วิชาพิเศษการผจญภัย
การผจญภัยหรือการต่อสู้อันตราย เป็นลักษณะหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ เพราะภัยที่เกิดขึ้นในบางครั้งเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน บ้างก็ประสบในขณะเดินทาง ทั้งนี้ มิได้หมายเฉพาะตัวเรา แต่รวมไปถึงผู้อื่นด้วย ดังนั้นเราต้องเข้าผจญภัยนั้นทันที เพื่อมิให้งานหยุดชะงัก เปรียบเสมือนทหารชุดเดินลาดตระเวน ต้องผจญภัยรอบด้าน เขาจะต่อสู้และแก้ปัญหาด้วยความสามารถ เด็ดเดี่ยว สำรับลูกเสือ วิชาการผจญภัย นอกจากเป็นวิชาที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้ว ยังเป็นการฝึกการออกกำลังกายได้อีกวิธีหนึ่ง ในขณะเดียวกัน เป็นการฝึกทักษะเชิงความคิด การตัดสินใจแก้ปัญหาเพื่อนำตัวเองไปเป็นนักผจญภัยในโอกาสต่อไป
เนื้อหาในบทเรียนที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นเพียงความรู้พื้นฐานที่เสนอแนะให้ลูกเสือได้ฝึกฝนตนเอง คิดหาวิธีแก้ปัญหาและทักษะในการเข้าผจญภัยที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองหรือหมู่คณะ การฝึกเพื่อก้าวให้ทันเหตุการณ์ ทุกคนควรสนใจ พร้อมจะออกไปผจญภัยในโลกกว้างด้วยความเชื่อมั่น ซึ่งแฝงไว้ด้วยลักษณะของนักผจญภัย
การผจญภัยในวิชาลูกเสือ มีการฝึกคล้ายกับการฝึกการทดสอบกำลังใจของทหาร แต่เป็นเพียงก้าวแรกที่ลูกเสือต้องฝึก เพื่อ
1. ฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี อยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะ
2. รู้จักใช้ความคิดในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างกล้าหาญ
3. กล้าตัดสินใจและมีไหวพริบ
4. รู้จักนำความรู้ ความสามารถ และทักษะในวิชาลูกเสือมาใช้อย่างผสมผสานกลมกลืน เช่นการใช้แผนที่และเข็มทิศ การเดินทางสำรวจ บุกเบิก เดินทางไกล เป็นต้น
5. ให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งด้วย
6. สนับสนุนคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ให้มีโอกาสทดลองประสบการณ์ใหม่
7. ให้มีการประหยัดในการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น และค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น
คุณลักษณะของนักผจญภัย
ตามที่ได้กล่าวในตอนต้นแล้วว่าการผจญภัย บางครั้งต้องปฏิบัติอย่างเฉียบพลัน ถ้าหากประวิงเวลา ไม่กล้าตัดสินใจทำการนั้น อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ จึงสรุปลักษณะเด่นของนักผจญภัยไว้ดังนี้
1. มีความเป็นผู้นำ กล้าตัดสินใจ ยืนหยัดต่อสู้และแก้ปัญหาด้วยความสุขุม รอบคอบ
2. มีไหวพริบ องอาจกล้าหาญ ใช้ความคิดมากกว่าใช้กำลัง คิดถึงผลดีผลเสีย แล้วเข้าผจญภัยอย่างห้าวหาญ
3. มีความรู้ในทักษะทุกด้านผสมผสานกลมกลืนได้เป็นอย่างดี เช่น แผนที่ เข็มทิศ การเดินทางสำรวจ งานบุกเบิก การเดินทางไกล เป็นต้น
4. ไม่ประมาทต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือประสบ การเข้าผจญภัยต้องใจเย็น คิดให้ได้ประโยชน์มากที่สุดและปลอดภัยที่สุด
5. มีความคิดริเริ่ม หาวิธีผจญภัยใหม่ๆ มาใช้เพื่อให้หมู่คณะใช้เวลาสั้นและประหยัด
6. ฝึกตนเองอย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง ทั้งทางร่างกายและงานบุกเบิก เพื่อให้เกิดความชำนาญ เข้มแข็ง ตามวิสัยของนักผจญภัย
หลักของความปลอดภัยในการผจญภัย
1. ผู้กำกับควรตรวจสอบ จัดเตรียมอุปกรณ์ในการสร้างฐานให้พร้อม
2. การจัดผู้ประจำฐาน จำเป็นต้องเลือกตัวบุคคลให้เหมาะ โดยเฉพาะ ฐานใดอันตรายสูง ต้องคำนึงให้มากและเลือกผู้ที่มีความสามารถอยู่ประจำฐานนั้นๆ ต้องเข้าใจวิธีการปฏิบัติแต่ละฐาน
3. ผู้กำกับฯ แต่ละฐานต้องคอยควบคุมดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด แต่มิได้หมายความว่าจะต้องให้ความช่วยเหลือ ควรให้ลูกเสือได้คิดแก้ปัญหาเอง
4. ก่อนเริ่มทำการทดสอบ ผู้กำกับแต่ละฐานควรตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดอันตรายแก่ลูกเสือได้
5. ลูกเสือจะต้องแน่ใจในสุขภาพ ความสมบูรณ์ของร่างกายก่อนปฏิบัติกิจกรรมผจญภัย
6. พิจารณาและหาวิธีที่จะให้เกิดความปลอดภัยในการผจญภัยมากที่สุด
7. ต้องปฏิบัติการผจญภัยด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท
8. ตัดสินใจด้วยความมั่นใจ ไม่ลังเล
9. อ่านคำสั่งให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ และปฏิบัติตามคำสั่งโดยเคร่งครัด
10. ให้นึกเสมอว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผู้กำกับสมมุติขึ้นเป็นเรื่องจริง
กิจกรรมการผจญภัยตามหลักสูตร
การขว้าง หรือโยนเชือกช่วยชีวิต
ลูกเสือจะต้องขว้างเชือกหรือโยนเชือกช่วยชีวิต ซึ่งยาว 18 เมตร โยนให้เชือกตกอยู่ระหว่างหลัก 2 หลัก ซึ่งปักอยู่ห่างกัน 1.20 เมตร โดยผู้ขว้างหรือโยน ยืนห่าง 15 เมตร ให้เชือกตกอยู่ระหว่างหลัก 2 ครั้ง ใน 3 ครั้ง
ข้อเสนอแนะในการโยนหรือขว้างเชือกช่วยชีวิต
1. การเก็บเชือกมาถือเพื่อเตรียมโยน
1.1 มือซ้ายจับเชือก หงายฝ่ามือ ให้ปลายเชือกหันปลายชี้ออกนอกลำตัว
1.2 มือขวาจับตัวเชือก ห่างจากมือว้ายประมาณ 1 วาของผู้จับ และสม่ำเสมอทุกครั้งที่จับ
1.3 ก่อนที่จะนำเชือกจากมือขวา มาที่มือซ้าย ให้พยายามหมุนเกลียวเชือกด้วยนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ ส่วนนิ้วอื่นเพียงแค่ช่วยประคองเท่านั้น เมื่อเชือกกระชับเกลียวดีแล้ว ส่งให้มือว้ายกำไว้ จะพบว่าวงกลมที่เกิดขึ้นจะไม่บิดงอและสะดวกในเวลาโยน
1.4 มือซ้ายที่กำเชือกอยู่นั้น พยายามกำให้ทั้งหมดที่มือขวาส่งมา
1.5 เปลี่ยนมือขวามาจับเชือกทั้งหมดส่วนมือว้ายจับแต่เพียงปลายเชือกข้างหนึ่งเท่านั้น
2. การวางเท้าและการโยน
2.1 ผู้ที่ถนัดมือขวา ให้ก้าวเท้าว้ายไปข้างหน้า
2.2 เท้าซ้ายจะเป็นหลักในการโยน เมื่อมีการโยน ให้ยกเท้าเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เท้าซ้ายเพื่อเป็นแรงส่ง
2.3 ผู้โยน โน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อเตรียมการโยน
2.4 มือขวาที่จับเชือกเหยียดไปข้างหลัง เตรียมโยน
2.5 ออกแรงโยนให้เชือกผ่านสะโพกไป ปล่อยมือขวาวที่จับเชือกระหว่างกลุ่มเชือกจะถึงหน้าอก (ใช้คาดคะเน) เชือกจะลอยสูงจากพื้นทำมุม 45 องศา
2.6 ปลายเชือกจะลอยไปตกยังจุดหมายพอดี
ภาพที่ 16.1 แสดงการขว้างเชือกช่วยชีวิต
การไต่เชือก
ซึ่งไต่ด้วยมือแล้วใช้เท้าเหยียบเชือกผ่อนแรง เอามือทั้งสองจับตัวเชือกไว้ให้แน่น เกร็งข้อมือดึงตัวขึ้นไป เอาเท้าซ้ายไขว้กับขาขวาไปเกี่ยวเอาเส้นเชือก ให้เชือกพาดบนหลังเท้าขวา และเท้าว้ายเหยียบเชือกไว้โดยมีเชือกพาดอยู่บนหลังเท้าขวา ยกเท้าขวาดึงเชือกขึ้นมาพาดไว้บนเท้าซ้าย แล้วเหยียบไว้บนหลังเท้าซ้าย เอามือสาวตัวเชือกขึ้นไปอีก แล้วปล่อยเท้า เอาปลายเท้าซ้ายเกี่ยวเชือกดึงขึ้นไป แล้วเหยียบไว้อีก ทำเช่นนี้สลับกันไปเรื่อยๆ จะทำให้เราไต่สูงขึ้นทุกที จนถึงความสูงที่ต้องการ หรือจะทำเชือกให้เป็นบันไดปมไว้ช่วยพักตัวด้วยก็ได้
ภาพที่ 16.2 แสดงการไต่เชือก
การโรยตัว
การใช้เชือกไต่เขาหรือโรยตัวจากที่สูงลงมา เอามือทั้งสองจับตัวเชือกไว้ให้แน่น ห้อยลงมา ปล่อยให้ตัวเชือกผ่านลงไปตรงระหว่างขาทั้งสอง เอาเท้าทั้งสองยันกับต้นไม้ หรือกำแพงไว้ จับปลายเชือกอ้อมโคนเท้าขวาขึ้นมา แล้วพาดไปทางไหล่ซ้าย ปล่อยปลายเชือกห้อยไปทางด้ายหลัง ค่อยๆนั่งรูดเชือกลงไปจนถึงพื้นดิน จะปลอดภัยและเบาแรงขึ้นมากกว่าวิธีอื่นๆ หรือถ้าเป็นการโรยตัวตามแนวดิ่ง ทำเชือกให้เป็นบันไดปม หันหลังเอามือทั้งสองจับตัวเชือกห้อยลงมาให้แน่น ใช้เท้าทั้งสองเหยียบปมเชือก ค่อยๆ รูดมือมาตามเชือกแล้วเลื่อนเท้าทั้งสองลงมาเหยียบปมถัดไป แล้วทำสลับกันเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงพื้น
ภาพที่ 16.3 แสดงการโรยตัวตามเชือก
การว่ายน้ำโดยสวมเครื่องแต่งกาย
ทุกคนสามารถเรียนว่ายน้ำได้ด้วยตัวของตัวเอง โดยการพยายามเรียนแบบเอาจากผู้ที่ว่ายน้ำเป็น หรือเรียนและปฏิบัติไปตามหนังสือหรือคำแนะนำที่มีอยู่ไปทีละขั้น หรือปฏิบัติตามคำแนะนำสั่งสอนของครู การเรียนว่ายน้ำที่เราได้รับทั้งสามทางที่กล่าวมาแล้วนี้ ในวิธีที่สาม คือเรียนโดยมีครูผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถในการสอนว่ายน้ำ จะได้ผลดีและเร็วกว่าเรียนด้วยตนเอง ทั้งสองวิธีที่กล่าวมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านความปลอดภัย โดยวิธีที่ 3 ผู้เรียนจะได้รับความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ในการเรียนว่ายน้ำ ผู้เรียนจะต้องฝึกฝนไปทีละขั้นตามวิธีที่ถูกต้องจึงจะได้รับผลดีทั้งผลการเรียนและความปลอดภัย
การจะเป็นนักว่ายน้ำที่ดีได้จำเป็นจะต้องมีความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการว่ายน้ำด้วย เช่น การเลี้ยงตัวในน้ำ
การเลี้ยงตัวในน้ำ คือการเคลื่อนไหวแขนและขา เพื่อพยุงตัวอยู่ในน้ำ ให้ศรีษะพ้นน้ำ ประโยชน์ขอการเลี้ยงตัวในน้ำก็คือ ใช้ในโอกาสที่เราจะพักแขน มือ หรือนิ้วมือเกิดการเป็นตะคิวขึ้นในขณะว่ายน้ำ หรือต้องการจะพยุงตัวเมื่อมีเสื้อผ้าสวมอยู่กับตัวเมื่ออยู่ในน้ำ
ลักษณะการเคลื่อนไหวของขา ในการเลี้ยงตัวในน้ำนั้น มี 2 วิธีคือ
1. ใช้เท้าแตะน้ำทั้ง 2 ข้าง โบกไปทางหน้า หลัง ในแบบกรรไกร
2. ใช้ขาเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับการว่ายน้ำแบบกบ การเคลื่อนไหวของขาแบบกบ ผู้เลี้ยงตัวในน้ำจะต้องเคลื่อนไหวเท้าทั้งสองให้เป็นรูปวงกลม เริ่มเหวี่ยงออกไปจากทางหลังพร้อมกับเคลื่อนข้อเท้าหมุนตามไปด้วย แล้วจึงรวบเท้าชิดกัน
ส่วนการเคลื่อนไหวของแขนและมือนั้น ไม่ว่าจะใช้เท้าเคลื่อนไหวในแบบใด การเคลื่อนไหวของแขนและมือคงใช้แบบเดียวกัน คือแขนทั้งสองเหยียดออกไปข้างๆ ฝ่ามือคว่ำ งอศอกบ้างเล็กน้อย ให้แขนทั้งสองขนานกันกับผิวน้ำ อยู่ใต้ผิวน้ำเพียงเล็กน้อยแล้วงอศอก เคลื่อนมือกดน้ำลงไปในทางเฉียงไปข้างหน้า แล้วกลับไปทางข้างๆ สลับกันไป ฝ่ามือทั้งสองจะเคลื่อนไหวไปในรูปวงกลมทางด้านข้างของลำตัว
ลำตัวของผู้ฝึกหัดเลี้ยงตัวในน้ำ จะต้องโน้มไปทางหน้าเล็กน้อย และให้ลำตัวอยู่ในแนวตั้ง การผู้ฝึกหัดเลี้ยงตัวในน้ำนี้จะไม่เป็นการยากเกินไปสำหรับผู้ที่ว่ายน้ำในแบบอื่นๆ ได้แล้ว ข้อสำคัญอยู่ที่พยายามให้การเคลื่อนไหวของแขนและขาสัมพันธ์กัน โดยการเคลื่อนไหวไปช้าๆ เมื่อฝึกหัดจนมีความชำนาญดีแล้ว แม้ผู้เรียนจะไม่ใช้มือและแขนด้วย ก็สามารถจะเลี้ยงตัวในน้ำได้
หลักในการว่ายน้ำที่สำคัญสำหรับผู้ฝึกใหม่
1. ความสะดวกสบายในการลงน้ำ
2. การกลั้นหายใจ
3. จังหวะของการหายใจ
4. ความสามารถในการลอยตัว และการกลับสู่ตำแหน่งเดิม
หลักสำคัญของการว่ายน้ำสำหรับผู้เป็นบ้างแล้ว
1. ฝึกการเตะขาในแบบที่ถูกต้อง
2. ฝึกการใช้แขนที่ถูกต้อง
3. สามารถว่ายน้ำแบบถนัดที่สุดในระยะทาง 100 เมตร
4. การกลับตัวเมื่อว่ายอยู่ในน้ำ
5. การลอยตัวในน้ำ 5 นาที
6. การเคลื่อนไหวร่างกาย โดยใช้แขนดึงไปได้ประมาณ 10 เมตร
7. การยืนอยู่ในน้ำได้ประมาณ ครึ่งนาที
การกระโดดสูง (การกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง)
คนที่จะกระโดดได้ดีมักเป็นคนที่ฝึกซ้อมโดย ท่าที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ การกระโดดสูงแยกออกได้เป็น 3 ท่า
1. ท่ากรรไกร
2. ท่าอีสเทอร์น คัทออฟฟ์
3. ท่าเวสเทอร์น โรลล์
ท่ากรรไกร สมมุติว่าลูกเสือเป็นคนถนัดเท้าขวา ก่อนจะวิ่งให้เอียงไปทางซ้าย เวลากระโดดใช้กระโดดด้วยเท้าขวา แล้วเหวี่ยงขาซ้ายข้ามไม้พาดไป เวลาข้ามไม้พาดไป ลำตัวต้องเกือบตรง คล้ายๆกับว่าอยู่ในท่านั่ง
ท่าอีสเทอร์น คัทออฟฟ์ ท่าน้ำมาจากท่ากรรไกร แต่เพิ่มการทอดตัวให้ขนานกับไม้พาด
ท่าเวสเทอร์น โรลล์ สมมุติว่าลูกเสือกระโดดด้วยเท้าขวา ก่อนกระโดด ให้ยืนเฉียงทางขวาเป็นมุม 45 องศากับไม้พาด แล้วกระโดดขึ้นด้วยเท้าขวา ในขณะที่จะข้ามไม้ไปต้องทอดตัวขนานกับไม้พาดอย่างเต็มที่ เชื่อกันว่าท่านี้เป็นท่าที่เปลืองกำลังกายน้อยที่สุด และกระโดดได้สูง
วิธีฝึกกระโดด การกระโดดสูง กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย จะต้องทำงานร่วมกัน ฉะนั้นจึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้องฝึกหัดตัวให้สมบูรณ์ที่สุดที่จะทำได้
หัดวิ่งครั้งแรกก่อน กระโดดให้แม่นยำโดยให้มีก้าวยาวบ้าง สั้นบ้าง พยายามให้เท้าจรดให้ถูกที่หมายที่จะกระโดดทุกทีไป ออกวิ่งช้าๆ ก่อน ตอน 3 – 4 ก้าวหลังจึงให้เร็วขึ้น แล้วหัดกระโดดให้สูงเท่าที่จะทำได้เพียงสัปดาห์ละครั้ง ต่อจากนั้นให้บริหารร่างกาย คือหัดท่าให้ร่างกายอ่อน โดยใช้ท่างอตัว บิดตัว ท่าเตะขาให้สูงที่สุด โดยใช้ขาอีกข้างหนึ่งยืนอยู่บนพื้น
ตารางประเมินภาคปฏิบัติ
การสมมุติเหตุการณ์เป็นการจัดเพื่อการประเมินผล สังเกตการทำงานในระบบหมู่ การตัดสินใจ การคิดแก้ปัญหา สิ่งที่สำคัญจะได้พิจารณาว่า ลูกเสือมีขีดความสามารถเป็นนักผจญภัยในภูมิประเทศที่ไม่คุ้นเคยต่อไปหรือไม่
ตัวอย่างรายชื่อฐาน
1. สะพานเชือกเส้นเดียว 17. ลอดลวดหนาม
2. สะพานเชือกสองเส้นขนานบนล่าง 18. ข้ามเหวด้วยกระเชาเลื่อน
3. สะพานเชือกสองเส้นขนานในแนวนอน 19. ข้ามสะพานเชือก
4. โหนเชือกข้ามลำธาร 20. เดินก้นขวด
5. ต้มน้ำบนต้นไม้ 21. ปีนกำแพง
6. ตามเสียง 22. ข้ามสะพานไม้เดี่ยว
7. สะพานแกว่ง 23. เข้าถ้ำ
8. ปิดตากางเต็นท์ 24. ลอดห่วงยาง
9. เผาข่าว 25. โหนเชือกข้ามลำธาร โดยเงื่อนบุกเบิก
10. ลำเลียงน้ำ 26. เรือบก
11. หนีไฟ 27. เดินทางไกลยามค่ำคืน
12. เดินไม้สูง 28. แนวสัญญาณไฟ
13. ลำเลียงคนด้วยเปล 29. ไต่หน้าผา
14. ลงปล่อง 30. เหตุฉุกเฉินทางอากาศ
15. ช่วยคนลงจากที่สูง 31. ส่งสัญญาณ
16. หาที่หมายด้วยเข็มทิศ 32. กิจกรรมเกี่ยวกับเชือก
ฯลฯ
ตัวอย่างคำสั่งสมมุติในการทดสอบฐานต่างๆ
ฐานสะพานเชือกเส้นเดียว
คำสั่ง หมู่ของท่านได้เดินทางมาถึงช่องแคบเขาขาด ซึ่งมีลูกเสือที่ข้ามช่องแคบนี้ไปแล้วได้ทำสะพานเชือกไว้ และมีจดหมายกำกับไว้ว่าควรใช้วิธีนอนคว่ำพาดตัวไปตามเชือก ขาข้างหนึ่งเกี่ยวเชือกไว้ อีกข้างหนึ่งปล่อยลงไปเพื่อคานน้ำหนัก แล้วใช้มือสาวเชือกเพื่อดึงตัวไปข้างหน้าจึงจะสามารถผ่านได้ทุกคน ให้ลูกเสือทำตามคำแนะนำนี้ เงียบและเร็วที่สุดภายในเวลา 10 นาที
ภาพที่ 17.1 ฐานสะพานเชือกเส้นเดียว
ฐานสะพานแกว่าง
คำสั่ง หมู่ของท่านกำลังจะเดินทางไปรับงานด่วนจากหน่วยเหนือ แต่มีหน้าผาระหว่างช่วงเขา เผอิญมีลูกเสือรุ่นก่อนๆ ได้ทำสะพานไว้นานแล้ว ขอให้ท่านนำหมู่ของท่านพยายามข้ามสะพานไปทีละคน ด้วยความระมัดระวัง (เงียบและเร็วที่สุดให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.2 ฐานสะพานแกว่ง
ฐานปีนกำแพง
คำสั่ง สมมุติว่าท่านและหมู่ของท่าน ได้รับคำสั่งให้ไปจารกรรมยังฐานทัพแห่งหนึ่ง ซึ่งมีทางลัดที่จะไปได้ทางเดียว คือปีนข้ามกำแพงนี้เท่านั้น จงนำหมู่ของท่านข้ามไปให้เร็วที่สุด เพราะยามรักษาการณ์จะเห็นเข้า (เงียบและเร็วที่สุดให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.3 ฐานข้ามกำแพง
ฐานบันไดหนีไฟ
คำสั่ง หมู่ลูกเสือของท่านติดอยู่บนอาคารสูง ไฟกำลังไหม้ลุกลามมา ไม่มีทางที่จะช่วยตัวเองได้ นอกจากจะลงทางด้านหลังอาคารทางเดียวเท่านั้น ซึ่งมีทางฉุกเฉินอยู่ โดยใช้ยางนอกรถยนต์ จึงให้พาหมู่ของท่านลงทางฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.4 ฐานบันไดหนีไฟ
ฐานสะพานเชือก 2เส้น
คำสั่ง สมมุติว่า ท่านและหมู่ของท่านเดินทางสำรวจเพื่อหาข่าวให้ทางราชการ ซึ่งมีฝ่ายตรงข้ามติดตามมา แต่หมู่ของท่านจำเป็นจะต้องเดินทางต่อไปตามเส้นทางนี้ ซึ่งมีเหวข้างหน้า แต่โชคยังเข้าข้างท่าน ที่ได้มีนักบุกเบิกรุ่นก่อนๆ ได้ทำสะพานเชือกไว้ ให้ท่านนำหมู่ของท่านเดินข้ามไปทีละคน โดยเงียบที่สุด(ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.5 ฐานสะพานเชือก 2 เส้น
ฐานสะพานลิง
คำสั่ง ท่านและหมู่ของท่านเดินทางมาถึงลำธารเชี่ยว มีทางเดียวเท่านั้นที่หมู่ของท่านจะหนีรอดไปได้ คือใช้สะพานลิง ที่อยู่บนต้นไม้ซึ่งมีนักเดินทางรุ่นก่อนได้แอบทำไว้เป็นทางลับ จงนำหมู่ของท่านรีบเดินอย่างระมัดระวัง และเงียบที่สุดเพื่อมิให้ฝ่ายตรงข้ามจับได้ (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.6 ฐานสะพานลิง
ฐานรอดลวดหนาม
คำสั่ง หมู่ของท่านได้มาถึงบริเวณที่มีสารพิษลอยตัวอยู่ในอากาศหนาแน่น จะมีออกซิเจนอยู่ก็บริเวณพื้นดินเท่านั้น ท่านต้องใช้ทางที่ขุดไว้ใต้ลวดหนามนี้ผ่านไปสู่ฐานต่อไป(ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.7 ฐานรอดลวดหนาม
ฐานลำเลียงสัมภาระ
คำสั่ง ท่านและหมู่ของท่านหลงเข้ามาในค่ายของฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว และต้องนำเอาดินประสิว และวัตถุอันตรายนี้ข้ามกำแพงนี้กลับไปด้วยความระมัดระวัง หากเกิดการแตกร้าวภายในอาจเป็นอันตรายแก่หมู่ของท่านได้ หากทิ้งไว้อาจเป็นร่องรอยทำให้ฝ่ายตรงข้ามติดตามท่านมาได้ถูกทาง ให้ท่านหารือกับหมู่ของท่านช่วยกันลำเลียงสิ่งของนี้ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งให้ปลอด อย่างระมัดระวัง และเงียบที่สุดเพื่อมิให้ฝ่ายตรงข้ามจับได้ (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.8 ฐานลำเลียงสิ่งของ
ฐานสกีบก
คำสั่ง ท่าเดินทางมาถึงบึงโคลนจึงต้องใช้กระดานสกีบกเดินข้ามบึงโคลนนี้ โดยให้ไปพร้อมกันทั้งหมู่ ให้นายหมู่เป็นผู้ออกคำสั่งใช้เสียงได้คนเดียว เพราะหากมีผู้ใช้เสียงมาก อาจทำให้ข้ามไปไม่สำเร็จได้ (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.9 ฐานสกีบก
ฐานกระเช้าลอยฟ้า
คำสั่ง ท่านและหมู่ของท่านเดินทางมาถึงหน้าผาสูง ท่านต้องเดินทางข้ามผาแห่งนี้ด้วยความรวดเร็ว มีนักบุกเบิกทำกระเช้าลอยฟ้าเอาไว้ ทางเดียวเท่านั้นที่หมู่ของท่านจะข้าไปได้อย่างเร็ว คือทางนี้ จงนำหมู่ของท่านรีบเดินอย่างระมัดระวัง และเงียบที่สุด หากหมดเวลาให้เดินเท้าข้ามเอาเองเพราะกระเช้าอาจใช้การไม่ได้ต่อไป (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.10 ฐานกระเช้าลอยฟ้า
ฐานกำแพงตาข่าย
คำสั่ง ท่านและหมู่ของท่าน ได้รับคำสั่งให้ไปรับคำสั่งและหาข่าวฐานทัพแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา แต่มีช่องกำแพงที่พังอยู่ และได้ทำเป็นตาข่ายกันเอาไว้ เป็นทางเดียวที่จะเข้าไป ได้ คือปีนข้ามกำแพงตาข่ายนี้ จงนำหมู่ของท่านข้ามไปให้เร็วที่สุด เพราะยามรักษาการณ์จะเห็นเข้า (เงียบและเร็วที่สุดให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.11 ฐานกำแพงตาข่าย
ฐานกู้ระเบิด
คำสั่ง บริเวณที่ท่านยืนอยู่นี้มีกองโจรได้ฝังกรับระเบิดไว้ เป็นบริเวณกว้าง บังเอิญทางที่ท่านจะผ่านมีกรับระเบิดซ่อนอยู่และมีลูกเสือได้พบเข้า ให้ท่านใช้อุปกรณ์การกู้ระเบิดที่เห็นอยู่นี้ ย้ายระเบิดโดยจากจุดที่ตั้งอยู่ไปวางในที่กำบังให้ปลอดภัย หากระเบิดล้มลง หรือหล่นหมู่ท่านอาจไม่รอดทั้งหมู่ แต่หากจับที่ปลายเชือกอาจพ้นรัศมีการระเบิดได้ ให้ตั้งต้นกู้ใหม่(ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.12 ฐานกู้ระเบิด
ฐานเชือกกลับตัว
คำสั่ง หมู่ของท่านต้องใช้เส้นทางที่มีเพียงเชือกเส้นเดียวข้ามดงอสรพิษ และมีเลือกปล่อยปลายสองเส้นให้ใช้ยึดทรงตัว และเมื่อถึงกลางเชือกต้องใช้เชือกอีกเส้นหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องมีคนคอยส่งเชือกให้ จงนำหมู่ของท่านข้ามดงอสรพิษนี้ไปเดินอย่างระมัดระวัง และเงียบที่สุด (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.13 ฐานเชือกกลับตัว
ฐานสะพานเชือกคู่ขนาน
คำสั่ง ท่านนำลูกหมู่ของท่านมาถึงลำธารที่มีต้นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งก้านอยู่หลายต้น ริมลำธารนั้น ให้พาหมู่ข้ามลำธารนี้ โดยใช้เชือกคู่ขนานที่มีอยู่แล้ว จะใช้วิธีใดก็ได้ตามความเหมาะสม (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.14 ฐานสะพานเชือกคู่ขนาน
ฐานแหกค่ายลงปล่อง
คำสั่ง สมมุติว่าท่านและหมู่ของท่านหลงเข้ามาในค่ายของฝ่ายตรงข้าม มีทางเดียวเท่านั้นที่หมู่ของท่านจะหนีรอดไปได้ คือปีนต้นไม้แล้วไปลงปล่องที่นักเดินทางรุ่นก่อนได้แอบทำไว้เป็นทางลับ จงนำหมู่ของท่านรีบเดินอย่างระมัดระวัง และเงียบที่สุดเพื่อมิให้ฝ่ายตรงข้ามจับได้ (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.15 ฐานแหกค่ายลงปล่อง
ฐานลอดอุโมงลอยฟ้า
คำสั่ง หมู่ลูกเสือของท่านเดินทางมาถึงสถานที่ซึ่งมีการรั่วของแก๊สปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ ผ่านไปได้ถ้าไม่มีเครื่องป้องกัน มีทางเดียวที่จะเดินทางไปได้ก็คือลอดห่วงยางซึ่งแขวนไว้เป็นอุโมงค์ลอยฟ้า ให้หมู่ลูกเสือของท่านลอดห่วงยางไปทีละคนด้วยความรวดเร็ว (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ภาพที่ 17.16 ฐานลอดอุโมงรลอยฟ้า
ฐานข้ามลำธารโดยใช้เงื่อนบุกเบิก
คำสั่ง ท่านนำลูกหมู่ของท่านมาถึงลำธารที่มีต้นไม้ใหญ่ แผ่กิ่งก้านอยู่หลายต้น ริมลำธารนั้น ให้พาหมู่ข้ามลำธารนี้ โชคดีที่มีผู้ทิ้งเชือกใหญ่ไว้เส้นหนึ่ง ให้ท่านผูกเงื่อนบุกเบิกไว้กับกิ่งไม้แล้วนำลูกหมู่โหน โยนตัวข้ามไปทีละคนจนหมด เมื่อข้ามไปหมดทุกคนแล้วให้นำเชือกติดไปกับหมู่ของท่านด้วย (ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที)
ทะเลน้ำกรด
คำสั่ง หมู่ของท่านได้เดินทางมาถึงแอ่งน้ำกว้างแห่งนี้เป็นบึงทะเลน้ำกรด จะสร้างสะพานทอดไปก็ลำบาก จึงมีเพียงตอโผล่พ้นผิวน้ำเท่านั้น ให้ท่านนำหมู่ของท่านข้ามบึงทะเลน้ำกรดนี้ โดยเดินเหยียบไปบนตอ โดยเริ่มที่เท้าซ้ายก่อนจึงจะปลอดภัย จงเงียบและเร็วที่สุดภายในเวลา 10 นาที
บันไดสวรรค์
คำสั่ง ท่านเดินทางมาถึงกำแพงแก้วแล้ว ไม่มีทางเข้าได้ทางใด นอกจากทางบันไดสวรรค์แห่งนี้ ผู้บังคับบัญชาของท่านกำลังรออยู่อีกฟากหนึ่ง อย่าลืมว่าข้างบันไดเป็นกำแพงแก้ว ให้ท่านขึ้นบันไดด้านหน้าแล้วข้ามไปลงอีกด้านหนึ่ง จงใช้ความกล้าหาญและความสามารถให้เต็มที่ ภายในเวลา 10 นาที
ลงหน้าผา
คำสั่ง ท่านเดินทางมาถึงหน้าผาชันแห่งหนึ่ง ต้องใช้เส้นทางแนวนี้เท่านั้น จงใช้ความระมัดระวังให้มากในการลง เพราะอาจพลัดตอลงได้ ผู้บังคับบัญชาของท่านกำลังรออยู่ด้านล่าง จงใช้ความกล้าหาญและความสามารถให้เต็มที่ ภายในเวลา 10 นาที
ม้าพยศ
คำสั่ง ท่านเดินทางมาถึงทุ่งกว้าง ซึ่งต้องใช้พาหนะ คือม้า ในการข้ามทุ่งกว่างให้ได้ แต่ม้าที่มีอยู่เป็นม้าป่า ท่าต้องใช้ความสามารถ ในการเกาะม้าให้นาน 10 วินาที ม้าจะพาท่านข้ามทุ่งกว้างได้พอดี หากท่านลองแล้วไม้ผ่าน ให้ไปต่อท้ายแถว ให้คนอื่นได้ปฏิบัติก่อน จงใช้ความกล้าหาญและความสามารถให้เต็มที่ ภายในเวลา 10 นาที
ฐานปิดตากางเต็นท์
คำสั่ง ขณะที่ท่านและหมู่ของท่านเดินทางมาถึงที่แห่งหนึ่ง เกิดอากาศแปรปรวน มืดฟ้ามัวดิน ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ท่านต้องกางเต็นท์พักที่นี่ ให้ช่วยกันกางเต็นท์หลังละ 2 คน ให้เสร็จภายในเวลา 10 นาที (ให้ทุกคนใช้ผ้าผูกตา และช่วยกันกางเต็นท์)
ฐานตามเสียง
คำสั่ง ลูกเสือเดินทางไกลไปพักแรมในป่า เผอิญหลงทาง ไม่สามารถจะหาทางออกได้ ขณะนั้นได้ยินเสียงเคาะสัญญาณจากหมู่บ้าน ซึ่งมีผู้คนอาศัยอยู่หลายครัวเรือน เสียงสัญญาณดังกล่าว ดังเป็นจังหวะ ให้พยายามเดินตามเสียงนั้นไป เป็นทางเดียวที่จะรอดตายได้ (เงียบและเร็วที่สุดภายในเวลา 10 นาที)
กระเช้าสีดา
คำสั่ง ช่องเขานี้ เป็นเส้นทางลัดที่ท่านต้องนำหมู่ของท่านผ่านไปพบผู้บังคับบัญชาท่าน หากใช่ทางอื่นอาจหลงและใช้เวลานาน อาจจะเป็นการยากลำบากสักนิดที่จะเดินบนกระเช้าสีดา แล้วก้าวทีละก้าวไปจบผ่านช่องเขานี้ไปได้ แต่อุปสรรคต่างๆ ผ่านไปได้ด้วยความพยายาม ขอให้โชคดี โดยรีบเร่ง และเงียบที่สุด
ฯลฯ