ชื่อท้องถิ่น : เฟื่องฟ้า, ดอกโคม (ภาคเหนือ), ดอกต่างใบ (กรุงเทพฯ), ตรุษจีน (ภาคกลาง)
ชื่อสามัญ : Bougainvillea, Paper Flower
ชื่อวงศ์ : NYCTAGINACEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bougainvillea glabra Choisy
แหล่งที่พบ : มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ (บราซิล) แต่ถูกนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยนานจนกลายเป็นไม้ประดับยอดนิยมอันดับต้นๆ พบได้ทุกภาคทั่วประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในที่โล่งแจ้งซึ่งมีแสงแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดีมาก และไม่ชอบพื้นที่ที่มีน้ำขัง
ลักษณะทั่วไป : เฟื่องฟ้าเป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นมีความสูงได้ตั้งแต่ 1-10 เมตร มีหนามแหลมคมตามลำต้นและกิ่งก้าน เปลือกต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อน ใบ เป็นใบเดี่ยวรูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม ออกเรียงสลับตามกิ่ง ดอก ส่วนที่คนทั่วไปเห็นว่ามีสีสันฉูดฉาดสวยงามนั้น แท้จริงแล้วคือ ใบประดับ (Bract) ที่เปลี่ยนสีเพื่อล่อแมลง ซึ่งมีลักษณะบางคล้ายกระดาษ มีหลายสี เช่น ชมพู แดง ส้ม เหลือง ขาว หรือม่วง ส่วนดอกที่แท้จริงจะมีขนาดเล็กเป็นหลอดสีขาวนวลอยู่ตรงกลางใบประดับ ดอกเฟื่องฟ้ามักบานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาวหรือช่วงที่มีอากาศแห้งแล้ง (จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าดอกตรุษจีน)
การใช้ประโยชน์ : เฟื่องฟ้าได้รับฉายาว่าเป็น "ราชินีแห่งไม้ประดับ" เนื่องจากมีประโยชน์หลากหลายด้าน ด้านภูมิสถาปัตย์ นิยมปลูกประดับตกแต่งสวน ทำเป็นรั้วต้นไม้ ปลูกในกระถางบอนไซ หรือปลูกเกาะตามซุ้มประตูและกำแพงเนื่องจากมีสีสันสดใสและตัดแต่งรูปทรงได้ง่าย ด้านสมุนไพร ดอกเฟื่องฟ้า (ส่วนที่เป็นใบประดับ) มีรสขมจืด ใช้ต้มดื่มช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงระบบเลือด และช่วยในเรื่องการขับระดูของสตรี ด้านโภชนาการ ในบางท้องถิ่นนำดอกเฟื่องฟ้ามาชุบแป้งทอดรับประทานเป็นอาหารว่าง ด้านความเชื่อ คนไทยถือเป็นไม้มงคลที่ช่วยเสริมสร้างสิริมงคล ความเบิกบาน และความรุ่งเรืองให้กับชีวิต เชื่อว่าบ้านใดปลูกเฟื่องฟ้าจะทำให้ชีวิตมีความสดใสสดชื่นเหมือนดอกไม้ที่บานตลอดปี