Search this site
Embedded Files
Forest Lab
  • Home
  • บทความ
    • การทำไม้ไทยในอดีตช่วงปลายยุคสัมปทานป่าไม้ และช่วงต้นของการปิดป่าสัมปทาน
    • กางเกงป้องกันเลื่อยยนต์
    • การจำแนกพรรณไม้ด้วยภาพถ่ายใบไม้
    • เครื่องปลูกยูคาลิปตัส
    • เทคโนโลยีป่าไม้ ณ สาธารณรัฐเช็ก
    • พิพิธภัณฑ์ป่าไม้
    • Cellphone signal
    • การลดการปลดปล่อยคาร์บอนจากเครื่องจักรกลในทางป่าไม้
    • สีของป่า ความสำคัญของผู้ปฏิบัติ
    • จุดรวมพลในอุทยานแห่งชาติ
    • โรงเรือนต้นไม้ขนาดใหญ่ในอิตาลี
    • AUSTROFOMA 2023
    • Nontri 3D
    • CO2 Timber transportation
    • "ป่า" ในภาษาต่างๆ
    • SLAM LiDAR เทคโนโลยีแผนที่เพื่อการสำรวจป่าไม้
    • Ground Truth: ความสำคัญของข้อมูลภาคสนาม
    • สมการ Allometry
  • การทำไม้
    • การทำไม้ คือ
    • การทำไม้ในยุคต่างๆ
    • การล้มไม้
    • การชักลากไม้
    • การล้มไม้ยางพารา
    • การยกไม้ หรือ การขึ้นไม้
    • การขนส่งไม้ด้วยการล่องแพ
    • การขนส่งไม้ด้วยรถสาลี่
    • การขนส่งไม้ด้วยระบบราง
    • การขนส่งไม้ด้วยรถจอหนัง
    • การรวมกองไม้
    • CTL
  • เครื่องจักรกลป่าไม้
    • บทนำ
    • เครื่องจักรกลป่าไม้ คือ อะไร
    • Skidder
    • Harvester
    • Feller buncher
    • เครื่องมือลิดกิ่งต้นไม้
  • เทคโนโลยีในงานป่าไม้
    • GIS สำหรับงานด้านวิศวกรรมป่าไม้
    • แผนที่ออนไลน์
    • LINE Chatbot
    • GNSS ในงานป่าไม้
    • NCAPS
    • Harvest drone
    • DeLeaves
    • TLS Teak
    • Google apps
    • การเรียนรู้ป่าไม้รูปแบบใหม่ด้วยเทคโนโลยี VR
    • การใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ภาคพื้นดินเพื่อประเมินปริมาตรไม้สักอย่างแม่นยำ
    • LiDAR แบบภาคพื้นดิน กับการวัดความโตต้นยูคาลิปตัส
  • LiDAR ในงานป่าไม้
    • LiDAR in Forestry
    • ข้อมูล 2D และข้อมูล 3D
    • CloudCompare
    • CloudCompare Segment
    • TLS และ QSM: แนวทางใหม่ในการสร้างสมการ allometric แบบไม่ทำลายต้นไม้
  • About us
Forest Lab

 https://www.facebook.com/ForestLab.th 

TLS และ QSM: แนวทางใหม่ในการสร้างสมการ allometric แบบไม่ทำลายต้นไม้

การสร้างสมการ allometric เพื่อประเมินมวลชีวภาพหรือการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้นั้น ในปัจจุบันสามารถทำได้โดยไม่ต้องโค่นล้มต้นไม้ด้วยเทคโนโลยี LiDAR

ในบทความนี้ขออธิบายหลักการสร้างสมการ allometric ด้วยเครื่องสแกนเลเซอร์ภาคพื้นดิน หรือ TLS (Terrestrial Laser Scanning) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ LiDAR ที่ติดตั้งบนขาตั้งสามขา (Tripod) เมื่อกำหนดค่าพารามิเตอร์และเริ่มการสแกน เครื่องมือจะยิงแสงเลเซอร์ออกไปในมุมกว้างรอบตัวเครื่องเพื่อบันทึกข้อมูลสภาพแวดล้อมโดยรอบ ระยะการเก็บข้อมูลขึ้นอยู่กับสมรรถนะของเครื่องสแกน ข้อมูลที่ได้เรียกว่า Point Cloud ซึ่งเป็นกลุ่มจุดสามมิติที่แสดงตำแหน่งของพื้นผิววัตถุต่าง ๆ ที่ลำแสงเลเซอร์ไปตกกระทบและสะท้อนกลับมายังเครื่องสแกน

      เพื่อให้ได้ข้อมูลต้นไม้ที่สมบูรณ์และมีจำนวนต้นมากเพียงพอสำหรับการสร้างสมการ จำเป็นต้องย้ายเครื่อง TLS ไปสแกนจากหลายตำแหน่งภายในแปลงตัวอย่าง ข้อมูลที่ได้จากแต่ละตำแหน่งสามารถนำมาเชื่อมรวมเป็น Point Cloud ชุดเดียวกันได้ โดยอาศัยวัตถุอ้างอิง เช่น Reference Ball ที่วางกระจายอยู่ในพื้นที่ขณะเก็บข้อมูล ระยะเวลาในการสำรวจภาคสนามจะขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และความหนาแน่นของพืชพรรณ กรณีสวนป่าสักที่มีระยะปลูกชัดเจนและมีสิ่งบดบังน้อย การเก็บข้อมูลมักทำได้ค่อนข้างสะดวกและรวดเร็ว

     เมื่อได้ Point Cloud หรือข้อมูลสามมิติของต้นไม้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประมวลผลข้อมูล โดยทั่วไปลำต้นจะเป็นส่วนที่ตรวจจับได้ชัดเจนที่สุด ขณะที่กิ่งขนาดเล็กและใบอาจมีข้อมูลไม่สมบูรณ์หรือมีความหนาแน่นของจุดต่ำกว่า สำหรับการอธิบายหลักการเบื้องต้น ขอเน้นที่การประมาณปริมาตรของลำต้นและกิ่งไม้ก่อน

       สิ่งที่ Point Cloud บอกเราได้คือรูปร่างภายนอกของต้นไม้ หลักการของ Quantitative Structure Model (QSM) คือการนำทรงกระบอกขนาดต่าง ๆ จำนวนมากมาประกอบกันให้สอดคล้องกับรูปร่างของลำต้นและกิ่งไม้มากที่สุด เสมือนการสร้างแบบจำลองสามมิติของต้นไม้จากทรงกระบอกจำนวนมากที่เชื่อมต่อกัน เมื่อได้แบบจำลองที่ใกล้เคียงกับต้นไม้จริงแล้ว จึงคำนวณปริมาตรรวมของทรงกระบอกทั้งหมดเพื่อประมาณค่าปริมาตรของต้นไม้

       จากนั้นสามารถนำค่าปริมาตรดังกล่าวไปคูณกับค่าความหนาแน่นเนื้อไม้ (Wood Density) ของชนิดพันธุ์นั้น เพื่อประมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินของต้นไม้ได้ และหากต้องการคำนวณปริมาณคาร์บอนที่กักเก็บอยู่ในต้นไม้ ก็สามารถนำค่ามวลชีวภาพที่ได้มาคูณด้วยสัดส่วนคาร์บอนที่เหมาะสมต่อไป

     เมื่อได้ค่ามวลชีวภาพของต้นไม้จำนวนมากจากการวิเคราะห์ด้วย TLS และ QSM แล้ว สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาสร้างความสัมพันธ์กับตัวแปรที่วัดได้ง่ายในภาคสนาม เช่น เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงอก (DBH) หรือ DBH ร่วมกับความสูงต้นไม้ เพื่อพัฒนาสมการ allometric สำหรับใช้ประมาณมวลชีวภาพหรือการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในอนาคตได้โดยไม่จำเป็นต้องสแกนหรือโค่นต้นไม้ทุกต้น

    แนวทางนี้เรียกว่า “การประเมินมวลชีวภาพแบบไม่ทำลาย” (Non-destructive Biomass Estimation) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในงานวิจัยด้านป่าไม้ทั่วโลก เนื่องจากช่วยลดการโค่นต้นไม้ ลดผลกระทบต่อพื้นที่ศึกษา และสามารถเก็บข้อมูลจากต้นไม้ขนาดใหญ่หรือชนิดพันธุ์ที่มีคุณค่าทางอนุรักษ์ได้โดยไม่ทำลายทรัพยากรป่าไม้


ตัวอย่างการศึกษานี้พบว่า 

1 ปริมาตรไม้ที่คำนวณได้จากหลักการ QSM ไม่แตกต่างจากต้นไม้ตัวอย่างที่โค่นล้ม

2 สมการ allometric ที่สร้างจากข้อมูลสามมิติมีค่า R² สูง (R² = 0.98)

3 สมการ allometric ที่สร้างจากข้อมูล TLS-QSM ให้ผลไม่แตกต่างจากสมการที่สร้างจากการโค่นล้มต้นไม้ในพื้นที่ ในขณะที่สมการ allometric ทั่วไปสำหรับไม้สักประเมินค่ามวลชีวภาพคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ Link

#LiDAR #TLS #ป่าไม้  #3D #ข้อมูลสามมิติ #point cloud #QSM

   ผู้เขียน : ผศ.ดร.ลัดดาวรรณ เหรียญตระกูล ภาควิชาวิศวกรรมป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (1 June 2026)

Google Sites
Report abuse
Page details
Page updated
Google Sites
Report abuse