ชื่อท้องถิ่น : จั๋ง, จั๋งไทย, จั๋งจีน
ชื่อสามัญ : Lady Palm, Bamboo Palm, Ground Rattan
ชื่อวงศ์ : ARECACEAE (PALMAE)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhapis excelsa (Thunb.) Henry
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในทางตอนใต้ของจีนและเวียดนาม ในประเทศไทยพบปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไปได้ทุกภาค เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี ทนต่อสภาพแสงน้อยและอากาศแห้งแล้งได้ดีเยี่ยม จึงเป็นที่นิยมมากในการปลูกภายในอาคาร
ลักษณะทั่วไป : จั๋งเป็นพืชตระกูลปาล์มขนาดเล็กที่ขึ้นเป็นกอหนาแน่น ลำต้นมีขนาดเล็กและตั้งตรง สูงประมาณ 2-4 เมตร ลำต้นมีลักษณะคล้ายลำไม้ไผ่ มีขนละเอียดสีน้ำตาลเข้มหรือดำปกคลุมตามลำต้น (ซึ่งเป็นซากกาบใบที่หลุดร่วงไป) ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปพัด (Fan leaf) แต่แผ่นใบจะแตกแฉกจากโคนถึงปลายใบเป็นแฉกย่อย ๆ 5-10 แฉก ดูคล้ายนิ้วมือ แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน หนาและแข็ง ขอบใบเรียบ ปลายใบหยักมน ดอก ออกเป็นช่อขนาดเล็กตามซอกใบ ดอกสีขาวหรือเหลืองนวล แยกเพศอยู่คนละต้น ผล มีขนาดเล็กรูปทรงกลม สีเขียวอ่อน เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีขาวอมเหลือง
การใช้ประโยชน์ : จั๋งเป็นหนึ่งในไม้ประดับที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านภูมิสถาปัตย์และการตกแต่ง นิยมปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในอาคาร สำนักงาน และโรงแรม เนื่องจากมีทรงพุ่มที่สวยงาม เป็นระเบียบ และทนทานต่อเครื่องปรับอากาศได้ดี รวมถึงนิยมปลูกเป็นแนวรั้วหรือฉากกั้นธรรมชาติในสวนหย่อม ด้านการฟอกอากาศ งานวิจัยจาก NASA ระบุว่าจั๋งเป็นต้นไม้ที่มีความสามารถดีเยี่ยมในการดูดซับสารพิษในอากาศ โดยเฉพาะก๊าซแอมโมเนียที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและน้ำยาต่าง ๆ ด้านวัสดุอุปกรณ์ ลำต้นที่มีความเหนียวและแข็งแรงนิยมนำมาทำเป็นด้ามร่ม ไม้เท้า หรือคันเบ็ดขนาดเล็กในบางท้องถิ่น ด้านความเชื่อ ถือเป็นต้นไม้ที่สื่อถึงความสง่างามและความมั่นคง มักนิยมปลูกเพื่อเสริมบารมีและโชคลาภให้กับสถานที่
การดูแลรักษา : เป็นไม้ที่เลี้ยงง่าย ไม่ต้องการการเอาใจใส่มากนัก ควรให้น้ำในระดับปานกลางและหลีกเลี่ยงน้ำขัง หากปลูกในบ้านควรนำออกมาให้ได้รับแสงแดดบ้างสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้ใบมีสีเขียวสดใสอยู่เสมอ