ลุงสอนหลาน

เรื่อง ลุงสอนหลาน                                                                     

ลุงขอแนะนำ แนวทางดำรงค์ชีวิตที่ดีแก่หลาน ๆ

            อย่าถามตัวเองว่าเกิดมาทำไม  ตั้งใจทำวันนี้และพรุ่งนี้ให้ดี สำเร็จตามเป้าหมาย คนเราเกิดมาแล้วต้องมีหน้าที่ปฏิบัติต่อตนเองตามธรรมชาติในทุกคน เพื่ออยู่รวมกันกับคนหมู่มากอย่างมีความสุข เราก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมรอบข้างโดยอัตโนมัติ หลีกเลี่ยงหลีกหนีไม่ได้ เราต้องเลือกคบหาผู้คนที่ดีให้คุณต่อเรา เรามีพ่อแม่พี่น้องญาติที่รักเราเสมอ ให้การเลี้ยงดู ให้การศึกษา ให้อนาคตโดยพร้อมจะชี้แนะทุกเรื่องที่ถูกต้องศลีธรรม สมควรปรึกษาท่านก่อน แล้วจึงปรึกษาผู้อื่นเปรียบเทียบกันได้

            เพื่อการอยู่ร่วมกับสังคมได้ดี มีฐานะมั่นคง มีครอบครัวที่ดีจนแก่เถ้า เรารู้แล้วว่าเกิดมาแล้วก็ต้องตาย ขณะที่ยังไม่ตาย จะมีชีวิตเฉลี่ยเพียง 80 ปี เราสามารถทำงานได้รวม 30 ปีเท่านั้น เพราะจะไม่มีการจ้างหรือก็ไม่มีแรงทำงาน ดังนั้นเราต้องแบ่งเวลาชีวิต แล้วตั้งใจทำตัวเองให้บรรลุจุดประสงค์ที่เราตั้งใจไว้ให้ได้ เมื่อหลงลืมเบี่ยงเบน แปรผันจุดประสงค์ไประหว่างทางต้องรีบเตือนตัวเองให้กลับมาสู่เป้าหมายในแต่ละช่วงชีวิตนั้น เช่น

            วัยเด็ก อายุ แรกเกิด-20ปี เราต้องสร้างอนาคตด้วยการศึกษาหาความรู้ใส่ตัวให้สมบูรณ์ รู้จักการออมและบำรุงรักษาทรัพย์ ถ้ามีเหตุเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ ต้องรีบปรับตัวไม่ต้องเกรงใจเพื่อนผู้ที่ไม่หวังดีไม่จริงใจต่อเรา เลิกลาไปเลย ไม่ต้องริรี้พิไร คบคนพาลพานพาไปหาผิด ต้องไม่เกรงใจแก่คนไม่ดี ถ้าช่วงชีวิตนี้ทำไม่สำเร็จหรือทำได้ไม่ดี ก็รีบปรับปรุง ในช่วงวัยต่อไป ขอให้พึงเข้าใจว่าเราไม่ได้ทำผิด เพียงแต่เราทำได้ไม่ดีไม่ถูกต้องเท่านั้น

            วัยทำงาน อายุ 21-35ปี เราต้องตั้งใจทำงานสร้างครอบครัวของเรา รู้จักวางเป้าหมายชีวิต ออมเพื่ออนาคต สิ่งที่ออมไม่ได้หมายถึงเงินเท่านั้น ออมเพื่อนที่ดีไว้ ออมสิ่งของโดยใช้ให้คุ้มค่าที่ซื้อมา ไม่ซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อ อย่าไฟแรงถือมั่นตนเองมากไปจนตกอยู่ในความประมาท คิดก่อนทำ ทำก่อนพูด พูดให้น่าเชื่อถือ เพราะฮอร์โมนเพศวัยนี้จะมีมาก ต้องทำงานให้นายชอบ ต้องซื่อสัตย์ ไปก่อนเวลานัด ถ้าเป็นเราเถ้าแก่ก็ให้ลูกน้องรัก เป้าหมายชีวิตช่วงนี้ต้องพยายามเป็นหัวหน้างานให้ถึงให้ได้ ค้นหาคู่ครองที่ดีขยันทำงานไม่เล่นการพนัน รักพี่น้องของเรา  ถ้ามีเหตุเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ของเราที่ตั้งไว้ ต้องรีบทบทวนปรับตัวทันที ถ้าทำผิดอย่าตำหนิตัวเอง รักสุขภาพกายสุขภาพจิตตัวเองให้มาก

            วัยผู้ใหญ่ อายุ 36-45ปี เราต้องครองชีวิตและครอบครัวโดยไม่ประมาท ถ้าจะลงทุนมากๆ ต้องคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ด้วยว่าถ้าไม่สำเร็จครอบครัวเรายังคงต้องปลอดภัย ถ้าเราเป็นลูกจ้างเขาการเปลี่ยนงานได้ในช่วงนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะในช่วงชีวิตต่อไป จะไม่มีใครจ้างเราเพราะอายุมากนั่นเอง

            วัยกลางคน อายุ 46-55-60 ปี ถ้าเราทำงานเป็นลูกจ้างในวัยนี้ หวังว่าคงได้เป็นหัวหน้าแล้ว อย่าคิดลาออกโดยไม่จำเป็น อยู่ให้ลูกน้องรัก ปรับอารมณ์ให้นิ่งเพราะช่วงอายุนี้ฮอร์โมนในร่างกายจะเปลี่ยนแปลงเร็วมาก สร้างเกรียติยศเสริมคุณค่าชีวิต คบเพื่อนแท้ไว้ปรึกษายามแก่ ระวังคนรู้จักมาชวนลงทุนขนาดใหญ่จะไม่ประสบความสำเร็จ หรือเป็นนายหน้าค้ำประกัน  อยากเศรษฐีต้องเป็นนายหน้า อยากเป็นขี้ข้าต้องเป็นนายประกัน  ต้องรู้จักปฏิเสธเเลี่ยงการเป็นนายประกัน ใจแข็งเฉียบขาดไม่ต้องเกรงใจแก่ผู้นั้น ต้องสำรวจทรัพย์สินที่ได้สะสมไว้ใช้ยามชราว่าเข้าเป้าหมายหรือพลาดไป เพราะอายุ 60 ปี ชีวิตจะยืนยาวไปได้อีกเพียง 15 - 20 ปี

            วัยผู้สูงอายุ อายุ 60-ตาย ทำตัวเป็นผู้ให้คำปรึกษาแก่ลูกหลานพี่น้องของเรา ไม่อารมณ์ฉุนเฉียว รักษาสุขภาพจิตให้ดี รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  สนับสนุนผู้อื่นให้ทำดีมีศีลธรรม เพื่อความจำที่ดี ฝึกสมองของตนให้ได้คิดอ่านอยู่เสมอทุกวัน ทำจิตให้ผ่องใสเบิกบาน ออกกำลังกายเสมอๆ เดินวันละ 7,000 ก้าวก็พอ ไม่เสพของเสพติด ธรรมชาติมนุษย์เราเป็นสัตว์กินพืชไม่ใช่สัตว์กินเนื้อ กินอาหารแต่พอประมาณ  ผัก-ปลา ลดมัน ลดหวาน กินเครื่องในได้บางครั้ง คนเป็นมะเร็งต้องไม่กินเนื้อ อยู่ในที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีฝุ่นละออง และไม่มีความชื้นมาก

            เมื่อเราเข้าใจการดำรงชีวิตแล้วเรามาสำรวจตัวเองดูว่า เราอยู่ตรงใหนเบี่ยงเบนการปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานไปอย่างไรหรือไม่ ปรับแต่งให้เหมาะสมหรือให้ดีเยี่ยมแก่ตัวเราต่อไป.

ภาระที่เราตั้งเป้าหมายและปรับปรุงบังคับตนเอง

๑.   การเรียน ถ้าเทอมใดสอบตก จะต้องหักรายได้จากพ่อแม่ที่ให้มาเป็นการลงโทษตัวเอง วิชาละ ........ บาท นำเงินนี้ไปฝากธนาคารไว้ ถอนได้เมื่อเราหางานทำได้แล้ว เพื่อเตือนตัวเราว่าเมื่อฝืดเคืองค่าใช้จ่ายเป็นเพราะอะไร แล้วปรับปรุงตัวเอง แน่นอนถ้าเราสอบได้เกรด A ขึ้นไป พ่อแม่ก็จะให้โบนัสวิชาละ.....เป็นเงินหรือสิ่งของที่เราอยากได้เพื่อเสริมการเรียนหรือพาไปกินเลี้ยงอาหารก็ได้

๒. การอ่านหนังสือเรียนให้ได้ทุกวิชา วิชาละ 1 ชั่วโมง วันละไม่ต่ำกว่า 3 วิชาทุกวัน แล้วตั้งแบบทบทวนทดสอบด้วยตนเองท้ายชั่วโมง เมื่ออ่านแล้วมีปัญหาไม่ค่อยเข้าใจจดไว้ไปพบอาจารย์ที่ปรึกษา เล่าให้เขาฟัง ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่เท่านั้นถึงไปปรึกษา อย่ากลัวว่าคำถามของเราจะเชยจะโง่ คิดเสียว่าไปปรึกษาพี่ใหญ่ใจดีของเรา ถ้าไม่มีใครไปปรึกษาเลย อาจารย์ก็จะได้เงินค่าที่ปรึกษาไปฟรีๆ ทุกเดือน อายครูบ่รู่วิชา อายคู่สมรสบ่มีลูก

๓.  หนังสืออ่านประกอบ หาอ่านให้ได้ทุกสัปดาห์ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เพื่อขยายความเข้าใจนำมาเปรียบเทียบ ในวิชาที่เราลงทะเบียนเรียนไว้ให้กระจ่างแจ้ง และกว้างขวางมากขึ้น เพื่อทำให้ตนเองนำไปแก้ปัญหาในอาชีพ ในอนาคตและการสอบ ควรอ่านให้ได้เทอมละ 8-10 เล่ม ให้อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำก็ได้ ยังมีวารสารแม๊คกาซีนต่างประเทศอีกด้วย อ่านมากรู้มาก อ่านน้อยรู้น้อยจะเป็นเหยื่อคนรู้มากเสมอ  ไปห้องสมุดเรายังมีโอกาสพบปะปรึกษาหารือการเรียนกับเพื่อนได้อีกด้วย แลกเปลี่ยนความคิดกัน

๔.  ควรเขียนภาษาไทยให้ถูกต้อง รู้ภาษาต่างด้าวให้ได้ 3 ภาษา ค่อยศึกษาเพิ่มเติมเองเมื่อทำงานแล้วก็ได้ รู้อะไรขอให้รู้เป็นครูเขา รู้แล้วรู้ซ้ำอีกไม่เสียหายอะไร เพื่อรักษาค่าตัวให้รอดและปลอดภัย

๕.  จัดระบบชีวิตตัวเองในเรื่องส่วนตัว เช่น ซักผ้ารีดผ้าของตนเอง ทำความสะอาดห้องของตนเองไม่อับชื้น เดินทางประหยัด รู้จักหน่วยงานสถานที่

๖.   ดูแลสถานที่เราอยู่อาศัย เช่น ปัดกวาดเช็ดถู สำรวจสภาพความชำรุดทรุดโทรมบอกผู้ร่วมอาศัย ซ่อมแซมเองเท่าที่ทำได้

๗.  การออม ให้สอดคล้องกับการลงทุน ขยายการลงทุนจากกำไร อย่ากู้ยืมมาเพื่อลงทุน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

๘.  การพบปะ ปรึกษาหารือกัน ทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างพี่น้องญาติผู้สูงอายุ อย่าให้ท่านเหงาควรทำเสมอ สมัยนี้สื่อสารกันได้ง่าย ถึงแม้จะไม่ได้ไปมาหาสู่กันก็ตาม สามารถสื่อสาร โทรหากัน อีเมล์ แช๊ต MMS  ก็ได้ พี่น้องรักกันห่วงใยกันเป็นสิ่งที่ดี เพราะเมื่อไปมีครอบครัวแล้ว ก็จะห่างเหินกัน

๙.   ขอให้คติข้อคิดเสมอว่า วันเกิดของลูก เป็นวันที่แม่เสี่ยงชีวิตเพื่อเรา ไม่ใช่วันที่ลูกสนุกสนานที่สุด ส่วนพ่อเป็นวันที่พ่อดีใจเป็นห่วงชีวิตแม่และลูกมากที่สุด แผนชีวิตครอบครัวที่ดี ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

ลุงขออวยพรให้ชีวิตของหลาน จงสบความสุข สุขภาพจิตดี มีความคิดกว้างไกล ใช้ประสบการณ์ให้เกิดประโยชน์แก่ตน สมหวังในสิ่งดี ไม่เจ็บไม่ป่วย.

รักหลานทุกคน

ลุงหน่อย              23  ตุลาคม พ.ศ. 2550