ชื่อท้องถิ่น : มะตูม, ตูม (ภาคกลาง), มะปิน (ภาคเหนือ), พะโนงค์ (เขมร-สุรินทร์), ตูมกะตึ๊ก (เขมร-พระตะบอง)
ชื่อสามัญ : Bael, Bengal Quince, Wood Apple, Golden Apple
ชื่อวงศ์ : RUTACEAE (วงศ์เดียวกับส้มและมะนาว)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aegle marmelos (L.) Corrêa
แหล่งที่พบ : พบกระจายพันธุ์ในประเทศไทยตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าโปร่งทั่วทุกภาค เป็นไม้ที่ทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดีมาก นิยมปลูกตามบ้านและวัดวาอาราม เนื่องจากเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของพราหมณ์-ฮินดู
ลักษณะทั่วไป : มะตูมเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 10-15 เมตร ผลัดใบในช่วงฤดูแล้ง ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามยาวแหลมคม เปลือกต้นสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน เรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบ (Trifoliate) ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี ผิวใบเรียบเนียน ขอบใบหยักมนละเอียด เมื่อขยี้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆ ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกมีสีขาวนวลหรือเขียวอ่อน มีกลิ่นหอมชื่นใจ กลีบดอกมี 4-5 กลีบ หนาและอวบน้ำ ผล มีลักษณะกลมหรือรี เปลือกผลหนา แข็งเหมือนไม้ (Woody) ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลืองหรือน้ำตาลอ่อน เนื้อภายในผลมีสีเหลืองส้ม นุ่มและเหนียวข้น มีน้ำเมือกใสหุ้มเมล็ด มีกลิ่นหอมแรงและรสหวานจัด ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก
การใช้ประโยชน์ : มะตูมเป็นพืชที่มีความสำคัญสูงทั้งในด้านโภชนาการ สมุนไพร และพิธีกรรม ด้านอาหาร ผลดิบฝานเป็นแผ่นตากแห้งใช้ต้มทำ "น้ำมะตูม" ช่วยแก้กระหายและทำให้ชื่นใจ ผลสุกใช้รับประทานสดหรือทำมะตูมเชื่อม ยอดอ่อนใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก ด้านสมุนไพร เป็นพืชที่มีสรรพคุณทางยาครอบคลุมเกือบทุกส่วน ผลอ่อนใช้ยาช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องเสีย และบำรุงธาตุ ผลสุกใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับลม และแก้ไฟธาตุพิการ รากและเปลือกใช้ต้มดื่มแก้พิษไข้ บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ด้านความเชื่อ คนไทยถือว่ามะตูมเป็นไม้มงคล ใบมะตูมใช้ในพิธีพระราชทานน้ำสังข์หรือพิธีมงคลต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลและป้องกันสิ่งอัปมงคล ด้านเนื้อไม้ มีสีขาวนวล แข็งแรงทนทาน นิยมนำมาใช้ทำเครื่องมือทางการเกษตร งานแกะสลัก หรือทำด้ามเครื่องมือต่าง ๆ