ชื่อท้องถิ่น : พลับพลึง, พลับพลึงขาว, ว่านชน (ภาคอีสาน), วิรุฬหก (ภาคกลาง)
ชื่อสามัญ : Crinum Lily, Giant Lily, Cape Lily, Spider Lily
ชื่อวงศ์ : AMARYLLIDACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crinum asiaticum L.
แหล่งที่พบ : พบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะตามพื้นที่ชุ่มน้ำ ริมแม่น้ำลำคลอง และชายทะเล เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามสวนในบ้านและสถานที่ราชการเนื่องจากมีความทนทานและดูแลรักษาง่าย
ลักษณะทั่วไป : พลับพลึงเป็นพืชล้มลุกหลายปีที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นที่อยู่เหนือดินมีลักษณะเป็นกาบใบหุ้มซ้อนกันเป็นชั้นๆ มีสีขาวนวล สูงประมาณ 1-2 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปขอบขนาน เรียงเวียนสลับรอบลำต้น แผ่นใบหนาและอวบน้ำ ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย สีเขียวสดตลอดทั้งปี ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่งก้านดอกที่แทงขึ้นมาจากกลางลำต้น ดอกย่อยมีสีขาวสะอาด กลีบดอกเรียวยาว 6 กลีบ เมื่อบานจะโค้งงอลงมา มีเกสรเพศผู้สีแดงโดดเด่น ดอกมีกลิ่นหอมชื่นใจโดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำ ผล มีลักษณะกลมสีเขียว เมื่อแก่จะแตกออก ภายในมีเมล็ดขนาดใหญ่
การใช้ประโยชน์ : พลับพลึงเป็นสมุนไพรที่มีความสำคัญอย่างมากในวิถีชีวิตไทย ด้านสมุนไพร ใบสดมีรสเมาร้อน นิยมนำมาลนไฟให้ร้อนแล้วใช้ประคบตามร่างกายเพื่อแก้อาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ลดอาการอักเสบ บวม และเส้นเลือดขอด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน หัวใต้ดินใช้ตำพอกแผลเพื่อถอนพิษ หรือต้มน้ำดื่มเป็นยาทำให้อาเจียนเพื่อล้างพิษในกระเพาะอาหาร ด้านภูมิสถาปัตย์ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับริมสระน้ำหรือตามมุมสวนเนื่องจากทรงพุ่มที่ดูสะอาดตาและดอกที่สวยงามมีกลิ่นหอม ด้านความเชื่อ คนไทยโบราณจัดพลับพลึงอยู่ในตระกูล "ว่าน" เชื่อว่ามีสรรพคุณทางเมตตามหานิยมและช่วยป้องกันสิ่งอัปมงคลที่จะเข้าสู่บ้านเรือน นอกจากนี้ ใบพลับพลึงยังมักถูกนำมาใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและงานมงคลต่าง ๆ อีกด้วย