ชื่อท้องถิ่น : ตะแบกนา, ตะแบกไข่ (ภาคกลาง), เปื่อย (ภาคเหนือ), กรอง (เขมร-ภาคตะวันออก)
ชื่อสามัญ : BUNGOR, PRIDE OF INDIA
ชื่อวงศ์ : LYTHRACEAE (วงศ์เดียวกับอินทนิลและยี่เข่ง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lagerstroemia floribunda Jack
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดในเอเชียเขตร้อน พบได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณชื้น ป่าดิบ และตามท้องนาทั่วประเทศไทย เป็นต้นไม้ที่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังเป็นครั้งคราวได้ดี ชอบแสงแดดจัด และเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกชนิด
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 15-30 เมตร จุดเด่นที่สุดคือลำต้น ที่มีเปลือกเรียบเกลี้ยงเป็นมัน สีเทาอ่อนหรือสีนวล และมักจะมีรอยหลุดล่อนเป็นแผ่นบางๆ เห็นเป็นดวงขาวๆ ทั่วลำต้น (คล้ายต้นฝรั่งแต่ขนาดใหญ่กว่า) ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปขอบขนานหรือรูปหอก ผิวใบเรียบมัน ยอดอ่อนมีขนสีทองปกคลุมสั้นๆ ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ตามปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กกว่าอินทนิล มี 6 กลีบ ปลายกลีบยับย่น ดอกเริ่มบานจะมีสีม่วงอมชมพูและจะเปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใกล้โรย ออกดอกช่วงฤดูร้อน (มกราคม - มีนาคม) ผล มีรูปทรงกลมรี ผิวแข็ง เมื่อแก่จะแตกเป็น 6 แฉก
การใช้ประโยชน์ :
ด้านการประดับ : นิยมปลูกริมถนนและในสวนสาธารณะ เพราะลำต้นมีผิวสัมผัสที่สวยงามและให้ดอกที่ดูนุ่มนวลเหมือนกลุ่มเมฆสีม่วงขาว
ด้านสมุนไพร : * เปลือกต้น : นำมาต้มน้ำดื่มช่วยแก้ท้องเสีย แก้บิด และช่วยสมานแผลภายใน
ขอนดอก (เนื้อไม้ที่ราลง) : ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงตับและปอด
ด้านอุตสาหกรรม : เนื้อไม้มีความแข็งแรงทนทาน ลวดลายละเอียดสวยงาม ใช้ทำกระดานปูพื้น เฟอร์นิเจอร์ หรือด้ามเครื่องมือเกษตร