เลข 13 หลักบัตรประชาชน


เลขบัตรประชาชน จะมีรูปแบบตัวเลขลักษณะ ดังตัวอย่างนี้  1 1001 01245 29 9 (เขียนเว้นวรรค ตามแบบ)
แต่ละหลักก็จะมีความหมายดังนี้


หลักที่ 1 (คือหมายเลข 1 ในตัวอย่าง) จะหมายถึง ประเภทบุคคล ซึ่งมีอยู่ 8 ประเภทได้แก่

             ประเภทที่ 1 คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย และได้แจ้งเกิดภายในกำหนดเวลา หมายความว่า เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2527เป็นต้นไป อันเป็นวันเริ่มแรกที่เขาประกาศให้ประชาชนทุกคน ต้องมีเลขประจำตัว 13 หลัก เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองไปแจ้งเกิดที่อำเภอ หรือสำนักทะเบียนในเขตที่อยู่ภายใน 15 วันนับแต่เกิดมา ตามที่กฎหมายกำหนด เด็กคนนั้นก็ถือเป็นบุคคลประเภท 1 และจะมีเลขประจำตัวขึ้นด้วยเลข 1 และก็ต่อด้วยเลขหลักอื่นๆ อีก 12 ตัว เป็น 1 1001 01245 29 9 เป็นต้น ซึ่งเลขนี้จะปรากฏในทะเบียนบ้าน

             ประเภทที่ 2 คือ คนที่เกิดและมีสัญชาติไทย ได้แจ้งเกิดเกินกำหนดเวลา หมายความว่า เด็กคนใดก็ตามที่เกิดตั้งแต่วันที่1 มกราคม พ.ศ. 2527 เป็นต้นไป แล้วบังเอิญว่าพ่อแม่ผู้ปกครองลืมหรือติดธุระ ทำให้ไม่สามารถไปแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตภายใน 15 วันตามกฎหมายกำหนด เมื่อไปแจ้งภายหลัง เด็กคนนั้นก็จะกลายเป็นบุคคลประเภท 2 และจะมีเลขตัวแรกในทะเบียนบ้านขึ้นด้วยเลข 2 ทันที

             ประเภทที่ 3 คือ คนไทยและคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในสมัยเริ่มแรก(คือตั้งแต่ก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม 2527) หมายความว่า บุคคลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ณ ที่ใดที่หนึ่งในประเทศไทย มาตั้งแต่ก่อนวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527คนนั้นถือว่าเป็นบุคคลประเภท 3 และก็จะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 3

            ประเภทที่ 4 คือ คนไทยและคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญคนต่างด้าวแต่แจ้งย้ายเข้า โดยยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน ในสมัยเริ่มแรก หมายความว่า คนไทยหรือคนต่างด้าว ที่มีใบสำคัญคนต่างด้าว ที่อาจจะเป็นบุคคลประเภท 3 คือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิมอยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันได้เลขประจำตัว ก็ขอย้ายบ้านไปเขตหรืออำเภออื่น ก่อนช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2527ก็จะเป็นบุคคลประเภท 4 ทันที

            ประเภทที่ 5 คือ คนไทยที่ได้รับอนุมัติให้เพิ่มชื่อ เข้าไปในทะเบียนบ้านในกรณีตกสำรวจ หรือกรณีอื่นๆ

            ประเภทที่ 6 คือ ผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ในลักษณะชั่วคราว กล่าวคือคนที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้สัญชาติไทย เพราะทางการยังไม่รับรองทางกฎหมาย เช่น ชนกลุ่มน้อยตามชายแดนหรือชาวเขา กลุ่มนี้ถือว่าเป็นผู้เข้าเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนบุคคลที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่อยู่ชั่วคราว

            ประเภทที่ 7 คือ บุตรของบุคคลประเภทที่ 6 ซึ่งเกิดในประเทศไทย คนกลุ่มนี้ในทะเบียนประวัติจะมีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 7

            ประเภทที่ 8 คือ คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย คือ ผู้ที่ได้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือคนที่ได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย และคนที่ได้รับการให้สัญชาติไทย ตั้งแต่หลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2527 เป็นต้นไปจนปัจจุบันคนกลุ่มนี้เลขในทะเบียนประวัติจะขึ้นด้วยเลข

            คนทั้ง 8 ประเภทนี้ จะมีเพียงประเภทที่ 3, 4 และ 5 เท่านั้น ที่จะมีบัตรประชาชนได้เลย ส่วนประเภทที่ 1 และ 2 จะมีบัตรประชาชนได้ ก็ต่อเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ทำบัตรประจำตัวประชาชน คืออายุ 15 ปี แต่สำหรับบุคคลประเภทที่ 6, 7 และ 8จะมีเพียงทะเบียนประวัติเล่มสีเหลืองเท่านั้น จะไม่มีการออกบัตรประชาชนให้

หลักที่ 2 ถึงหลักที่ 5 (เลข 1001 ในตัวอย่างหรือสี่ตัวถัดไปจากตัวแรก) จะหมายถึง รหัสของสำนักทะเบียนหรืออำเภอที่เรามีชื่ออยู่ในทะเบียน ขณะที่ให้เลข ซึ่งก็หมายถึงถิ่นที่อยู่ของเรานั่นเอง

             หลักที่ 2 และ 3 หมายถึง จังหวัดที่อยู่ 10 คุณอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ
             หลักที่ 4 และ 5 หมายถึง เขตหรืออำเภอใน จังหวัดนั้นๆ 01 คือรหัสของสำนักทะเบียนเขตดุสิต

หรือถ้าเขียนว่า 1101 ก็จะหมายถึง อยู่ที่จังหวัด สมุทรปราการ อำเภอเมือง เพราะ 11 แรกคือ รหัสจังหวัดสมุทรปราการ และ 01 หลัง คือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นต้น

หลักที่ 6 ถึงหลักที่ 10 (เลข 01245 ในตัวอย่าง) จะหมายถึง กลุ่มที่ของบุคคลแต่ละประเภทตามหลักแรก (หลักที่ 1) ซึ่งทางสำนักทะเบียน ในแต่ละแห่ง ก็จะจัดกลุ่มเรียงไปตามลำดับหรือหากเป็นเด็กเกิดใหม่ในปัจจุบัน
             เลขดังกล่าวก็จะหมายถึง เล่มที่ของสูติบัตร(ใบแจ้งเกิดที่อำเภอหรือเขตออกให้) ซึ่งก็คือเลขประจำตัวในทะเบียนบ้านของเด็กที่แต่ละอำเภอหรือเขตออกให้ และจะไปปรากฎในบัตรประชาชน เมื่อถึงอายุต้องทำบัตรนั่นเอง แต่ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์เลขนี้ ก็จะปรากฏอยู่แค่ในทะเบียนบ้านของเด็กเท่านั้น

หลักที่ 11 และ 12 (หมายเลข 29 ในตัวอย่างสมมุติ) จะหมายถึง ลำดับที่ของบุคคลในแต่ละกลุ่มประเภทเป็นการจัดลำดับว่าเราเป็นคนที่เท่าไรใน กลุ่มของบุคคลประเภทนั้นๆ

หลักที่ 13 (เลข 9 ตัวสุดท้ายในตัวอย่าง) จะหมายถึง ตัวเลขสำหรับตรวจสอบความถูกต้องของเลขทั้ง 12 หลักแรกอีกที

ตัวเลข 13 หลักที่กล่าวข้างต้น เป็นเลขประจำตัวประชาชนของแต่ละคนนี้ แม้จะมิใช่ตัวเลขที่เราต้องใช้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ยกเว้นใช้ในการกรอกเอกสารบางอย่าง เช่น การเปิดบัญชีธนาคาร ฯลฯ แต่เลขนี้ก็มีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นการสำแดงตัวตน “ความเป็นคนไทยหรือคนในประเทศไทย” ที่ทำให้เราสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยและใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้


วิธีใส่ขีดแบ่งกลุ่มเลขประชาชน 13 หลัก และไม่ใส่ขีดแบ่งกลุ่มเลขประชาชน 13 หลัก

                                                0-0000-00000-00-0                                        0000000000000

วิธีใส่ขีดและลบขีดเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Excel สำหรับผู้ที่ต้องกรอกข้อมูลเลขประจำตัวของคนจำนวนมากเป็นประจำ และความหมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

วิธีใส่ขีดและลบขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Excel

  ปัจจุบันเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เข้ามามีบทบาทในการเก็บข้อมูลมากขึ้นในทุกวงการ ซึ่งบางครั้งเราจะใช้เลขประจำตัวประชาชนแบบมีขีด(-) เพื่อให้ดูง่าย แต่มีปัญหาเมื่อระบบคอมพิวเตอร์บางแห่งต้องการเลขประจำตัวประชาชนในรูปแบบ ที่ไม่มีขีด(-) หรือเมื่อเราพิมพ์รูปแบบไม่มีขีด(-)แล้วอยากแก้เป็นแบบมีขีด(-) ในที่นี้จึงขอแนะนำวิธีใส่ขีดและลบขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Excel แบบง่าย ๆ ดังนี้

1.วิธีใส่ขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Excel

หมายเลขประชาชน 13 หลัก ถ้าจะคีย์ข้อมูลในโปรแกรม excel office 2007 เช่น เลขประชาชน3750309374826 แล้วให้เป็น ๓-๗๕๐๓-๐๙๓๗๔-๘๒-๖

มีวิธีการใส่ขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Excel ดังนี้

คลิกขวาที่เซลล์ที่ต้องการ --> จัดรูปแบบ (Format cells) --> Custom --> พิมพ์ t0-0000-00000-00-0 ในช่อง Type แล้วก็ OK

(ที่มา : http://topicstock-tech.pantip.com/tech/software/topicstock/2008/12/SA2686339/SA2686339.html)

 2. ลบขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Excel

หมายเลขประชน 13 หลักตามรูปแบบที่ใช้ขีด 3-7503-09374-82-6 ถ้าจะขีดข้อมูลหรือพิมพ์ข้อมูลแบบไม่มีขีด – มาคั่น ให้เป็น 3750309374826

                มีวิธีการลบขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Excel ดังนี้

                ขั้นที่ 1 คลิกขวาที่เซลล์(กรณีเป็นช่องเซลล์เลขประชาชนให้เลือกทั้งช่องรวมทั้งข้อ ความเลขประชาชนได้เลย) ที่ต้องการ --> จัดรูปแบบ (Format cells) --> Number --> OK  จากนั้นขั้นที่ 2 เลือกเมนู Find(ค้นหา) ที่เป็นรูปกล้องส่องทางไกล (หรือ Ctrl+F) --> จะพบหน้าต่างให้เลือก Replace(แทนที่) --> จะพบข้อความบรรทัดบน Find What: ให้ใส่เครื่องหมาย – (เครื่องหมายขีด) --> บรรทัดล่าง  Replace with(แทนที่ด้วย) --> ให้เว้นว่างไว้ไม่ต้องพิมพ์อะไร  --> เลือก Replace All จะได้เซลล์ในรูปแบบเลขที่มีทศนิยมสองตำแหน่ง  --> กดคำสั่งลดทศนิยม(ที่ Number รูป 00-->0)

                (ที่มา : สอบถามผู้รู้และประสบการณ์)

 วิธีใส่ขีดและลบขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Word

  วิธีใส่ขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Word และลบขีดเลขประชาชน 13 หลักในโปรแกรม Word  วิธีที่ง่ายที่สุดคือ Copy ไปใส่ในโปรแกรม Excel (ทางที่ดีควรเก็บข้อมูลใน Excel) แล้วทำตามขั้นตอนด้านบน)


(ที่มา : http://www.dopa.go.th/fop/pid13.htm ปัจจุบันไม่พบแล้ว)

GotoKnow.org เป็นบริการสังคมของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก


ให้เริ่มใช้ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ดูรายละเอียดจากเว็บไซท์ กรมสรรพากร
http://tinreg.rd.go.th/findNID/FindingNIDMain_new.asp




บริการสุ่มเลข 13 หลัก ของเว็บไซท์เอกชน 
ว็บบริการที่ 1  หรือ ว็บบริการที่ 2
วัตถุประสงค์

เพื่อให้ได้เลขบัตรประชาชนที่สามารถใช้งานได้จริงโดยที่เรานั้นไม่มีความจำ เป็นที่จะต้องใช้เลขบัตรประชาชนของจริงแต่อย่างใด ซึ่งท่านสามารถที่จะนำเลขที่ได้จากการสุ่มเลขบัตรนี้นั้น
ไปใช้ทำการสมัครเกมส์ สมัครเว็บไซต์ หรือสิ่งต่างๆ โดยที่ท่านไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนจริงของตนเอง หรือของผู้อื่น เพราะอย่างที่เราได้บอกไปนั้นว่า
เลขของเรานั้นมาจากการสุ่ม เพราะอย่างนั้นเลขที่ปรากฏโดยส่วนใหญ่นั้นไม่มีอยู่จริงในฐานข้อมูลทาง ทะเบียนราฐแต่อย่างไร

เพราะอย่างนั้นสบายใจกับการสุ่มเลขบัตรของทางเราได้เลยเพราะว่าไม่ว่าคนใดก็ไม่สามารถนำเลขบัตรประชาชนของท่านไปแสวงหาผลประโยชน์ไม่ได้