องค์การยูเนสโกได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกขององค์การยูเนสโกสร้างเมืองของตนให้เป็น“เมืองแห่งการเรียนรู้” โดยเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพลเมืองทุกระดับให้มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติใหม่ ๆ ในหลากหลายบริบท สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต โดยอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีทุกภาคส่วนของภาคีเครือข่าย เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็วทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง และส่งเสริมให้เกิดความสมานฉันท์ในสังคม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อนำไปสู่ “เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้โลก” หรือ UNESCO GNLC ที่ยั่งยืน
โดย “เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้โลก” หรือ UNESCO GNLC จะให้ความสนับสนุนเพื่อบรรลุผลการดำเนินงานตาม SDGs (Sustainable Development Goals) หรือ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ของ “องค์การสหประชาชาติ” นั้น ประกอบด้วยข้อกำหนดทั้งสิ้น 17 ประการ ด้วยกัน
โดยเฉพาะ “เป้าหมายที่ 4” ซึ่งเน้น “การจัดการศึกษาอย่างครอบคลุม เท่าเทียม และมีคุณภาพ” รวมทั้ง “ส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับทุกคน” หรือ Life Long Learning (LLL) และ “เป้าหมายที่ 11” ซึ่งมุ่ง “พัฒนาเมือง และถิ่นฐาน” ให้มนุษย์ได้อยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย และมีการช่วยเหลือเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน สู่ความยั่งยืน
“เมืองแห่งการเรียนรู้” อาจเป็นลักษณะ “เทศบาลแห่งการเรียนรู้” (Learning Municipality) “หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้” (Learning Village) “เมืองแห่งการเรียนรู้” (Learning Town) หรือ “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” (Learning Community) ก็ได้ เพราะ “เมือง” มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายแห่งการพัฒนาได้อย่างยั่งยืนใน 3 มิติ คือ
1. การสร้างสรรค์สังคม
2. การพัฒนาเศรษฐกิจ
3. การรักษาสิ่งแวดล้อม
ในปัจจุบัน (ธันวาคม 2568) เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (The UNESCO Global Network of Learning Cities - GNLC) มีทั้งหมด 425 เมือง จำนวนประเทศสมาชิก 91 ประเทศ
เมืองแห่งการเรียนรู้ คือเมืองที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แก่ประชาชนทุกคนให้อยู่ร่วมกันในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม โดยการระดมทรัพยากร ความร่วมมือ และบริหารจัดการทรัพยากรแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทำให้ความรู้เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความหลากหลายของคนในเมืองนั้น
องค์การสหประชาชาติจัดทำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) จำนวน 17 เป้าหมาย เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาแบบองค์รวมในระดับโลกและเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs ดังกล่าวให้สำเร็จภายใน พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) โดยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้การพัฒนาด้านการศึกษาอยู่ใน เป้าหมายที่ 4 (Sustainable Development Goal 4: SDG4) นั่นคือ เมืองแห่งการเรียนรู้
เมืองแห่งการเรียนรู้ หมายถึง เมืองที่มีการใช้ทรัพยากรในทุกภาคส่วนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนให้เกิดการการเรียนรู้สำหรับประชาชนทุกคนและทุกระดับ โดยมีการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ มีการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ และส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดช่วงชีวิต
คุณลักษณะของเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City Features)
ส่งเสริมการเรียนรู้พื้นฐานถึงอุดมศึกษา:
ระดมทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงระดับอุดมศึกษา
ส่งเสริมการเรียนรู้ในครอบครัวและชุมชน:
สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในระดับท้องถิ่นทั้งในระดับครอบครัวและชุมช
ส่งเสริมการเรียนรู้ในสถานที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ:
อำนวยความสะดวกในการอบรมและเพิ่มพูนทักษะเพื่อชีวิตและวิชาชีพในที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่ทันสมัย:
นำระบบ วิธีการและช่องทางการเรียนรู้ โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ส่งเสริมคุณภาพและความเป็นเลิศในการเรียนรู้:
ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย
สนับสนุนวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเข้มแข็ง:
สร้างระบบนิเวศและเปลี่ยนมุมมองการศึกษาก้าวไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
ลักษณะของ Learning City ในไทย
การเข้าถึงที่เท่าเทียม:
แหล่งการเรียนรู้ต้องเป็นที่เรียนของการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีอยู่ทั่วไปในสังคม
แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย:
ห้องสมุดประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสาธารณะ ศูนย์กีฬา และอุทยานวิทยาศาสตร์
การมีส่วนร่วม:
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และคนในชุมชน
ประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นสมาชิก
ได้รับข้อแนะนำในการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้
แบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก
มีสิทธิ์สมัครรับรางวัล UNESCO Learning City Award
เครือข่ายนี้มุ่งพัฒนาเมืองให้เป็นสถานที่ที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ ซึ่งจะนำไปสู่สังคมที่เท่าเทียมและพัฒนาอย่างยั่งยืน
เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทยเป็นกลไกกลางในการประสานงานวิชาการและดึงความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสำคัญระดับชาติและนานาชาติ อาทิ บพท. กสศ. OKMD TK PARK UNESCO Bangkok, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และ กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกันขับเคลื่อน แพลตฟอร์มเมืองแห่งการเรียนรู้ประเทศไทย (Thailand Learning City Platform) ผ่าน 6 องค์ประกอบหลัก:
1. Learning City Evaluation and Strategic Research:
การวิจัยและการประเมินผลเชิงกลยุทธ์
2. Learning City Database and Digital Platform:
ระบบฐานข้อมูลกลางและแพลตฟอร์มดิจิทัลเชื่อมโยงเครือข่าย
3. Learning City Award:
การประกวดและมอบรางวัลเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพันธสัญญาแก่ผู้นำเมือง
4. Learning City Week:
การจัดสัปดาห์กิจกรรมเพื่อสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ของคนทั้งเมือง
5. Lifelong Learning Booster:
นวัตกรรมและเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
6. Learning City Academy and Forum:
การพัฒนาศักยภาพผู้นำและนักจัดการเมือง (City Administrator - CA) สู่ระดับสากล
ประเทศไทยอีกหนึ่งสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (The UNESCO Global Network of Learning Cities - GNLC) ที่ยูเนสโกพร้อมสนับสนุนการขยายเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ในไทยและระดับภูมิภาค (UNESCO stands ready to support expanding learning cities in Thailand & beyond) นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน (มีนาคม 2569) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ.(PMR) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) องค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงได้สร้างความร่วมมือกับภาคีต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ หน่วยงานทางการศึกษาของแต่ละพื้นที่ และองค์กรปกครองท้องถิ่น ผ่านงานวิจัยเพื่อยกระดับและขับเคลื่อน "เมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)" ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย และขยายไปเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (The UNESCO Global Network of Learning Cities - GNLC) รวม 13 เมือง (มีนาคม 2569) ได้แก่ เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลนครภูเก็ต เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เมืองหาดใหญ่ จังหวัดพะเยา จังหวัดสุโขทัย เมืองขอนแก่น เมืองยะลา กรุงเทพมหานครฯ เมืองในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล เมืองในสังกัดเทศบาลเมืองตาก และเมืองในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
ปี 2568-2569 ดำเนินการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ต่อเนื่องกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย เพิ่มเติมขึ้นใน 12 พื้นที่ ทั่วประเทศ
เมืองฉะเชิงเทรา, มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
เมืองวารินชำราบ, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
เมืองนครปฐม, มหาวิทยาลัยศิลปากร
เมืองเมิงเว, มหาวิทยาลัยนครพนม
เมืองธาตุพนม, มหาวิทยาลัยนครพนม
เมืองสกลนคร, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
เมืองอ่างทอง, มหาวิทยาลัยศิลปากร
เมืองเพชรบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
เมืองนครราชสีมา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
เมืองนนทบุรี, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เขตลาดกระบัง, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
เขตสายไหม, มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
“เครือข่าย UNESCO GNLC” เชื่อว่า การดำเนินงาน “การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ให้กับพลเมืองทุกคนนั้น เป็นสิ่งสำคัญต่ออนาคตของทุกประเทศ
รู้จักเมืองแห่งการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.)
เอกสารตีพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2568
เอกสารตีพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2560