ชื่อท้องถิ่น : โมก, โมกบ้าน, โมกซ้อน, โมกพวง, หลักป่า (ระยอง)
ชื่อสามัญ : WATER JASMINE, WILD WATER PLUM
ชื่อวงศ์ : APOCYNACEAE (วงศ์เดียวกับลีลาวดีและบานบุรี)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Wrightia religiosa (Teijsm. & Binn.) Benth. ex Kurz
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย พบกระจายพันธุ์อยู่ตามป่าละเมาะและป่าเบญจพรรณทั่วไป ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วประเทศเนื่องจากดูแลรักษาง่ายและมีกลิ่นหอม ชอบดินร่วนซุยที่มีความชื้นปานกลางถึงสูง ทนต่อน้ำท่วมขังได้ดี และชอบแสงแดดจัดตลอดวัน
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ผลัดใบในช่วงสั้นๆ สูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมักมีจุดสีขาว (ช่องอากาศ) ปกคลุม เปลือกต้นสีเทาเรียบ ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน รูปรีหรือรูปขอบขนาน ปลายใบแหลม แผ่นใบสีเขียวอ่อน บางและนิ่ม ผิวใบมีขนละเอียดเล็กน้อย ดอก ออกเป็นช่อตามปลายกิ่งหรือซอกใบ ช่อดอกห้อยลง ดอกมีสีขาวบริสุทธิ์ กลีบดอกมีทั้งชั้นเดียวและดอกซ้อน (โมกซ้อน) จุดเด่นคือมีกลิ่นหอมเย็นรื่นรมย์ตลอดทั้งวัน และหอมแรงเป็นพิเศษในช่วงเย็นถึงค่ำ ผล ออกเป็นฝักคู่ ทรงกระบอกเรียวยาว เมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดจำนวนมากพร้อมขนสีขาวช่วยในการลอยลม
การใช้ประโยชน์ :
ด้านการประดับ (เด่นมาก): นิยมปลูกเป็นรั้วต้นไม้หรือไม้บังตา เนื่องจากพุ่มใบละเอียดและสามารถตัดแต่งทรงได้ง่าย นอกจากนี้ยังนิยมนำมาทำเป็นไม้บอนไซ (Bonsai) หรือไม้ดัดประดับบ้าน
ด้านสมุนไพร :
ราก : มีรสเบื่อเย็น ใช้ต้มน้ำดื่มช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้พิษสัตว์กัดต่อย และช่วยขับปัสสาวะ
ดอก : ใช้ปรุงเป็นยาหอมช่วยบำรุงหัวใจและช่วยให้นอนหลับสบาย
ด้านความเชื่อ : ชื่อ "โมก" หรือ "โมกข์" สื่อถึงความหลุดพ้นจากกิเลสและความทุกข์ คนไทยโบราณเชื่อว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะช่วยปกป้องคุ้มครองและทำให้สมาชิกในบ้านมีความสุขกายสบายใจ
ด้านสิ่งแวดล้อม : ทนทานต่อมลพิษในเมืองได้ดีมาก และกลิ่นหอมช่วยผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี