Chud Thai: knowledge, craftsmanship and practices of the Thai national costume
การที่ประเทศไทยเสนอ “ชุดไทย” ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของUNESCO เพื่อให้ชุดไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ด้วยความภาคภูมิใจภายใต้หลักของความเข้าใจ ความสร้างสรรค์ และการอยู่ร่วมกันอย่างสง่างามของมนุษยชาติ
เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้เผยแพร่ข่าวสารว่าองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ว่ารายการ “ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ” (Chud Thai: The Knowledge, Craftsmanship and Practices of the Thai National Costume) ได้ถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) สมัยที่ 21 ซึ่งกำหนดพิจารณาในปี พ.ศ. 2569 (2026) ตามด้วย “มวยไทย” ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณาของยูเนสโกในปี 2571(2028) เพื่อให้ชุดไทย และมวยไทย ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนในระดับนานาชาติ โดยยึดหลักความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของชาติ ความเข้าใจในบริบทสากล และการส่งเสริมภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลกอย่างสร้างสรรค์
ชุดไทยดุสิต
ชุดไทยจักรี
ชุดไทยศิวาลัย
ชุดไทยจักรพรรดิ์
ชุดไทยเรือนต้น
ชุดไทยจิตรลดา
ชุดไทยอมรินทร์
ชุดไทยบรมพิมาน
สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชดำรีว่า สตรีไทยในขณะนั้นไม่มีเครื่องแต่งกายที่เป้นแบบแผน หรือชุดประจำชาติเหมือนสตรีชาติอื่น พระองค์จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้เชี่ยวชาญ คค้นคว้าประวัติศาสตร์การแต่งการแบบไทย เพื่อทรงให้ออกแบบฉลองพระองค์ชุดไทยแบบต่าง ๆ ต่อมาพระองค์ได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดพิมพ์สมุดภาพหญิงไทย เผยแพร่การแต่งกาย "ชุดไทยพระราชนิยม" ทำให้สตรีไทยทั่วไปนำไปใช้เป็นแบบมาตรฐาน ซึ่งมีการประยุกต์เป็นชุดไทยอีกหลายแบบ ปรากฏเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
ชุดไทยเรือนต้น :
ชุดไทยลำลอง แขนกระบอกสามส่วน
ที่มาของชื่อ
ตั้งชื่อตามพระตำหนักเรือนต้นในพระราชวังดุสิต
ความหมายและลักษณะ
- เป็นชุดไทยแบบลำลอง ใช้ในโอกาสไม่เป็นทางการ ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม แขนสามส่วน ปลายแขนผ่าเล็กน้อย หรือไม่ผ่าก็ได้ ติดกระดุมหน้าห้าเม็ด สามารถใช้ได้ทั้งกระดุมปั๊ม กระดุมโลหะ หรือกระดุมมุก
- เสื้อเป็นคอกลมชิดคอ ใช้ผ้าสีตามริ้วหรือเชิง จะเป็นสีเดียวกับผ้านุ่งหรือสีตัดกันก็ได้
- ลักษณะเป็นผ้านุ่ง ป้ายยาวจรดข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าข้าง ใช้ผ้าลายตามขวาง หรือตามยาวก็ได้
- ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้น เช่น ต่างหู สร้อยลูกไม้หรือสร้อยมุก
ชุดไทยจิตรลดา :
ชุดไทยจิตรลดา :
ชุดแขนกระบอก พิธีการกลางวัน
ที่มาของชื่อ
ตั้งชื่อตามพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
ความหมายและลักษณะ
- ลักษณะทั่วไปคล้ายกับชุดไทยเรือนต้น ต่างกันตรงคอเสื้อที่มีขอบตั้ง ประมาณ ๒.๕ ซม. ท่อนบนใช้ผ้าไหมยกดอกหรือผ้าไหมพื้นแขนยาวจรดข้อมือ
- ท่อนล่างใช้ผ้าไหมยกดอกหรือผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผ้านุ่งป้าย ชายผ้านุ่งกรอมเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าข้าง
- ใช้เครื่องประดับตามควร เช่น สร้อยลูกไม้หรือสร้อยสั้นชิดคอ
ชุดไทยอมรินทร์ :
ชุดไทยอมรินทร์ :
ชุดแขนกระบอก ผ้านุ้งไหมยกทอง
ที่มาของชื่อ
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง
ความหมายและลักษณะ
- มีลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา คือเป็นเสื้อแขนกระบอก คอตั้งประมาณ ๒.๕ ซม. กระดุม ๕ เม็ด ใช้กระดุมปั๊ม หรือกระดุมโลหะ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมพื้น
- ผ้านุ่งจะตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกทอง ชายผ้านุ่งกรอมข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าข้าง
- ความสวยงามของชุดไทยอมรินทร์จะอยู่ที่เนื้อผ้าและเครื่องประดับ นิยมใส่เครื่องประดับอย่างลูกไม้หรือทับทรวง
ชุดไทยบรมพิมาน :
ชุดไทยบรมพิมาน :
ชุดแขนกระบอก สวยสง่าด้วยผ้านุ่งจีบและชายพก
ที่มาของชื่อ
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง
ความหมายและลักษณะ
ท่อนบนเป็นเสื้อแขนยาว คอตั้งประมาณ ๒.๕ ซม. ปลายแขนยาวกรอมข้อมือ ใช้ได้ทั้งกระดุมปั๊ม ติดซิปซ่อนหรือติดตะขอ
ตัวเสื้อและผ้านุ่งติดกันเป็นชุดเดียว ใช้ซิปซ่อนกลางหลัง ยาวตั้งแต่ต้นคอจนถึงสะโพกล่าง ตัดเย็บด้วยผ้าไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัวก็ได้
จีบหน้า กว้างประมาณ ๗-๘ ซม. พับ ๔-๕ พับ ชายพกกว้างประมาณ ๗ ซม. ยาว ๑๗ ซม. ใช้เข็มขัดไทยคาด ใส่คู่กับเครื่องประดับอื่น เช่น สร้อยลูกไม้หรือทับทรวงหรือสังวาลย์
ชุดไทยจักรี :
ชุดไทยจักรี :
ชุดไทยสไบเฉียง เปิดบ่า
ที่มาของชื่อ
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ความหมายและลักษณะ
- ท่อนบนเปิดไหล่หนึ่งด้าน เป็นสไบปักหรือไม่ปักก็ได้ โดยสามารถทำเป็นสไบจับจีบเดรปทิ้งชาย ความยาวสไบให้เสมอชายผ้านุ่งหรือเสมอพื้น
- ตัดเย็บติดกับท่อนล่าง ซึ่งเป็นผ้านุ่งจีบ ตัดเย็บจากผ้าไหมยกทอง
- จีบหน้ากว้าง ประมาณ ๗.๕ ซม. ชายพกยาวประมาณ ๑๗ ซม.
- จับคู่กับเครื่องประดับ เช่น ทับทรวงหรือสร้อยสั้นติดคอ และคาดเข็มขัด
ชุดไทยดุสิต :
ชุดไทยดุสิต :
ชุดไทยคอกว้าง แขนกุดปักลาย
ที่มาของชื่อ
ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ความหมายและลักษณะ
- ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมหรือยกทอง ผ้านุ่งจีบ เสื้อคอกว้าง ไม่มีแขน ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด
- ชายผ้านุ่งกรอมข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าหน้า
- จีบหน้ากว้าง ประมาณ ๗.๕ ซม. ชายพกยาวประมาณ ๑๗ ซม.
- จับคู่กับเครื่องประดับสร้อยสั้นชิดคอและคาดเข็มขัด
ชุดไทยศิวาลัย :
ชุดไทยศิวาลัย :
ชุดไทยแขนกระบอก ที่โดดเด่นด้วยสะพัก
ที่มาของชื่อ
ตั้งตามชื่อพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ความหมายและลักษณะ
- เป็นชุดแบบเดียวกับชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับอีกชั้น มีทั้งแบบสะพักห่มแยกและสะพักเย็บติดกับชุด สามารถตัดเย็บได้ทั้งแบบปักประดับและไม่ปักประดับ
- ความกว้างสะพัก ด้านหน้าประมาณ ๑๔ - ๑๖ ซม. ความกว้างปลายสะพัก ประมาณ ๒๕ - ๒๗ ซม.
ชุดไทยจักรพรรดิ :
ชุดไทยจักรพรรดิ :
ชุดไทยสไบจีบ ทับด้วยผ้าทรงสะพัก
ที่มาของชื่อ
ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง
ความหมายและลักษณะ
- ท่อนบนห่มผ้าสองชั้น ชั้นในมักเป็นสไบจีบและห่มสะพักทับ
- ผ้านุ่งยกทอง จีบหน้าแบบเดียวกับชุดไทยจักรี ชายผ้านุ่งกรอมข้อเท้า ไม่ผ่าหลังหรือผ่าหน้า
- คาดเข็มขัดและใส่เครื่องประดับเข้าชุดกัน เช่น ทับทรวงหรือสังวาลย์
ชุดไทยแขนสั้น
ความหมายและลักษณะ
ชุดไทยแขนสั้น เสื้อพระราชทานแขนสั้นใช้สีอ่อนหรือมีลวดลายสุภาพ สวมใส่ในโอกาสธรรมดาทั่วไปหรือในการปฏิบัติงาน หรือในงานพิธีการกลางวัน และอาจใช้สีเข้มได้ ในงานพิธีการกลางคืน
ชุดไทยแขนยาว
ความหมายและลักษณะ
ชุดไทยแขนยาว เสื้อพระราชทานแขนยาว เสื้อพระราชทานแขนยาว ใช้สีอ่อนหรือลวดลายสุภาพในงานพิธีการกลางวันและใช้สีเข้มในงานพิธีการกลางคืนหากใช้ในโอกาสพิธีการสำคัญ สามารถเพิ่ม ผ้าคาดเอวได้ ถือเป็นแบบเต็มยศ
ชุดไทยแขนยาวคาดเอว
ความหมายและลักษณะ
ชุดไทยแขนยาวคาดเอว เสื้อพระราชทานแขนยาว เสื้อพระราชทานแขนยาว ใช้สีอ่อนหรือลวดลายสุภาพในงานพิธีการกลางวันและใช้สีเข้มในงานพิธีการกลางคืนหากใช้ในโอกาสพิธีการสำคัญ สามารถเพิ่ม ผ้าคาดเอวได้ ถือเป็นแบบเต็มยศ
อ้างอิงข้อมูลและสื่อประกอบ
กระทรวงวัฒนธรรม
จังหวัดเพชรบุรี