แมวไทยเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่สะท้อนภูมิปัญญา ความเชื่อ และความงามที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แมวไทยถูกบันทึกไว้ในตำราโบราณหลายฉบับ ทั้งรูปลักษณ์ สีสัน ความหมายเชิงมงคล มีบทบาทในวัฒนธรรม ความเชื่อ และมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยมาทุกยุคสมัย อีกทั้งยังเป็นสัตว์ที่มีเอกลักษณ์ในตัวเอง ทั้งรูปลักษณ์และลักษณะนิสัยที่มีความโดดเด่น มีความแตกต่างจากแมวสายพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน ทำให้แมวไทยมีคุณค่าไม่เพียงในฐานะของสัตว์เลี้ยง แต่ยังมีคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และเผยแพร่ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (กอช.) จึงได้เสนอให้ “แมวไทย” เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทสัตว์เลี้ยง โดยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (กอช.) เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568
แมววิเชียรมาศ
แมวโคราช หรือ แมวสีสวาด
แมวศุภลักษณ์
แมวโกนจา
แมวขาวมณี หรือ ขาวปลอด
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบให้ “แมวไทย” เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทสัตว์เลี้ยง เพื่ออนุรักษ์สายพันธุ์แท้ 5 ชนิด ได้แก่ แมววิเชียรมาศ, แมวสีสวาด (โคราช), แมวศุภลักษณ์, แมวโกนจา และ แมวขาวมณี โดยเน้นเชิดชูคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเพิ่มมูลค่า Soft Power รวมถึงการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์แมวไทยแท้ ป้องกันการนำไปจดทะเบียนโดยต่างชาติ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงและท่องเที่ยว
แมวไทย 5 สายพันธุ์หลัก (มรดกทางชีวภาพ):
แมววิเชียรมาศ (Siamese Cat): จุดเด่นคือแต้มสีเข้มบนร่างกาย
แมวโคราช หรือ แมวสีสวาด: สีขนเหมือนสีเมฆ เชื่อว่าเป็นแมวมงคล
แมวศุภลักษณ์: สีน้ำตาลเข้มเหมือนสีสนิมหรือทองแดง
แมวโกนจา: สีดำสนิท พบเห็นได้ยาก
แมวขาวมณี หรือ ขาวปลอด: ขนสีขาวบริสุทธิ์