ภูมิแพ้จากอาหาร พบได้บ่อยแค่ไหน
พบประมาณ ร้อยละ 2-5 ของประชากร
ในผู้ใหญ่ ประมาณ 2% (1 ใน 50)
ในเด็ก ประมาณ 5% (1 ใน 20)
เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประชากรประมาณ 11 ล้านคน ที่มีภาวะ food allergy
>6 ล้านคน แพ้ปลาและกุ้ง
>3 ล้านคน แพ้ถั่ว
อาหารหลายร้อยชนิดเป็นสาเหตุของภูมิแพ้ แต่ 90% ของภาวะภูมิแพ้ เกิดจากอาหาร 8 กลุ่ม คือ
- Milk
- Egg
- Peanuts
- Soy
- Wheat
- Tree nuts
- Fish
- Shellfish
Labeling – Food allergy
ต้องระบุในฉลากว่าอาหารนั้นมีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้หรือไม่ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงอาหารหรือสารที่แพ้ได้ ผู้ผลิตต้องทราบว่าอาหารนั้น มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ครอบคลุมส่วนประกอบทุกอย่าง ทั้งส่วนประกอบหลักและ additive, flavor, color, processing aid, etc. ไม่กำหนดปริมาณขั้นต่ำของสารนั้น ถ้ามีก็ต้องระบุว่ามี
สหรัฐอเมริกา
- 2% ของผู้ใหญ่ 5%ของเด็กเป็นภูมิแพ้อาหาร
- ป่วย 30,000 คน/ปี
เสียชีวิต 150 คน/ ปี
- ไม่มีวิธีรักษา
- สินค้า 8 ชนิด/กลุ่ม
- Milk
- Egg
- Peanuts
- Soy
- Wheat
- Tree nuts
- Fish
- Shellfish
- บังคับใช้ 1 มค. 49
- กรณีอาหารแปรรูป
- “contains” food allergen common names
- พิมพ์ต่อกัน
- ขนาดตัวอักษรเท่ากัน
- ถ้าชื่ออาหารตรงกับ food allergen
- ถั่ว ระบุ specific type
- สัตว์น้ำ ระบุ species
- ข้อยกเว้น highly refined oil เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ไม่ต้องติดฉลาก
- รัฐมนตรีประกาศข้อบังคับเพิ่มเติมได้
- Stakeholders สามารถขอให้รัฐมนตรี ยกเว้น food ingredient ใด ๆ จากการติดฉลากได้
- รัฐมนตรีพิจารณาภายใน 180 วัน
- ผู้ร้องขอต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์ว่า food ingredient นั้น not contain allergen protein
สหภาพยุโรป
- EU ได้ปรับปรุงระเบียบการติดฉลากอาหาร โดยได้มีการประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรื่องการติดฉลากอาหารก่อภูมิแพ้ เมื่อ พ.ย. 46 โดยให้สมาชิกมีระยะเวลา 1 ปี เพื่อปรับเข้าสู่กฎหมายภายในประเทศ (พ.ย. 47)
- ผู้ผลิตอาหารจะต้องปรับการติดฉลากภายใน 25 พ.ย.48
- ระเบียบเดิมยกเว้นการติดฉลากสำหรับส่วนผสม อาหารก่อภูมิแพ้ที่มีน้อยกว่า 25%
อาหารก่อภูมิแพ้ 12 ชนิด ที่ต้องติดฉลาก
- ธัญพืชที่มี gluten (เช่น ข้าวสาลี, ไวน์, บาร์เลย์)
- สัตว์น้ำ
- สัตว์น้ำมีเปลือก
- นม (รวมทั้ง lactose)
- ถั่วลิสง
- ถั่วชนิดต่างๆ (Tree Nuts)
- ไข่
- ถั่วเหลือง
- คื่นช่าย และพืชใน Umbelliferae family เช่น แครอท เซเลรี่ พาร์สลีย์
- มัสตาร์ด
- เมล็ดงา
- Sulphur dioxide and sulphites (concentration > 10ppm)
ลักษณะการติดฉลาก
- ต้องมีถ้อยคำ trademark รูป สัญลักษณ์ใดๆ ที่ปรากฏในสินค้า หีบห่อ เอกสาร ป้าย
- ใช้คำว่า contain ชื่ออาหารภูมิแพ้ แต่ถ้าระบุไว้ใน list of ingredient แล้วไม่ต้องระบุ
- กำหนดให้ทบทวนรายการอาหารก่อภูมิแพ้ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2548
ญี่ปุ่น
- ปี 2542 รัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มให้ความสนใจ เรื่องภูมิแพ้อาหาร และได้จัดตั้งคณะกรรมการภูมิแพ้อาหาร เนื่องจากปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงมากขึ้น
- ปี 2545 กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของ ญี่ปุ่น ได้ออกข้อกำหนดการบังคับใช้การติดฉลากอาหารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้
จำแนกได้ 2 กรณี ได้แก่
- อาหารก่อภูมิแพ้ (บังคับติดฉลาก)
— ประกอบด้วยอาหาร 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวสาลี โซบะ (buckwheat) ไข่ นม และถั่วลิสง
— ถ้าไม่ติดฉลากถือว่า มีความผิด ตามกฎหมายสุขลักษณะของอาหาร
- อาหารชนิดอื่นที่แนะนำว่าอาจก่อให้เกิดภูมิแพ้
— ประกอบด้วยอาหาร 19 ชนิด ได้แก่ หอยเป๋าฮื้อ ปลาหมึก ไข่ปลาแซลมอน กุ้ง ส้ม ปู กีวี พีช แอปเปิ้ล เนื้อวัว tree nuts ปลาแซลมอน ปลาทู ถั่วเหลือง เนื้อไก่ เนื้อหมู เห็ดญี่ปุ่น แยม เจลลาติน
- ให้มีการตรวจสอบและปรับปรุงทุกๆ 2 ปี
ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
- การให้ข้อมูลเรื่องอาหารก่อภูมิแพ้แก่ผู้บริโภค เพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ตนแพ้
- เริ่มบังคับใช้ วันที่ 20 ธันวาคม 2545
- หลังจากการบังคับใช้ มีการทำวิจัยและตรวจสอบประสิทธิภาพของ “The Code” เพื่อการปรับปรุง
ลักษณะการวิจัยเรื่องอาหารก่อภูมิแพ้โดย FSANZ
- เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ
- 90 % อ่านฉลากอย่างถี่ถ้วน
- 67% สามารถแยกแยะว่าฉลากเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
- 62% ซื้อผลิตภัณฑ์เดิม
- 44% ซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีการบรรจุแน่นหนา
- 43% ไม่เคยซื้ออาหารที่ไม่มีฉลากภูมิแพ้หรือฉลากคลุมเครือ
- 24% ตรวจสอบรายชื่อผลิตภัณฑ์จากหน่วยงานที่ กี่ยวข้องก่อนการบริโภค
- 14% แจ้งรายงานผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากผิด หรือบกพร่อง หรือไม่มีการติดฉลากกำกับ
ข้อแนะนำจากการวิจัย
- ฉลากภูมิแพ้ควรใช้คำที่เข้าใจง่าย หรือใช้ศัพท์ธรรมดา
- ควรระบุแหล่งที่มาของส่วนประกอบอาหารด้วย
- ควรระบุปริมาณอาหารที่ก่อภูมิแพ้โดยคำนวณเป็น ร้อยละ
- ฉลากควรจะมีขนาดและรูปแบบตัวอักษรที่เป็นแบบแผน
เอกสารอ้างอิง1 กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ www.acfs.go.th2 หน่วยโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย3 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล4 ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ, สวทช5 https://www.fostat.org/food-allergy-and-food-allergen/