ชื่อท้องถิ่น : พฤกษ์, มะรุมป่า, กะซึก, จามจุรีทอง, กาแซ, กาสึก, ตุ๊ด, ถินทอง
ชื่อสามัญ : Lebbeck, Woman's Tongue Tree, Siris, Flea Tree
ชื่อวงศ์ : FABACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Albizia lebbeck (L.) Benth.
แหล่งที่พบ : พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในประเทศไทย โดยเฉพาะในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าชายหาด เป็นไม้ยืนต้นที่ทนความแห้งแล้งได้ดีเยี่ยม มักพบตามพื้นที่ราบลุ่มและชายป่าที่โล่งแจ้ง
ลักษณะทั่วไป : พฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบในช่วงฤดูแล้ง มีความสูงได้ถึง 15-25 เมตร ทรงพุ่มแผ่กว้างเป็นรูปเปลวไฟหรือรูปร่ม ลำต้นค่อนข้างเปลาตรง เปลือกต้นมีสีเทาแก่หรือสีน้ำตาลอมดำ ผิวขรุขระและแตกร่อนเป็นแผ่น ตามกิ่งก้านมักมีรอยแผลใบชัดเจน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น ออกสลับกัน มีก้านใบหลักยาว ใบย่อยมีรูปรีหรือรูปขอบขนานเบี้ยว โคนใบไม่สมมาตรกัน ผิวใบด้านบนมีสีเขียวเข้มกว่าด้านล่าง และมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อแบบกระจุกรูปร่างคล้ายทรงกลมตามง่ามใบและปลายกิ่ง ดอกมีสีขาวนวลหรือขาวอมเหลือง และมีกลิ่นหอมแรงในช่วงเย็นถึงกลางคืน จุดเด่นคือเกสรเพศผู้ที่มีจำนวนมากและยาวพ้นกลีบดอกออกมา ดูลักษณะคล้ายแปรงปัดแก้ม เมื่อบานเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปแถบ แบน ยาว และบาง ผิวฝักเรียบเกลี้ยง เมื่อแก่จะมีสีฟางข้าวหรือน้ำตาลอ่อน ภายในมีเมล็ดนูนขึ้นมาเห็นได้ชัดเจน เมล็ดมีรูปไข่แบน การที่ฝักพฤกษ์มีลักษณะแห้งบางและกระทบกันจนเกิดเสียงดังเมื่อมีลมพัด จึงเป็นที่มาของชื่อ "Woman's Tongue" ในภาษาอังกฤษ โดยรวมแล้วพฤกษ์เป็นไม้ที่มีการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็ว มีระบบรากที่แข็งแรงและแผ่กว้าง ช่วยในการยึดเกาะหน้าดินได้ดี ลักษณะของเรือนยอดที่ให้ร่มเงาหนาทึบในช่วงฤดูฝนทำให้เป็นไม้ที่ดูโดดเด่นในสภาพป่าธรรมชาติของไทย และสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี
การใช้ประโยชน์ : พฤกษ์มีประโยชน์หลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้านอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และสมุนไพร ด้านเนื้อไม้ พฤกษ์จัดเป็นไม้ที่มีคุณภาพสูง เนื้อไม้มีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม มีลวดลายสวยงามและเสี้ยนไม้ที่ละเอียดปานกลางแต่เหนียวและทนทาน นิยมนำมาใช้ในการก่อสร้างบ้านเรือน เช่น ทำเสา กระดานพื้น ฝาบ้าน รวมถึงใช้ทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องมือทางการเกษตรอย่างเกวียนหรือคันไถ นอกจากนี้ยังเป็นไม้ที่ขัดเงาได้สวยงามจึงมักนำมาทำหัตถกรรมแกะสลัก ในเชิงเกษตรและสิ่งแวดล้อม พฤกษ์เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจนในดินได้ดี ช่วยปรับปรุงคุณภาพดินที่เสื่อมโทรม ใบพฤกษ์มีโปรตีนสูงจึงนิยมนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์สำหรับโค กระบือ และแพะ โดยเฉพาะในฐานะอาหารเสริมในช่วงฤดูแล้งที่หญ้าขาดแคลน นอกจากนี้ดอกของพฤกษ์ยังเป็นแหล่งน้ำหวานที่สำคัญสำหรับผึ้ง ช่วยในการผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี ในด้านสมุนไพร ส่วนต่างๆ ของพฤกษ์มีสรรพคุณทางยามากมาย เปลือกต้นมีรสฝาดใช้ต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ท้องเสีย แก้บิด หรือใช้ชะล้างบาดแผลเพื่อช่วยในการสมานแผล เมล็ดมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคผิวหนังและรักษากลากเกลื้อน ส่วนใบนำมาตำพอกเพื่อลดอาการอักเสบและปวดบวม นอกจากประโยชน์ทางตรงแล้ว พฤกษ์ยังถูกปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาในไร่กาแฟหรือชา และปลูกเป็นไม้ประดับตามริมถนนหรือสวนสาธารณะ เนื่องจากดอกมีความสวยงามและมีกลิ่นหอม นับเป็นพรรณไม้สารพัดประโยชน์ที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตไทยมาอย่างยาวนาน