เอเยนซี่ นักเขียน
วรรณกรรม เป็น งานเขียนซึ่งเป็นที่นิยมทั่วโลก แบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น นิยาย สารคดี บทกลอน เรื่องสั้น และอื่นๆ การสร้างสรรค์แต่ละชิ้นงานนักเขียนต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์ และเวลา อย่างมาก ถ้างานเขียนมีเนื้อหาเป็นที่ต้องการนำไปเผยแพร่ในสื่ออื่นๆ มันจะกลายเป็นธุรกิจการค้าขายงานเขียน ปกติจะต้องติดต่อเพื่อพูดคุยหรือซื้อจากนักเขียนโดยตรง ทำให้นักเขียนต้องสละเวลาเจรจาการขายผลงานกับผู้สนใจด้วย เมื่อเป็นการค้าก็ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายลิขสิทธิ์ซึ่งใช้คุ้มครองผลประโยชน์ของนักเขียน ส่วนใหญ่นักเขียนจะไม่มีความรู้ด้านกฎหมายมากพอ อาจเป็นเหยื่อผู้ซื้อทำให้สูญเสียผลประโยชน์พึงได้หรือถูกเอาเปรียบอย่างมาก อีกทั้งการเจรจาการค้าเพื่อรักษาประโยชน์หรือเนื้อหาผลงานมิให้เสียหายจากผู้ซื้อนำไปใช้ในงานของเขาก็เป็นเรื่องสำคัญ งานจุกจิกแต่ส่งผลเสียหายมหาศาลแก่นักเขียนจึงมีความสำคัญมากสำหรับยุคนี้คือ การเจรจาซื้อขายผลงานของนักเขียน
เอเยนซี่ นักเขียน เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมานานแล้วในประเทศชาติตะวันตกเพื่อช่วยงานด้านเจรจาการขายงานเขียนแทนนักเขียน ทำให้นักเขียนทุ่มเทกับงานเขียนได้อย่างเต็มที่ เอเยนซี่ หรือ Agency แปลเป็นไทยว่า ตัวแทน สินค้าคือ งานเขียน คำว่า เอเยนซี่ นักเขียน หมายถึง ตัวแทนนักเขียน ในต่างประเทศถือเป็นธุรกิจชนิดหนึ่ง ส่วนมากจะมีเขตอำนาจจำกัดและชัดเจนว่า เจรจาการขายงานเขียนเพื่อวัตถุประสงค์ใดภายใต้การควบคุม ดูแล ของนักเขียนซึ่งเรียกกันว่า ตัวการ และนักเขียนจะต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดจากการทำงานของ เอเยนซี่หรือตัวแทน ทุกประการด้วย นักเขียนหนึ่งคนอาจมี เอเยนซี่หลายคนเพื่อวัตถุประสงค์ต่างกันก็ได้
เอเยนซี่ นักเขียน มีขอบอำนาจการทำงานกว้างแค่ไหน อยู่ที่ นักเขียน กำหนดเท่านั้น เช่น ขายได้เฉพาะเพื่อทำละครหรือหนัง หรือ ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ เลือกสำนักพิมพ์ งานทำละครหรือหนัง ก็ได้ หากมิได้กำหนดขอบเขตอำนาจให้ชัดเจน หลักกฎหมายจะถือว่า ตัวแทนมีอำนาจเทียบเท่า นักเขียน ทุกประการ คือ นักเขียนขายงานเพื่ออะไรได้ ตัวแทนก็ทำได้ทั้งหมด ดังนั้น การใช้บริการ เอเยนซี่ นักเขียน จึงควรกำหนดขอบเขตการทำงานของตัวแทนให้ชัดเจน
การทำงานของเอเยนซี่ นักเขียน คือ ดูแลด้านการขายสินค้าคือ งานเขียน เพื่อเผยแพร่ในสื่อต่างๆภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ โดยเขาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นตัวเลขที่ชัดเจนตามข้อตกลงระหว่างนักเขียนและเอเยนซี่ เช่น กำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาขายสินค้าหรือจ่ายเป็นรายเดือนหรือปีที่มีตัวเลขแน่นอน ไม่ยึดโยงกับราคาสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ เอเยนซี่ไม่มีอำนาจครอบงำหรือควบคุม นักเขียน เพราะสถานภาพทางกฎหมายของเอเยนซี่คือ ตัวแทน ซึ่งทำงานเพื่อ นักเขียน
ธุรกิจเอเยนซี่ นักเขียน เริ่มมีใช้กับนักเขียนไทยน้อยคนเมื่อหลายปีก่อน แต่ช่วงหลังนี้เริ่มมีคนสนใจกับธุรกิจนี้เพราะงานเขียนไทยแพร่หลายมากขึ้น ขณะที่นักเขียนก็อยากทุ่มเทกับผลงาน มิอาจละเลยการค้างานเขียน ธุรกิจนี้จึงเข้ามาเสริมได้อย่างถูกเวลาและยุคสมัย สิ่งที่นักเขียนส่วนใหญ่ไม่มีคือ ความรู้เรื่องกฎหมายพื้นฐานด้านตัวการตัวแทนเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน จึงอาจถูกผู้ทำธุรกิจด้านนี้เอาเปรียบหรือฉกฉวยประโยชน์ที่ควรเป็นของนักเขียนไป ดังนั้น นักเขียนไทยจึงควรทำความรู้จักหลักกฎหมายพื้นฐานด้านตัวแทนตัวการและความรับผิดชอบที่นักเขียนต้องมีต่อ บุคคลที่สามหรือลูกค้า เมื่อตัวแทนไปทำสัญญาแทนนักเขียน
ก่อนอื่นนักเขียนต้องรู้สถานภาพของท่านในธุรกิจเอเยนซี่ว่า ท่านคือ ตัวการ ส่วนเอเยนซี่ คือ ตัวแทนที่ต้องทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักเขียนโดยได้รับค่าตอบแทนตามข้อตกลงระหว่างกัน เนื่องจากประเทศไทยไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับงานเอเยนซี่นักเขียน จึงใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยตัวการตัวแทนกับสัญญาระหว่างนักเขียนและเอเยนซี่ เนื้อหาสัญญาระหว่างนักเขียนกับเอเยนซี่หรือตัวแทนจึงต้องกำหนดขอบเขตอำนาจตัวแทนให้ชัดเจนว่า ทำอะไรไม่ได้ ทำสิ่งไหนได้ ค่าตอบแทนที่เอเยนซี่พึงได้รับ ความรับผิดชอบระหว่างตัวแทนและตัวการ อำนาจใดที่เป็นของตัวการ ระยะเวลาของสัญญา การบอกเลิกสัญญา เงื่อนไขอื่นๆ
เรื่องควรรู้ของนักเขียนในฐานะตัวการ คือ สิ่งที่ตัวแทนทำสัญญาไว้กับ บุคคลที่สาม หรือลูกค้า จะอยู่ในความรับผิดชอบของ นักเขียน ด้วย หมายความว่า ถ้าตัวแทนทำเงื่อนไขใด ถือว่า นักเขียนรับรู้และรับผิดชอบเพียงคนเดียว การทำสัญญาเอเยนซี่นักเขียน จึงพึงระวังเรื่อง ขอบเขตอำนาจของตัวแทนเพื่อตรวจสอบได้ โดยกำหนดให้ชัดเจนว่า ตัวแทนทำงานได้แค่ไหน เพื่อความรอบคอบและการรับผิดชอบความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ นักเขียนควรกำหนดให้ตัวแทนต้องแจ้ง สรุปข้อเจรจาและเงื่อนไขที่พูดคุยกับลูกค้าก่อนการทำสัญญาให้ นักเขียน รับรู้และยินยอมด้วย เนื่องจาก ถ้าพบเงื่อนไขใดซึ่งนักเขียนรับไม่ได้ จะได้แสดงเจตนาไม่ยินยอมในข้อเจรจานั้นก่อนการทำสัญญา ท่านจะไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขที่ท่านไม่ให้ความยินยอม แต่ตัวแทนทำสัญญาไว้ จึงควรกำหนดเงื่อนไขนี้ไว้ในสัญญาเอเยนซี่ด้วย อย่างน้อยท่านจะต้องรับผิดชอบอะไร ก็ควรรู้ก่อนตัวแทนไปทำสัญญากับลูกค้า ตัวอย่างเกี่ยวกับความรับผิดชอบของนักเขียน กรณีตัวแทนไปทำสัญญาโดยนักเขียนไม่รับรู้เงื่อนไขก่อน เช่น นักเขียนต้องการใช้เวลาทำงานเขียนอย่างเต็มที่ ไม่สนใจการไปงานเลี้ยงใดๆ แต่ตัวแทนไปตกลงกับลูกค้าว่า นักเขียนจะไปทุกงานเลี้ยงของลูกค้า หรือ หลังการเซ็นสัญญานักเขียนจะทำทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ หรือตัวเลขค่างานเขียนที่ไม่น่าพอใจ เป็นต้น หากตัวแทนทำสัญญาแล้ว นักเขียนไม่ยอมไปงานเลี้ยงหรือไม่ทำตามคำสั่งของลูกค้าหรือราคาค่างานเขียนต่ำไป ลูกค้าจะได้สิทธิ์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก นักเขียน โดยตรง ถือว่า ทำผิดสัญญา ถ้านักเขียนแพ้คดีและต้องจ่ายค่าเสียหาย จะฟ้องไล่เบี้ยจาก ตัวแทน อีกทีหนึ่ง ทำให้นักเขียนมีชีวิตวุ่นวายมากขึ้น ดังนั้น ก่อนการทำสัญญาระหว่างตัวแทนกับลูกค้า นักเขียนควรรับรู้และให้ความยินยอมเป็นหนังสือด้วย เพื่อกลั่นกรองการทำงานของตัวแทน ทั้งนี้ นักเขียนไม่มีสิทธิ์ยุ่งเกี่ยวกับการเจรจาการค้าหรือการพบปะของตัวแทนกับลูกค้า เพียงแค่รับรู้ผลเจรจาและพิจารณาให้ความยินยอมหรือไม่ ถ้าไม่ การค้านั้นต้องยุติทันที หากนักเขียนเห็นชอบแล้ว ตัวแทนจึงมีอำนาจทำสัญญาได้ มิฉะนั้น เอเยนซี่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่เกี่ยวข้องกับนักเขียน
เนื้อหาสำคัญอีกอย่างที่ต้องระบุให้ชัดเจนคือ ระยะเวลาในสัญญาและวิธีเลิกสัญญาก่อนเวลาสิ้นสุด การเลิกสัญญาจะต้องกระทำได้ทั้งสองฝ่ายโดยไม่สามารถเรียกค่าเสียหายย้อนหลังได้ มิใช่ทำได้ฝ่ายเดียว การกำหนดระยะเวลาในสัญญาเอเยนซี่นักเขียนควรกำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ชัดเจนเลี่ยงการกำหนดว่า 1 ปี 10 ปี โดยประมาณเพราะจะเกิดปัญหาเรื่องการนับเวลาในภายหลังที่อาจยึดถือวิธีนับซึ่งไม่เหมือนกัน
วัตถุประสงค์ในการให้เป็นเอเยนซี่ นักเขียน ต้องเขียนให้ชัดเจนว่า ทำได้แค่ไหน เช่น ทำเฉพาะเพื่องานละครหรืองานหนังใหญ่ หรือ ทำเฉพาะ หนังสือเล่ม หรือ ทำได้ทั้งหมดเทียบเท่านักเขียน เป็นต้น อย่าเขียนคลุมเครือว่า ตัวแทนนักเขียน มันหมายถึง เขาจะใช้อำนาจเทียบเท่านักเขียน แต่ความรับผิดชอบในสัญญาที่ตัวแทนทำไว้ นักเขียนรับผิดชอบคนเดียวแม้จะไม่รู้เรื่องข้อตกลงที่ตัวแทนทำไว้กับลูกค้า มันจะกระทบต่อผลประโยชน์ของนักเขียนได้
เมื่อธุรกิจเอเยนซี่นักเขียนกำลังแพร่หลายในวงการนักเขียนและให้บริการสะดวกมากขึ้น นักเขียนจึงควรรู้ผลเสียหายจากการไม่รู้จักบริการนี้และการป้องกันขั้นพื้นฐาน สิ่งสำคัญที่สุดคือ นักเขียนต้องรู้ตนว่า ท่านคือ ตัวการ เอเยนซี่คือ ตัวแทน ในสัญญาเอเยนซี่นักเขียน การควบคุมดูแลตัวแทน เป็นอำนาจหน้าที่ของตัวการ ความรับผิดชอบตามสัญญาที่ตัวแทนกระทำกับลูกค้าเป็นของ นักเขียนในฐานะตัวการตามกฎหมาย พึงรอบคอบก่อนใช้บริการสัญญาเอเยนซี่นักเขียนด้วย
******************************