ชื่อท้องถิ่น : ปาล์มจีบ (ชื่อเรียกตามลักษณะใบในบางพื้นที่)
ชื่อสามัญ : FIJI FAN PALM, PRITCHARDIA
ชื่อวงศ์ : ARECACEAE (PALMAE)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pritchardia pacifica Seem. & H.Wendl.
แหล่งที่พบ : ในประเทศไทยนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งภูมิทัศน์ตามสวนสาธารณะ โรงแรม และสถานที่ราชการทั่วทุกภูมิภาค เนื่องจากมีทรงพุ่มที่สวยงามและดูภูมิฐาน ไม่ใช่พืชท้องถิ่นดั้งเดิมของไทย แต่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในหมู่เกาะฟิจิและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศเขตร้อนที่ได้รับแสงแดดจัด ชอบดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี และมีความทนทานต่อลมแรงริมชายฝั่งทะเลได้เป็นอย่างดี
ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นประเภทปาล์มเดี่ยว ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง สีเทา ผิวเรียบและมีรอยวงแหวนตามข้อใบที่หลุดร่วงไป สูงได้ถึง 10-15 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปพัดขนาดใหญ่ ขอบใบจีบเป็นระยักสม่ำเสมอ แผ่นใบแผ่กว้างสีเขียวสดหรือเขียวอมฟ้า ปลายใบจักตื้น ๆ ก้านใบยาวไม่มีหนาม ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อดอกยาวและมีดอกขนาดเล็กสีเหลืองอมเขียวจำนวนมาก ผล มีลักษณะกลมขนาดเล็ก ออกเป็นพวงคล้ายองุ่น ผลดิบมีสีเขียวและจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำเมื่อแก่จัด ภายในมีเมล็ดแข็งเพียงเมล็ดเดียว
การใช้ประโยชน์ : ประโยชน์หลักคือการใช้เป็นไม้ประดับเพื่อเพิ่มความสวยงามและสง่างามให้กับงานภูมิทัศน์ โดยเฉพาะการปลูกเป็นแถวริมถนนหรือปลูกเป็นจุดเด่นในสวนหย่อม ใบที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรงในสมัยโบราณของชาวเกาะแปซิฟิกนิยมนำมาใช้ทำพัดสำหรับชนชั้นสูง หรือใช้มุงหลังคาและกั้นผนังที่พักชั่วคราว ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ปาล์มพัดช่วยในการดักจับฝุ่นละอองและให้ร่มเงาได้ดี นอกจากนี้ ผลของปาล์มบางชนิดในสกุลเดียวกันยังสามารถนำมาสกัดสารสำคัญเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้ แต่ในประเทศไทยเน้นการใช้ประโยชน์เพื่อความสวยงามและการเป็นไม้มงคลที่สื่อถึงการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป