อนทำลาย เป็นการปกป้องชุมชนหนึ่ง และจะพังเมื่อใกล้วันสิ้นโลก
– วันฟื้นคืนชีพ แตรจะถูกเป่า พระองค์จะทรงรวมพวกเขาทั้งหมด
– ผู้ใดหวังพบพระเจ้า ให้เขาประกอบการงานที่ดี
19. มัรยัม
(ท่านหญิงมัรยัม)
นางมัรยัมผู้บริสุทธิ์ คลอดบุตรโดยปราศจากสามี ปาฏิหาริย์จากพระเจ้าในการสร้างมนุษย์ได้ทุกรูปแบบ กำลังใจแด่ผู้ศรัทธาและทำความดี “แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธาและประกอบคุณงามความดีทั้งหลายนั้น พระผู้ทรงกรุณาปรานีจะทรงโปรดปรานความรักใคร่แก่พวกเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺมัรยัม 96)
– คำวิงวอนขอลูกของนบีซะกะรียาที่แก่ชรา ภริยาเป็นหมัน อัลลอฮฺทรงประทานนบียะหฺยาเป็นลูกของท่าน
– ท่านหญิงมัรยัม หญิงบริสุทธิ์ คลอดนบีอีซา บ่าวของอัลลอฮฺ
– การสร้างของพระองค์นั้นง่ายดาย เพียงพระองค์ตรัสว่า “จงเป็น” มันก็จะเป็นขึ้นมา
– นบีอิบรอฮีมกล่าวว่า “ทำไมท่านจึงเคารพสิ่งที่ไม่ได้ยินและไม่เห็น”
– นบีอิรอฮีม นบีอิดรีส ผู้ซื่อสัตย์
– เราให้สวนสวรรค์เป็นมรดกแก่บ่าวของเรา ผู้ยำเกรง
20. ฏอฮา
(ฏอฮา ชื่อหนึ่งของท่านนบี)
พระองค์ทรงเรียกชื่อนบีมุฮัมมัดอีกชื่อว่า “ฏอฮา” ทรงเล่าเรื่องบรรดานบีที่ต้องเผชิญกับการต่อต้าน ให้อดทนและปฏิบัติหน้าที่ให้สมบูรณ์ พระองค์ทรงให้อาดัมและเฮาวาออกจากสวรรค์ไปอยู่ในโลกมนุษย์ โดยจะมีบททดสอบเพื่อรับการตอบแทน และกลับมาอยู่สวรรค์ตลอดกาล
“พระองค์ตรัสว่า เจ้าทั้งสองจงออกไปจากสวนสวรรค์ทั้งหมด โดยบางคน (ลูกหลาน) ในหมู่พวกเจ้าเป็นศัตรูกับอีกบางคน บางทีเมื่อมีคำแนะนำ (ฮิดายะฮฺ) จากข้ามายังพวกเจ้า แล้วผู้ใดปฏิบัติตามคำแนะนำ (ฮิดายะฮฺ) ของข้า เขาก็จะไม่หลงผิด และจะไม่ได้รับความลำบาก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฏอฮา 123)
– พระนามของพระองค์สวยงามที่สุด
– มูซาได้รับแต่งตั้งให้เป็นนบี ณ หุบเขาฏุวา
– อัลลอฮฺให้ไม้เท้าของนบีมูซากลายเป็นสิ่งปาฏิหาริย์
– ดุอาอฺของนบีมูซา ขอให้การงานง่ายดาย
– จงอย่ากลัว แท้จริงข้าอยู่กับเจ้า ข้าได้ยินได้เห็น
– เราให้ฟิรเอาน์เห็นสัญญาณทั้งหมด แต่เขาปฏิเสธ
– พวกมายากลกล่าวว่า “เราศรัทธาต่อพระเจ้าของฮารูนและมูซา”
– นบีมูซาใช้ไม้เท้าฟาดลงทะเลเป็นทางเดินพ้นฟิรเอาน์
– นบีมูซาถูกทดสอบจากซามิรีย์ที่ปั้นวัวตั้งภาคีต่อพระเจ้า
– ผู้ใดหันหลังให้อัลกุรอาน จะแบกโทษหนักในวันกิยามะฮฺ
– ผู้ทำความดีโดยที่เขาศรัทธา จะไม่กลัวความอธรรม
– ต้นกำเนิดของการทำผิดของมนุษย์มาจากชัยฏอน
21. อัลอัมบิยาอฺ
(บรรดานบี)
การเสียสละ อดทนของบรรดานบี ในการเผยแพร่ศาสนาเพื่อความสันติสุขของมนุษยชาติ รางวัลของผู้ศรัทธาที่ทำความดี “ดังนั้นผู้ใดประกอบกรรมดีทั้งหลาย โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา สำหรับการอุตสาหะวิริยะของเขาจะไม่ถูกปฏิเสธ และแท้จริงเราเป็นผู้บันทึกความดีสำหรับเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัมบิยาอฺ 94)
– เวลาแห่งการคิดบัญชีของมนุษย์ใกล้เข้ามาแล้ว
– เรามิได้สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดินอย่างไร้ประโยชน์ ก่อนหน้านี้ชั้นฟ้าและแผ่นดินรวมติดกัน เราแยกมันออก
– ทุกชีวิตย่อมลิ้มรสความตาย มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความรีบร้อน
– พระองค์ได้ให้ความเฉลียวฉลาดแก่นบีอิบรอฮีม ท่านกล่าวว่า “ท่านเคารพสิ่งอื่นที่มันไม่ให้คุณและโทษหรือ” พวกเขาไม่พอใจวางแผนเผาท่านนบีอิบรอฮีม อัลลอฮฺทรงให้ไฟเย็น “ไฟจงเย็นลง ให้ความปลอดภัยแก่อิบรอฮีมเถิด”
– ดุอาอฺนบีอัยยูบ วิงวอนร้องทุกข์ต่อพระเจ้า
– ดุอาอฺนบียูนุส ร้องเรียนในความมืด 3 ชั้น อยู่ในท้องปลาตัวใหญ่ พระองค์ทรงช่วยให้เขาพ้นทุกข์ ผู้ศรัทธาเช่นกัน
– แท้จริงเราเป็นผู้บันทึกความดีสำหรับเขา
– ยะอฺญูจญ์ มะอฺญูจญ์ จะถูกปล่อยออกมาจากกำแพง
– วันที่เราจะม้วนชั้นฟ้าประหนึ่งม้วนกระดาษ
– นบีมุฮัมมัดเป็นความเมตตาแก่ประชาชาติ
22. อัลฮัจญฺ
(การประกอบพิธีฮัจญ์)
หลังสร้างอัลกะอฺบะฮฺ นบีอิบรอฮีมเรียกร้องให้มหาชนไปทำฮัจญ์ อัลลอฮฺให้ขุนเขายอมนอบน้อม จนเสียงก้องกังวานทั่วทุกสารทิศ ผู้ที่อยู่ในกระดูกสันหลังของชาย และในมดลูกของหญิงก็ตอบรับ สัญญาณของการสร้าง ย่อมบ่งบอกว่ามีผู้สร้าง
“เจ้ามิได้พิจารณาดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอำนวยความสะดวกให้แก่พวกเจ้าสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดิน และเรือแล่นไปตามท้องทะเล โดยบัญชาของพระองค์ และทรงยึดชั้นฟ้ามิให้มันตกลงมาบนแผ่นดิน เว้นแต่โดยอนุมัติของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอ่อนโยน ผู้ทรงเมตตาเสมอต่อมนุษย์” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฮัจญฺ 65)
– แท้จริงการสั่นสะเทือนของวันอวสานร้ายแรงยิ่งนัก
– อัลลอฮฺจะทรงให้ผู้ที่อยู่ในสุสานฟื้นคืนชีพขึ้นมา
– พระองค์ทรงให้ผู้ศรัทธาและผู้ทำความดีเข้าสวนสวรรค์หลากหลาย จะได้รับการอภัยโทษ
– ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ภูเขา สัตว์ ต่างสุญูดต่อพระองค์
– ยึดมั่นความเป็นจริงเพื่ออัลลอฮฺ ไม่ตั้งภาคีใดๆ
– ในปศุสัตว์มีประโยชน์มากจนถึงเวลาที่ถูกกำหนดไว้
– อัลลอฮฺจะทรงช่วยเหลือผู้สนับสนุนศาสนาของพระองค์
– ชัยฏอนยุเป็นบททดสอบผู้ที่จิตใจมีโรค
– ผู้ใดยังถูกข่มเหงอีก อัลลอฮฺจะทรงช่วยเขาอย่างแน่นอน
– พระองค์ทรงยึดชั้นฟ้ามิให้มันตกลงมา เว้นแต่โดยอนุมัติ
– พระองค์ทรงรอบรู้ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน และอยู่ในบันทึกแล้ว
– พระองค์ไม่ทรงทำให้ลำบากแก่พวกเจ้าในเรื่องศาสนา
23. อัลมุอฺมินูน
(ผู้ศรัทธา)
เชิดชูความดีงามของมุอฺมิน ผู้ศรัทธา ซึ่งสมควรจะได้รับการตอบแทนด้วยสวนสวรรค์ชั้นฟิรเดาส์อันสูงส่ง พระองค์ทรงให้มีหู ตา หัวใจ เพื่อให้เราใช้มันในการใคร่ครวญถึงความเมตตาของพระองค์ และขอบคุณพระองค์ “และพระองค์เป็นผู้สร้างสัมผัสการฟังและการเห็น และหัวใจเพื่อเข้าใจแก่พวกเจ้า แต่เพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พวกเจ้าขอบคุณ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุอฺมินูน 78)
– แน่นอนบรรดาผู้ศรัทธาได้ประสบความสำเร็จแล้ว ชนเหล่านี้จะได้รับมรดกสวนสวรรค์ชั้นฟิรเดาส์
– เราทำให้เชื้ออสุจิเป็นก้อนเลือด ก้อนเนื้อ
– เราสร้างชั้นฟ้า เรามิได้ทอดทิ้งระบบการสร้าง
– แท้จริงปศุสัตว์เป็นบทเรีนสำหรับพวกเจ้า
– เราวะฮีย์แก่เขา (นบีนูหฺ) ให้ต่อเรือภายใต้คำสั่งของเรา ขอให้บ่าวลงจากเรือด้วยการลงที่มีความจำเริญ
– หากเชื่อฟังทำตามมนุษย์ธรรมดา ท่านขาดทุน
– เราส่งมูซาและฮารูนพร้อมสัญญาณไปยังฟิรเอาน์
– เราให้สมบัติ ลูกหลาน ไม่ใช่ความดี เป็นบททดสอบ
– เราทดสอบด้วยการลงโทษ พวกเขาหาได้นอบน้อมไม่
– จงปราบความชั่วด้วยสิ่งดี
– เบื้องหน้ามีโลกบัรซัค (โลกหลังความตาย) จนถึงวันฟื้นคืนชีพ
– ผู้ใดตราชูของเขาหนัก เป็นผู้ประสบชัยชนะ
– ข้าตอบแทนรางวัลให้แก่เขา เพราะเขาอดทน
24. อันนูรฺ
(รัศมี)
ซูเราะฮฺนี้มีรัศมีแห่งดวงประทีปของอัลลอฮฺ ทรงส่องแสงสว่างทางนำ มีระเบียบปฏิบัติด้านมารยาท ท่านอุมัร อิบนฺอัลค็อฏฏอบ คอลีฟะฮฺคนที่สอง มีสาสน์ถึงชาวเมืองกูฟะฮฺในประเทศอิรักว่า พวกท่านจงอบรมสั่งสอนบรรดาสตรีของพวกท่านด้วยซูเราะฮฺอันนูรฺ พระองค์ทรงบัญญัติแนวทางการใช้ชีวิต การวางตัวที่เหมาะสมสำหรับมุอฺมินะฮฺ (ผู้ศรัทธาหญิง) จะได้ปลอดภัยทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
“และจงกล่าวเถิดมุฮัมมัดแก่บรรดามุอฺมินะฮ์ให้พวกเธอลดสายตาของพวกเธอลงต่ำ และให้พวกเธอรักษาทวารของพวกเธอ และอย่าเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่สิ่งที่พึงเปิดเผยได้ และให้เธอปิดด้วยผ้าคลุมศรีษะของเธอลงมาถึงหน้าอกของเธอ และอย่าให้เธอเปิดเผยเครื่องประดับของพวกเธอ เว้นแต่แก่สามีของพวกเธอ หรือบิดาของสามีของพวกเธอ หรือลูกชายของพวกเธอ หรือลูกชายสามีของพวกเธอ หรือพี่ชายน้องชายของพวกเธอ หรือลูกชายของพี่ชายน้องชายของพวกเธอหรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกเธอ หรือพวกผู้หญิงของพวกเธอ หรือที่มือขวาของพวกเธอครอบครอง (ทาสและทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ หรือเด็กที่ยังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้เธอกระทืบเท้าของพวกเธอ เพื่อให้ผู้อื่นรู้สิ่งที่พวกเธอควรปกปิดในเครื่องประดับของพวกเธอ และพวกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺเถิด โอ้ บรรดาผู้ศรัทธา เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนูรฺ 31)
– ความผิดในเรื่องประเวณีจะได้รับโทษ
– การกล่าวหาว่าสตรีทำชั่วเป็นความผิดมหันต์
– การกล่าวหาท่านหญิงอาอิชะฮฺ เตือนใจผู้ศรัทธา
– เมื่อได้ยินข่าวเท็จ ทำไมจึงไม่คิดในทางที่ดี
– พวกเจ้าอย่าติดตามทางเดินของชัยฏอน
– วันที่ลิ้น มือ เท้าของเขาจะเป็นพยานที่ได้ทำไว้
– อย่าเข้าบ้านอื่นจนกว่าจะขออนุญาตเจ้าของบ้านก่อน
– ให้พวกเขาและพวกเธอลดสายตาลงต่ำ
– จงแต่งงานกับคนดี หากยากจน อัลลอฮฺจะทรงให้รวยขึ้น
– อัลลอฮฺทรงนำทางด้วยดวงประทีปแก่ผู้ที่ทรงประสงค์
– พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่ทรงประสงค์โดยปราศจากการคำนวณ
– พระองค์จะทรงให้มันหล่นลงมาโดนผู้ที่ทรงประสงค์
– อัลลอฮฺทรงให้บังเกิดสิ่งมีชีวิตทุกชนิดจากน้ำ
– หากเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง จะเชื่อฟังปฏิบัติตาม
– หากเชื่อฟังปฏิบัติตามนบีก็จะอยู่ในทางที่ถูกต้อง
– พระองค์จะทรงทำให้ศาสนาของเขามั่นคงเป็นเกียรติ
– จงดำรงละหมาด บริจาค เชื่อฟัง ปฏิบัติตาม จะได้รับความเมตตา
– การขออนุญาตเข้าห้อง การทานอาหารเป็นหมู่หรือแยกกันก็ได้
– มารยาทการขออนุญาตออกไป ในขณะร่วมอยู่ในกิจการสำคัญ
– พระองค์ทรงรอบรู้สภาพที่พวกเจ้าเป็นและวันที่ถูกนำกลับไป
25. อัลฟุรกอน
(การจำแนก)
อัลกุรอานเป็นคัมภีร์ที่จำแนกชัดเจนระหว่างความจริงกับความเท็จ การลงโทษในวันกิยามะฮฺจะไม่เกิดขึ้นแก่ผู้ที่มีคุณลักษณะ 3 ข้อนี้คือ ผู้กลับเนื้อกลับตัว ศรัทธา และประกอบการงานที่ดี อัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนความชั่วในอดีตของพวกเขาให้เป็นความดี พระองค์จะทรงยกโทษให้เขา
“การลงโทษในวันกิยามะฮฺถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าสำหรับเขา และเขาจะอยู่ในนั้นอย่างอัปยศ เว้นแต่ผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว และศรัทธาและประกอบการงานที่ดี เขาเหล่านั้นแหละอัลลอฮจะทรงเปลี่ยนความชั่วของพวกเขาเป็นความดี และอัลลอฮเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฟุรกอน 69-70)
– ทรงเล่าถึงการสร้างเงาที่ให้สูญสิ้นทีละน้อย
– ลมเป็นข่าวดีก่อนนำฝนมาให้
– ทรงให้มีที่กั้นระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็ม
– ทรงเล่าถึงการสร้าง สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะใคร่ครวญถึงสัญญาณต่างๆ หรือขอบคุณพระองค์
– คุณลักษณะของปวงบ่าวแห่งพระผู้ทรงกรุณาปรานี
1) บรรดาผู้ที่เดินบนแผ่นดินด้วยความสงบเสงี่ยม และเมื่อพวกโง่เขลากล่าวทักทายพวกเขา พวกเขาจะกล่าว ศานติ หรือสลาม
2) บรรดาผู้ใช้เวลากลางคืนทำการสุญูดและยืน (ละหมาด) เพื่อพระเจ้าของพวกเขา
3) บรรดาผู้ที่กล่าวว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของเรา ขอพระองค์ทรงปัดเป่าการลงโทษของนรกให้พ้นไปจากเรา
4) บรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่ และระหว่างทั้งสองสภาพนั้น พวกเขาอยู่สายกลาง
5) บรรดาผู้ที่ไม่วิงวอนขอพระเจ้าอื่นใดคู่เคียงกับอัลลอฮฺ และพวกเขาไม่ฆ่าชีวิตซึ่งอัลลอฮฺทรงห้ามไว้ เว้นแต่เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาไม่ผิดประเวณี
26. อัชชุอะรออฺ
(กวี)
อัลกุรอานไม่ใช่บทกวี แต่เป็นคัมภีร์จากพระเจ้า ผู้ปฏิเสธศรัทธา ไม่ฟังคำตักเตือนของนบี ถูกลงโทษเพราะความผิดของพวกเขา “และเรามิได้ทำลายชาวเมืองใด เว้นแต่ได้มีผู้ตักเตือนแก่มันแล้ว” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชูอะรออฺ 208)
– นบีมูซาพบฟิรเอาน์ที่ตั้งตนเป็นพระเจ้า นบีมูซาแสดงสัญญาณมุอฺญิซาต (ปาฏิหาริย์) แก่ฟิรเอาน์ เช่น โยนไม้เท้ากลายเป็นงู ดึงมือออกมาเป็นสีขาวสว่างจ้า ก็กล่าวหาว่าเป็นมายากล จึงแสดงมุอฺญิซาตอีกครั้งต่อหน้าประชาชน จนนักไสยศาสตร์ที่โยนเชือกกับไม้เท้าเป็นงูตัวเล็ก ถูกงูจากไม้เท้าของนบีมูซากลืนกินเข้าไป นักไสยศาสตร์จึงยอมจำนน ศรัทธาต่อพระเจ้าที่แท้จริง
– อัลลอฮฺทรงช่วยให้นบีมูซาและบนีอิสรออีลหนีพ้นการตามล่าของฟิรเอาน์ “ดังนั้นเราได้ดลใจมูซาว่า จงฟาดทะเลด้วยไม้เท้าของเจ้า แล้วมันก็ได้แยกออก แต่ละข้างมีสภาพเหมือนภูเขาใหญ่” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชุอะรออฺ 63) ฟิรเอาน์และไพร่พลของเขาจมน้ำตาย ทรัพย์สมบัติของเขากลายเป็นของบนีอิสรออีล
– นบีอิบรอฮีมกล่าวแก่บิดาของเขา และพวกพ้องของเขาที่เคารพรูปปั้นว่า “เมื่อพวกท่านวิงวอนขอ พวกมันได้ยินพวกท่านหรือ หรือมันให้คุณให้โทษแก่พวกท่านไหม”
– นบีนูหฺเตือนหมู่ชนของเขา แต่พวกเขาปฏิเสธและขู่จะทำร้ายท่าน อัลลอฮฺทรงช่วยท่านนบีให้รอดพ้นจากพวกเขา และลงโทษพวกเขาจากน้ำท่วมครั้งใหญ่
– นบีฮูดตักเตือนชาวอ๊าด หมู่ชนของเขาโดยกล่าวว่า “พวกท่านสร้างอนุสาวรีย์ไว้บนที่สูงทุกแห่งเพื่อโอ้อวดกระนั้นหรือ และพวกท่านสร้างคฤหาสน์เสมือนกับว่าพวกท่านจะอยู่อย่างตลอดกาลกระนั้นหรือ และเมื่อพวกท่านทำร้าย (ผู้ใด) พวกท่านกระทำอย่างทารุณโหดร้าย ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮฺ และเชื่อฟังฉัน” แต่หมู่ชนของท่านปฏิเสธ จึงถูกลงโทษ
– นบีซอและฮฺตักเตือนชาวษะมูด หมู่ชนของเขา ให้เขาทบทวนถึงความเมตตาของพระเจ้าที่ทรงมีต่อพวกเขา แต่แล้วพวกเขาก็ขอสัญญาณของการเป็นนบี พระองค์จึงทรงให้มีอูฐตัวเมียออกมาจากก้อนหิน และพวกเขาก็ฆ่าอูฐตัวนั้น จึงถูกลงโทษ
– นบีลูฏตักเตือนชาวซะดูม หมู่ชนของเขา เนื่องจากทำผิดสมสู่เพศชาย พวกเขาปฏิเสธต่อคำเตือน จึงถูกลงโทษเป็นห่าฝน (พายุหิน)
– นบีชุอัยบ์ตักเตือนชาวมัดยันที่โกงตาชั่ง ท่านนบีกล่าวว่า “จงตวงให้ครบเต็ม และอย่าเป็นผู้ที่ขาดพร่อง และจงชั่งด้วยตาชั่งที่เที่ยงตรง และอย่าให้ขาดพร่องแก่มหาชนซึ่งสิ่งต่าง ๆ ของพวกเขา และอย่าก่อกวนในแผ่นดินเป็นผู้บ่อนทำลาย” พวกเขาปฏิเสธไม่เชื่อและท้าทายขอให้ส่งการลงโทษมาจากท้องฟ้าหากพูดจริง และพวกเขาก็ถูกลงโทษมีเมฆครอบคลุมพวกเขา ถูกไฟเผาไหม้พวกเขาจนหมด
– “และพวกกวีนั้น พวกหลงผิดจะปฏิบัติตามพวกเขา เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงพวกเขานั้นเร่ร่อนไปในทุกหนแห่ง และแท้จริงพวกเขานั้นพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่กระทำ นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและปฏิบัติความดีทั้งหลาย และรำลึกถึงอัลลอฮฺอย่างมาก และตอบโต้ป้องกันหลังจากที่พวกเขาถูกข่มเหง (ตัฟซีร: กล่าวตอบโต้พวกมุชริกีนเพื่อปกป้องความจริง และสนับสนุนอิสลาม) และบรรดาผู้อธรรมจะได้รู้ว่า ทางกลับอันใดที่พวกเขาจะกลับคืนสู่” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชูอะรออฺ 224-227 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
27. อันนัมลฺ
(มด)
เรื่องราวของนบีสุลัยมาน ความโปรดปรานและความดีมากมายที่อัลลอฮฺให้ หนึ่งในนั้นคือเข้าใจภาษามด
– ผู้ไม่ศรัทธาต่อวันปรโลก ในวันปรโลกพวกเขาขาดทุนยิ่ง
– นบีมูซารับมุอฺญิซาต (ปาฏิหาริย์) จากอัลลอฮฺที่ภูเขาฏูร
– 2 ใน 9 สัญญาณที่พระองค์ให้นบีมูซาคือ ไม้เท้าและมือมีรัศมีสีขาว
– อัลลอฮฺให้นบีสุลัยมานมีความรู้ภาษานก ไพร่พลของเขาเป็นญิน มนุษย์ และนก
– นกฮุดฮุดส่งสารจากนบีสุลัยมานให้ราชินีบัลเกส เมืองสะบะ ที่บูชาดวงอาทิตย์
– ญินตนหนึ่งอาสานำบัลลังก์ของราชินีบัลเกสมาให้นบีสุลัยมานตามคำสั่ง
– ราชินีบัลเกสมาพบนบีสุลัยมาน เข้าวังของนบีสุลัยมานที่ทำด้วยกระจก เห็นสิ่งมหัศจรรย์ จึงรับอิสลาม “ได้มีเสียงกล่าวแก่นางว่า โปรดเข้าไปในวังเถิด ครั้นเมื่อนางเห็นมันนางคิดว่า มันเป็นสระที่เป็นห้วงน้ำ และนางได้เลิกหน้าแข้งของนาง เขา (สุลัยมาน) กล่าวว่า มันเป็นวังทำให้ราบเรียบด้วยกระจก นางได้กล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของฉัน แท้จริงฉันได้อธรรมแก่ตัวฉันเอง (ตัฟซีร: ด้วยการทำชิริกและสักการะบูชาดวงอาทิตย์) และฉันขอนอบน้อมปฏิบัติตามสุลัยมาน เพื่ออัลลอฮฺพระเจ้าแห่งสากลโลก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนัมลฺ 44 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– แผนการร้ายและการบ่อนทำลายของผู้นำ 9 คน แห่งเมืองฮิจรฺ
– และพวกเขาได้วางแผน และเราก็ได้วางแผนโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว
– การกระทำลามกของชาวเมืองซะดูม สมัยนบีลูฏ
– “หรือผู้ใดเล่าจะริเริ่มในการสร้าง แล้วทรงให้มันเกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และผู้ใดทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า จากฟากฟ้าและแผ่นดิน จะมีพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮฺอีกหรือ จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) จงนำหลักฐานของพวกท่านมา หากพวกท่านเป็นผู้สัตย์จริง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนัมลฺ 64)
– วันที่เราจะเรียกจากทุกๆ ชาติ มาชุมนุมกันเป็นหมู่คณะ
– วันที่แตรจะถูกเป่า ในชั้นฟ้าแผ่นดินจะตื่นตระหนก เว้นแต่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
– ผู้ใดนำความดีมา จะได้รับความดีมากกว่า วันนั้นเขาจะปลอดภัยจากการตื่นตระหนก
– พระเจ้าของเจ้ามิได้เป็นผู้ทรงเพิกเฉยต่อสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
28. อัลเกาะศ็อศ
(เรื่องราว)
ฟิรเอาน์และกอรูน ใช้ทรัพย์สมบัติที่อัลลอฮฺให้ไปในทางที่ผิด บั้นปลายชีวิตจบไม่สวย ได้รับโทษ ทางแห่งความสุข คือ การศรัทธา ทำความดี ไม่ใช่มีทรัพย์มาก
– ประวัติชีวิตของนบีมูซาอย่างละเอียด อัลลอฮฺทรงดลใจแม่นบีมูซาให้นำไปลอยน้ำ จนสุดท้ายภรรยาของนบีมูซารับเลี้ยงไว้ และไม่มีใครให้นมนบีมูซาได้ต้องกลับมาให้แม่ของท่านเป็นแม่นม ชีวิตในวัยหนุ่มพลาดพลั้งช่วยคนทะเลาะกันจนได้ฆ่าเขา ต้องหนีออกมา อยู่กับครอบครัวนบีชุอัยบ์ ได้แต่งงานกับลูกของนบีชุอัยบ์ ต่อมาเดินทางไปภูเขาฏูร ได้รับวะฮีย์จากอัลลอฮฺ มีมุอฺญิซาต 2 สิ่ง คือ ไม้เท้ากลายเป็นงู และมือมีสีขาวเมื่อนำออกมาจากเสื้อ
– เรื่องของฟิรเอาน์ที่อธรรมต่อประชาชน ทำให้แตกแยกเป็นกลุ่ม ฆ่าลูกผู้ชายของประชาชน เพราะกลัวถูกแย่งอำนาจ และมีความหยิ่งผยองต้องการเห็นพระเจ้า สั่งให้ฮามานสร้างโครงเพื่อจะขึ้นไปบนฟ้าจะได้มองเห็น ซึ่งเขาไม่มีทางเห็นได้ ความอธรรมของเขาเป็นเหตุให้จมทะเลในที่สุด บทเรียนของผู้มีอำนาจสูง ได้รับโทษจมลงไปในแผ่นดิน
– เรื่องราวของผู้ศรัทธาชาวอะฮฺลุลกิตาบ ที่พระองค์ทรงประทานคัมภีร์เตารอตและอินญีล พวกเขาศรัทธาต่ออัลกุรอานด้วย เป็นตัวอย่างผู้ศรัทธาที่ดี พระองค์สัญญาว่าจะให้รางวัลแก่พวกเขา
“บรรดาผู้ที่เราประทานคัมภีร์แก่พวกเขามาก่อนมัน (อัลกุรอาน) พวกเขาศรัทธาในมัน (อัลกุรอาน) และเมื่อ (อัลกุรอาน) ได้ถูกอ่านแก่พวกเขา พวกเขากล่าวว่า เราศรัทธาในมัน แท้จริงมันคือสัจธรรมมาจากพระเจ้าของเรา แท้จริงเราเป็นผู้นอบน้อมมาก่อนนี้ ชนเหล่านั้นจะได้รับรางวัลของพวกเขาสองครั้ง (ตัฟซีร: เขาเหล่านั้นจะได้รับรางวัลตอบแทน 2 ครั้ง ครั้งหนึ่งในการศรัทธาต่อคัมภีร์ของพวกเขา และอีกครั้งหนึ่งในการศรัทธาของพวกเขาต่ออัลกุรอาน) เนื่องจากเขาได้อดทน และพวกเขาป้องกันความชั่วด้วยความดี และพวกเขาบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เป็นเครื่องยังชีพแก่พวกเขา และเมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องไร้สาระ พวกเขาก็ผินหลังออกห่างไปจากมัน และกล่าวว่า การงานของเราก็จะได้แก่เรา และการงานของพวกท่านก็จะได้แก่พวกท่าน ศานติแด่พวกท่าน เราจะไม่ขอร่วมกับพวกงมงาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลเกาะศ็อศ 53-55 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– วันกิยามะฮฺ มีเสียงกล่าวว่า จงเรียกร้องภาคีของพวกเจ้า พวกเขาก็ร้องเรียกพวกมัน แต่พวกมันไม่ขานรับพวกเขา
– เรื่องราวของกอรูน มีทรัพย์สมบัติมากมาย แต่กลับคิดว่าเขาหามาได้เพราะตัวเอง ไม่ขอบคุณอัลลอฮฺ กดขี่ผู้คน ถูกลงโทษธรณีสูบเขาและเคหะสถานของเขา
– และอย่าวิงวอนขอต่อพระเจ้าอื่นคู่เคียงกับอัลลอฮฺ และยังพระองค์เท่านั้นพวกท่านจะถูกนำกลับ
29. อัลอังกะบูต
(แมงมุม)
ความเข้มแข็งและอำนาจ ก็เหมือนกับใยแมงมุม บอบบางเมื่อเผชิญกับความจริง “อุปมาบรรดาผู้ที่ยึดเอาอื่นจากอัลลอฮฺเป็นผู้คุ้มครองดั่งแมงมุมที่ชักใยทำรัง และแท้จริงรังที่บอบบางที่สุดคือรังของแมงมุม หากพวกเขารู้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอังกะบูต 41)
– ผู้ที่ยึดสิ่งอื่นจากอัลลอฮฺ ดั่งรังแมงมุมบอบบาง
– การละหมาดนั้นจะยับยั้งการทำลามกและความชั่ว
– พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน
– เราจะให้ผู้ศรัทธาพำนักในห้องพิเศษแห่งสวรรค์
– อัลลอฮฺสร้างชั้นฟ้าแผ่นดิน ทำไมเจ้าจึงหันเห
– โลกนี้คือการละเล่น ปรโลกคือชีวิตที่แท้จริง
– เราจะชี้แนะแนวทางถูกต้องแก่เขาสู่ทางของเรา
30. อัรรูม
(โรม)
อัลกุรอานบอกเหตุการณ์ก่อนจะเกิดขึ้น คือโรมันชนะเปอร์เซียในสงคราม แล้วก็เกิดขึ้นจริงตามที่อัลกุรอานได้บอกไว้ พระองค์ทรงเล่าถึงการสร้าง “และพระองค์คือผู้ทรงเริ่มแรกในการสร้าง แล้วทรงให้มันกลับขึ้นมาอีก และมันเป็นการง่ายยิ่งแก่พระองค์ และคุณลักษณะอันสูงส่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรรูม 27)
– พระองค์ทรงช่วยเหลือผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
– แท้จริงส่วนมากมนุษย์ปฏิเสธศรัทธาต่อการพบพระเจ้า
– วันที่พวกทำผิดจะหมดหวัง ผู้ทำดีจะยินดีในสวรรค์
– พระองค์ทรงให้มีชีวิตหลังจากตาย และทรงให้ตายหลังมีชีวิต
– ชั้นฟ้าแผ่นดินมั่นคงอยู่ตามพระบัญชาของพระองค์
– ส่วนมากมนุษย์ไม่รู้ เขามีผู้สร้าง สมควรแก่การเคารพ
– มนุษย์เมื่อสุขก็ดีใจลืมตัว เมื่อเจอทุกข์ก็สิ้นหวัง
– อัลลอฮฺคือผู้สร้าง ทรงให้ปัจจัยยังชีพ ทรงให้ตายให้เป็น
– ภัยพิบัติคือผลจากมนุษย์ทำผิด มีเพื่อให้กลับตัว
– อัลลอฮฺทรงให้ฝนตกลงมายังผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
– ทรงให้แผ่นดินมีชีวิตหลังแห้งแล้ง ย่อมให้คนตายคืนชีพได้
– พระองค์ทรงเป็นผู้สร้างเจ้าในสภาพอ่อนแอ แข็งแรง แล้วชรา
– จงอดทน อย่าให้ผู้ไม่มีความเชื่อมั่นทำให้กังวลใจ
31. ลุกมาน
(ท่านลุกมาน)
ลุกมานสอนลูก กุญแจสิ่งเร้นลับ อัลลอฮฺเท่านั้นที่รู้ “แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ความรู้แห่งวันอวสานมีอยู่ ณ ที่พระองค์ และพระองค์ทรงประทานฝนลงมาและพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในมดลูก และไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่มันจะหามาได้ในวันรุ่งขึ้น และไม่มีชีวิตใดรู้ว่า ณ แผ่นดินใดมันจะตาย แท้จริงอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺลุกมาน 34)
– กุญแจสิ่งเร้นลับ 5 ประการ อัลลอฮฺเท่านั้นที่รู้ คือ
1) วันอวสาน
2) เวลาสถานที่ที่ฝนจะตก
3) ทารกที่อยู่ในมดลูกชายหรือหญิง ทุกข์หรือสุข
4) สิ่งที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้ จะทำดีหรือชั่ว
5) สถานที่ที่แต่ละคนจะตาย จะฝังที่ไหน
– ผู้ทำความดี 3 สิ่งนี้อยู่บนทางถูกต้อง ประสบความสำเร็จ (ดำรงการละหมาด บริจาคซะกาต และเชื่อมั่นต่อวันปรโลก)
– สิ่งไร้สาระทำให้หลงไปจากทางของอัลลอฮฺ
– พระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้าปราศจากเสาที่เห็นได้
– อดทนทำดีต่อบิดามารดา แม้ท่านตั้งภาคี แต่อย่าได้เชื่อฟังปฏิบัติตามเขาทั้งสอง
– พระองค์ทรงสร้างดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เป็นประโยชน์แก่มนุษย์
32. อัซซัจญดะฮฺ
(การกราบ)
ลักษณะของผู้ศรัทธา ผู้กระทำดี เมื่อได้ยินอายาตอัลกุรอาน พวกเขาจะก้มลงสุญูด สดุดีสรรเสริญพระเจ้า รางวัลของผู้ศรัทธาและทำความดี “ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายนั้น สำหรับพวกเขาคือสวนสวรรค์หลากหลาย เป็นที่พำนักเตรียมไว้ตามที่พวกเขาได้กระทำไว้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซัจญดะฮฺ 19)
– พระองค์ทรงบริหารกิจการจากชั้นฟ้าสู่แผ่นดิน
– พระองค์ทรงเริ่มการสร้างมนุษย์จากดิน
– มะลักจะปลิดชีวิตพวกท่าน แล้วจะถูกนำกลับไป
– เราจะให้ลิ้มรสการลงโทษในโลกนี้เพื่อให้สำนึกผิด
– เราให้น้ำไหลลงสู่ดินแห้งแล้ง ให้พืชงอกเงย
– วันกิยามะฮฺการศรัทธาของผู้ปฏิเสธจะไม่มีประโยชน์
33. อัลอะหฺซาบ
(เหล่าพันธมิตร)
สงครามสนามเพลาะ หรือ สงครามสหพรรค หรือ สงครามอัลอะหฺซาบ และบัญญัติเกี่ยวกับมรรยาททางสังคม คำสั่งใช้ให้คลุมฮิญาบ
“โอ้ นบี! จงกล่าวแก่บรรดาภริยาของเจ้า และบุตรสาวของเจ้า และบรรดาหญิงของบรรดาผู้ศรัทธา ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัวของพวกนาง” (ตัฟซีร: คือให้พวกนางเหล่านั้นสวมเสื้อหลวมๆ ซึ่งจะช่วยปกปิดความสวยงามและเครื่องประดับของพวกนาง เพื่อป้องกันการกล่าวร้ายแก่นาง และแยกให้แตกต่างจากลักษณะของพวกผู้หญิงญาฮิลียะฮฺ อัฏฏอบรีย์ รายงานจากอิบนิ อับบาส ซึ่งกล่าวเกี่ยวกับอายะฮฺนี้ว่า อัลลอฮฺทรงใช้บรรดาหญิงผู้ศรัทธาว่า เมื่อพวกนางจะออกจากบ้าน ให้พวกนางคลุมศีรษะ และปกปิดใบหน้าด้วยเสื้อคลุมของพวกนาง และเปิดช่วงสำหรับนัยน์ตาอย่างเดียว) “นั่นเป็นการเหมาะสมกว่าที่นางจะเป็นที่รู้จัก เพื่อที่พวกนางจะไม่ถูกรบกวน” (ตัฟซีร: ในการปกปิดเช่นนั้นเป็นการป้องกันพวกนางให้พ้นจากคำพูดของพวกมนุษย์เลวทราม และเป็นการแยกพวกนางให้แตกต่างจากพวกทาสี) “และอัลลอฮฺทรงเป็นผู้อภัยผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอะหฺซาบ 59 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– พอเพียงแล้วที่อัลลอฮฺเป็นผู้คุ้มครอง เป็นผู้รับการมอบหมาย
– นบีใกล้ชิดกับผู้ศรัทธายิ่งกว่าตัวของพวกเขาเอง
– อัลลอฮฺทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
– มุนาฟิกีนและบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขามีโรค
– จะไม่พบใครอื่นจากอัลลอฮฺเป็นผู้คุ้มครองช่วยเหลือ
– ในรอซูลมีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว
– เตือนให้ตระหนักถึงตำแหน่งอันสูงส่งของท่านรอซูล มารยาทต่อท่านนบีและครอบครัวของท่าน
– หากพวกเธอยำเกรง (อัลลอฮฺ) ก็ไม่ควรพูดจาเพราะพริ้งนัก เพราะจะทำให้ผู้ที่ในหัวใจของเขามีโรคเกิดความโลภ แต่จงพูดด้วยถ้อยคำที่พอเหมาะพอควร
– ให้พวกนางดึงเสื้อคลุมของพวกนางลงมาปิดตัว
– ความรู้ในเรื่องยามอวสานอยู่ ณ ที่อัลลอฮฺ
– จงยำเกรงอัลลอฮฺ จงกล่าวถ้อยคำที่เที่ยงธรรม พระองค์จะทรงปรับปรุงการงานและจะทรงอภัยโทษให้
– เราได้เสนอการอมานะฮฺแก่ชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และขุนเขาทั้งหลาย แต่พวกมันปฏิเสธจะแบกรับมันและกลัวต่อมัน (คือภาระอันหนักอึ้ง)
34. สะบะอฺ
(ชาวสะบะอฺ)
บทเรียนจากเมืองสะบะอฺ อุดมสมบูรณ์ได้รับความโปรดปราน แต่ชาวเมืองเนรคุณ เบื่อหน่ายกับความสุขสบายที่ได้รับ ขอในสิ่งไม่ควรขอ พระองค์จึงลงโทษพวกเขา ให้น้ำท่วมเขื่อน ตรงข้ามจากเดิม กฎแห่งสัจธรรม “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แท้จริงพระเจ้าของฉันทรงให้ความจริงทำลาย (ความเท็จ เพราะพระองค์เป็น) ผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับทั้งหลาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺสะบะอฺ 48)
– พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เข้าออกจากแผ่นดิน สิ่งที่ขึ้นลงสู่ฟากฟ้า
– ผู้ศรัทธาและประกอบความดีจะได้รับการอภัยโทษและสวนสวรรค์
– ภูเขาและนกแซ่ซ้องสดุดีพร้อมกับนบีดาวูด
– อัลลอฮฺให้ลมพัด ญินทำงาน ภายใต้การบัญชาของนบีสุลัยมาน
– พระองค์ให้เมืองสะบะอฺอุดมสมบูรณ์ แต่ชาวเมืองเนรคุณ ขอพรในสิ่งที่ไม่เหมาะสม จึงถูกลงโทษน้ำท่วม
– วันนั้น (วันกิยามะฮฺ) หัวหน้าลูกน้องกล่าวโทษกันที่ทำให้หลงทาง ไม่มีอำนาจใดที่จะให้คุณและให้โทษกัน
– ที่พวกเจ้าบริจาคสิ่งใดก็ดี พระองค์จะทรงทดแทนมัน
35. ฟาฏิร
(ผู้สร้าง)
อัลลอฮฺคือผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง ทรงเล่าถึงการสร้างและการบริหารโลก ให้พืชงอกเงยจากน้ำ สีสันต่างกัน ทรงให้กลางคืนคาบเกี่ยวเข้าไปในกลางวัน ทรงค้ำจุนชั้นฟ้าแผ่นดิน มิให้หล่นลงมา สิ่งใดที่อัลลอฮฺให้ ไม่มีใครยับยั้งได้ อย่าทำให้ใจระทุมทุกข์เพราะพวกเขา ไม่มีผู้ใดจะแบกภาระของคนอื่นได้ คำกล่าวที่ดีขึ้นไปสู่พระองค์ ทรงสรรเสริญการงานที่ดี มีคน 3 แบบคือ อธรรมแก่ตัวเอง เดินสายกลาง และรุดหน้าทำดี ในสวรรค์จะไม่มีความเหนื่อยไม่เบื่อหน่าย
“ซึ่งพระองค์ทรงให้เราได้พำนักในสถานที่พำนักอันสถาพร ด้วยความโปรดปรานของพระองค์ ความเหน็ดเหนื่อยจะไม่ประสบแก่เราในนั้น และความเบื่อหน่ายก็จะไม่ประสบแก่เราในนั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฟาฏิร 35)
– สิ่งใดที่อัลลอฮฺให้แก่มนุษยชาติ ไม่มีผู้ยับยั้งมันได้
– เจ้าอย่าให้จิตใจระทมทุกข์ เนื่องเพราะพวกเขา
– คำกล่าวที่ดีขึ้นไปสู่พระองค์ การงานที่ดีทรงสรรเสริญ
– พระองค์ทรงให้กลางคืนคาบเกี่ยวเข้าไปในกลางวัน
– ไม่มีผู้แบกภาระคนใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้
– แท้จริงอัลลอฮฺทรงให้ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ได้ยิน (การเรียกร้องไปสู่สัจธรรม)
– เราให้พืชงอกเงยออกมาจากน้ำ สีสันของมันต่างกันไป
– คน 3 แบบ คือ อธรรมแก่ตัวเอง เดินสายกลาง รุดหน้าทำดี
– อัลลอฮฺทรงค้ำจุนชั้นฟ้าและแผ่นดิน มิให้มันหล่นลงมา
– จะไม่พบการเปลี่ยนแปลง บิดเบือนในแนวทางของอัลลอฮฺ
36. ยาซีน
(ยาซีน ชื่อหนึ่งของท่านนบี)
ยาซีน หมายถึง โอ้มนุษย์ เป็นชื่อหนึ่งของท่านนบีมุฮัมมัด อัลกุรอานคือคัมภีร์นำสู่ทางเที่ยงธรรม เรื่องของชาวเมืองอันฎอกียะฮฺ อัลลอฮฺส่งทูต 3 คน เพื่อชักชวนไปสู่สัจธรรม ชายคนหนึ่งจากนอกเมือง เรียกร้องหมู่ชนให้เชื่อฟังทูต ตัวอย่างการสร้างดวงจันทร์และกำหนดหน้าที่ของมันอย่างเป็นระบบ
“และดวงจันทร์นั้น เราได้กำหนดให้มันโคจรตามตำแหน่ง จนกระทั่งมันได้กลายมาเป็นเช่นกิ่งอินทผลัมแห้ง” (ตัฟซีร: ดวงจันทร์ก็เช่นเดียวกัน พระองค์ทรงกำหนดให้มันโคจรไปตามตำแหน่งของมันซึ่งมีอยู่ 28 ตำแหน่ง ใน 28 คืน ทุกคืนมันจะโคจรอยู่ในตำแหน่งของมันโดยไม่คลาดเคลื่อนหรือออกนอกตำแหน่ง ทั้งนี้เพื่อให้มนุษย์ได้รู้จัก วัน เดือน ปี และการคำนวณ ดวงจันทร์เริ่มขึ้นเป็นจันทร์เสี้ยวแล้วมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกระทั่งเต็มดวงเมื่อกลางเดือน และมีขนาดเล็กลงจนกระทั่งมีสภาพคล้ายกิ่งอินทผลัมแห้งเมื่อปลายเดือน) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺยาซีน 39 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– อัลกุรอานถูกประทานลงมาจากอัลลอฮฺ พระเจ้าผู้ทรงอำนาจ
– เครื่องกีดขวาง ม่านกั้น มองไม่เห็นสัจธรรมและการศรัทธา
– เจ้าเพียงแต่ตักเตือนผู้ที่ทำตามข้อตักเตือนเท่านั้น
– เราถอนกลางวันออกจากมัน แล้วพวกเขาก็อยู่ในความมืด
– เราให้ดวงจันทร์โคจรตามตำแหน่งจนเป็นจันทร์เสี้ยว
– วันกิยามะฮฺ แตรจะถูกเป่า พวกเขาจะออกมาจากหลุมศพ รีบไปยังพระเจ้า เราจะปิดปากพวกเขา มือจะพูดแก่เรา เท้าจะเป็นพยาน
– พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้า นี่คือแนวทางอันเที่ยงแท้
– เราทำให้ปศุสัตว์ยอมจำนนแก่พวกเขา เป็นพาหนะ อาหาร
– อย่าได้ให้คำพูดของพวกเขาเป็นที่เสียใจแก่เจ้า
37. อัศศ็อฟฟาต
(ผู้เข้าแถว)
บรรดามลาอิกะฮฺ บ่าวของพระองค์ในชั้นฟ้า คือมลาอิกะฮฺผู้เข้าแถวตามลำดับในเวลาละหมาด ผู้ควบคุมเมฆตามที่พระองค์ทรงประสงค์ ผู้อ่านอายาตของอัลลอฮฺแก่นบี และผู้ใกล้ชิดพระองค์ เขาจะแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ในเวลากลางคืนและกลางวันโดยไม่ขาดระยะ ชาวสวรรค์พูดถึงเพื่อนที่เป็นชาวนรก พระองค์ทรงช่วยให้ชาวสรรค์คนนั้นออกจากความมืดสู่แสงสว่าง ได้รับทางนำจากพระองค์
“แล้ว (ชาวสวรรค์เหล่านั้น) บางคนในหมู่บ้านพวกเขาจะเข้ามาหากัน ไต่ถาม (ทุกข์สุข) ซึ่งกันและกัน คนหนึ่งในหมู่บ้านพวกเขาก็กล่าวขึ้นว่า แท้จริง ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง เขาเคยกล่าวว่า แท้จริงท่านเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้เชื่อมั่น (ในวันปรโลก) จริงหรือ? เมื่อเราตายไปแล้ว และเราได้กลายเป็นดินผงและกระดูก เราจะถูกตอบแทนจริงหรือ? เขา (ชาวสวรรค์) กล่าว (แก่เพื่อน ๆ ของเขา) ว่า พวกท่านอยากจะมองดูไหมเล่า? ครั้นเมื่อเขามองลงไป ก็เห็น (เพื่อนของเขา) อยู่ท่ามกลางไฟที่ลุกโชติช่วง เขาจึงกล่าวขึ้นว่า ขอสาบานด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ท่านเกือบทำให้ฉันพังพินาศ และหากมิใช่ความโปรดปรานแห่งพระเจ้าของฉันแล้ว ฉันจะต้องอยู่ในหมู่ผู้ถูกนำมาลงโทษอย่างแน่นอน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัศศ็อฟฟาต 50-57)
– แท้จริงพระเจ้าของพวกเจ้านั้นทรงเอกะอย่างแน่นอน
– พวกเขาแข็งแกร่งหรือสิ่งที่เราสร้างแข็งแกร่ง
– จากเคยปฏิเสธ วันนั้น (วันกิยามะฮฺ) เป็นผู้ยอมจำนนสิ้นเชิง
– เหล้าในสวรรค์ไม่ทำให้ปวดมึนศีรษะ ไม่มึนเมา
– นางสวรรค์ หญิงบริสุทธิ์ ลดสายตาลงต่ำ ตาโตสวย
– ชาวสวรรค์กล่าวกับเพื่อนที่เป็นชาวนรกว่า “ท่านเกือบทำให้ฉันพังพินาศ แต่อัลลอฮฺทรงช่วยไว้”
– บรรพบุรุษของพวกเขาหลงผิด แล้วก็ยังตามพวกเขา
– เราช่วยนบีนูหฺและผู้ศรัทธาให้พ้นภัย (จากน้ำท่วมครั้งใหญ่)
– นบีอิบรอฮีมพูดกับเจว็ดว่า “ทำไมพวกเจ้าจึงไม่พูด” และกล่าวกับกลุ่มชนที่สักการะเจว็ดว่า “พวกท่านเคารพภักดีสิ่งที่พวกท่านแกะสลักหรือ?”
– นบีอิบรอฮีมผ่านบททดสอบเรื่องลูก (นบีอิสมาอีล)
– เราช่วยนบีมูซาและหมู่ชนของเขาให้พ้นเคราะห์ (จากฟิรเอาน์)
– เราได้ประทานคัมภีร์เตารอตแก่มูซาและฮารูน
– ปวงบ่าวผู้บริสุทธิ์ใจ จะรอดพ้นจากการลงโทษ
– นบีทุกท่านถูกส่งมาเพื่อเตือนก่อนมีการลงโทษ
– นบียูนุสเป็นผู้สดุดี จึงทรงให้รอดจากท้องปลา
– พวกเจ้าไม่สามารถทำให้ผู้ใดหลงทางไปได้
– การสรรเสริญเป็นของอัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก
38. ศอด
(อักษรศอด)
ศอด คือ พยัญชนะหนึ่งในภาษาอาหรับ สดุดีต่อคัมภีร์ที่เป็นปาฏิหาริย์ เป็นเครื่องเตือนสติ อัลลอฮฺทรงท้าทายมนุษย์ในยุคแรกและยุคหลังด้วยพยัญชนะเหล่านี้ อิบลีสขอประวิงเวลาการลงโทษและตั้งใจจะล่อลวงมนุษย์ให้ทำผิด “มันกล่าวว่า ดังนั้นด้วยพระอำนาจของพระองค์ท่าน แน่นอนข้าพระองค์ก็จะทำให้พวกเขาทั้งหมดหลงผิด เว้นแต่ปวงบ่าวของพระองค์ในหมู่พวกเขาที่มีใจบริสุทธิ์เท่านั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺศอด 82-83)
– อัลกุรอานเป็นเครื่องเตือนสติ อัลลอฮฺได้ประทานลงมา ซึ่งมีความจำเริญ
– ภูเขาและนกแซ่ซ้องสดดีพร้อมกับนบีดาวูด
– บางคนมักละเมิดสิทธิของอีกคน เว้นแต่ผู้ศรัทธาและทำความดี
– บททดสอบของนบีสุลัยมาน เกี่ยวกับม้า ที่ท่านรักจนลืมรำลึกถึงพระเจ้า และลูกคนเดียวที่เกิดมาเป็นอัมพาต สาเหตุเพราะกล่าวคำพูดที่ตั้งใจไว้ว่าจะมีลูกหลายคน จนลืมกล่าว “อินชาอัลลอฮฺ”
– อัลลอฮฺทรงประทานอำนาจให้นบีสุลัยมานมากมาย เขานำไปใช้ในทางที่ดี
– อัลลอฮฺให้นบีอัยยูบกลับมาแข็งแรง มีลูกหลานและทรัพย์สมบัติมากมาย หลังอดทนกับบททดสอบ
– แท้จริง ทางกลับของบรรดาผู้ยำเกรงคือสวนสวรรค์
– ทางกลับของบรรดาผู้ละเมิด จะได้รับการลงโทษ
– การโต้เถียงระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องในนรกญะฮันนัม
– การสร้างนบีอาดัม และให้มลาอิกะฮฺสุญูด (ให้เกียรติ) แก่เขา เว้นแต่อิบลีส
– อิบลีสจะทำให้มนุษย์หลงผิด เว้นแต่ผู้มีใจบริสุทธิ์
39. อัซซุมัร
(กลุ่มคน)
กลุ่มผู้มีความสุขสำราญเป็นชาวสวรรค์ และกลุ่มของผู้มีความทุกข์เป็นชาวนรก ผู้ทำผิดแล้วสำนึกผิดอย่าได้หมดหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ปวงบ่าวของข้า! บรรดาผู้ละเมิดต่อตัวของพวกเขาเอง พวกท่านอย่าได้หมดหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอภัยความผิดทั้งหลายทั้งมวล แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซุมัร 53)
– ผู้ทรงสร้างชั้นฟ้า แผ่นดิน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
– ผู้อดทนจะได้รับรางวัลสมบูรณ์โดยไม่ต้องคำนวณ
– ผู้ยำเกรงพระเจ้า พวกเขาจะมีคฤหาสน์สง่าโอ่โถง
– พระองค์ให้พืชงอกเงยแล้วเหี่ยวแห้ง
– ทุกอุทาหรณ์ในอัลกุรอาน มนุษย์จะได้ใคร่ครวญ
– แท้จริงเจ้าจะต้องตาย และแท้จริงพวกเขาจะต้องตาย
– ผู้ที่อัลลอฮฺทรงชี้นำทาง ไม่มีใครทำให้เขาหลงทาง
– อัลลอฮฺทรงพอเพียงแล้ว ที่จะให้ความไว้วางใจ
– การตายแบบปลิดชีวิต และการตายในเวลานอน
– อัลลอฮฺผู้ทรงรอบรู้ในสิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผย
– พระองค์ทรงแผ่ปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
– พวกท่านอย่าได้หมดหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ
– ผู้ทรงสร้างทุกสิ่ง ทรงดูแลและคุ้มครองทุกสิ่ง
– วันกิยามะฮฺ แผ่นดินจะเป็นประกายด้วยรัศมีแห่งพระเจ้า
– ผู้ยำเกรงพระเจ้าจะถูกนำสู่สวนสวรรค์เป็นกลุ่ม
40. ฆอฟิร
(ผู้ทรงอภัย)
“ผู้ทรงอภัยในบาป ผู้ทรงรับการขอลุแก่โทษ” คือคุณลักษณะอันยิ่งใหญ่ พระนามอันสวยงามของอัลลอฮฺ ผู้ใดกระทำความดีและศรัทธาจะได้เข้าสวรรค์ สัญญาจากพระเจ้าถึงวันอวสาน “แท้จริง วันอวสานนั้นจะมีมาอย่างแน่นอน ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ในวันนั้น แต่ว่าส่วนมากของมนุษย์ไม่ยอมศรัทธา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฆอฟิร 59)
– ไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจากพระองค์
– มลาอิกะฮฺผู้แบกบัลลังก์ ขออภัยโทษแก่ผู้ศรัทธา
– จงวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺ โดยบริสุทธิ์ใจ
– ทุกชีวิตจะได้รับการตอบแทนตามที่มันได้กระทำไว้
– ผู้ใดที่อัลลอฮฺทรงให้หลงทาง จะไม่มีผู้ชี้แนะทาง
– ผู้ใดกระทำความดี และเป็นผู้ศรัทธา จะได้เข้าสวรรค์
– อัลลอฮฺทรงคุ้มรองให้พ้นจากที่พวกเขาวางแผนไว้
– เราจะช่วยเหลือผู้ศรัทธา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า
– จงขออภัยโทษต่อความผิดของเจ้า
– ผู้ทรงบันดาลกลางคืนให้พักผ่อน กลางวันให้มองเห็น
– ผู้ทรงสร้างมนุษย์จากฝุ่นดิน จากเชื้ออสุจิ จากก้อนเลือด
– ผู้ทรงทำให้แผ่นดินเป็นที่พำนัก ชั้นฟ้าเป็นเพดาน
– เจ้าจงอดทน แท้จริงสัญญาของอัลลอฮฺนั้นเป็นจริง
– ผู้ทรงบันดาลปศุสัตว์ ให้เป็นพาหนะ และให้บริโภค
41. ฟุศศิลัต
(ถูกจำแนกไว้ชัดแจ้ง)
คัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งอายาตทั้งหลายได้ให้คำอธิบายไว้อย่างละเอียด อัลลอฮฺทรงแจกแจงสัญญาณจำแนกไว้ชัดเจนถึงหลักฐานที่บ่งชี้ถึงเดชานุภาพและความเป็นเอกภาพของพระองค์ ผู้ทรงสร้างจักรวาลอย่างวิจิตรพิสดาร “และส่วนหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์ คือ การมีกลางคืน และกลางวัน และดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ พวกเจ้าอย่าได้สุญูดให้แก่ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ แต่จงสุญูดแด่อัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างพวกมัน หากพวกเจ้าจะเคารพภักดีแก่พระองค์เท่านั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺฟุศศิลัต 37)
– พระองค์ทรงสร้างฟ้า 7 ชั้น ประดับด้วยดวงดาวป้องกันชัยฏอน
– บทเรียนจากชาวอ๊าด ษะมูด ที่ไม่ฟังคำตักเตือนของนบี
– หู ตา ผิวหนังของพวกเจ้าจะเป็นพยานในสิ่งที่กระทำ
– ผู้ให้แผ่นดินมีชีวิต จะทรงให้ชีวิตแก่คนตายแน่นอน
– อัลกุรอานเป็นการบำบัดแก่บรรดาผู้ศรัทธา
– เมื่อสุขเขาห่างพระเจ้า เมื่อทุกข์เขาขอยืดเยื้อ
42. อัชชูรอ
(การปรึกษาหารือ)
การปรึกษาหารือในอิสลาม ให้ผู้ศรัทธาดำเนินชีวิตอยู่บนทางที่ดีเด่นและสมบูรณ์ยิ่งคือ “แนวทางแห่งการปรึกษาหารือ (อัชชูรอ)” “และบรรดาผู้ตอบรับต่อพระเจ้าของพวกเขา และดำรงละหมาด และกิจการของพวกเขามีการปรึกษาหารือระหว่างพวกเขา และเขาบริจาคสิ่งที่เราได้ให้เครื่องปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชูรอ 38)
– มลาอิกะฮฺสดุดีต่อพระเจ้า และขออภัยให้แก่ผู้ศรัทธา
– กุญแจการควบคุมชั้นฟ้าแผ่นดินเป็นสิทธิ์ของพระองค์
– หากทรงให้ปัจจัยยังชีพมาก พวกเขาจะก่อความเสียหาย
– เคราะห์กรรมใดที่ประสบก็เพราะมือของพวกเจ้าก่อไว้
– ผู้ที่เลี่ยงการทำบาปใหญ่ และเมื่อโกรธก็อภัยให้
– ผู้ที่อดทน ให้อภัย คือส่วนหนึ่งจากกิจการที่มั่นคง
– เราทำให้อัลกุรอานเป็นแสงสว่างเพื่อชี้แนะทาง
43. อัซซุครุฟ
(เครื่องประดับ/ทองคำ)
อัลลอฮฺทรงสามารถที่จะให้ผู้ปฏิเสธศรัทธามีอาคารบ้านเรือน เครื่องประดับทำด้วยเงินหรือทองคำก็ได้ แต่พระองค์ทรงรู้ว่าถ้าให้ ผู้ศรัทธาจะตามพวกเขา เครื่องประดับเป็นสิ่งชั่วคราวในโลกนี้ ส่วนในโลกหน้า สวนสวรรค์และความสุขนานาชนิดถูกจัดขึ้นเฉพาะผู้ศรัทธาเท่านั้น
“โอ้ปวงบ่าวของข้า ไม่มีความหวาดกลัวอันใดแก่พวกเจ้าในวันนี้ และพวกเจ้ามิต้องเศร้าสลดใจ รรดาผู้ศรัทธาต่อสัญญาณทั้งหลายของเรา และพวกเขาเป็นผู้นอบน้อม พวกเจ้าจงเข้าไปในสวนสวรรค์ ทั้งตัวของพวกเจ้าและคู่ครองของพวกเจ้าอย่างแช่มชื่นแจ่มใส จะมีจานทำด้วยทองคำและแก้วน้ำถูกนำมาเวียนรอบ ๆ พวกเขา และในสวนสวรรค์นั้น จะมีสิ่งที่จิตใจของพวกเขาต้องการ และสายตาของพวกเขาชื่นชมยินดี และพวกเจ้าจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล และนั่นคือสวนสวรรค์ ซึ่งพวกเจ้าได้ถูกให้รับเป็นมรดกตามที่พวกเจ้าได้กระทำ (ความดี) ไว้ ในสวนสวรรค์นั้นจะมีผลไม้มากมายสำหรับพวกเจ้า พวกเจ้าจะได้กินส่วนหนึ่งจากมัน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซุครุฟ 68-73)
– อัลกุรอานสูงส่งพรั่งพร้อมด้วยปรัชญา
– เราต่างหากที่เป็นผู้จัดสรรการทำมาหากินของพวกเขา
– ฟิรเอาน์หลอกลวงหมู่ชนของเขา อัลลอฮฺให้พวกเขาจมน้ำทั้งหมด
– เขา (อีซา) มิใช่ใครคนอื่นนอกจากเป็นบ่าวคนหนึ่ง
– แท้จริงเขา (อีซา) แน่นอนเป็นเครื่องหมายแห่งยามอวสาน (นบีอีซาลงมาจากฟากฟ้าก่อนวันสิ้นโลก)
– ยามอวสานจะมาหาพวกเขาอย่างกะทันหัน โดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว
– ในวันนั้น (วันกิยามะฮฺ) มิตรสหายจะเป็นศัตรูต่อกัน นอกจากผู้ยำเกรงอัลลอฮฺ
– สวนสวรรค์ ซึ่งพวกเจ้าถูกให้รับเป็นมรดกตามที่ได้กระทำความดีไว้
– การประชุมลับของพวกเขา เราได้ยิน และทูตของเราอยู่กับพวกเขาเพื่อบันทึก
– พระองค์คือพระผู้เป็นเจ้าแห่งชั้นฟ้า และพระผู้เป็นเจ้าแห่งแผ่นดิน
44. อัดดุคอน
(ควัน)
ชาวกุเรชเผชิญความแห้งแล้งอดอยาก ถูกลงโทษด้วยไอหมอกเพราะเนรคุณ รอดพ้นได้เพราะพระองค์ทรงตอบรับดุอาอฺของนบีมุฮัมมัด ไอหมอกคือเครื่องหมายวันกิยามะฮฺ ในโลกหน้าเป็นโลกถาวร ไม่มีความตายอีกต่อไป “ในสวนสวรรค์นั้น พวกเขาจะไม่ได้ลิ้มรสความตาย นอกจากความตายครั้งแรก (ในโลกดุนยา) และพระองค์จะทรงคุ้มครอง พวกเขาให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัดดุคอน 56)
– เราได้ประทานอัลกุรอานลงมาในคืนอันจำเริญ
– จงคอยเฝ้าดูวันที่ชั้นฟ้าจะนำไอหมอกออกมาเห็นชัด
– เมื่อปลดการลงโทษให้ พวกเขาก็จะกลับไปเหมือนเดิม
– นบีมูซากล่าวว่า “ฉันขอความคุ้มครองต่อพระเจ้า มิให้ท่านทำร้ายฉัน”
– ชั้นฟ้าแผ่นดิน มิได้ร่ำไห้เพราะเสียดายพวกเขา
– เราให้บนีอิสรออีลรอดพ้นจากการทรมานจากฟิรเอาน์
– เรามิได้สร้างชั้นฟ้าและแผ่นดินอย่างไร้สาระ
– วันที่ไม่มีใครช่วยใครได้ เว้นแต่ผู้ที่พระองค์ทรงเมตตา
– ผู้ยำเกรงจะอยู่ในสถานที่อันสงบปลอดภัยในสวรรค์
45. อัลญาซิยะอฺ
(ผู้คุกเข่า)
กลางคืนกลางวัน น้ำฝน สายลม เป็นระบบ เป็นสัญญาณ ของการมีผู้สร้าง ความหวาดกลัวที่มนุษย์จะพบในวันชำระบัญชี ทุกสิ่งที่อัลลอฮฺทรงสร้างจะอยู่ในสภาพคุกเข่าเพราะกลัว รอการชำระบัญชี เส้นผมของเด็กๆ เปลี่ยนสีเป็นผมหงอก “และเจ้าจะเห็น (กลุ่มชน) ทุกชาติอยู่ในสภาพคุกเข่า ทุกชนชาติจะถูกเรียกมาตามบันทึกของตน วันนี้พวกเจ้าจะได้รับการตอบแทนตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลญาซิยะฮฺ 28)
– อัลลอฮฺคือผู้ทรงทำให้ทะเลเป็นประโยชน์แก่เจ้า
– ทุกชีวิตจะได้รับการตอบแทน พวกเขาจะไม่ถูกอธรรม
– อำนาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าแผ่นดินเป็นของอัลลอฮฺ
46. อัลอะฮฺก็อฟ
(เนินทราย)
บทเรียนจากชาวอ๊าดอยู่ที่เนินเขาอัลอะฮฺก็อฟ ถูกทำลายล้างเพราะหยิ่งผยอง ปฏิเสธคำตักเตือนของนบีฮูด มีพละกำลังแค่ไหนก็ไม่สามารถทนการลงโทษพายุหนาวเหน็บเสียงกัมปนาทได้ คำสั่งใช้ให้ผู้ศรัทธาอดทน บรรดารอซูลเป็นแบบอย่างของความอดทน
“ดังนั้นเจ้าจงอดทนดังเช่นบรรดาผู้ตั้งจิตมั่นแห่งรอซูลทั้งหลาย ได้อดทนมาก่อนแล้ว และอย่ารีบเร่ง (ให้มีการลงโทษ) แก่พวกเขา วันที่พวกเขาจะเห็นสิ่งที่ถูกสัญญาไว้แก่พวกเขานั้น ประหนึ่งว่า พวกเขามิได้พำนักอยู่ในโลกนี้ เว้นแต่เพียงชั่วครู่หนึ่งยามกลางวันเท่านั้น นี่คือการประกาศตักเตือน ดังนั้นความหายนะจะไม่ประสบแก่ผู้ใดนอกจากหมู่ชนผู้ฝ่าฝืนเท่านั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอะฮฺก็อฟ 35)
– ผู้วิงวอนขออื่นจากอัลลอฮฺ มันจะไม่ตอบรับเขา
– อัลกุรอานเป็นข่าวดีสำหรับผู้กระทำความดี
– แบบอย่างของเด็กดีซื่อตรงมาแต่กำเนิด
– ญินกลุ่มหนึ่งเข้ามาฟังการอ่านอัลกุรอานของท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
47. มุฮัมมัด
(นบีมุฮัมมัด)
ชื่อของนบีมุฮัมมัด แปลว่า “ผู้ที่ได้รับการสรรเสริญ” บทบาท การต่อสู้ และการปกป้องศาสนาอิสลามของท่าน บัญญัติการต่อสู้อย่างมีคุณธรรม เชลย ทรัพย์เชลย และลักษณะมุนาฟิกีน ผลลัพธ์ของผู้ศรัทธาและกระทำความดี
“ส่วนบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย และศรัทธาในสิ่งที่ถูกประทานแก่มุฮัมมัด และว่าอัลกุรอานนั้นเป็นสัจธรรมมาจากพระเจ้าของพวกเขา พระองค์จะทรงลบล้างความชั่วของพวกเขาให้ออกไปจากพวกเขา และจะทรงปรับปรุงสภาพของพวกเขาให้ดีขึ้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺมุฮัมมัด 2)
– พระองค์จะทรงทดสอบบางคนในหมู่พวกเจ้ากับอีกบางคน
– หากพวกเจ้าสนับสนุนอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงสนับสนุนพวกเจ้า
– สวนสวรรค์มีธารน้ำจืด ธารน้ำนม ธารน้ำจันณฑ์ (เหล้า) และธารน้ำผึ้ง
– ผู้ทำตามแนวทางถูกต้อง พระองค์จะทรงเพิ่มแนวทางที่ถูกต้อง
– จงขออภัยโทษต่อความผิดเพื่อตัวเจ้าและเพื่อผู้ศรัทธาหญิง
– การเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำพูดที่ดีไพเราะนั้น ดียิ่ง
– ชัยฏอนล่อลวงพวกเขาให้ความหวังว่าจะมีชีวิตยืนนาน
– เราจะทดสอบ จะได้รู้ถึงผู้หนักแน่นอดทนในหมู่พวกเจ้า
– ถ้าพวกเจ้าผินหลัง พระองค์จะทรงเปลี่ยนหมู่ชนอื่นแทนพวกเจ้า
48. อัลฟัตฮฺ
(ชัยชนะ)
อัลลอฮฺทรงแจ้งข่าวดีแก่บรรดามุอฺมินด้วยชัยชนะ การประนีประนอมที่อัลฮุดัยบิยะฮฺ เป็นการเริ่มพิชิตครั้งใหญ่ มุอฺมินให้สัตยาบันอัลริฎวานกับท่านรอซูล กำลังใจแด่ผู้ศรัทธาและทำความดี “อัลลอฮฺทรงสัญญาบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายในหมู่พวกเขาว่า จะได้รับการอภัยโทษและรางวัลอันใหญ่หลวง” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฟัตฮฺ 29)
– อัลลอฮฺทรงประทานความโปรดปรานให้แก่ท่านรอซูลุลลอฮฺ 4 ประการคือ การอภัยโทษในอดีตและอนาคต การพิชิตนครมักกะฮฺ การชี้แนะทางอันเที่ยงตรง และการได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน
– พระองค์คือผู้ทรงประทานความเงียบสงบลงมาในจิตใจของบรรดาผู้ศรัทธา
– และอำนาจเด็ดขาดแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินนั้นเป็นของอัลลอฮฺ
– พระองค์จะทรงให้ศาสนา (ของพระองค์) นั้นประจักษ์แจ้งเหนือศาสนาอื่นทั้งมวล
49. อัลหุญุร๊อต
(ห้องหับ)
ในบริเวณมัสยิดอันนะบะวีย์ ในขณะนั้นเป็นห้องหับที่ภรรยาท่านนบีมุฮัมมัดใช้เป็นที่พัก มารยาทต่อท่านนบีและต่อผู้อื่น การเตือนให้ปลีกตัวจากการสงสัย การสอดแนม นินทา พระองค์ทรงเห็น ทรงได้ยิน ทรงรอบรู้ ในทุกการกระทำของมนุษย์ แม้จะอยู่ในความนึกคิดในใจก็ตาม
“แท้จริงอัลลอฮฺทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับในชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน และอัลลอฮฺทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลหุญุร๊อต 13-18)
– พวกเจ้าอย่าได้ล้ำหน้า (ในการกระทำใด ๆ) เมื่ออยู่ต่อหน้าอัลลอฮฺ และรอซูลของพระองค์
– พวกเจ้าอย่ายกเสียงของพวกเจ้าเหนือเสียงของอัลนบี และอย่าพูดเสียงดังกับเขา
– หากคนชั่วนำข่าวใด ๆ มาแจ้งแก่พวกเจ้า พวกเจ้าก็จงสอบสวนให้แน่ชัด
– ชนกลุ่มหนึ่งอย่าเยาะเย้ยชนอีกกลุ่มหนึ่ง บางทีพวกเขาจะดีกว่าชนกลุ่มที่เยาะเย้ย
– อย่าได้เรียกกันด้วยฉายาที่ไม่ชอบ
– จงปลีกตัวให้พ้นจากส่วนใหญ่ของการสงสัย แท้จริงการสงสัยบางอย่างเป็นบาป
50. ก็อฟ
(อักษรก็อฟ)
ก็อฟคืออักษรหนึ่งในภาษาอาหรับ บ่งชี้ว่าคัมภีร์เป็นปาฏิหาริย์ซึ่งถูกเรียบเรียงจากอักษรเหล่านี้ เตือนมุชริกีนที่ปฏิเสธการฟื้นคืนชีพ มะลัก 2 ท่านเป็นผู้บันทึกความดี และผู้บันทึกความชั่ว สภาพของมนุษย์เมื่อใกล้จะตาย “และอาการมึนงงแห่งความตายได้ปรากฏขึ้นอย่างประจักษ์แจ้ง และนั่นคือสิ่งที่เจ้าจะหลีกเลี่ยงจากมันไปไม่ได้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺก็อฟ 19)
– เราสร้างมัน (ฟากฟ้า) และประดับมันไว้ และมันไม่มีรอยหรือช่องโหว่เลย
– ในแผ่นดินเราปักภูเขาไว้อย่างมั่นคง เราให้พฤกษชาติงอกเงยเป็นคู่ๆ สวยงาม
– หลักฐานการสร้าง เพื่อให้เป็นที่สังเกตและเตือนให้ระลึกแก่บ่าวทุกคนผู้สำนึกผิด
– เราทำให้ดินแดนที่แห้งแล้งมีชีวิตชีวาขึ้นใหม่ด้วยน้ำนั้น เช่นนั้นแหละการฟื้นคืนชีพ
– วันฟื้นคืนชีพ ทุกชีวิตจะมาพร้อมกับเขา คือ มะลักผู้นำทาง และมะลักผู้เป็นพยาน
– ชัยฏอนกล่าวว่า ข้าพระองค์มิได้ทำให้เขาหลงผิด แต่เขาหลงผิดมาก่อนแล้ว
– เราสร้างชั้นฟ้าแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ระหว่างมันใน 6 วัน ไม่มีความเหนื่อยสัมผัสเรา
– เจ้าจงตักเตือนด้วยอัลกุรอานนี้แก่ผู้กลัวต่อสัญญาร้ายของข้า
51. อัซซาริยาต
(ลมที่พัดพา)
อัลลอฮฺ ผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่ง ทรงควบคุมลม ให้เรือแล่น ให้เมฆอุ้มฝน จุดมุ่งหมายการสร้างมนุษย์และญิน คือเกิดมาเพื่อทำอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ (เป้าหมายชีวิตที่แท้จริง) “และข้ามิได้สร้างญิน และมนุษย์เพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อเคารพภักดีต่อข้า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซาริยาต 56)
– ผู้ที่หันเหออกจากสัจธรรม จะถูกหันเหออกจากการศรัทธา
– แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงจะได้อยู่ในสวนสวรรค์มากหลาย และตาน้ำพุ
– แขกของนบีอิบรอฮีมที่เป็นมลาอิกะฮฺแจ้งข่าวดีว่าท่านจะมีลูก
– มลาอิกะฮฺแจ้งนบีอิบรอฮีมถึงการลงมาเพื่อไปยังหมู่ชนของนบีลูฏที่ทำผิด พวกเขาจะได้รับโทษ ถูกโยนด้วยหินที่ตราเครื่องหมายไว้ เหลือสัญญาณให้ชนรุ่นหลังเป็นข้อเตือนใจ คือ ทะเลเดดซีในปัจจุบัน
– บทลงโทษในอดีต เช่น ฟิรเอาน์ในสมัยนบีมูซา จมน้ำตาย เพราะปฏิเสธนบีมูซา กล่าวหาว่าเป็นมายากร และคนบ้า
– ชาวอ๊าด (สมัยนบีฮูด) ถูกลมพายุทำลายล้าง ส่วนชาวษะมูด (สมัยนบีซอและฮฺ) ถูกเสียงกัมปนาทคร่าชีวิต และหมู่ชนนบีนูหฺถูกน้ำท่วมครั้งใหญ่
– แท้จริงอัลลอฮฺ คือผู้ประทานปัจจัยยังชีพอันมากหลาย ผู้ทรงพลัง ผู้ทรงมั่นคง
52. อัฏฏูร
(ภูเขาฏูร)
ภูเขาอัฏฎรเป็นที่ที่นบีมูซาไปรับวะฮีย์ (โองการ) และสนทนากับอัลลอฮฺ เหตุการณ์วันกิยามะฮฺ ชั้นฟ้าจะสั่นสะเทือนรุนแรง เทือกเขาจะแตกออกปลิวว่อน โลกนี้เพียงชั่วคราว มาเพื่อรับบทดสอบ อดทนในการทำตามคำสั่งใช้ของพระองค์
“ดังนั้น จงอดทนต่อพระบัญชาของพระเจ้าของเจ้า เพราะแท้จริงเจ้านั้นอยู่ในเบื้องสายตาของเรา และจงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้า ขณะเมื่อเจ้าลุกขึ้นยืน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏฏูร 48)
– ผู้ยำเกรงจะได้อยู่ในสวนสวรรค์ และความสุขสำราญ ได้รับความสุขล้นพ้น
– พระเจ้าจะคุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากการลงโทษของเปลวไฟ
– ในสวรรค์ จะไม่มีการพูดจาตลกคะนอง ไม่มีการทำบาป
– วันซึ่งแผนการร้ายของพวกเขาจะไม่อำนวยประโยชน์อันใด
– จงอดทนต่อพระบัญชาของพระเจ้าของเจ้า
53. อันนัจมฺ
(ดวงดาว)
พระองค์ทรงสร้างจักรวาลและดวงดาวทุกดวง ทรงเป็นพระเจ้าแห่งดาวสิริอุส (อัชเชียะอฺรอ) ซึ่งตระกูลคุซาอะฮฺเคารพบูชา ข้อเสียและความไม่ถูกต้องของการเคารพบูชาอื่นจากอัลลอฮฺ พระองค์ทรงเป็นผู้นำทาง ทรงรอบรู้ว่าใครกำลังหลงทาง หรืออยู่ในทางที่ถูกต้อง
“แท้จริงพระเจ้าของเจ้านั้น พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่หลงออกจากทางของพระองค์ และพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง (ฮิดายะฮฺ)” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนัจมฺ 30)
– นบีมุฮัมมัดมิได้หลงผิดและเขามิได้พูดตามอารมณ์
– สิ่งที่นบีมุฮัมมัดพูด มิใช่อื่นใด นอกจากเป็นวะฮีย์ที่ถูกประทานลงมา
– ญิบรีลนำวะฮีย์มาให้แก่บ่าวของพระองค์ (นบีมุฮัมมัด)
– นบีมุฮัมมัดได้เห็นสิ่งประหลาดในคืนอัลเมียะอฺรอจ ในอาณาจักรของอัลลอฮฺ เห็นต้นพุทรา บัลลังก์ (อัลบัยตุลมะอฺมูร) สวรรค์และนรก ญิบรีลในสภาพที่แท้จริงบนชั้นฟ้า และเห็นสิ่งมหัศจรรย์อื่นๆ อีกมากมาย
– อำนาจนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺทั้งในปรโลก และโลกนี้
– พระองค์จะทรงตอบแทนผู้ทำชั่วตามที่เขาประพฤติ และจะทรงตอบแทนผู้ทำดีด้วยความดี
– ไม่มีผู้แบกภาระคนใดที่จะแบกภาระของผู้อื่นได้
– เขาจะได้รับการตอบแทนครบถ้วนสมบูรณ์
– แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงทำให้หัวเราะ และทรงทำให้ร้องไห้
– แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงทำให้ตาย และทรงทำให้เป็น
– แท้จริงพระองค์ทรงทำให้เขาร่ำรวย และทรงทำให้เขายากจน
– ชาวอ๊าด ษะมูด หมู่ชนของนูหฺ อัลมุอฺตะฟิกะฮฺ ถูกทำลายล้างจนสิ้นซาก เพราะความดื้อรั้นปฏิเสธศรัทธา
54. อัลเกาะมัร
(ดวงจันทร์)
ปาฏิหาริย์การแยกดวงจันทร์ของท่านรอซูล การตักเตือนหมู่ชนในอดีตที่ทำความผิดก่อนถูกลงโทษ ความน่าหวาดกลัวของวันกิยามะฮฺ มนุษย์จะฟื้นคืนชีพออกจากหลุมฝังศพเหมือนตั๊กแตนบินว่อน พระองค์ทรงลงโทษอย่างเหมาะสมและยุติธรรมยิ่ง ซึ่งบทเรียนในอดีตเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ศรัทธา “ดังนั้นการลงโทษของเรา และการตักเตือนของเราเป็นเช่นใดบ้าง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลเกาะมัร 21)
– การลงโทษหมู่ชนในอดีตที่ปฏิเสธศรัทธา ปฏิเสธคำตักเตือนจากบรรดารอซูล
1) เราเปิดประตูแห่งชั้นฟ้าให้น้ำฝนเทลงมาอย่างหนัก ทำให้แผ่นดินแยกออกเป็นตาน้ำไหลพุ่ง น้ำฝนและตาน้ำได้มาบรรจบกัน (น้ำท่วมครั้งใหญ่สมัยนบีนูหฺ)
2) เราส่งลมพายุหนาวเหน็บในวันแห่งหายนะ (7 คืน 8 วัน) ติดต่อกัน ลมพัดกระชากพวกเขา (พวกอ๊าดร่างกายสูงใหญ่) คล้ายต้นอินทผลัมที่ถูกถอนออกจากราก
3) เราส่งเสียงกัมปนาทเพียงครั้งเดียวลงบนพวกเขา (ชาวษะมูด) กลายเป็นเช่นเศษไม้แห้ง (เพราะเห็นอูฐออกจากก้อนหินเพื่อพิสูจน์การเป็นนบีซอและฮฺ กลับไปฆ่ามัน)
4) เราส่งพายุหินจากท้องฟ้าลงบนพวกเขา (ชาวซะดูม) นอกจากวงศ์วานของลูฏ เราได้ช่วยให้รอดพ้นในยามรุ่งสาง
5) ชาวซะดูมถูกญิบรีลใช้ปีกตีไปที่ใบหน้าพวกเขา ทำให้นัยน์ตาบอด เพราะพวกเขาขอร้องนบีลูฏให้ส่งมอบแขก (มลาอิกะฮฺ) ที่จำแลงรูปเป็นเด็กหนุ่ม เพื่อไปทำลามก
6) ฟิรเอาน์และวงศ์วานของเขาจมน้ำตายในทะเลแดง เพราะพวกเขาปฏิเสธสัญญาณต่างๆ ทั้งหมด (“ปาฏิหาริย์ทั้งเก้า คือ ไม้เท้า มือ น้ำท่วม ตั๊กแตน เหา กบ เลือด การแยกออกของทะเล และความแห้งแล้ง”)
– เราทำให้อัลกุรอานเป็นที่เข้าใจง่ายแก่การรำลึก มีผู้ใดบ้างรับข้อตักเตือนนั้น
– กิจการของเรา (ในการสร้าง) นั้นเพียง (บัญชา) ครั้งเดียว คล้ายกับชั่วพริบตาเดียว
– ทุกสิ่งที่พวกเขากระทำมันมีอยู่ในบันทึก ทุกสิ่งทั้งเล็กและใหญ่ถูกบันทึกไว้แล้ว
55. อัรเราะฮฺมาน
(ผู้ทรงกรุณาปรานี)
ความกรุณาปรานีที่อัลลอฮฺให้อย่างมากมายต่อปวงบ่าว ผู้ทรงสร้างโลกและจักรวาลให้เป็นประโยชน์แก่มนุษย์
“ดังนั้น ด้วยบุญคุณอันใดเล่าของพระเจ้าของเจ้าทั้งสองที่เจ้าทั้งสองปฏิเสธ” (ตัฟซีร: หลังจากที่พระองค์ทรงกล่าวถึงความโปรดปรานต่าง ๆ แล้ว พระองค์ทรงกล่าวแก่มนุษย์และญินด้วยอายะฮฺนี้ว่า โอ้เหล่ามนุษย์และญิน ด้วยบุญคุณและความโปรดปรานของอัลลอฮฺที่มีต่อพวกเจ้านั้นมากมายเหลือคณานับมิใช่หรือ?) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัรเราะฮฺมาน 13 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ จากดินเหนียวมีเสียงเช่นเครื่องปั้นดินเผา
– ผักหญ้าและต้นไม้จะกราบสุญูด
– จงธำรงไว้ซึ่งการชั่งด้วยความเที่ยงธรรม และอย่าให้ขาดหรือหย่อนตาชั่ง
– พระองค์ทรงสร้างญินจากเปลวไฟ
– พระองค์ทรงทำให้ทะเลและแม่น้ำไหลมาบรรจบกัน ระหว่างมันมีที่กั้น
– ทุกๆ สิ่งที่อยู่บนแผ่นดินย่อมแตกดับ พระพักตร์ของพระเจ้าเท่านั้นจะยังคงอยู่
– ผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน จะขอต่อพระองค์ทุกๆ ขณะ
– โอ้ญินและมนุษย์ พวกเจ้าไม่สามารถที่จะผ่านพ้นขอบฟ้าและแผ่นดินได้ เว้นแต่ด้วยพระบัญชาและพระประสงค์ของอัลลอฮฺ
– เมื่อชั้นฟ้าแตกกระจายออก มันจะกลายเป็นสีแดงคล้ายขี้ผึ้ง
– สำหรับผู้ที่ยำเกรงต่อการยืนหน้าพระพักตร์แห่งพระเจ้า เขาจะได้สวนสวรรค์ 2 แห่ง (สำหรับตัวเขาเอง และอีกแห่งหนึ่งสำหรับภรรยา และคนรับใช้ของเขา)
– ในสวนสวรรค์มีหญิงสาวพรหมจารี ผู้ลดสายตาลง (เฉพาะสามีของนางเท่านั้น) ซึ่งไม่มีมนุษย์หรือญินแตะต้องพวกนางมาก่อน
– อื่นจากสวนสวรรค์ทั้งสองแห่งนั้นแล้ว ยังมีสวนสวรรค์อีกสองแห่ง (ตัฟซีร: สวนสวรรค์สองแห่งแรกสำหรับกลุ่มแนวหน้า ส่วนอีกสองแห่งสำหรับกลุ่มทางขวา)
56. อัลวากิอะฮฺ
(วันกิยามะฮฺ)
วันกิยามะฮฺ แผ่นดินถูกสั่นสะเทือนรุนแรง ภูเขาได้แตกสลายเป็นผุยผงปลิวว่อน
1) วันกิยามะฮฺ มนุษย์แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
(1) กลุ่มทางขวา (ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือขวา ชาวสวรรค์)
– สวรรค์ของกลุ่มทางขวา อยู่ภายใต้ต้นพุทราไร้หนาม ต้นกล้วยมีเครือเต็มต้นจนมองไม่เห็นลำต้น ร่มเงาที่แผ่กระจาย น้ำที่ไหลรินตลอดเวลา ผลไม้อันมากหลายไม่หมดฤดูและไม่เป็นที่ต้องห้าม นางสวรรค์อายุ 33 ปี
(2) กลุ่มทางซ้าย (ผู้ได้รับบันทึกด้วยมือซ้าย ชาวนรก)
– ที่อยู่ของกลุ่มทางซ้ายคือนรก อยู่ในลมร้อน และน้ำเดือด ใต้ร่มเงาของควันที่ดำทึบ ไม่ร่มเย็น กินต้นซักกูมเต็มท้อง ดื่มน้ำเดือด
– เมื่อก่อนเป็นพวกเจ้าสำราญ ดื้อรั้นทำบาปใหญ่ ๆ ไม่เชื่อวันฟื้นคืนชีพ
(3) กลุ่มแนวหน้า (ผู้รีบรุดไปสู่ความดี ตำแหน่งสูงในสวรรค์ ใกล้ชิดอัลลอฮฺ)
– “และกลุ่มแนวหน้า คือกลุ่มแนวหน้า เขาเหล่านั้น คือบรรดาผู้ใกล้ชิด ในสวนสวรรค์หลากหลายแห่งความสุขสำราญ เป็นกลุ่มชนจำนวนมาก จากชนรุ่นก่อนๆ และเป็นกลุ่มชนจำนวนน้อย จากชนรุ่นหลัง ๆ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลวากิอะฮฺ 10-14)
– สวรรค์ของกลุ่มแนวหน้า อยู่บนเตียงทองคำ มีเด็กๆ รับใช้ ผลไม้หลากชนิด เนื้อนก นางสวรรค์ พวกเขาจะไม่มึนศีรษะ และไม่หมดสติ เมื่อดื่มสุรา ในสวรรค์ จะไม่ได้ยินคำพูดไร้สาระและเป็นบาป เว้นแต่กล่าวว่า ศานติ ศานติ
2) ดำรัสของอัลลอฮฺ ผู้สร้าง ผู้ทรงประทานชีวิต และผู้ทรงประทานความตาย เตือนสติมนุษย์ให้กลับมาศรัทธา กลับเนื้อกลับตัว
– อสุจิ พวกเจ้าสร้างมันขึ้นมา หรือเราเป็นผู้สร้าง
– พืชผล พวกเจ้าทำให้มันงอกเงย หรือเราเป็นผู้ทำให้มันงอกเงย
– เราเป็นผู้กำหนดความตายในระหว่างพวกเจ้า เมื่อวิญญาณถึงคอหอย (กำลังจะตาย) พวกเจ้าจะยับยั้งไว้ได้หรือ
57. อัลหะดีด
(เหล็ก)
เหล็กคือตัวอย่างสิ่งถูกสร้างที่พระองค์ให้เป็นประโยชน์แก่มนุษย์ จักรวาลเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ พระองค์เป็นผู้สร้าง ผู้ประดิษฐ์มัน ทรงบริหารตามที่ทรงประสงค์ โลกดุนยาไม่มีสาระ ใช้ประโยชน์ไปในทางของอัลลอฮฺ อย่าหลงระเริงไปกับมัน
“พระองค์คือ พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินในระยะ 6 วัน แล้วพระองค์ทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เข้าไปในแผ่นดิน และสิ่งที่ออกมาจากแผ่นดิน และสิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้าและสิ่งที่ขึ้นไปสู่ฟากฟ้า และพระองค์ทรงอยู่กับพวกเจ้า ไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด และอัลลอฮฺทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลหะดีด 4)
– บรรดาผู้ศรัทธาและผู้บริจาคจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่
– ผู้ที่จะให้อัลลอฮฺยืม (บริจาคในทางของอัลลอฮฺ) พระองค์จะทรงเพิ่มพูนผลบุญ และจะได้รับรางวัลอันมีเกียรติ (สวนสวรรค์)
– ผู้ศรัทธาชายและผู้ศรัทธาหญิง แสงสว่างของพวกเขาจะฉายแสง ณ เบื้องหน้าและทางขวาของพวกเขา (ส่องทางเดินให้แก่พวกเขาสู่สวรรค์)
– มุนาฟิกีนทำลายตัวของพวกเขาด้วยการกลับกลอก คอยสิ่งที่เกิดขึ้นแก่มุอฺมินีน และสงสัยในเรื่องศาสนา และมัน (ชัยฏอน) ได้ล่อลวงเกี่ยวกับอัลลอฮฺ
– เราได้ให้มีเหล็กขึ้นมา ในนั้นแข็งแกร่งมาก และมีประโยชน์มากหลายสำหรับมนุษย์ เพื่ออัลลอฮฺจะได้ทรงรู้ถึงผู้ที่ช่วยเหลือสนับสนุนพระองค์
58. อัลมุญาดะละฮฺ
(หญิงผู้โต้แย้ง)
บัญญัติเกี่ยวกับการหย่าร้าง การโต้แย้งของนางเคาวละฮฺ บินติ ซะอฺละบะฮฺ ซึ่งสามีได้หย่าจากนาง บัญญัติเกี่ยวกับการซุบซิบ มรรยาทการอยู่ร่วมกันในที่ประชุม พระองค์ทรงรอบรู้และทรงเห็นทุกเหตุการณ์ “โดยแน่นอน อัลลอฮฺทรงได้ยินถ้อยคำของสตรีที่กำลังโต้แย้งกับเจ้าในเรื่องสามีของนาง และนางได้ร้องทุกข์ต่ออัลลอฮฺ และอัลลอฮฺนั้นทรงได้ยินการตอบโต้ของเจ้าทั้งสอง แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรู้เห็นเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุญาดะละฮฺ 1)
– ผู้เปรียบเทียบภรรยาว่าเหมือนแม่ของเขา กล่าวคำพูดที่น่าเกลียดและกล่าวเท็จ
– หากจะคืนดีต้องปล่อยทาส 1 คน ผู้ที่ไม่สามารถหาทาส ต้องถือศีลอด 2 เดือนติดต่อกัน ก่อนที่เขาทั้งสองจะแตะต้องต่อกัน (ร่วมหลับนอน)
– อย่าซุบซิบกันด้วยการทำบาป การเป็นศัตรู และการฝ่าฝืนท่านรอซูล แต่จงซุบซิบกันเพื่อการทำความดี และการยำเกรง
– “แท้จริงการซุบซิบนินทากันนั้นเป็นการงานของชัยฏอน เพื่อมันจะก่อความเสียใจให้แก่บรรดามุอฺมิน แต่มันจะไม่ให้ร้ายแต่อย่างใดแก่พวกเขา เว้นแต่ด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺ และเฉพาะอัลลอฮฺเท่านั้นบรรดามุอฺมินต้องมอบความไว้วางใจ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมะญาดะละฮฺ 10)
– มรรยาทในที่ประชุม เมื่อมีเสียงกล่าวว่า จงหลีกที่ให้ในที่ชุมนุม ก็จงหลีกที่ให้เขา (อัลลอฮฺจะทรงให้ที่กว้างขวางแก่พวกเจ้าในวันกิยามะฮฺ) จงลุกขึ้นยืนจากที่ชุมนุมนั้น พวกเจ้าก็จงลุกขึ้นยืน (พระองค์จะทรงยกย่องเทอดเกียรติแก่ผู้ศรัทธา)
59. อัลฮัชรฺ
(การเนรเทศ)
บนีอัลนะฎีรผิดสัญญากับท่านรอซูล จึงถูกขับไล่ออกจากนครอัลมะดีนะฮฺ การเสียสละของชาวอันศอรแก่ชาวมุฮาญิรีน “พวกเขาทั้งหมดจะไม่ต่อสู้กับพวกเจ้า เว้นแต่ในเมืองที่มีป้อมปราการ หรือจากเบื้องหลังของกำแพง การเป็นศัตรูระหว่างพวกเขากันเองนั้นรุนแรงยิ่งนัก เจ้าเข้าใจว่าพวกเขารวมกันเป็นปึกแผ่น แต่ (ความจริงแล้ว) จิตใจของพวกเขาแตกแยกกัน ทั้งนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเป็นหมู่ชนที่ไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฮัชรฺ 14)
– ผู้ใดปกป้องการตระหนี่ที่อยู่ในตัวของเขา ชนเหล่านั้นเป็นผู้ประสบความสำเร็จ
– ชัยฏอนได้เสี้ยมสอนมนุษย์ให้ปฏิเสธศรัทธา เมื่อมนุษย์ได้เชื่อฟังมันแล้ว มันก็ขอปลีกตัว และกล่าวว่าฉันกลัวอัลลอฮฺ พระเจ้าแห่งสากลโลก
– “ทุกชีวิตจงพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ตนได้เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ (วันกิยามะฮฺ) และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ”โอ้บรรดาผู้ศรัทธา พวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด และทุกชีวิตจงพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ตนได้เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ (วันกิยามะฮฺ) และจงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฮัชรฺ 18)
– อย่าได้เป็นเช่นผู้ที่ลืมอัลลอฮฺ มิฉะนั้นอัลลอฮฺจะทรงทำให้พวกเขาลืมตัวของพวกเขาเอง
– หากเราประทานอัลกุรอานลงมาบนภูเขาลูกหนึ่ง เจ้าจะเห็นมันนอบน้อมแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ เนื่องเพราะความกลัวต่ออัลลอฮฺ
– พระองค์คืออัลลอฮฺ ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใด (ที่ถูกเคารพภักดีโดยเที่ยงแท้) นอกจากพระองค์ ผู้ทรงอำนาจสูงสุด ผู้ทรงบริสุทธิ์ ผู้ทรงความศานติสุข ผู้ทรงคุ้มครองการศรัทธา ผู้ทรงปกปักรักษาความปลอดภัย ผู้ทรงอำนาจยิ่ง ผู้ทรงปราบให้เรียบร้อย ผู้ทรงความยิ่งใหญ่ ผู้ทรงสร้าง ผู้ทรงให้บังเกิด ผู้ทรงทำให้เป็นรูปร่าง ผู้ทรงปรีชาญาณ สำหรับพระองค์คือพระนามทั้งหลายอันสวยงามไพเราะ สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินต่างแซ่ซ้องสดุดีพระองค์
60. อัลมุมตะฮินะฮฺ
(หญิงผู้ถูกทดสอบ)
ระเบียบเกี่ยวกับมุอฺมินหญิงผู้อพยพ และสิ่งจำเป็นต้องทดสอบพวกนาง พระราชบัญญัติอื่นๆ “โอ้บรรดาผู้ศรัทธา พวกเจ้าอย่าได้คบศัตรูของข้าและศัตรูของพวกเจ้าเป็นมิตร โดยให้ความรักใคร่แก่พวกเขา และทั้ง ๆ ที่พวกเขาปฏิเสธศรัทธาต่อสิ่งที่มีมายังพวกเจ้า คือสัจธรรม พวกเขาขับไล่รอซูล และโดยเฉพาะพวกเจ้า เนื่องเพราะพวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮฺ พระเจ้าของพวกเจ้า” (ส่วนหนึ่งจากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุมตะฮินะฮฺ 1)
– เครือญาติ ลูกหลานของพวกเจ้าจะไม่อำนวยประโยชน์อันใดในวันกิยามะฮฺ
–“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา พวกเจ้าอย่าได้คบกับหมู่ชนที่อัลลอฮฺทรงกริ้วต่อพวกเขาไว้เป็นมิตรสหาย แน่นอนพวกเขาหมดหวังต่อวันปรโลกแล้ว เสมือนกับที่พวกปฏิเสธศรัทธาหมดหวังต่อ (การฟื้นคืนชีพของ) ชาวกุบูร” (ตัฟซีร: โอ้บรรดามุอฺมิน พวกเจ้าอย่าได้คบพวกยะฮูด พวกนะศอรอ ตลอดจนพวกกุฟฟารที่เป็นศัตรูของอัลลอฮฺ อย่าได้คบหมู่ชนเหล่านั้นเป็นมิตรสหาย อย่าได้ถือเอาความคิดเห็นของพวกเขามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตและเป็นที่นิยมชมชอบ เพราะพวกเขาเป็นหมู่ชนที่อัลลอฮฺทรงกริ้วและทรงสาปแช่งพวกเขา) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุมตะฮินะฮฺ 13 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– การคบหมู่ชนที่อัลลอฮฺทรงกริ้วเป็นมิตรนั้น คือการสนิทสนมกับพวกเขา จนรับเอาแนวคิด ความเชื่อ และการใช้ชีวิตแบบเขามา มีหลายอย่างขัดกับหลักการศาสนา หากเราไปสนิทกับเขามากๆ จะทำให้เราไม่ยอมรับในหลักการศาสนาของเราเอง แต่การเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีนั้น เป็นสิ่งที่พึงกระทำต่อไป เพียงแต่ต้องมีวงล้อมของการเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ศรัทธา เป็นคนดี เพราะศาสนาของเราจะเป็นไปตามคนที่เราคบหาด้วย
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “คนเรานั้นจะมีศาสนาตามเพื่อนที่เขาคบหา ดังนั้น คนหนึ่งคนใดของพวกท่านจงพิจารณาเถิดถึงผู้ที่เขาจะคบหาด้วย” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยติรมิซีย์ เลขที่ 2378) บางคนขอพรต่อสิ่งอื่นแต่ไม่นอบน้อม เพราะสิ่งนั้นเป็นวัตถุที่เขาผลิตขึ้นเองได้ (แต่แท้จริงตอบรับการขอพรใดๆ ไม่ได้เลย) แต่สำหรับผู้ศรัทธานั้นจะต้องขอพรต่ออัลลอฮฺ (ผู้ทรงรับการขอพรเพียงผู้เดียว) อย่างนอบน้อม และสำนึกในความเมตตาของพระองค์
61. อัศศ็อฟ
(ต่อสู้)
อัลลอฮฺทรงรักบรรดาผู้ที่ต่อสู้ เสียสละในทางของพระองค์เป็นแถวเดียวกันเช่นเดียวกับอาคารที่ยึดมั่นแข็งแรง การค้าที่มีผลกำไรจะนำความสันติสุขให้แก่มุอฺมินผู้ศรัทธา ทั้งในโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮฺ พระองค์คือผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเมตตา
“พระองค์จะทรงอภัยให้แก่พวกเจ้า ซึ่งการทำบาปของพวกเจ้า และจะทรงให้พวกเจ้าเข้าในสวนสวรรค์หลากหลาย มีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน ณ เบื้องล่างของสวนสวรรค์ และที่พำนักอันบรมสุขในสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพร นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัศศ็อฟ 12)
– เป็นที่น่าเกลียดยิ่งที่อัลลอฮฺ การที่พวกเจ้าพูดในสิ่งที่พวกเจ้าไม่ปฏิบัติ
– เมื่อพวกเขาหันเหไป (จากแนวทางที่เที่ยงตรง) อัลลอฮฺก็ทรงทำให้หัวใจของพวกเขาหันเหออกไป
– บรรดาผู้ศรัทธา จงเป็นผู้ช่วยเหลือในทางของอัลลอฮฺ
62. อัลญุมุอะฮฺ
(วันศุกร์)
การละหมาดญุมุอะฮฺ ให้ผู้ศรัทธารีบเร่งไปสู่การละหมาด ห้ามพวกเขาค้าขายเมื่อมีการอะซาน การส่งรอซูลคนสุดท้าย มาจากชาวอาหรับ “โอ้บรรดาผู้ศรัทธา เมื่อได้มีเสียงร้องเรียก (อะซาน) เพื่อทำละหมาดในวันศุกร์ ก็จงรีบเร่งไปสู่การรำลึกถึงอัลลอฮฺ และจงละทิ้งการค้าขายเสีย นั่นเป็นการดีสำหรับพวกเจ้าหากพวกเจ้ารู้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลญุมุอะฮฺ 9)
– พระองค์ทรงแต่งตั้งรอซูล ทรงสอนคัมภีร์และความสุขุมแก่พวกเขา
– ผู้ได้รับคัมภีร์แล้วไม่ปฏิบัติตาม ดั่งเช่น ลาแบกหนังสือ
– แท้จริงความตายที่พวกท่านหนี มันจะมาพบกับพวกท่าน
63. อัลมุนาฟิกูน
(พวกกลับกลอก)
การเปิดโปงลักษณะของพวกมุนาฟิกูน (พวกกลับกลอก) เช่น กล่าวเท็จ พฤติกรรมภายนอกผิดกับภายใน พูดไม่ตรงกับที่คิดหรือเชื่อถือ “โอ้บรรดาผู้ศรัทธา อย่าให้ทรัพย์สินของพวกเจ้าและลูกหลานของพวกเจ้า หันเหพวกเจ้าจากการรำลึกถึงอัลลอฮฺ และผู้ใดกระทำเช่นนั้น ชนเหล่านั้นคือพวกที่ขาดทุน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุนาฟิกูน 9)
– เพราะพวกเขาศรัทธาแล้วก็ปฏิเสธ จึงถูกผนึกบนหัวใจของพวกเขา แล้วพวกเขาก็ไม่เข้าใจ (ไม่รู้ว่า อะไรคือความถูกต้อง อะไรคือความเท็จ)
– แท้จริงอัลลอฮฺจะไม่ทรงชี้แนะทางแก่หมู่ชนผู้ฝ่าฝืน
– จงบริจาคจากสิ่งที่เราได้ให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าก่อนที่ความตายจะเกิดขึ้น
64. อัตตะฆอบุน
(ความขาดทุนที่ประจักษ์ชัด)
วันแห่งการชุมนุมคือวันแห่งชัยชนะสำหรับผู้ศรัทธา ขาดทุนสำหรับผู้ปฏิเสธ เตือนให้ระวังการตระหนี่และการหวงแหน ส่วนหนึ่งจากคุณลักษณะของมุอฺมินผู้ศรัทธาก็คือ การบริจาคในทางของอัลลอฮฺ “พระองค์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความจริง และทรงทำให้พวกเจ้าเป็นรูปร่าง และทรงทำให้รูปร่างของพวกเจ้าสวยงามยิ่ง และยังพระองค์เท่านั้นคือทางกลับ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัตตะฆอบุน 3)
– ความสำเร็จที่แท้จริง “วันที่พระองค์จะทรงรวบรวมพวกเจ้า เพื่อวันแห่งการชุมนุม นั่นคือวันแห่งชัยชนะ (สำหรับมุอฺมิน) และขาดทุน (สำหรับกาฟิร) ส่วนผู้ได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และกระทำความดี พระองค์จะทรงลบล้างความชั่วทั้งหลายของเขาออกไปจากเขา และจะทรงให้เขาเข้าสวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างของสวนสวรรค์นั้นมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัตตะฆอบุน 9)
– ไม่มีทุกขภัยอันใดเกิดขึ้น เว้นแต่ด้วยอนุมัติของอัลลอฮฺ
– ผู้ใดศรัทธาต่ออัลลอฮฺ พระองค์จะทรงเปิดหัวใจของเขา (สู่แนวทางที่ถูกต้อง)
– ทรัพย์สมบัติของพวกเจ้า และลูกหลานของพวกเจ้านั้นเป็นเครื่องทดสอบ
– จงยำเกรงอัลลอฮฺเถิด เท่าที่พวกเจ้ามีความสามารถ
– ผู้ใดถูกปกป้องให้พ้นจากความตระหนี่ ชนเหล่านั้นเป็นผู้ประสบความสำเร็จ
– หากพวกเจ้าให้อัลลอฮฺยืม (บริจาค) อย่างดีเยี่ยมแล้ว (บริจาคด้วยความเต็มใจและพอใจ เป็นทรัพย์สินฮาลาล) พระองค์ก็จะทรงทวีการยืม (ตอบแทน) ให้แก่พวกเจ้า
65. อัฏเฏาะลาก
(การหย่า)
บทบัญญัติเกี่ยวกับการหย่า การหย่าแบบซุนนะฮฺ ให้หย่าภรรยาในช่วงที่เหมาะสมและในรูปแบบที่ถูกต้อง ผู้ใดยำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงหาทางออกให้ และจะทรงประทานปัจจัยยังชีพจากที่ที่ไม่คาดคิด
“นั่นคือพระบัญชาของอัลลอฮฺ ซึ่งพระองค์ได้ทรงประทานพระบัญชานั้นแก่พวกเจ้า และผู้ใดยำเกรงอัลลอฮฺ พระองค์จะทรงลบล้างความชั่วทั้งหลายของเขาออกไปจากเขา และจะทรงเพิ่มรางวัลให้มากขึ้นแก่เขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏเฏาะลาก 5)
– จงหย่าพวกนางตามกำหนด (อิดดะฮฺคือระยะเวลาแห่งการรอคอยที่สตรีมุสลิมต้องปฏิบัติหลังจากสามีเสียชีวิตหรือหย่าร้าง) ของพวกนาง และจงนับกำหนดอิดดะฮฺให้ครบ
– บางทีอัลลอฮฺจะทรงปรับปรุงกิจการของเขาหลังจากนั้น (จะทรงทำให้คืนดีกัน)
– จงให้มีพยานสองคนเป็นผู้เที่ยงธรรมในหมู่พวกเจ้า (ในการคืนดี/หย่าขาดหลังครบอิดดะฮฺ)
– หญิงที่หมดหวังในการมีระดู (อายุมากกว่า 50 ปี) และหญิงที่ไม่มีระดู (ผู้ที่มีอายุน้อย) กำหนดอิดดะฮฺของพวกนางคือ 3 เดือน
– กำหนดอิดดะฮฺของหญิงมีครรภ์ คือ หลังจากคลอดทารกที่อยู่ครรภ์ของพวกนาง
– จงให้พวกนาง (หญิงที่ถูกหย่า) พำนักอยู่ ณ ที่พวกเจ้าพำนักอยู่ตามฐานะของพวกเจ้า และอย่าทำอันตรายพวกนางเพื่อให้เกิดการคับแค้นแก่พวกนาง
– หากพวกนาง (หญิงที่ถูกหย่า) ตั้งครรภ์ ก็จงเลี้ยงดูพวกนางจนกว่าพวกนางจะคลอดทารกที่อยู่ในครรภ์ของพวกนาง ครั้นเมื่อพวกนางได้ให้นมแก่ทารกของพวกเจ้า ก็จงให้พวกนางซึ่งค่าตอบแทนของพวกนาง และจงปรึกษาหารือระหว่างพวกเจ้าด้วยกันโดยดี และเมื่อพวกเจ้าตกลงกันไม่ได้ ก็จงให้หญิงอื่นให้นมแก่เด็กนั้น
– สามีจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่ภริยาและลูกตามความสามารถ “ควรให้ผู้มีฐานะร่ำรวยจ่ายตามฐานะของเขา ส่วนผู้ที่การยังชีพของเขาเป็นที่คับแค้นแก่เขา ก็ให้เขาจ่ายตามที่อัลลอฮฺทรงประทานมาให้แก่เขา อัลลอฮฺมิได้ทรงให้เป็นที่ลำบากแก่ชีวิตใด เว้นแต่ตามที่พระองค์ทรงประทานมาแก่ชีวิตนั้น หลังจากความยากลำบาก อัลลอฮฺจะทรงทำให้เกิดความสะดวกสบาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏเฏาะลาก 7)
– อัลลอฮฺได้ทรงประทานข้อเตือนสติ (อัลกุรอาน) ลงมาให้แก่พวกเจ้าแล้ว
– “(และ) รอซูลท่านหนึ่ง (มุฮัมมัด) มาสาธยายอายาตต่าง ๆ อันชัดแจ้งของอัลลอฮฺแก่พวกเจ้า เพื่อจะได้นำบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลายออกจากความมืดทึบทั้งมวลสู่แสงสว่าง ส่วนผู้ใดศรัทธาต่ออัลลอฮฺและกระทำความดี พระองค์จะทรงให้เขาเข้าสวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างสวนสวรรค์นั้นมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล แน่นอนได้ทรงจัดปัจจัยยังชีพอย่างดีเลิศไว้ให้แก่เขาแล้ว” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏเฏาะลาก 11)
66. อัตตะหฺรีม
(การห้าม)
บ้านของท่านนบี ภริยาของท่านรอซูล ตักเตือนถึงการห้ามสิ่งที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติ ห้ามมิให้เปิดเผยความลับโดยเฉพาะระหว่างสามีภรรยา
“หากเขาหย่าพวกนาง บางทีพระเจ้าของเขาจะทรงเปลี่ยนแปลงให้แก่เขามีภริยาที่ดีกว่าพวกนาง เป็นหญิงที่นอบน้อมถ่อมตน เป็นหญิงผู้ศรัทธา เป็นหญิงผู้ภักดี เป็นหญิงผู้ขอลุแก่โทษ เป็นหญิงผู้มั่นต่อการอิบาดะฮฺ เป็นหญิงผู้มั่นต่อการถือศีลอด เป็นหญิงที่เป็นหม้าย และที่เป็นหญิงสาว” (ตัฟซีร: นี่คือการขู่สำทับแก่บรรดาภริยาท่านนบี และเป็นการอบรมที่ดีจากพระเจ้า กล่าวคือหากท่านนบีหย่าพวกนาง บางทีอัลลอฮฺจะทรงเปลี่ยนแปลงให้แก่ท่านนบีมีภริยาที่ดีกว่าพวกนางเป็นมุสลิมะฮฺที่นอบน้อมถ่อมตน เป็นมุอฺมินผู้ศรัทธา เป็นกอนิตะฮฺผู้ภักดี เป็นตาอิบะฮฺผู้ขอลุแก่โทษ เป็นอาบิดะฮฺผู้มั่นต่อการอิบาดะฮฺ เป็นศออิมะฮฺผู้มั่นต่อการถือศีลอด หรือผู้มั่นต่อการอพยพเพื่อการใคร่ครวญ และบางคนเป็นหญิงหม้าย บางคนเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ แต่ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มิได้หย่าพวกนาง และอัลลอฮฺก็มิได้ทรงเปลี่ยนภริยาให้แก่ท่าน เพราะพวกนางเป็นภริยาของท่านทั้งโลกดุนยาและโลกอาคิเราะฮฺ) (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัตตะหฺรีม 5 ตัฟซีรโดย สมาคมนักเรียนเก่าอาหรับ ประเทศไทย)
– จงขอลุแก่โทษแด่อัลลอฮฺด้วยการลุแก่โทษอย่างจริงจังเถิด
– อุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา นบีนูหฺและนบีลูฏไม่สามารถช่วยภรรยาของท่านทั้งสองให้พ้นจากการลงโทษได้ เพราะนางปฏิเสธศรัทธา
– อุทาหรณ์แก่บรรดาผู้ศรัทธา อัลลอฮฺทรงช่วยภริยาของฟิรเอาน์ ซึ่งเป็นผู้ศรัทธาให้พ้นจากการฆ่าของฟิรเอาน์ (สามีซึ่งปฏิเสธศรัทธา) และตอบรับคำวิงวอนที่นางขอพระองค์ทรงสร้างบ้านหลังหนึ่งในสวนสวรรค์
– อุทาหรณ์แก่ผู้ศรัทธา เกี่ยวกับนางมัรยัมผู้ซึ่งรักษาความบริสุทธิ์ ในขณะที่สังคมบนีอิสรออีลเวลานั้นครอบคลุมความชั่วและการทำซินา(ผิดประเวณี) อัลลอฮฺทรงให้นางตั้งครรภ์เป็นนบีอีซา โดยไม่ผ่านชายใด
67. อัลมุลกฺ
(อำนาจ)
อำนาจทั้งมวลอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ทรงให้เกียรติแก่ผู้ที่ทรงประสงค์ ทรงให้เป็นและทรงให้ตาย ทรงให้ร่ำรวยและทรงให้ยากจน ทรงประทานให้และทรงหวงห้าม พระองค์เป็นผู้ทรงจัดระบบในจักรวาล
“พวกเขามิได้มองไปดูนกที่ (บิน) อยู่เบื้องบนพวกเขาดอกหรือ มันกางปีกและหุบปีก (ของมัน) ไม่มีผู้ใดจะไปจับดึงมันไว้ได้ นอกจากพระผู้ทรงกรุณาปรานี แท้จริงพระองค์ทรงมองเห็นทุกสิ่งอย่าง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุลกฺ 19)
– ผู้ทรงให้ตายให้เป็น เพื่อทดสอบว่าผู้ใดมีผลงานดียิ่ง
– การเตือนสำทับแก่ผู้ปฏิเสธต่อวันแห่งการตอบแทน
– พวกเขากล่าวว่า มีผู้ตักเตือนเรา แต่พวกเราปฏิเสธ
– ผู้ยำเกรงพระเจ้าจะได้รับการอภัย รางวัลใหญ่หลวง
– พวกเจ้าปิดบังคำพูดหรือเปิดเผย พระองค์ทรงรอบรู้
– ผู้ทรงสร้างจะไม่รู้ถึงสิ่งที่ถูกสร้างหรือ?
– พระองค์คือผู้ทรงทำแผ่นดินให้ราบเรียบสำหรับพวกเจ้า พวกเจ้าจะปลอดภัยหรือ หากทรงให้แผ่นดินสูบพวกเจ้า
– ไม่มีผู้ใดจับดึงนกไว้ได้ นอกจากพระองค์
– ผู้ใดจะช่วยเหลือพวกเจ้าได้จากพระองค์ ผู้ใดจะให้ปัจจัยแก่พวกเจ้าได้ หากพระองค์ทรงระงับ
– ผู้ทรงบังเกิดเจ้าให้มีหู ตา และหัวใจ ส่วนน้อยที่ขอบคุณ
– ความรู้ยามอวสานอยู่ที่อัลลอฮฺ ฉันเพียงตักเตือน
– เมื่อพวกเขาเห็นการลงโทษใกล้เข้ามา ใบหน้าจะหม่นหมอง
68. อัลก้อลัม
(ปากกา)
ปากกาคือหนึ่งในความโปรดปรานของพระองค์ที่ให้มนุษย์ได้ใช้มัน ข้อสงสัยที่พวกกุฟฟารกุขึ้นเกี่ยวกับสาสน์ของท่านนบี ผลของการเนรคุณของชาวสวนต่อความโปรดปรานของอัลลอฮฺ “แท้จริง สำหรับบรรดาผู้ยำเกรง ณ ที่พระเจ้าของพวกเขานั้นคือ สวนสวรรค์หลากหลายแห่งบรมสุข” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลก้อลัม 34)
– พระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงผู้ที่หลงจากทางของพระองค์ และผู้ที่อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง
– บทเรียนจากชาวสวน เตือนใจผู้ที่มีแผนจะทำสิ่งใดโดยไม่กล่าวอินชาอัลลอฮฺ คือ พวกเขาสาบานว่าจะเก็บเกี่ยวผลในยามรุ่ง ตั้งใจว่าจะเก็บผลไม้ให้หมดก่อนที่คนยากจนจะเข้าไปในสวน (เดิมก่อนพ่อตาย พ่อของพวกเขาบริจาคให้คนยากจนด้วย) การลงโทษจากพระเจ้าได้มาทำลายสวนนั้น ขณะที่พวกเขานอนหลับ ตอนเช้าสภาพสวนเหมือนถูกตัดอย่างราบเรียบ
– อัลกุรอานนั้นมิใช่อื่นใด นอกจากเป็นข้อตักเตือนแก่ประชาชาติทั้งหมด
69. อัลหากเกาะฮฺ
(ความจริงที่แน่นอน)
สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนในวันกิยามะฮฺ อัลกุรอานเป็นข้อเตือนสติแก่ผู้ยำเกรง คือความจริงที่เที่ยงแท้แน่นอน “วันนั้นพวกเจ้าจะถูกนำมาอยู่ต่อหน้าพระองค์ ไม่มีความลับอันใดจะถูกปิดบังแก่พวกเจ้า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลหากเกาะฮฺ 18)
1) บทลงโทษของผู้ปฏิเสธวันกิยามะฮฺ
– พวกษะมูด ถูกทำลายด้วยเสียงกัมปนาทที่น่ากลัว
– พวกอ๊าด ถูกทำลายด้วยลมพายุที่หนาวเหน็บ และเสียงดังก้อง 7 คืน 8 วัน ต่อเนื่อง
– ฟิรเอาน์และไพร่พลจมน้ำทะเลแดง
– พวกมุอฺตะฟิกาต (เมืองของพวกลูฏซึ่งถูกพลิกแผ่นดิน)
– หมู่ชนของนูหฺถูกน้ำท่วมครั้งใหญ่
2) เหตุการณ์วันกิยามะฮฺ
– แผ่นดิน เทือกเขา จะถูกยกขึ้น ถูกกระแทกกัน แตกกระจายเป็นผุยผง
– ชั้นฟ้าจะแยกออก อ่อนกำลังลงอย่างไม่เป็นระเบียบ
– มะลักจะอยู่บนเวหา มลาอิกะฮฺ 8 ท่านจะทูนบังลังก์แห่งพระเจ้าไว้เบื้องบนพวกเขา
70. อัลมะอาริจญ์
(ทางขึ้นอันสูงส่ง)
ทางขึ้นสู่เบื้องสูงคือ ทางขึ้นของมลาอิกะฮฺไปยังพระองค์ หมายถึงชั้นฟ้าทั้งหลาย ในวันหนึ่งเท่ากับ 50,000 ปีของโลกดุนยา เป็นเวลาที่สั้นสำหรับมุอฺมิน ดังนั้นจงอดทนด้วยความอดทนที่ดีงาม “มลาอิกะฮฺและอัรรูหฺ (ญิบริล) จะขึ้นไปหาพระองค์ในวันหนึ่งซึ่งกำหนดของมันเท่ากับห้าหมื่นปี (ของโลกดุนยานี้) ดังนั้นเจ้าจงอดทนด้วยความอดทนที่ดีงามเถิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมะอาริจญ์ 4-5)
– วันที่ท้องฟ้าจะเป็นเช่นทองแดงที่หลอมละลาย
– มัน (นรก) จะเรียกผู้ที่ผินหลัง และหันห่างจากความจริง
– แท้จริงมนุษย์นั้นถูกบังเกิดมาเป็นคนหวั่นไหว นอกจากผู้ที่ดำรงละหมาดจะไม่หวั่นไหว
– ลักษณะของผู้ศรัทธา 7 ข้อที่จะได้อยู่ในสวนสวรรค์
1) บรรดาผู้ที่ในทรัพย์สินของพวกเขามีส่วนที่ถูกกำหนดไว้ (ผู้บริจาค)
2) บรรดาผู้ที่เชื่อมั่นต่อวันแห่งการตอบแทน (วันกิยามะฮฺ)
3) บรรดาผู้ที่มีความหวาดหวั่นต่อการลงโทษแห่งพระเจ้าของพวกเขา
4) บรรดาผู้ที่ระวังรักษาทวารของพวกเขา นอกจากแก่คู่ครอง หรือทาสของพวกเขา
5) บรรดาผู้ที่ระวังรักษาสิ่งที่ได้รับมอบหมาย (อมานะฮฺ) ของพวกเขาและคำมั่นสัญญาของพวกเขา
6) บรรดาผู้ที่ดำรงมั่นต่อการเป็นพยานของพวกเขา
7) บรรดาผู้ที่ดำรงรักษาในการละหมาดของพวกเขา
71. นูหฺ
(นบีนูหฺ)
การเสียสละและอดทนของนบีนูหฺในการเรียกร้องเชิญชวนหมู่ชนของเขาเป็นเวลา 950 ปี ก่อนที่พวกเขาจะถูกลงโทษจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ “ข้าพระองค์ได้กล่าวว่า พวกท่านจงขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกท่านเถิด เพราะแท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้ทรงอภัยโทษอย่างแท้จริง พระองค์จะทรงหลั่งน้ำฝนอย่างมากมายแก่พวกท่าน และพระองค์จะทรงเพิ่มพูนทรัพย์สินและลูกหลานแก่พวกท่าน และจะทรงทำให้มีส่วนมากหลายแก่พวกท่าน และจะทรงทำให้มีลำน้ำมากหลายแก่พวกท่าน ทำไมพวกท่านจึงไม่สำนึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺนูหฺ 10-13)
– จงเคารพภักดีอัลลอฮฺเถิด และจงยำเกรงพระองค์
– จงขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกท่านเถิด
– ผู้ทรงบังเกิดพวกท่านจากแผ่นดิน กลับคืนสู่แผ่นดิน
72. อัลญิณ
(ญิน)
การฟังและศรัทธาต่ออัลกุรอานของพวกญิน การแอบฟังข่าวและถูกขว้างด้วยเปลวเพลิง ญินมี 2 จำพวก คือญินผู้ศรัทธา และญินผู้ปฏิเสธศรัทธา “และหากพวกเขาธำรงมั่นอยู่บนแนวทางที่เที่ยงธรรม แน่นอนเราก็จะให้พวกเขามีริสกีกว้างขวาง เพื่อเราจะทดสอบพวกเขาในเรื่องนี้ และผู้ใดหันห่างจากการรำลึกถึงพระเจ้าของเขา พระองค์จะให้เขาได้รับการลงโทษอันแสนสาหัส” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลญิน 16-17)
– พวกญินจำนวนหนึ่งฟังฉันอ่านอัลกุรอาน และศรัทธาต่ออัลกุรอาน
– แท้จริงมนุษย์บางคนเคยขอความคุ้มครองจากญินบางคน
– การแอบฟังข่าวของพวกญิน และถูกขว้างด้วยเปลวเพลิง
– ไม่มีผู้ใดให้พ้นจากพระองค์ ไม่มีที่พึ่งใดนอกจากพระองค์
– ผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับ จะไม่ทรงเปิดเผยสิ่งนี้แก่ผู้ใด
73. อัลมุซซัมมิล
(ผู้คลุมกาย)
มุมหนึ่งจากการดำรงชีวิตของท่านรอซูล พระองค์ทรงเรียกท่านว่า “โอ้ ผู้คลุมกายอยู่ จงยืนขึ้น (ละหมาด) เวลากลางคืน เว้นแต่เพียงเล็กน้อย (ไม่ใช่ตลอดคืน)” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุซซัมมิล 1-2)
– การตื่นในเวลากลางคืนนั้นเป็นเวลาที่ประทับใจยิ่ง
– วันที่แผ่นดินภูเขาสั่นสะเทือน ภูเขาจะเป็นกองทราย
– จงอ่านอัลกุรอานตามสะดวก ทรงรู้ดีว่าบางคนป่วย เดินทาง
74. อัลมุดดัซซิร
(ผู้ห่มผ้า)
มุมหนึ่งจากการดำรงชีวิต พระองค์ทรงให้ท่านรอซูลลุกขึ้นทำหน้าที่เผยแผ่เชิญชวนด้วยความขยันขันแข็ง “โอ้ผู้ห่มกายอยู่ จงลุกขึ้น แล้วประกาศตักเตือน และแด่พระเจ้าของเจ้า จงให้ความเกียงไกร (ต่อพระองค์) และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุดดัซซิร 1-4)
– วันกิยามะฮฺเป็นวันแห่งความยากลำบาก
– เหนือมัน (นรก) มีมลาอิกะฮฺ 19 ท่าน เป็นยามเฝ้านรก
– เรามิได้ตั้งผู้ใดเป็นยามเฝ้าประตูนรกนอกจากมลาอิกะฮฺ
75. อัลกิยามะฮฺ
(วันฟื้นคืนชีพ)
การฟื้นคืนชีพและการตอบแทน พระองค์สามารถที่จะทำให้ปลายนิ้วมือของเขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ สภาพของมนุษย์ขณะใกล้ตาย “แน่นอนทีเดียว เราสามารถที่จะทำให้ปลายนิ้วมือของเขาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกิยามะฮฺ 4)
– วันนั้นดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ถูกนำมารวมกัน แสงดับวูบ
– หน้าที่ของเราคือการรวมอัลกุรอานให้อยู่ในใจของเจ้า (นบีมุฮัมมัด)
– สภาพมนุษย์ขณะถูกปลิดชีวิต วันนั้นจะพาไปยังพระเจ้า
– พระองค์จะไม่สามารถให้คนตายมีชีวิตอีกกระนั้นหรือ?
76. อัลอินซาน
(มนุษย์)
ชี้แจงถึงเดชานุภาพของอัลลอฮฺในการสร้างมนุษย์เป็นขั้นตอน ความสุขสำราญของชาวสวรรค์ และสิ่งที่อัลลอฮฺทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนดีที่ทรงคุณธรรม “และพระองค์จะทรงตอบแทนแก่พวกเขาด้วยสวนสวรรค์ และอาภรณ์ไหมแพรเนื่องเพราะพวกเขาอดทน นอนเอกเขนก อยู่บนเก้าอี้นวมยาวในสวนสวรรค์ พวกเขาจะไม่พบเห็นแสงอาทิตย์ และความเหน็บหนาว และร่มเงาของสวนสวรรค์จะปกคลุมพวกเขาอย่างใกล้ชิด และผลไม้ในสวนสวรรค์ถูกโน้มต่ำลงมาใกล้พวกเขา และมีภาชนะที่ทำด้วยเงิน และแก้วน้ำที่ทำด้วยแก้วใสถูกวนเวียนรอบๆ พวกเขา แก้วที่ทำด้วยเงินโดยพวกเขาจะเติมมันตามสัดส่วนที่พวกเขาต้องการ และในสวนสวรรค์นั้นพวกจะได้รับเครื่องดื่มจากแก้วซึ่งผสมด้วยขิง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน 12-17)
– “ในสวนสวรรค์มีตาน้ำพุที่มีชื่อว่า ซัลสะบีลอและมีเด็กวัยรุ่นวนเวียนรอบๆ พวกเขา เมื่อเจ้าเห็นพวกเขา เจ้าคิดว่าพวกเขาเป็นไข่มุกที่เรียงราย และเมื่อเจ้ามองไปยังที่นั่นเจ้าจะพบแต่ความสุข และอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาล บนพวกเขามีอาภรณ์สีเขียวทำด้วยผ้าไหมละเอียด และผ้าไหมหยาบ และถูกประดับด้วยกำไลเงิน และพระเจ้าของพวกเขาจะทรงให้พวกเขาได้ดื่มเครื่องดื่มอันบริสุทธิ์ยิ่ง แท้จริงนี่คือ การตอบแทนแก่พวกเจ้า และการบากบั่นของพวกเจ้านั้นเป็นที่ยอมรับด้วยความยินดี แท้จริงเราได้ประทาน อัลกุรอานให้แก่เจ้าเป็นขั้นตอน ดังนั้น เจ้าจงอดทนคอยข้อตัดสินของพระเจ้าของเจ้า และอย่าเชื่อฟังผู้ประพฤติชั่ว และผู้ปฏิเสธศรัทธาคนใดในหมู่พวกเขา และจงรำลึกถึงพระนามของพระเจ้าของเจ้าทั้งในยามเช้าและยามเย็น และจากส่วนหนึ่งของกลางคืนก็จงสุญดต่อพระองค์ และจงแซ่ซ้องสดุดีพระองค์ ในยามกลางคืนอันยาวนาน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินซาน 18-26)
– เราสร้างมนุษย์จากน้ำเชื้อผสมหยดหนึ่ง เพื่อทดสอบเขา
– ผู้ทรงคุณธรรมจะได้ดื่มจากแก้วน้ำ ผสมด้วยการบูรหอม
– เราให้อาหารพวกท่านโดยหวังจากอัลลอฮฺ มิใช่จากพวกท่าน
– พระองค์จะทรงตอบแทนพวกเขาด้วยสวนสวรรค์ เพราะพวกเขาอดทน
– เจ้าจงอดทนรอคอยข้อตัดสินของพระเจ้าของเจ้า
– พวกเจ้าจะไม่สมความปรารถนา เว้นแต่อัลลอฮฺทรงประสงค์
77. อัลมุรซะลาต
(ลมที่ถูกส่งมา)
อัลลอฮฺให้ลมพัดต่อเนื่องหรือเป็นลมพายุ เป็นประโยชน์หรือเป็นการลงโทษเช่นที่เคยเกิดในอดีต ผู้ยำเกรงอยู่ท่ามกลางร่มเงา น้ำพุ ผลไม้ตามที่ต้องการ กินดื่มสบายใจในสวนสวรรค์ “แท้จริงบรรดาผู้ยำเกรงจะอยู่ท่ามกลางร่มเงาและน้ำพุ และผลไม้ตามที่พวกเขาต้องการ พวกเจ้าจงกินจงดื่มอย่างสบายใจตามที่พวกเจ้าได้กระทำไว้ แท้จริงเช่นนั้นแหละเราจะตอบแทนผู้กระทำความดีทั้งหลาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุรซะลาต 41-44)
– วันแห่งการตัดสินที่พวกเจ้าถูกสัญญาไว้จะเกิดขึ้นแน่นอน
– เราสร้างเจ้าจากน้ำที่ไร้ค่าอยู่ในมดลูกจนถึงกำหนด
– ผู้ยำเกรงอยู่ในสวรรค์ ท่ามกลางร่มเงา น้ำพุ ผลไม้ ตามต้องการ
78. อันนะบะอฺ
(ข่าวคราว)
ข่าวสำคัญเกี่ยวกับวันกิยามะฮฺ การฟื้นคืนชีพและการชุมนุม ผู้ที่สามารถให้แผ่นดินมีชีวิตชีวาหลังแห้งแล้ง ย่อมไม่หมดความสามารถที่จะสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่หลังจากได้ตายไปแล้ว “และเราได้สร้างไว้เหนือพวกเจ้าสิ่งที่แข็งแรงทั้งเจ็ด (ชั้นฟ้า)” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนะบะอฺ 12)
– เราทำให้กลางคืนคล้ายเครื่องปกปิดร่างกาย
– วันตัดสิน ชั้นฟ้าจะถูกเปิดออก จะมีประตูหลายบาน
– วันที่มนุษย์จะมองไปยังสิ่งที่สองมือของเขาได้ทำไว้
79. อันนาซิอ๊าต
(ผู้ดึงกระชาก)
มลาอิกะฮฺ ผู้ดึงวิญญาณของมุอฺมินอย่างแผ่วเบา และฉุดกระชากวิญญาณของผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างแรง และมลาอิกะฮฺที่บริหารกิจการในจักรวาลด้วยพระบัญชาของอัลลอฮฺ “ขอสาบานด้วย (มลาอิกะฮฺ) ผู้ชัก (วิญญาณของผู้ศรัทธา) อย่างแผ่วเบา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนาซิอ๊าต 2)
– เรื่องฟิรเอาน์อ้างตัวเป็นพระเจ้า เตือนใจผู้ยำเกรง
– พระองค์ทรงยกชั้นฟ้าสูงขึ้นแล้วทรงทำให้มันสมบูรณ์
– สวนสวรรค์เป็นของผู้ที่หวั่นต่อการยืนต่อหน้าพระเจ้า
– เจ้าเป็นเพียงผู้เตือนคนที่หวั่นวันกิยามะฮฺเท่านั้น
80. อะบะซะ
(บึ้งตึง)
เรื่องของชายตาบอดที่มาหาท่านรอซูลเพื่อถามเรื่องศาสนา ท่านนบีมีใบหน้าบึ้งตึงและผินหลังให้ เพราะกำลังยุ่งอยู่กับผู้นำชาวกุเรชคณะหนึ่ง สภาพของมนุษย์ในวันกิยามะฮฺนั้นแบ่งออกเป็น 2 พวก “หลายใบหน้าในวันนั้นแจ่มใส หัวเราะดีใจร่าเริง และหลายใบหน้าในวันนั้นมีฝุ่นจับ ความหม่นหมองจะปกคลุมบนใบหน้านั้น ชนเหล่านั้นคือพวกปฏิเสธศรัทธาพวกประพฤติชั่ว” (อัลกุรอานซูเราะฮฺอะบะซะ 38-42)
– ผู้ที่มาหาเจ้าด้วยความพยายาม กลัวเกรง เจ้ากลับเมินเฉย
– อัลกุรอานทรงเกียรติบริสุทธิ์ ผ่านมือมลาอิกะฮฺทรงเกียรติ
– พระองค์ทรงบังเกิดเขา ทรงกำหนดสภาวะ แผ้วทางสะดวกแก่เขา
– มนุษย์จงพิจารณาดูอาหาร เราหลั่งน้ำฝนลงมามากมายอย่างไร
81. อัตตักวีร
(การม้วนเก็บ)
เหตุการณ์วันกิยามะฮฺ ดวงอาทิตย์ถูกม้วนดับแสงลง ดวงดาวร่วงหล่นกระจาย ภูเขาถูกเคลื่อนย้าย สัตว์ถูกนำมารวมกัน ทะเลลุกเป็นไฟ “เมื่อดวงอาทิตย์ถูกม้วนดับแสงลง และเมื่อบรรดาดวงดาวร่วงหล่นลงมากระจัดกระจาย และเมื่อบรรดาภูเขาถูกเคลื่อนย้าย และเมื่อทะเลลุกเป็นไฟ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัตตักวีร 1-3, 6)
– อัลกุรอานเป็นดำรัสของอัลลอฮฺ ถูกประทานลงมาผ่านญิบรีล เป็นข้อตักเตือนแก่ประชาชาติทั้งมวล
– พวกเจ้าไม่สมหวัง เว้นแต่พระเจ้าแห่งสากลโลกทรงประสงค์
82. อัลอินฟิฎอร
(การปริแยก)
เหตุการณ์วันอวสาน ชั้นฟ้าแตกแยกออก ดวงดาวร่วงหล่น ทะเลถูกให้เอ่อล้น หลุมฝังศพพลิกกลับ ทุกชีวิตจะรู้สิ่งที่ตนได้ทำ “และแท้จริงมีผู้คุ้มกันรักษาพวกเจ้าอยู่ คือ (มลาอิกะฮฺ) ผู้ทรงเกียรติเป็นผู้บันทึก พวกเขารู้ในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินฟิฎอร 10-12)
– วันแห่งการตอบแทนนั้นคือ วันที่ชีวิตหนึ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะช่วยเหลืออย่างใดแก่อีกชีวิตหนึ่งได้ และกิจการในวันนั้นเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮฺ
83. อัลมุฏ็อฟฟิฟีน
(ผู้ที่ทำให้ขาด)
ผู้ที่ทำให้การตวงและการชั่งพร่อง ซึ่งพวกเขาไม่กลัววันอาคิเราะฮฺ มนุษย์จะถูกให้ฟื้นคืนชีพ ยืนต่อหน้าพระเจ้าแห่งสากลโลก “ความหายนะจงประสบแด่บรรดาผู้ทำให้พร่อง (ในการตวงและการชั่ง) คือบรรดาผู้ที่เมื่อพวกเขาตวงเอาจากคนอื่นก็ตวงเอาเต็ม และเมื่อพวกเขาตวงหรือชั่งให้คนอื่นก็ทำให้ขาด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมุฏ็อฟฟิฟีน 1-3)
– แท้จริงบันทึกการงานของคนชั่วอยู่ในสิจญีน
– สิ่งที่พวกเขาขวนขวายไว้เป็นสนิมบนหัวใจพวกเขา (การทำบาปครั้งแล้วครั้งเล่าที่พวกเขาได้สะสมไว้นั้นได้เกาะกินหัวใจของพวกเขาจนกลายเป็นสนิมอยู่ในหัวใจ)
– แท้จริงบันทึกของผู้ทรงคุณธรรมอยู่ในอิลียีนแน่นอน
– ผู้ศรัทธาจะเยาะเย้ยผู้ปฏิเสธในวันนั้นกลับคืน
84. อัลอินชิก๊อก
(การแตกแยก)
ยามอวสานเกิดขึ้น ชั้นฟ้าแตกแยกออก แผ่นดินถูกแผ่กว้าง ปลดเปลื้องสิ่งที่อยู่ในมันออกมา มนุษย์ต้องพากเพียรไปสู่พระเจ้าอย่างทรหดอดทน ผู้ที่ถูกยื่นบันทึกให้ทางขวาของเขา จะถูกชำระสอบสวนอย่างง่ายดาย “และเมื่อแผ่นดินถูกให้แผ่กว้าง และมันได้ปลดเปลื้องสิ่งที่อยู่ในมันออกมา และมันก็ว่างเปล่า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอินชิก๊อก 3-4)
– ผู้ศรัทธาและทำความดี จะได้รับรางวัลอย่างไม่มีสิ้นสุด
85. อัลบุรูจญ์
(หมู่ดาว)
ท้องฟ้าที่เกลื่อนกลาดด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ หมุนเวียนไปตามจักรราศี ยืนยันถึงเดชานุภาพของอัลลอฮฺในการสร้าง ผู้ทรงให้บังเกิดครั้งแรก และทรงให้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก “แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย พวกเขาจะได้รับสวนสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลบุรูจญ์ 11)
– แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงให้บังเกิดครั้งแรก และทรงให้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นอีก
86. อัฏฏอริก
(ดวงดาวที่ส่องแสง)
ท้องฟ้าที่ประดับด้วยดวงดาวที่ประกายแสง ส่องแสงให้ความสะดวกแก่มนุษย์ในการเดินทาง มนุษย์ทุกคนถูกมอบหมายให้มีผู้คุ้มกัน กิจการของเขาได้รับการระวังรักษาโดยมลาอิกะฮฺ “ไม่มีชีวิตใด (อยู่โดยลำพัง) เว้นแต่มีผู้เฝ้ารักษามัน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฏฏอริก 4)
– เขา (มนุษย์) เกิดจากน้ำมาจากกระดูกสันหลังชาย และกระดูกหน้าอกหญิง
– วันที่สิ่งเร้นลับจะถูกเปิดเผย ไม่มีผู้ช่วยเหลือเขา
– อัลกุรอานคือดำรัสจำแนกจริงเท็จ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
87. อัลอะอฺลา
(ผู้ทรงสูงสุดยิ่ง)
คุณลักษณะอันสูงส่งของอัลลอฮฺ อัลกุรอานที่ถูกประทานลงมาแก่รอซูลคนสุดท้าย ง่ายในการท่องจำแก่ท่าน เป็นคำแนะนำที่ดีแก่ผู้ศรัทธา จะได้รับประโยชน์จากอัลกุรอาน “ผู้ทรงสร้างแล้วทรงทำให้สมบูรณ์” (อัลกุรอาน ซูเเราะฮฺอัลอะอฺลา 2)
– เราจะทำให้เป็นการง่ายดายแก่เจ้าซึ่งบัญญัติศาสนาอันง่ายดาย
– จงตักเตือนกันเถิด เพราะการตักเตือนจะยังคุณประโยชน์
– แน่นอนผู้ที่ขัดเกลาตนเอง ย่อมบรรลุความสำเร็จ
– แท้จริง (ข้อเตือนสติ) นี้มีอยู่ในคัมภีร์ก่อน ๆ มาแล้ว คือคัมภีร์ของอิบรอฮีมและมูซา
88. อัลฆอซิยะฮฺ
(วันกิยามะฮฺ)
วันกิยามะฮฺ สภาพความน่ากลัว ผู้ปฏิเสธศรัทธาจะพบความเหนื่อยยาก ผู้ศรัทธาจะพบความสงบสุขเบิกบาน หลักฐานความเป็นเอกภาพของพระเจ้าแห่งสากลโลก เดชานุภาพของพระองค์ ในการสร้างอูฐ ท้องฟ้าถูกยกสูง ภูเขาถูกปักตั้งไว้ และแผ่นดินที่ถูกแผ่ลาด “ในวันนั้นมีหลายใบหน้าที่เบิกบาน พึงพอใจเพราะการกระทำของพวกเขา อยู่ในสวนสวรรค์อันสูงตระหง่าน จะไม่ได้ยินเรื่องไร้สาระในนั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฆอซิยะฮฺ 8-11)
– จงตักเตือนเถิด เพราะแท้จริงเจ้าเป็นเพียงผู้ตักเตือนเท่านั้น
89. อัลฟัจญรฺ
(รุ่งอรุณ)
พระองค์ทรงสาบานกับยามรุ่งอรุณซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ การทดสอบปวงบ่าวด้วยความดีและความชั่ว ความมั่งมีและความยากจน วันฟื้นคืนชีพพระเจ้าเสด็จมาพร้อมมลาอิกะฮฺเป็นแถว นรกญะฮันนัมจะถูกนำมา วันนั้นมนุษย์จะรำลึกได้ “โอ้ชีวิตที่สงบแน่น จงกลับมายังพระเจ้าของเจ้าด้วยความยินดีและเป็นที่ปิติเถิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฟัจญรฺ 27-28)
90. อัลบะลัด
(เมือง)
เมืองที่ถูกหวงห้ามคือ มักกะฮฺ อัลลอฮฺทรงให้มีเกียรติด้วยการให้มีกะอุบะฮฺประดิษฐานอยู่ บ้านเกิดท่านนบี “โดยแน่นอนเราได้บังเกิดมนุษย์มาเพื่อเผชิญความยากลำบาก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลบะลัด 4)
– เรามิได้ทำดวงตาทั้งสองข้างให้แก่เขาดอกหรือ และลิ้นและริมฝีปากทั้งสองด้วย
– ทางลำบากนั้นคือ การเพียรทำความดี พวกเขาเป็นพวกฝ่ายขวา (ได้รับบันทึกของเขาทางเบื้องขวา รางวัลคือ เป็นชาวสวรรค์)
1) การปล่อยทาส
2) การให้อาหารในวันยากลำบากแห่งความหิวโหยแก่เด็กกำพร้าที่เป็นญาติใกล้ชิด หรือคนยากจนขัดสนที่มอมอยู่กับฝุ่นดิน
3) ตักเตือนกันให้มีความอดทนและตักเตือนกันให้มีความเมตตา
91. อัชชัมซฺ
(ดวงอาทิตย์)
พระองค์ทรงสร้างดวงอาทิตย์ ทำให้จักรวาลมีแสงสว่าง จิตใจของมนุษย์ถูกดลใจให้รู้ทางชั่วและทางดี หมู่ชนษะมูดของนบีซอและฮฺคืออุทาหรณ์สำหรับผู้ที่ล่วงละเมิดฝ่าฝืนข้อใช้ข้อห้ามของพระองค์ “แน่นอน ผู้ขัดเกลาชีวิตย่อมได้รับความสำเร็จ และแน่นอน ผู้หมกมุ่นมัน (ด้วยการทำชั่ว) ย่อมล้มเหลว” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชัมซฺ 9-10)
– พระองค์ทรงดลใจมันให้รู้ทางชั่วของมันและทางสำรวมของมัน (ความยำเกรง)
– บทเรียนจากหมู่ชนษะมูด (สมัยนบีซอและฮฺ) ถูกลงโทษ เหตุเพราะทำตามคนชั่วเพียงคนเดียว ไม่เชื่อเรื่องอูฐ ที่เป็นสัญญาณการมีพระเจ้าองค์เดียว ตามที่พวกเขาขอ และฆ่าอูฐของอัลลอฮฺ พระองค์ทรงลงโทษพวกเขาอย่างถ้วนหน้ากันด้วยเสียงกัมปนาท
92. อัลลัยลฺ
(กลางคืน)
กลางคืนเมื่อปกคลุมสิ่งที่ถูกสร้างทั้งหมดด้วยความมืดของมัน เป็นช่วงเวลาสำคัญที่มนุษย์มีการงานที่แตกต่างกัน บางคนทำดี บางคนทำชั่ว “แท้จริงการงานของพวกเจ้านั้นย่อมแตกต่างกันอย่างแน่นอน ส่วนผู้ที่บริจาคและยำเกรง (อัลลอฮฺ) และเชื่อมั่นในสิ่งที่ดี เราก็จะให้เขาได้รับความสะดวกอย่างง่ายดาย และส่วนผู้ที่ตระหนี่ และถือว่ามีพอเพียงแล้ว และปฏิเสธสิ่งที่ดีงาม เราก็จะให้เขาได้รับความลำบากอย่างง่ายดาย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลลัยลฺ 4-10)
– 3 ลักษณะของผู้ที่จะได้รับความสะดวกง่ายดายในการปฏิบัติความดี
1) เป็นผู้บริจาค
2) ยำเกรงอัลลอฮฺ
3) เชื่อมั่นในสิ่งดี (สวรรค์ที่อัลลอฮฺทรงเตรียมไว้)
– 3 ลักษณะของผู้ที่จะได้รับความลำบาก มีชีวิตเลวร้ายทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮฺ
1) เป็นผู้ตระหนี่
2) ถือว่ามีเพียงพอแล้ว (ในการทำอิบาดะฮฺ)
3) ปฏิเสธสิ่งดีงาม (ปฏิเสธการมีสวรรค์ ความสุขในสวรรค์)
93. อัฎฎุฮา
(ยามสาย)
อัลลอฮฺทรงสาบานด้วยเวลาสายและเวลากลางคืน หลักฐานถึงเดชานุภาพของพระองค์ ยืนยันแก่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่าพระองค์มิได้ทรงทอดทิ้งเป็นการตอบโต้พวกมุชริกีน “ดังนั้นส่วนเด็กกำพร้าเจ้าอย่าข่มขี่ และส่วนผู้เอ่ยขอนั้น เจ้าอย่าตวาดขับไล่ และส่วนความโปรดปรานแห่งพระเจ้าของเจ้านั้นเจ้าจงแสดงออก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัฎฎุฮา 9-11)
– ความโปรดปรานที่ท่านนบีมุฮัมมัดได้รับ 3 ประการ
1) ได้รับที่พักพิงจากปู่และลุง
2) ได้รับวิชาความรู้และแนวทางที่ถูกต้อง (ฮิดายะฮฺ)
3) หัวใจพอเพียง ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากผู้ใด
– การสั่งเสียแก่ท่านนบีมุฮัมมัด 3 ประการ
1) อย่าดูถูกเด็กกำพร้า
2) อย่าขับไล่ผู้เอ่ยขอ
3) จงแสดงออกถึงความโปรดปรานที่ได้รับ
94. อัชชัรฮฺ (อัลอินชิรอฮฺ)
(การเปิดอก)
ตำแหน่งอันมีเกียรติของท่านรอซูล การเปิดอกของท่านเพื่อการอีมานศรัทธา หลังจากความยากลำบากจะมีความง่ายดาย “ฉะนั้นแท้จริงหลังจากความยากลำบากก็จะมีความง่าย แท้จริงหลังจากความยากลำบากก็จะมีความง่าย ดังนั้นเมื่อเจ้าเสร็จสิ้น (จากงานหนึ่งแล้ว) ก็จงลำบากต่อไป” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัชชัรฮฺ 5-7)
95. อัตตีน
(มะเดื่อ)
อัลลอฮฺทรงให้ความสำคัญกับต้นมะเดื่อ และต้นมะกอก หรือ “อัซซัยตูน” ผลไม้ที่มีประโยชน์ทั้งคู่ นอกจากทรงสร้างผลไม้ ทรงสร้างมนุษย์ที่สวยงามให้มาทำประโยชน์ในแผ่นดิน หากเขาไม่ขอบคุณ ไม่ทำความดี ก็จะกลับไปสู่สภาพตกต่ำ “นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบสิ่งดีงามทั้งหลาย โดยที่สำหรับพวกเขาจะได้รับรางวัลอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัตตีน 6)
96. อัลอะลัก
(ก้อนเลือด)
พระเจ้าทรงบังเกิดมนุษย์จากก้อนเลือด การเริ่มลงมาของอัลวะฮีย์ให้แก่นบีคนสุดท้ายคือ นบีมุฮัมมัด เรื่องของอะบีญะฮฺลฺขัดขวางท่านรอซูลมิให้ละหมาด “เจ้าอย่าได้เชื่อฟังมัน แต่จงสุญูด และเข้าใกล้อัลลอฮฺเถิด” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอะลัก 19)
97. อัลก็อดรฺ
(เกียรติยศ)
ความประเสริฐของคืนอัลก็อดรฺ คืนแห่งเกียรติยศ ดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน มีรัศมีแสงสว่างและความเมตตาของพระเจ้าแผ่คลุมไปยังผู้ศรัทธา ให้เกียรติในคืนแห่งการพระราชทานอัลกุรอาน การลงมาของมลาอิกะฮฺผู้ทรงคุณธรรมจนกระทั่งรุ่งอรุณ
– อัลกุรอานถูกประทานลงมาทั้งเล่ม โดยเริ่มต้นบันทึกไว้ในอัลเลาฮุ้ลมะฮฺฟูซ ซึ่งอยู่เหนือฟ้าชั้นที่ 7 ณ พระองค์อัลลอฮฺ
– จากนั้นถูกคัดลอกโดยท่านญิบรีลลงมาสู่ชั้นฟ้าแห่งโลกดุนยา เพื่อเหล่ามลาอิกะฮฺบันทึกเก็บไว้ ณ บัยตุลอิซซะฮฺ ที่ชั้นฟ้าแห่งโลกดุนยานี้
– จากนั้นท่านญิบรีลทยอยนำลงมาให้แก่ท่านรอซูลลุลลอฮฺ ต่างวาระ ต่างเหตุการณ์ จนครบถ้วนโดยใช้เวลา ประมาณ 23 ปี
– “คืนอัลก็อดรฺนั้นดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน บรรดามลาอิกะฮฺและอัลรูฮฺ (ญิบรีล) จะลงมาในคืนนั้น โดยอนุมัติแห่งพระเจ้าของพวกเขา เนื่องจากกิจการทุกสิ่ง คืนนั้นมีความศานติจนกระทั่งรุ่งอรุณ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลก็อดรฺ 3-5)
พระองค์ทรงกล่าวถึงคุณค่า และความดีของคืนอัลก็อดรฺไว้ 3 ประการคือ
1) คืนอัลก็อดรุนั้นเป็นคืนที่มีเกียรติและความดีงามมากหลายมีคุณค่าเท่ากับหนึ่งพันเดือน มุญาฮิด กล่าวว่า การทำความดี การถือศีลอด และการละหมาดกลางคืนในวันนั้นดียิ่งกว่าหนึ่งพันเดือน
2) ในคืนวันนั้นบรรดามลาอิกะฮฺและญีบรีลจะลงมาบนหน้าแผ่นดินด้วยอนุมัติแห่งพระเจ้าของพวกเขา อันเนื่องจากกิจการทุกๆ สิ่งที่อัลลอฮฺทรงกำหนด และลิขิตในปีนั้นจนกระทั่งปีต่อไป
3) ในคืนวันนั้นความศานติจะมีขึ้น ตั้งแต่เริ่มของวันนั้นจนกระทั่งรุ่งอรุณ บรรดามลาอิกะฮฺ จะขอความศานติให้แก่บรรดามุอฺมินให้พ้นจากความชั่วร้ายต่างๆ
98. อัลบัยยินะฮฺ
(หลักฐานอันชัดแจ้ง)
หลักฐานอันชัดแจ้งมายังพวกเขา คือการส่งท่านนบีมุฮัมมัด มาเป็นรอซูลของอัลลอฮฺ เพื่ออ่านคัมภีร์อันบริสุทธิ์จากความเท็จแก่พวกเขา บริสุทธิ์จากการสงสัยและหลงทาง บทบัญญัติที่เที่ยงตรง
“แท้จริง บรรดาผู้ศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย ชนเหล่านั้น พวกเขาเป็นมนุษย์ที่ดียิ่ง การตอบแทนของพวกเขา ณ ที่พระเจ้าของพวกเขาคือสวนสวรรค์หลากหลายอันสถาพร ณ เบื้องล่างของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล อัลลอฮฺทรงปิติต่อพวกเขา และพวกเขาก็ยินดีในพระองค์ นั่นคือสำหรับผู้ที่กลัวเกรงพระเจ้าของพวกเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลบัยยินะฮฺ 7-8)
99. อัลซัลซะละฮฺ
(แผ่นดินไหว)
แผ่นดินไหวและการสั่นสะท้านในยามอวสาน แผ่นดินเป็นพยานการกระทำของมนุษย์ ผู้ใดทำดีหรือชั่ว แม้หนักเท่าละอองธุลี เขาก็จะเห็นมัน “ในวันนั้นมนุษย์จะกระจายออกมาเป็นหมู่ ๆ เพื่อพวกเขาจะถูกให้เห็นผลงานของพวกเขา” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลซัลซะละฮฺ 6)
– แผ่นดินถูกให้ไหวอย่างสั่นสะท้าน ระบายของหนักของมันออกมา (เช่น ขุมทรัพย์ที่ถูกสะสมไว้ และคนตาย)
100. อัลอาดิยาต
(ม้าที่วิ่งหอบ)
พระองค์ทรงให้เกียรติม้าที่เข้าร่วมต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ แต่มนุษย์เนรคุณต่อพระเจ้า ด้วยการกระทำและคำพูดของเขา “เขาไม่รู้ดอกหรือว่า เมื่อสิ่งที่อยู่ในหลุมฝังศพถูกให้ฟื้นขึ้นมา และสิ่งที่อยู่ในหัวอกถูกเผยออก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอาดิยาต 9-10)
101. อัลกอริอะฮฺ
(วันหายนะ)
วันกิยามะฮฺและความน่ากลัวของมัน มนุษย์เหมือนแมลงเม่ากระจายว่อน ภูเขาดั่งเช่นขนสัตว์ที่ปลิวว่อน และตราชูชั่งการงานของมนุษย์ “ส่วนผู้ที่ตราชูของเขาหนัก เขาก็จะอยู่ในการมีชีวิตที่ผาสุก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกอริอะฮฺ อายะฮฺที่ 6-7)
102. อัตตะกาซุร
(การสะสมพอกพูน)
การสะสมทรัพย์สมบัติ รวบรวมสิ่งไร้สาระในโลกดุนยา หาประโยชน์อะไรไม่ได้ จนกระทั่งความตายมาเยือนไม่รู้ตัว “แล้วในวันนั้นพวกเจ้าจะถูกสอบถามเกี่ยวกับความโปรดปรานที่ได้รับ (ในโลกดุนยา)” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัตตะกาซุร อายะฮฺที่ 8)
103. อัลอัศรฺ
(กาลเวลา)
หากปล่อยให้กาลเวลาล่วงเลย มนุษย์อยู่ในการขาดทุน เว้นแต่ผู้ที่มีคุณลักษณะ 4 ประการ คือ อีมานศรัทธา กระทำความดี ตักเตือนในสิ่งที่เป็นสัจธรรม และตักเตือนกันให้อดทน “แท้จริงมนุษย์นั้น อยู่ในการขาดทุน นอกจากบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย และตักเตือนกันและกันในสิ่งที่เป็นสัจธรรม และตักเตือนกันและกันให้มีความอดทน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอัศรฺ 2-3)
104. อัลฮุมะซะฮฺ
(ผู้ใส่ร้าย)
ผู้ที่นินทาใส่ร้ายผู้อื่น สะสมทรัพย์สมบัติ และบั้นปลายของบรรดาผู้กระทำชั่ว “โดยคิดว่าทรัพย์สมบัติของเขานั้น จะทำให้เขาอยู่ได้ตลอดไป” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฮุมะซะฮฺ อายะฮฺที่ 3)
105. อัลฟีล
(ช้าง)
พระองค์ทรงส่งไพร่พลนกมาทำลายกองทัพช้างที่มุ่งทำลายอัลกะอฺบะฮฺ เป็นนกที่หอบก้อนหินที่สามารถทำลายยิ่งกว่าลูกกระสุน “พระองค์มิได้ทรงทำให้แผนการณ์ของพวกเขาสูญสิ้นดอกหรือ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฟีล อายะฮฺที่ 2)
106. อัลกุรอยช์
(เผ่ากุร็อยช์)
ความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺที่มีต่อชาวมักกะฮฺ (กุรอยช์) 2 ประการคือ ความปลอดภัยสงบสุข และความมั่งมีสะดวกความสบาย “ผู้ทรงให้อาหารแก่พวกเขาให้พ้นจากความหิว และทรงให้ความปลอดภัยแก่พวกเขาให้พ้นจากความหวาดกลัว” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺกุรอยช์ อายะฮฺที่ 4)
107. อัลมาอูน
(สิ่งของใช้สอย)
ลักษณะผู้ปฏิเสธการตอบแทนในปรโลก ขับไล่เด็กกำพร้า และลักษณะมุนาฟิกูนที่ละเลยต่อการละหมาด หวงแหนเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ แก่เพื่อนบ้าน “เจ้าเห็นแล้วมิใช่หรือผู้ที่ปฏิเสธการตอบแทน (ในปรโลก) นั่นก็คือผู้ที่ขับไล่เด็กกำพร้า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมาอูน อายะฮฺที่ 1-2)
108. อัลเกาซัร
(แม่น้ำในสวรรค์)
ในวันกิยามะฮฺจะมีบ่อน้ำจากแม่น้ำเกาซัร ผู้ที่มีสิทธิ์ดื่มคือ คนดีที่เป็นประชาชาติของท่านนบีมุฮัมมัด “แท้จริงเราได้ประทานอัลเกาซัรแก่เจ้าแล้ว” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลเกาซัร อายะฮฺที่ 1)
109. อัลกาฟิรูน
(ผู้ปฏิเสธศรัทธา)
การตอบโต้ผู้ปฏิเสธอย่างสุภาพว่า พวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน “สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกาฟิรูน อายะฮฺที่ 6)
110. อันนัศรฺ
(การช่วยเหลือ)
ด้วยการช่วยเหลือของอัลลอฮฺ มุสลิมพิชิตนครมักกะฮฺ ได้รับเกียรติ อิสลามแพร่หลายในคาบสมุทรอาหรับ “ดังนั้น จงแซ่ซ้องสดุดีด้วยการสรรเสริญพระเจ้าของเจ้า และจงขออภัยโทษต่อพระองค์เถิด แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษเสมอ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนัศรฺ อายะฮฺที่ 3)
111. อัลมะซัด
(เชือกป่าน)
บทเรียนจากผู้ขัดขวางการเรียกร้องเชิญชวนของท่านรอซูล และปิดกั้นมหาชนมิให้ศรัทธาต่อท่าน อะบีละฮับและภรรยาที่ร่วมด้วยจะได้รับการลงโทษในนรก นางเคยขัดขวางท่านนบี วางหนามตลอดทางที่ท่านนบีไปละหมาด จะถูกลงโทษเป็นผู้แบกฟืนในนรก โดยมีเชือกถักด้วยใยอินทผลัมคล้องคอ เพื่อดึงลงนรก “ทรัพย์สมบัติของเขา และสิ่งที่เขาได้ขวนขวายเอาไว้นั้น มิได้อำนวยประโยชน์แก่เขาเลย” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลมะซัด อายะฮฺที่ 2)
112. อัลอิคลาศ
(ความบริสุทธิ์ใจ)
คุณลักษณะอันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ ทรงบริสุทธิ์จากความบกพร่องใดๆ พระเจ้าผู้ทรงเอกะ ทรงเป็นที่พึ่ง ไม่มีใครเสมอเหมือนพระองค์ ” จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) พระองค์คืออัลลอฮฺ ผู้ทรงเอกะ อัลลอฮฺนั้นทรงเป็นที่พึ่ง พระองค์ไม่ประสูติ และไม่ทรงถูกประสูติ และไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลอิคลาส 1-4)
113. อัลฟะลัก
(รุ่งอรุณ)
การขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ ให้พ้นจากความชั่วร้ายและสิ่งถูกสร้างทั้งมวล และความชั่วร้ายของเวลากลางคืน ผู้เสกเป่าและผู้อิจฉา “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งรุ่งอรุณ ให้พ้นจากความชั่วร้ายที่พระองค์ได้ทรงบันดาลขึ้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลฟะลัก อายะฮฺที่ 1-2)
114. อันนาส
(มนุษย์)
การขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากการกระซิบกระซาบของญินชัยฏอนและมนุษย์ “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนาส อายะฮฺที่ 1, 4)