ชื่อท้องถิ่น : กระพี้โพรง (ราชบุรี), ฉนวน, สนวน (ภาคกลาง), กระพี้ (ภาคเหนือ-ลำปาง), ไฮปันชั้น (ลำปาง), พันชั้น, กะนวน (อีสาน)
ชื่อสามัญ : — (มักเรียกทับศัพท์ว่า Cha-nuan)
ชื่อวงศ์ : FABACEAE (PAPILIONOIDEAE) - วงศ์ถั่ว
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dalbergia nigrescens Kurz
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคอินโดจีน (ไทย, พม่า, ลาว, เวียดนาม) ในประเทศไทยพบกระจายพันธุ์เกือบทุกภาค (ยกเว้นภาคใต้) ตามป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง เป็นไม้ที่ทนแล้งได้ดีมาก มักขึ้นในพื้นที่ราบหรือเชิงเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 เมตร
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง สูงประมาณ 12–18 เมตร เรือนยอดรูปทรงกลมโปร่ง เปลือกต้นสีเทาอ่อนหรือเทานวล แตกเป็นเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่กลับหรือขอบขนาน ผิวใบด้านล่างมีขนละเอียดหนาแน่นและมีนวลสีขาว ดอก ออกเป็นช่อแยกแขนงตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กรูปดอกถั่ว กลีบดอกมีสีขาวหรือขาวนวล (ต่างจากกระพี้จั่นที่มีดอกสีม่วง) ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผล เป็นฝักแบนรูปขอบขนาน ผิวเรียบเกลี้ยง จุดเด่นคือเมื่อแก่ฝักจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำหรือสีดำเข้ม
การใช้ประโยชน์ :
ด้านสมุนไพร :
ราก : นำมาต้มน้ำหรือบดใช้สระผมเพื่อป้องกันและรักษารังแค
เปลือกต้น : นำไปต้มน้ำดื่มช่วยรักษาอาการคอพอก (มักผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น)
แก่น : ใช้ปรุงเป็นยารักษาโรคผิวหนังชนิดต่าง ๆ เช่น ขี้เรื้อน
ด้านอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม :
เนื้อไม้มีลักษณะอ่อนกว่าไม้ในสกุล Dalbergia ชนิดอื่น นิยมนำมาใช้ทำลังใส่ของ เยื่อกระดาษ ไม้แบบ หรือใช้เป็นฟืน
ในสมัยก่อนนิยมใช้เป็น ไม้สำหรับเลี้ยงครั่ง เนื่องจากเป็นพืชอาศัยที่ครั่งชอบเกาะ
ด้านการประดับ : แม้ดอกจะไม่สีสันฉูดฉาดเท่ากระพี้จั่น แต่ทรงพุ่มที่โปร่งและใบที่มีนวลขาวใต้ใบก็ให้ความสวยงามไปอีกแบบ
กระพี้โพรง (Dalbergia nigrescens): ดอกสีขาว ฝักแก่สีดำ เปลือกแตกเป็นเกล็ดสี่เหลี่ยม
กระพี้จั่น (Millettia brandisiana): ดอกสีม่วงชมพูสวยงาม นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมากกว่า