หัวข้อบรรยายในยูทูป เรื่อง หลักความเชื่อที่ถูกต้องในอิสลาม อ.มุนซีร มันติเมาะ
(ผู้บรรยายสรุปเนื้อหาจาก “มุซักกิเราะฮฺ ฟิล อะกีดะฮฺ” ของ เชค ศอลิหฺ อัส-สุฮัยมีย์)
เคยตั้งคำถาม หรือตอบคำถามเหล่านี้ไหม
การที่เราเชื่อและศรัทธาในการมีอยู่ของพระเจ้า เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหม หรือได้รับคำถามจากคนอื่นหรือไม่ พี่น้องต่างศาสนิกเคยถามเราหรือเปล่าว่า
– เราเกิดมาทำไม เกิดมาบนโลกใบนี้ด้วยกับเหตุผลอะไร
– เราเกิดมาเพื่ออะไร
– เราเชื่อว่าเรามีผู้สร้าง และผู้สร้างสร้างเรามาบนโลกเพื่ออะไร
ผมจะพยายามพูดเผื่อคนต่างศาสนิกด้วย เพราะที่นี่จะมีพี่น้องต่างศาสนิกอยู่เยอะ ดังนั้นก็จะพูดอะไรเผื่อเขาด้วย
อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา พระองค์ทรงสร้างมนุษย์และญิน
ญินเป็นสิ่งถูกสร้างชนิดหนึ่งที่อยู่กับมนุษย์
– ญินมาก่อนมนุษย์
– มีลักษณะของการสรรสร้าง มีลักษณะของการดำเนินชีวิตเหมือนกับมนุษย์
– อาจจะอยู่กันคนละมิติ เรามองไม่เห็นเขา แต่พวกเขามองเห็นเรา
บางคนอาจจะแปลไปเป็นผีเป็นอะไรก็แล้วแต่ อันนั้นเป็นเรื่องความเชื่อของพี่น้องต่างศาสนิก แต่เราจะเชื่อบนบรรทัดฐานของศาสนาอิสลาม
ทั้งญินและมนุษย์นั้นเป็น 2 สิ่งถูกสร้าง แตกต่างจากสิ่งถูกสร้างอื่น
อัลลอฮฺทรงสร้างหลายสิ่ง แต่ 2 สิ่งเท่านั้นบนโลกใบนี้ที่พระเจ้าสร้างมา นั่นก็คือญินและมนุษย์ ที่พระเจ้าทรงสร้างมาด้วยกับการประทานสติสัมปชัญญะให้
สิ่งอื่นไม่มีเลย สัตว์ต่างๆ เช่น เป็ด ไก่ วัว ควาย หรือผลหมากรากไม้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีปัญญา พี่น้องไม่ต้องไปคุยกับแมวนะ กลับบ้านไปคุยกับแมว เป็นไงเฉาก๊วยสบายดีไหม เฉาก๊วยร้องแอ๊ว มันไม่เข้าใจนะ มันไม่มีวิวัฒนาการอะไรไปมากกว่านั้นแล้ว
พระองค์ทรงสร้างญิน สร้างมนุษย์ โดยมีเหตุผลหลัก 1 ประเด็น
ดังนั้น สิ่งถูกสร้าง ญินและมนุษย์เป็น 2 สิ่งที่มีสติสัมปชัญญะ มีปัญญา ดังนั้นเราต้องใช้สติสัมปชัญญะของเราในการเพ่งพินิจพิจารณาว่าพระเจ้าสร้างเรามาทำไมบนโลกใบนี้ คำตอบอยู่ในอายะฮฺอัลกุรอาน
“และข้ามิได้สร้างญิน และมนุษย์เพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อเคารพภักดีต่อข้า” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซาริยาต 56)
การเคารพภักดี (อิบาดะฮฺ) ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะต้องมาสุญูด (กราบ) มาละหมาดตลอดทุกชั่วโมง 24 ชั่วโมง คือความเข้าใจที่ผิด
– การเคารพภักดีตรงนี้ หมายรวมถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไป โดยมีเจตนารมณ์ทำเพื่อหวังความโปรดปราน หวังผลบุญ หวังความเมตตาจากพระผู้สร้าง นั่นเรียกว่า อิบาดะฮฺ
– ดังนั้น พี่น้องเป็นพ่อค้าแม่ขาย ให้พี่น้องปรับทัศนคติ ปรับเนียต (ตั้งเจตนา) ของท่านพี่น้องหน่อย การค้าขายของเรานั้นเพื่อหวังในความโปรดปราน ความพึงพอพระทัยของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ได้สตางค์ ได้ริสกี ได้ผลกำไรมา จะได้ใช้ไปในหนทางของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา นี่เป็นอิบาดะฮฺแล้ว
– พี่น้องทำอาชีพประกอบสัมมาชีพอะไรก็แล้วแต่ เช่น ขับแกร็บ ขับมอเตอร์ไซค์วิน ขายปาท่องโก๋ ทำงานข้าราชการ ตำรวจ ทหาร
– ให้พี่น้องเนียตหน่อยว่า เราจะทำโดยมีจุดมุ่งหวังในความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ในการงานของเรา อย่าโกง อย่าบิดพลิ้ว อย่าหักหลัง อย่าฉ้อฉล พยายามอยู่ในกรอบที่ศาสนาได้กำหนดเอาไว้
– ขับมอเตอร์ไซค์วินของท่านพี่น้องเป็นอิบาดะฮฺทันที ได้บุญด้วย
– แม้จะทำงานอยู่ท้ายรถขยะ แต่เนียตหน่อย ปรับทัศนคติว่า การทำงานของเรา การทำความสะอาดเป็นนักการคลีนแอนด์เคลียร์ ทำเพื่ออัลลอฮฺ ความสะอาดตรงนี้เราทำเพื่อตอบสนองหลักการของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ดังนั้น มีอาชีพเก็บขยะ พี่น้องได้บุญด้วยนะ
ดังนั้น เวลาพี่น้องจะทำอะไรปรับเนียตให้ดี เช่น พี่น้องมาวันนี้มาช่วยงานมัสยิด มาซื้อของตามร้านค้า
– กินไป 50 บาท 80 บาท 90 บาท
– เหลืออีก 10 บาท เศาะดาเกาะฮฺ (บริจาค) ไปเลย
– การมาซื้อของพี่น้องในวันนี้ได้ทำบุญด้วย และได้รับความอิ่มเอมทางด้านร่างกายด้วย
เห็นไหม แค่ปรับเนียตอย่างเดียว การเป็นมนุษย์ของเรา ที่เราถูกสร้างมาเพื่อการนี้
ดังนั้น เมื่อเราเข้าใจหลักการศาสนาได้ถูกต้อง ทำอะไรสบายหมดเลย จะเป็นอาชีพอะไร พี่น้องก็เนียตเพื่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา การเจตนาของเรา จะทำให้เราได้รับภาคผลของความโปรดปรานจากพระผู้สร้าง สร้างอะไร สร้างสวรรค์ ดังนั้น ถ้าพี่น้องหวังในการตอบแทนจากผู้ทรงสร้างสวรรค์ พี่น้องจะต้องเนียตเพื่อพระองค์ด้วย
การศรัทธาในศาสนาอิสลามมี 6 ประการ คือ
ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ
ศรัทธาต่อบรรดามลาอิกะฮฺ
ศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์
ศรัทธาต่อบรรดาศาสนทูต
ศรัทธาต่อวันสุดท้าย (วันสิ้นโลกและวันกิยามะฮฺ)
ศรัทธาต่อการกำหนดสภาวการณ์ (ทั้งดีและร้าย มาจากอัลลอฮฺ)
ศรัทธาต่ออัลลอฮฺแล้ว ศรัทธาอย่างไร เชื่อในการมีอยู่ของพระเจ้า เชื่ออย่างไร นักวิชาการเขาขมวดปมให้แคบลงมาอีกเรียกว่า อัตเตาฮีด
อัตเตาฮีด การให้เอกภาพ หรือให้ความเป็นหนึ่งกับผู้สร้าง 3 ด้าน
อัตเตาฮีด อัรรูบูบียะฮ์ (การให้ความเป็นหนึ่งกับพระผู้เป็นเจ้า กับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ในเรื่องราวการสรรสร้าง การบริหารจัดการ ในกิจการของพระองค์)
อัตเตาฮีด อัลอุลูฮียะห์ (การให้ความเป็นหนึ่งกับพระผู้เป็นเจ้า ในเรื่องของการสักการะ อิบาดะฮฺ วิงวอน ขอความช่วยเหลือ พระองค์เท่านั้น ไม่มีสื่อใดในการวอนขอ เพราะการวิงวอนเป็นอิบาดะฮฺ เคารพรักอัลลอฮฺเป็นอิบาดะฮฺเหนือสิ่งใด)
อัตเตาฮีด อัลอัสมาอ์ วัศศิฟาต (พระองค์ทรงมีพระนามอันวิจิตรและคุณลักษณะอันสูงส่ง คุณลักษณะของพระองค์เป็นหนึ่ง บริสุทธิ์ ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์ )
ทั้ง 3 แขนงนี้ เรียกว่า หลักศรัทธาต่ออัลลอฮฺในเรื่อง “การให้เอกภาพ (อัตเตาฮีด)” ต่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น
ผมจะหยิบยกบางประเด็น สิ่งที่เป็นเรื่องราวของหลักศรัทธาที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเรา จะมาให้วัคซีนกับท่านพี่น้องในเรื่องของหลักศรัทธา
หลักเตาฮีด ประเภทที่ 1 : เตาฮีดรูบูบียะฮ์
แปลว่า การให้ความเป็นหนึ่งกับพระผู้เป็นเจ้า กับอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ในเรื่องราวการสรรสร้าง การบริหารจัดการ ในกิจการของพระองค์ เช่น
– การสร้างโลก สร้างจักรวาล สร้างมนุษย์
– การประทานปัจจัยยังชีพ
– การให้ชีวิต ให้เป็นให้ตาย
– การครอบครอง การเป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์
– การบริหารจัดการสากลและจักรวาลทั้งหมด
ความเชื่อตรงนี้ พี่น้องมุสลิมกับพี่น้องชาวคริสเตียนและชาวยิว มีความเชื่อในเรื่องนี้เหมือนกัน
ตรรกะง่าย ๆ เหตุผลง่าย ๆ
พี่น้องเดินเข้ามาในบริเวณงานนี้
– โต๊ะ เก้าอี้ หลอดไฟ เครื่องเสียง ทุกสิ่งอย่างที่ถูกวางเอาไว้
– มันไม่สามารถที่จะใช้วิวัฒนาการมาอยู่ตรงนี้ได้
– นอกเหนือจากจะมีผู้ที่ประดิษฐ์ทำมันขึ้นมา หรือสร้างมันขึ้นมา หรือเรียงมันขึ้นมา
นี่คือตรรกะง่าย ๆ ขนาดเราเดินมาแค่ในสนามของมัสยิด เราก็เห็นแล้วว่าทุกสิ่งอย่างถูกจัดระบบและระเบียบเอาไว้อย่างเสร็จสรรพแล้ว
นับประสาอะไรกับสากลจักรวาล
– จักรวาล มีโลก มีดวงดาวเล็กใหญ่ไม่รู้ตั้งกี่ร้อยล้าน กี่แสนล้านดวง
– เราอยู่ในจักรวาล ทางช้างเผือก มีดวงดาวไม่รู้กี่ร้อยล้านดวง มองไปบนฟ้าก็เห็น
– มันจะเป็นไปได้อย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นมันมีความยิ่งใหญ่
– ดวงอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาล
– แล้วก็มีดวงดาวต่าง ๆ ถูกร้อยเรียงมาเป็นลำดับ เป็นขั้น เป็นตอน
– ทำไมโลกของเราจะต้องอยู่ลำดับเท่านี้ ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป
– สิ่งมีชีวิตสามารถอาศัยอยู่บนโลกได้
– สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบ
– มันจะเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ถ้าไม่มีผู้สร้าง
ผู้สร้าง ภาษาอังกฤษ เรียกว่า ดีไซเนอร์ หมายถึง ผู้ที่ออกแบบ ออกแบบการสรรสร้างสากลจักรวาล ลองดูนะ
– ทำไมดวงดาวมันไม่พุ่งชนกันเอง ทำไมดวงจันทร์ไม่ชนโลก โลกไม่ชนดวงอาทิตย์
– แล้วมันก็ไม่สะเปะสะปะ มันโคจรไปตามจักราศีของมันอย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบ
– แล้วมันก็เป็นอย่างนี้มาไม่รู้กี่พันกี่หมื่นปีแล้ว
นี่คือ หลักฐานทางด้านสติปัญญาที่บ่งบอกให้รู้ว่า “โลกใบนี้ จักรวาลนี้ ย่อมมีผู้สร้าง”
ใครที่ยังไม่เชื่อว่าโลกใบนี้มีผู้สร้าง พิจารณาใหม่นะครับ
ดังนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องให้ความเป็นเอกะ ให้ความเป็นหนึ่งในการบริหารจัดการของผู้สร้าง คืออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา พระองค์เป็นผู้สร้าง หลักฐานของเตาฮีดรูบูบียะฮ์นั่นก็คือคำดำรัสของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ที่พระองค์ได้ทรงกล่าวเอาไว้อัลกุรอาน ความว่า
“แท้จริงพระเจ้าของพวกเจ้านั้น คือ อัลลออฮฺผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้า และแผ่นดินภายในหกวัน แล้วสถิตอยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงให้กลางคืนครอบคลุมกลางวันในสภาพที่กลางคืนไล่ตามกลางวันโดยรวดเร็ว และทรงสร้างดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และบรรดาดวงดาวขึ้นโดย ถูกกำหนดให้ทำหน้าที่บริการ ตามพระบัญชาของพระองค์ พึงรู้เถิดว่า การสร้างและกิจการทั้งหลายนั้นเป็นสิทธิของพระองค์เท่านั้น มหาบริสุทธิ์อัลลอฮฺผู้เป็นพระเจ้าแห่งสากลโลก” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัล-อะอฺรอฟ 54)
อธิบายเพิ่มเติม
– พระองค์เป็นผู้ที่ทรงสร้าง (คอลัก) ในภาษาอาหรับ คำว่าสร้างใช้หลายคำ แต่พระองค์เลือกใช้คำเดียวในอัลกุรอาน เมื่อจะใช้คำกริยาของพระองค์เอง ที่พระองค์ได้ทรงสร้างโลก สร้างจักรวาล นักวิชาการเขาก็มีความแปลกใจว่า ทำไมพระเจ้าจึงเลือกใช้คำนี้
– จากความเข้าใจของบรรดาคนในยุคต้น ๆ คือ อัลลอฮฺทรงเลือกใช้คำว่า คอลัก แปลว่า สร้าง ทุกครั้งที่พระองค์ใช้คำนี้ หมายถึงการสรรสร้างของพระองค์ ที่ไม่มีผู้ใดทำได้ ไม่มีมนุษย์หน้าไหนบนโลกใบนี้สร้างได้ เฉกเช่นเดียวกับที่พระองค์สร้าง ดังนั้นพระองค์จึงเลือกใช้คำว่า ‘คอลัก’ (خَلَقَ)
– ลักษณะนามของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา อีกคำหนึ่งก็คือ الْخَالِقُ (อัลคอลิก) ผู้ทรงสร้างสรรค์
– พระองค์เป็นผู้ที่ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้า และในอัลกุรอานเป็นคำพหูพจน์ แปลว่าชั้นฟ้า ถูกสร้างมาหลายชั้นด้วยกัน
– พระองค์ก็ได้ทรงทำให้กลางคืนนั้นมันปกคลุมกลางวัน โดยที่ทำให้มันติดตามกันอย่างรวดเร็ว แบบไร้รอยต่อ
– พระองค์เป็นผู้ทรงสร้างดวงอาทิตย์ สร้างดวงจันทร์ พี่น้องเรียกว่าดวงอาทิตย์ เรียกว่าดวงจันทร์ อย่าไปเรียก พระ นำหน้า คำว่า จันทร์ กับ อาทิตย์ เพราะพี่น้องต่างศาสนิกเขาสักการะบูชาสิ่งหนึ่งสิ่งใด เขาจะเรียกสิ่งนั้นว่าพระ นำหน้า เราเป็นมุสลิม เลี่ยงคำที่มันอาจจะหมิ่นเหม่กับความเชื่อและหลักการศรัทธาของเรา จึงควรเรียกว่า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
– และพระองค์ก็ได้ทรงสร้างดวงดาวต่าง ๆ ล้วนถูกทำให้เป็นระบบ หมายถึงมันจะเป็นไปตามคำบัญชาใช้ของพระองค์
อายะฮฺอัลกุรอานโองการนี้ลึกซึ้งมาก ๆ นักวิชาการที่เขาบูรณาการศาสนาอิสลาม บอกว่าเป็นอายะฮฺอัลกุรอานที่ตอบโจทย์ในเรื่องราวของดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และศาสนศาสตร์
เตาฮีดประเภทนี้ หลักการศรัทธาประเภทนี้ บรรดาคนมุชริก คนตั้งภาคีในยุคแรก ๆ ที่ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เริ่มต้นในการเผยแพร่ศาสนาที่เมืองมักกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พวกเขาก็ยอมรับ เขาก็เชื่อเหมือนกันแต่ไม่ได้ทำให้พวกเขาเหล่านั้น เป็นคนที่นับถือศาสนาอิสลาม ไม่ได้เรียกว่าเขาเป็นมุสลิม
อันเนื่องมาจากว่าเขายอมรับในหลักศรัทธาประเภทนี้ก็จริงอยู่ คือ เขาเชื่อว่าอัลลอฮฺทรงเป็นผู้สร้าง เชื่อว่าอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา เป็นพระเจ้า อายะฮฺกุรอานบอกชัดเจน แต่เขาไม่ยอมรับหรือปฏิเสธในหลักเตาฮีดอีกประเภทที่สองที่เรียกว่า อัตเตาฮีด อัลอุลูฮิยะห์
“และหากเจ้าถามพวกเขาใครเล่าเป็นผู้สร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินนี้ แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า พระผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงรอบรู้ ทรงสร้างมันเหล่านั้น” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัซซุครุฟ 9)
อธิบายเพิ่มเติม
– ในอัลกุรอานใช้สำนวนนี้เลย เมื่ออัลลอฮฺทรงให้นบีไปถามมุชริกชาวมักกะฮ์ในยุคนั้นว่า ใครเป็นผู้สร้างชั้นฟ้า เป็นผู้สร้างแผ่นดิน พวกเขาจะตอบเป็นเสียงเดียวกันอย่างมั่นใจเลย ผู้ที่สร้างก็คือ อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงรอบรู้ เป็นผู้สร้างชั้นฟ้าและเป็นผู้สร้างแผ่นดิน มุชริกชาวมักกะฮ์ในอดีตเชื่อเหมือนนบีเลย ถามก็ตอบได้ด้วย อัลกุรอานเล่าให้ฟัง
– แต่ไม่เรียกว่าเขาเป็นมุสลิม ไม่ได้ทำให้เขานั้นเป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามแต่อย่างใด เพราะไม่ได้เคารพสักการะและวิงวอนขอต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียว
ดังนั้น มุสลิม ผู้ศรัทธา ต้องมีหลักความเชื่อที่จะไปอบรมสั่งสอนลูกหลานของพวกเราว่า พระเจ้ามีจริง และพระองค์อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงสร้างเรา สร้างมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้
หากมีคำถามมาว่า “พระเจ้านี่สร้างมนุษย์น่ะ เวลาเมียผมคลอดแล้ว ไม่เห็นพระเจ้าไปนั่งข้างเลย ไม่ไปนั่งในห้องคลอดด้วยเลย”
คำตอบคือ “อย่าว่าแต่พระเจ้าเลย ผมก็ไม่ได้เข้าห้องคลอด ดังนั้น มันไม่ใช่ตรรกะที่จะมาโต้แย้ง พระเจ้าสร้างมนุษย์คนแรกบนโลกใบนี้ เพียงพอแล้วที่พระองค์จะทรงประกาศิตและบอกถึงการเป็นเจ้าของมนุษย์ทั้งหมดบนโลกใบนี้ เพราะมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้สืบเชื้อสายมาจากมนุษย์คนเดียว คนเดียว คู่เดียวเท่านั้น ดังนั้น เพียงพอแล้วที่อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตาอาลา บอกพระองค์สร้างมนุษย์ มันจบแล้วครับ” ดังนั้น ตรรกะแบบนี้ ไม่ควรเอามาโต้เถียงกัน
ดังนั้น พี่น้องผู้ศรัทธาทุกท่าน นี่คือการปูพื้นฐานสิ่งที่สำคัญที่สุดในหลักการของศาสนาอิสลาม