ชื่อท้องถิ่น : มะม่วง (ทั่วไป), หมักโม่ง (ละว้า-เชียงใหม่), โคก (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)
ชื่อสามัญ : MANGO
ชื่อวงศ์ : ANACARDIACEAE (วงศ์เดียวกับมะปรางและมะม่วงหิมพานต์)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mangifera indica L.
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินเดียถึงพม่า) ในประเทศไทยถือเป็นไม้ผลเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ปลูกได้ทั่วทุกภาค เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี ชอบแสงแดดจัด และทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีเยี่ยม
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10-30 เมตร ทรงพุ่มกลมทึบเขียวตลอดปี เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีรอยแตกตามยาว ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปหอกหรือรูปขอบขนาน ขอบใบเป็นคลื่น แผ่นใบหนาเป็นมัน ยอดอ่อนมีสีน้ำตาลแดง ดอก ออกเป็นช่อขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง สีเหลืองอ่อนหรือสีนวล มีกลิ่นหอมฉุนเล็กน้อย ในหนึ่งช่อประกอบด้วยดอกสมบูรณ์เพศและดอกตัวผู้ ผล เป็นผลสดมีเนื้อ (Drupe) ทรงรีหรือรูปไข่ตามสายพันธุ์ ผลดิบมีสีเขียว รสชาติเปรี้ยวหรือมัน ผลสุกมีสีเหลืองทอง เนื้อนุ่ม รสหวาน มีเมล็ดขนาดใหญ่เพียงเมล็ดเดียวอยู่กลางผล
การใช้ประโยชน์ :
ด้านอาหาร (เด่นมาก) :
ผลดิบ: ใช้ทำน้ำปลาหวาน ยำ ตำส้ม หรือดอง
ผลสุก: รับประทานสดกับข้าวเหนียวมูน หรือแปรรูปเป็นมะม่วงกวน น้ำมะม่วง และแยม
ยอดอ่อน: ใช้เป็นผักสดจิ้มน้ำพริก
ด้านสมุนไพร :
เปลือกต้น: ต้มน้ำดื่มช่วยแก้ท้องร่วงและโรคบิด
เมล็ด: ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิและแก้ท้องอืด
ใบแก่: ต้มน้ำล้างแผลช่วยลดการอักเสบ
ด้านเศรษฐกิจ : เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะพันธุ์น้ำดอกไม้สีทอง และเขียวเสวย
ด้านอุตสาหกรรม : เนื้อไม้มีลวดลายสวยงามและแข็งแรงปานกลาง ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน