ชื่อท้องถิ่น : ราชพฤกษ์, คูน (ภาคอีสาน), ลมแล้ง (ภาคเหนือ), ลักเกลือ ลักเคย (ภาคใต้), อะสือพะยือ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
ชื่อสามัญ : Golden Shower, Golden Rain Tree, Pudding-pipe Tree
ชื่อวงศ์ : FABACEAE (LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia fistula L.
แหล่งที่พบ : พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย สามารถเติบโตได้ดีในสภาพป่าเบญจพรรณแล้งหรือที่ราบโล่ง ทนทานต่อสภาพอากาศแห้งแล้งและแสงแดดจัดได้ดีเยี่ยม เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียใต้และเป็นต้นไม้ประจำชาติไทยที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วประเทศ
ลักษณะทั่วไป : ราชพฤกษ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ความสูงประมาณ 10-20 เมตร ผลัดใบในช่วงฤดูแล้ง ทรงพุ่มเป็นรูปรูปร่มหรือรูปโดม เปลือกต้นสีเทาเรียบหรือสีน้ำตาลอ่อน เมื่อต้นแก่จะแตกล่อนเป็นแผ่น ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคู่ ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปไข่หรือรูปรี แผ่นใบเรียบสีเขียวสด ดอก ออกเป็นช่อกระจะขนาดใหญ่ห้อยย้อยลงมาตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกมีสีเหลืองสดใส (สีประจำวันจันทร์และสีแห่งพระพุทธศาสนา) แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ มักออกดอกบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งต้นในช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์-พฤษภาคม) ผล มีลักษณะเป็นฝักรูปทรงกระบอกยาว สีเขียวเมื่อยังอ่อน และจะเปลี่ยนเป็นสีดำเมื่อแก่จัด ผิวเรียบเกลี้ยง ภายในแบ่งเป็นช่อง ๆ บรรจุเมล็ดและมีเนื้อสีดำเหนียวข้นคั่นระหว่างเมล็ด
การใช้ประโยชน์ : ราชพฤกษ์มีประโยชน์ครอบคลุมหลายด้าน ด้านภูมิสถาปัตย์ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามริมถนน สวนสาธารณะ และสถานที่ราชการ เนื่องจากมีดอกสีเหลืองสวยงามโดดเด่นและให้ร่มเงาดี ด้านสมุนไพร เนื้อในฝักแก่มีสีดำ (เนื้อคูน) มีรสหวานเอียน ใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ ได้ดีมากโดยไม่มีอาการไซ้ท้อง รากใช้ต้มดื่มช่วยลดไข้และฆ่าเชื้อโรค เปลือกต้นช่วยสมานแผลและแก้ท้องร่วง ด้านเนื้อไม้ เนื้อไม้มีสีแดงแกมเหลือง มีความแข็งแรงทนทานสูง นิยมนำมาทำเสาบ้าน เครื่องมือทางการเกษตร และงานกลึงต่าง ๆ ด้านความเชื่อและวัฒนธรรม ถือเป็นไม้มงคลชั้นสูงที่ใช้ในพิธีสำคัญ เช่น การวางศิลาฤกษ์ เสาหลักเมือง และใช้ในน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติไทยซึ่งสื่อถึงความรุ่งเรืองและจิตใจที่เบิกบานของคนไทย