ชื่อท้องถิ่น : พยอม, พะยอม (ทั่วไป), กะยอม (อีสาน-เชียงใหม่), ขะยอม (ภาคเหนือ), สุกรม (ภาคกลาง)
ชื่อสามัญ : WHITE MERANTI
ชื่อวงศ์ : DIPTEROCARPACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Shorea roxburghii G.Don
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบกระจายพันธุ์ตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้งทั่วทุกภาคของไทย เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชอบแสงแดดจัด ทนความแล้งได้ดีเยี่ยม มักจะ ผลัดใบพร้อมกันทั้งต้นก่อนออกดอก ในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อน (มกราคม - มีนาคม)
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ สูงได้ถึง 15-30 เมตร ทรงพุ่มกลมสวยงาม เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มหรือเทา มีรอยแตกหนาตามยาว ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปขอบขนานหรือรูปหอก ปลายใบมนมีติ่งแหลม โคนใบสอบ ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน ดอก ออกเป็นช่อกระจุกใหญ่ที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกสีขาวหรือขาวนวล มี 5 กลีบเรียงเวียนแบบกังหัน จุดเด่นคือดอกมีกลิ่นหอมแรงมาก สามารถส่งกลิ่นหอมไปได้ไกล ผล เป็นผลแห้งทรงรี มีปีกยาว 3 ปีก และปีกสั้น 2 ปีก ช่วยในการลอยไปตามลมได้ไกล
การใช้ประโยชน์ :
ด้านอาหาร : ดอกพยอมสามารถนำมารับประทานได้ ทั้งแบบสดจิ้มน้ำพริก หรือนำไปลวกทำยำ ใส่ในแกงส้ม และชุบแป้งทอด มีรสหวานมันและกลิ่นหอม
ด้านสมุนไพร :
เปลือกต้น : มีสารแทนนินสูง รสฝาด ใช้เป็นยาช่วยห้ามเลือด สมานแผล แก้ท้องเสีย และใช้ล้างแผลเปื่อย
ดอก : ใช้ปรุงเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ และช่วยลดไข้
ด้านอุตสาหกรรม : * เปลือกต้นนิยมนำมาใส่ในกระบอกน้ำตาลโตนดหรือน้ำตาลมะพร้าว เพื่อป้องกันการบูดเน่า (ใช้แทนสารกันบูดธรรมชาติ)
เนื้อไม้มีความแข็งแรงทนทาน ใช้ในงานก่อสร้างบ้านเรือน ทำเสา รอด ตง หรือเฟอร์นิเจอร์
ด้านความเชื่อ : จัดเป็นไม้มงคล เชื่อว่าการปลูกต้นพยอมจะทำให้คนในบ้านมีจิตใจที่อ่อนน้อม มีเสน่ห์ เป็นที่รักและยอมรับของผู้อื่น (พยอม หมายถึง การยินยอมหรือตกลง)