Post date: 28 มิ.ย. 2012, 14:28:07
คำว่า"ภินทุบาท"มาจากคำ"ภินท"แปลว่า แตกหัก ทำลาย กับคำว่า"อุบาท"แปลว่า บังเกิด นำมาสนธิกันแปลเป็นภาษาไทยว่า"ดวงแตก"ส่วนคำว่า"พินทุบาท"
มาจากศัพท์ว่า "พินทุ" แปลว่า จุดรอยช้ำกับ "อุบาท" แปลเป็นภาษาไทยว่า "ดวงช้ำ"
ในการพิจารณาดวงชาตาจุดพิจารณานี้นับว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าเราไม่รู้ความหมายของแต่ละสิ่ง เข้าใจแบบรวมๆกันไปว่า"ไม่ดี" เท่านั้น คำพยากรณ์ที่กล่าวออกมาก็จะคลุมเครือและขาดความชัดเจน จึงอยากจะแยกความหมายให้เห็นชัดแจ้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่จะศึกษาเล่าเรียนในวิทยาการลึกลับซับซ้อนนี้ ให้กระจ่างพอสมควรดังต่อไปนี้...
๑.ดวงภินทุบาท หรือดวงแตก มีความหมายเน้นไปในทางเสียหาย ที่ปรากฎชัดเจนในดวงชาตาที่มีดาวพระเคราะห์เป็นภินทุบาท
อยู่ประการหนึ่งก็คือ ดวงชาตานั้นจะมีความยุ่งยากในเรื่องคู่ครอง บางคนที่ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี แต่ตัวเจ้าชาตากลับหาคู่ครองไม่ได้ เพราะเป็นคนจู้จี้ในเรื่องคู่ มีคนมาสู่ขอกี่รายก็ไม่ตอบตกลง ส่วนรายที่ตนเองพอใจรักใคร่เขาก็ไม่ชอบตัวเอง บางรายกลับไปชอบคนที่เขามีเจ้าของอยู่แล้วก็ไปเที่ยวกับเขา หรือถึงกับไปนอนค้างแรมกันอย่างลับๆ ทั้งๆที่ชายคนนั้นไม่ได้คิดจะเลิกกับเมียตัวเองเลยซักนิดเท่ากับเป็น "ชู้ " กับเขาโดยปริยาย ดวงชาตาที่เป็นภินทุบาทมักจะประสพภาวะการณ์ดังกล่าวมานี้...
๒.ดวงพินทุบาท หรือ ดวงช้ำ ดวงพินทุบาทนี้จะไม่ให้โทษรุนแรงเหมือนกับดวงแตก เพราะจากชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า แค่"ช้ำ"ไม่ถึงกับ"แตก"ดวงชาตาดังกล่าวนี้ มี
จุดพิจารณาในความหมายที่คล้ายคลึงกับ ดวงแตกอยู่จุดหนึ่งคือ ความช้ำใจในเรื่องคู่ครอง เพราะโดยส่วนมากมักมีคนรักอยู่หลายคน คนที่รักที่สุดมักมีอันเป็นไป ต้องพลัดพรากจากกัน ไม่จากเป็นก็จากตาย ส่วนเรื่องความทุกข์ยากอย่างอี่น จะไม่หนักแน่นเสียหาย หรือบีบคั้นจิตใจเจ้าชาตาเหมือนกับดวงภินทุบาทแน่แท้...
... ดวงภินทุบาท โหราจารย์ท่านผูกเป็นโคลงกลอนไว้ดังนี้ ...
เสาร์เพ่งเล็งลัคน์แล้ อสุรา
ภุมเมศอัษฎา ว่าไว้
จันทร์สิบเอ็ดแก่รา หูเล่า
อาภัพอัปรภาคย์ โทษแท้ประเหลหีน
แปลเป็นใจความได้ว่า เสาร์ และราหูเล็งลัคน์ [ เป็น ๗ แก่ลัคนา ] อังคารเป็น๘แก่ลัคนา จันทร์เป็น ๑๑ แก่ราหู เหล่านี้ท่านว่าเจ้าชาตาอาภัพอับโชค อาจ
ต้องทนทุกข์ทรมานไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ...
๑. คำว่าเสาร์ หรือราหูเล็งลัคน์ หมายถึงว่า เสาร์องค์เดียวก็ดี ราหูองค์เดียวก็ดี เสาร์ กับราหูทั้ง ๒องค์ก็ดี หากสถิตอยู่ภพที่๗ ในดวงชาตาเรียกว่า เล็งลัคน์ จัดว่าเป็น
ดวงภินทุบาท...
๒. คำว่า อังคารเป็น ๘ นั้น ชัดเจนอยู่แล้ว ท่านจัดให้เป็นดวงภินทุบาท ...
๓. คำว่า จันทร์เป็น ๑๑ แก่ราหูนั้น ท่านหมายถึงจันทร์อยู่หลังราหู และต้องเข้าใจด้วยว่าราหูนั้นเดินกลับวิถีจักรกับพระเคราะห์อื่นๆ จันทร์อยู่หลังราหู หมายความว่าจันทร์โคจรผ่านราหูมาสถิตย์ราศีที่ ๓ นับจากราหู เช่นในขณะที่เจ้าขาตาเกิดราหูสถิตย์ราศีพิจิก ทางเดินที่ราหูจะเดินต่อไปข้างหน้าคือราศีตุลย์ ดังนั้นถ้านับ๑ ที่ราศีพิจิก ราศีตุลย์
ก็ต้องเป็นราศีที่๒ ตามทางเดินของราหู ราศีกันย์เป็นราศีที่ ๓ ฯลฯ จันทร์ก็ต้องสถิตราศีมังกร [ ถ้าจันทร์สถิตราศีกันย์ก็เรียกว่าจันทร์เป็น ๓ แก่ราหู ]...
... ดวงภินทุบาท โหราจารย์ได้เรียบเรียงเป็นคำโคลงไว้อีกดังนี้ ...
ระวิ ภุมมะทั้ง โสรา
ปัญจะแก่ลัคนา พุธเก้า
จันทรกับชีวา เป็นแปด
ศุกร์เจ็ดอาจารย์เจ้า ว่าร้อนนิรันดร์
... โคลงบทนี้มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่า ให้ถือตามวันเกิดของคนผู้นั้นด้วย หาได้แต่เพียงภพที่พระเคราะห์สถิตแต่อย่างเดียวไม่...
... มีคำอธิบายดังนี้...
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ อาทิตย์เป็น ๕
ผู้ที่เกิดวันอังคาร อังคารเป็น ๕
ผู้ที่เกิดวันเสาร์ เสาร์เป็น ๕
ผู้ที่เกิดวันพุธ พุธเป็น ๙
ผู้ที่เกิดวันจันทร์ จันทร์เป็น ๘
ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี พฤหัสเป็น ๘
ผู้ที่เกิดวันศุกร์ ศุกร์เป็น ๗
... ดวงชาตาที่มีลักษณะดังกล่าวในคำโคลงบทนี้ จะต้องเกี่ยวข้องกับวันเกิด ดังที่ได้อธิบายมาแล้วนี้ด้วย ท่านจึงจัดเป็นดวงพินทุบาทหรือที่เรียกว่า ...
"ดวงช้ำ"...
... เรื่องพินทุบาท ต่างๆนี้ก็ต้องวิเคราะห์กันดีๆ บางคนมีดาวเสาร์ หรือราหูเล็งลัคน์อยู่ แต่ก็เห็นคู่ครองเขาอยู่กันราบรื่นดี จนแก่เฒ่า ...
... สวัสดีครับ ...