ชื่อท้องถิ่น : มะละกอ (ทั่วไป), บักหุ่ง (อีสาน), ลอกอ (ใต้), มะก้วยเทศ (เหนือ), ก้วยลา (ยะลา), แตงต้น (สตูล)
ชื่อสามัญ : PAPAYA, PAWPAW, TREE MELON
ชื่อวงศ์ : CARICACEAE (วงศ์มะละกอ)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Carica papaya L.
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในอเมริกากลางและเม็กซิโกตอนใต้ ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันปลูกได้ทุกภาคทั่วประเทศ เป็นพืชที่ชอบดินร่วนระบายน้ำดี ไม่ชอบน้ำขัง และต้องการแสงแดดจัด
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีขนาดใหญ่ สูงได้ตั้งแต่ 3–10 เมตร ลำต้นตั้งตรง อวบน้ำ ไม่มีแก่นไม้ ผิวลำต้นมีรอยแผลเป็นจากก้านใบที่หลุดร่วงไป ทุกส่วนของต้นมียางสีขาว ใบ เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ แผ่นใบเว้าเป็นแฉกคล้ายนิ้วมือ 7–11 แฉก ก้านใบยาวและกลวง ดอก มี 3 ประเภท คือ ดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกสมบูรณ์เพศ (กะเทย) ซึ่งมักให้ผลรูปทรงยาวสวย ผล เป็นผลสดมีหลายรูปร่างตามสายพันธุ์ ผลดิบเนื้อสีขาวขุ่น ผลสุกเนื้อสีส้มหรือแดง รสหวาน เมล็ดสีน้ำตาลดำมีเมือกหุ้ม
การใช้ประโยชน์ :
ด้านอาหาร (ยอดนิยม):
ผลดิบ: ใช้ทำส้มตำ แกงส้ม หรือลวกจิ้มน้ำพริก มีเอนไซม์ปาเปน (Papain) ช่วยย่อยโปรตีน
ผลสุก: รับประทานเป็นผลไม้สด บำรุงร่างกาย และช่วยระบบขับถ่าย
ด้านสมุนไพร :
ผลสุก: เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก และป้องกันโรคลักปิดลักเปิด (ขาดวิตามินซี)
ราก: ต้มน้ำดื่มช่วยขับปัสสาวะ
ยางจากผลดิบ: ใช้ช่วยย่อยอาหาร กัดหูด และใช้ถ่ายพยาธิ
เมล็ด: ในบางตำราใช้เมล็ดแก่ช่วยขับพยาธิและแก้กระหายน้ำ
ด้านอุตสาหกรรม : สกัดเอนไซม์ปาเปนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ถนอมอาหาร (หมักเนื้อให้นุ่ม) และอุตสาหกรรมยา