โดย ไทยรัฐ วัน จันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00 น.
อาสาสมัครกู้ภัยประจำหมู่บ้าน โยงสายสิญจน์ในป่าช้าช่วยงานวัด บอกถูกมือขนาดใหญ่ตบลงมาจากกระเช้า
เมื่อตอนสายวันที่ 16 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ตึกศัลยกรรมชาย 1 รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีผู้ประสบอุบัติเหตุถูกไฟฟ้าช็อตและพลัดตกจากที่สูงได้รับบาดเจ็บต้องตัดมือทิ้งทั้ง 2 ข้าง พบผู้ประสบอุบัติเหตุคือนายศราวุฒิ ดำแก้ว อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 หมู่ 4 ต.ท่าเรือ อ.เมืองนครศรีธรรมราช นอนซมอยู่บนเตียงผู้ป่วย ในสภาพเอวเคล็ด มือทั้ง 2 ข้างมีผ้าพันแผลปิดอยู่อย่างแน่นหนา โดยทราบว่า ถูกไฟฟ้าช็อตจนไหม้เกรียมลึกถึงกระดูกทั้ง 2 ข้าง และแพทย์เตรียมนำเข้าห้องผ่าตัดเพื่อตัดมือทั้ง 2 ข้างทิ้งในวันเดียวกัน โดยมีนางเนื่อม ดำแก้ว อายุ 61 ปี ผู้เป็นแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
นายศราวุฒิเผยว่า เป็นอาสาสมัครกู้ภัยของมูลนิธิใต้เต็กตึ้งประจำหมู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงพลบค่ำวันที่ 15 ธ.ค. ได้รับการไหว้วานจากนายสมเกียรติ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 30 ปี คนงานเก็บขยะของ อบต.ท่าเรือ ให้ไปช่วยโยงสายสิญจน์จากที่ทำการ อบต.ท่าเรือ ไปยังวัดต่างๆ ในตำบล เนื่องจากทาง อบต.จะทำบุญครั้งใหญ่และถวายเป็นพระราชกุศลด้วย ระหว่างยืนบนกระเช้าลากสายสิญจน์พาดไปตามแนวเสาไฟฟ้าถึงบริเวณป่าช้าวัดหมน หมู่ 15 ต.ท่าเรือ จู่ๆ เกิดลมกระโชกแรง กระเช้าสั่นแกว่งไปมา และจู่ๆ รู้สึกเหมือนมีฝ่ามือขนาดใหญ่ผลักตนที่ยืนอยู่บนกระเช้าความสูงจากพื้นราว 20 เมตร ตกลงมา ระหว่างนั้น มือไปคว้าจับสายไฟฟ้าแรงสูงเอาไว้ได้ ทำให้ถูกไฟช็อตแต่ยังมีสติอยู่ ตัดสินใจสปริงตัวใช้เท้าข้างหนึ่งที่ยังมีรองเท้าสวมติดอยู่ถีบสายไฟจนร่างลอยละลิ่วลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ชาวบ้านช่วยเหลือนำส่ง รพ. แพทย์ระบุว่า มือถูกไฟช็อตไหม้เกรียมลึกถึงกระดูก จำเป็นต้องตัดมือทิ้งทั้ง 2 ข้าง
ในขณะที่นางเนื่อม ดำแก้ว อายุ 61 ปี แม่ของนายศราวุฒิ กล่าวว่า หลังจากลูกชายถูกนำตัวส่ง รพ. แพทย์ให้การช่วยเหลือจนอาการอยู่ในขั้นปลอดภัย แต่ ปรากฏว่า ได้รับแจ้งจากแพทย์ว่าจะต้องตัดมือทั้ง 2 ข้างทิ้ง เนื่องจากกระดูกและเนื้อถูกไฟช็อตจนไหม้เกรียม ไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป ขณะนี้กำลังเตรียมนำตัวเข้าห้องผ่าตัด ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามพยาบาลประจำตึกให้รายละเอียดเพียงว่า ขณะนี้แพทย์สั่งให้เตรียม พร้อมนำคนไข้เข้าห้องผ่าตัดตัดมือทั้ง 2 ข้างแล้ว เพราะหากปล่อยไว้นอกจากใช้การไม่ได้แล้ว สภาพบาดแผลอาจจะเกิดการติดเชื้อลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้
ทางด้านนายบุญล้อม หนองเสือดี อายุ 69 ปี บ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ และเป็นหนึ่งในชาวบ้านที่ช่วยเหลือ นำนายศราวุฒิส่ง รพ. เผยว่า ช่วงเกิดเหตุเห็นเงาดำทะมึนสูงใหญ่คล้ายเปรตหรืออสูรกาย สูงประมาณเท่าตึก 7 ชั้น ปรากฏตัวขึ้นในลักษณะเป็นเงาไม่ชัดเจน ใช้ฝ่ามือฟาดไปที่รถกระเช้า เป็นเหตุให้นายศราวุฒิพลัดตกลงมา เรื่องนี้พูดแล้วยังขนลุกไม่หาย บริเวณดังกล่าวเป็นป่าช้าเก่าของวัดหมน เจ้าที่เจ้าทางอาจโกรธที่นายศราวุฒิกับพวกมาผูกโยงสายสิญจน์ผ่านป่าช้า โดยไม่จุดธูปเทียนบอกกล่าว จู่ๆ มีลมพัดกระโชกอย่างรุนแรง ต้นไม้ล้มหลายต้น สอบถามเพื่อนบ้านหลายคนที่ยืนมุงดูการผูกโยงสายสิญจน์ ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า เห็นเงาเปรตสูงใหญ่ใช้มือฟาดรถกระเช้าจริง ขณะที่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่ง เชื่อว่าเกิดจากความไม่ชำนาญของนายสมเกียรติคนขับรถกระเช้า เนื่องจากนายสมเกียรติเป็นคนงานกวาดขยะ แต่วันเกิดเหตุมาช่วยขับรถกระเช้า อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น
เหตุการณ์เชิงประจักษ์ เป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน คนที่ได้พบได้ประจักษ์ด้วยตัวเองก็ไม่ต้องสงสัยอีก แต่เมื่อมีการบอกต่อก็จะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าเท่านั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความพยายามที่จะให้ผู้อื่นเชื่อในสิ่งที่เราได้พบ ได้เห็น หรือได้ประสบมาด้วยตัวเอง แต่อยู่ที่ว่าเมื่อรู้แล้วจะทำอย่างไรต่อไปต่างหาก