เชียงใหม่ได้รับการยอมรับจาก UNESCO ให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (Creative Cities Network) ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (City of Crafts & Folk Arts) เมื่อ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560 โดยชูจุดเด่นการผสมผสานวัฒนธรรมล้านนา 720 ปีเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ศูนย์กลางความสร้างสรรค์ ได้แก่ ย่านนิมมานเหมินท์, TCDC เชียงใหม่, และพื้นที่ Craft Space ต่าง ๆ เชียงใหม่ถือเป็นอีกเมืองที่มุ่งเน้นการเติบโตที่ยั่งยืนด้วยการรักษารากเหง้าวัฒนธรรม ผสมผสานกับแนวคิดสมัยใหม่ เพื่อเป็นเมืองที่น่าอยู่และน่าทำงานที่สุดแห่งหนึ่ง
จุดเด่นเมืองสร้างสรรค์เชียงใหม่:
หัตถกรรมพื้นบ้าน: มีชื่อเสียงด้านเครื่องจักสาน, งานผ้า, เครื่องเงิน, งานไม้, เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องเขิน
นิเวศสร้างสรรค์ (Creative Ecosystem): เป็นแหล่งรวมดีไซเนอร์, ช่างฝีมือ, และ Digital Nomad ที่สร้างธุรกิจใหม่ๆ ผ่านการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับงานฝีมือท้องถิ่น
สถานที่และแหล่งเรียนรู้:
TCDC Chiang Mai:
ศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ด้านการออกแบบและงานคราฟต์
Chiang Mai City Craft Space:
พื้นที่แสดงงานคราฟต์และ Workshop
เสริมสร้างการยอมรับในระดับนานาชาติของผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเชียงใหม่ในตลาดใหม่ๆ
Mitt Studio:
เวิร์กชอปปั้นเซรามิกและงานศิลปะ
ส่งเสริมให้เยาวชนพัฒนาทักษะด้านงานฝีมือและศิลปะพื้นบ้าน นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์;
เทศกาล:
มีการจัดเทศกาล Chiang Mai Design Week เป็นประจำทุกปี
มีการจัดประชุมด้านงานฝีมือและศิลปะพื้นบ้าน; เป็นเวทีสำหรับผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการปกป้องและส่งเสริมทักษะและแนวปฏิบัติแบบดั้งเดิม
การสืบทอดหัตถกรรมของเชียงใหม่ ซึ่งรวมถึงเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเงิน งานแกะสลักไม้ งานปักไหม และเครื่องเคลือบ ได้รับการดูแลโดยโครงการต่างๆ ในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของรัฐ เช่น โครงการ “พิพิธภัณฑ์สู่โรงเรียน” และ “พื้นที่ของเรา” ซึ่งทั้งสองโครงการมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านของเชียงใหม่ เมืองนี้ยังส่งเสริมแนวทางแบบบูรณาการในสาขาต่างๆ ดังจะเห็นได้จากงานล้านนาเอ็กซ์โปที่ผสมผสานงานฝีมือ อาหาร และการออกแบบเข้าด้วยกัน
เชียงใหม่ เมืองที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมผู้อยู่อาศัย อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมาตั้งแต่อดีต ทำให้เชียงใหม่มีความหลากหลายของประเภทงานหัตถกรรม แต่วิวัฒนาการของโลกสมัยใหม่ทำให้วัฒนธรรมที่เป็นรากเหง้าถูกกลืน เราะทำอย่างไรเพื่อยังรักษาภูมิปัญญา ที่เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรรม งานหัตถกรรม เพื่อใช้เป็นกำลังขับเคลื่อนเมืองในอนาคต มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่ให้เกิดการพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืน
ซิ่นตีนจกแบบฮอด ดอยเต่า (ซิ่นน้ำท่วม)
ซิ่นตีนจกแบบอำเภอฮอดและดอยเต่า มีลักษณะที่ใกล้เคียงกันมาก เนื่องจากพื้นที่ในสองอำเภอนั้น ในอดีตเป็นแหล่งชุมชนเดียวกัน นักสะสมผ้ามักเรียกซิ่นตีนจกแบบอำเภอฮอดดอยเต่า ว่า “ซิ่นน้ำท่วม” ตามคำเรียกของพ่อค้าผ้าเก่า โดยมีสาเหตุมาจากการก่อสร้างเขื่อนภูมิพล ในราวพ.ศ. ๒๕๐๑ ทางการได้ประกาศให้ผู้คนอพยพเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่สองข้างแม่น้ำปิง ในบริเวณที่น้ำจะท่วมขึ้นถึง พื้นที่บางส่วนของอำเภอฮอด และดอยเต่า ได้รับผลกระทบนี้ด้วย ชาวบ้านในอำเภอฮอดและดอยเต่าบางส่วนถูกอพยพไปตั้งรกรากใหม่ในนิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพลที่รัฐบาลจัดไว้ให้ ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งได้อพยพไปตั้งหลักแหล่งใหม่ในอำเภออื่น เช่น อำเภอแม่แจ่ม จอมทอง สันป่าตอง ไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น ข้าวของเครื่องใช้ที่สำคัญถูกนำติดตัวไปด้วย รวมถึงผ้าซิ่น เมื่อมีพ่อค้าของเก่าไปพบซิ่นตีนจกกับชาวบ้านที่อพยพหนีน้ำท่วมมา จึงเรียกซิ่นเหล่านี้ว่า “ซิ่นน้ำท่วม” และทำให้คนทั่วไปกลับไปเรียกซิ่นตีนจกจากแหล่งเดิมที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วม ว่า “ซิ่นน้ำท่วม” ตามไปด้วย
ซิ่นตีนจกแบบสันป่าตอง
อำเภอสันป่าตองในอดีตเป็นแหล่งชุมชนสำคัญที่อยู่บนเส้นทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทางน้ำ กองคาราวานพ่อค้างัวต่างจะต้องผ่านชุมชนนี้เพื่อมุ่งหน้าไปสู่เมืองมะละแหม่ง ในขณะที่แม่น้ำปิงที่ไหลฟาดผ่านก็ทำให้มีเรือหางแม่ป่องที่จะมุ่งหน้าไปสู่กรุงเทพฯ ต้องผ่านชุมชนแห่งนี้ด้วย จากงานวิจัยเรื่อง“การค้าและผลิตภัณฑ์ผ้าในภาคเหนือของประเทศไทยจากมุมมองทางประวัติศาสตร์” ของแคทเธอรีน เอ.โบวี ชุมชนเหล่านี้เป็นศูนย์กลางการปลูกฝ้ายและทอผ้าเพื่อส่งออกไปยังต่างแดน ทำให้พอจะทราบได้ว่าสันป่าตองในอดีตนั้น คงเป็นชุมชนที่มีการทอผ้าอย่างแพร่หลาย แม้ในปัจจุบันแทบไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว
ในบรรดาผ้าซิ่นตีนจกโบราณของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีชื่อเสียงในด้านความงดงามและหายาก นอกเหนือไปจากผ้าซิ่นตีนจกโบราณแบบชาวเวียงแล้ว ก็คือผ้าซิ่นตีนจกจากอำเภอสันป่าตองนั่นเอง อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าประหลาดใจ ที่ผ้าซิ่นตีนจกโบราณของสันป่าตองมักปรากฏอยู่อย่างมาก ในชุมชนชาวไทเขิน ไทยอง เช่น หมู่บ้านต้นแหน หมู่บ้านต้นกอก เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงการยอมรับค่านิยม วัฒนธรรมชาวไทยวนในกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาจากต่างแดนได้เป็นอย่างดี
งานโลหะ
เครื่องโลหะแบ่งได้เป็นสองชนิดที่พบในเขตจังหวัดเชียงใหม่ได้แก่เครื่องเงิน และเครื่องทองเหลือง แหล่งผลิตเครื่องเงินที่พบในจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งหมด ๒ แหล่ง คือ “ชุมชนบ้านวัวลาย” และ “บ้านศรีสุพรรณ” ถือได้ว่าเป็นแห่งผลิตเครื่องเงินแหล่งใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ที่มีการทำเครื่องเงินผลิตภัณฑ์
เครื่องจักสาน
เครื่องจักสานพื้นบ้านในภาคเหนือหรือล้านนานั้น ถือได้ว่าเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีการ ทําสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ดังเห็นได้จากภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหารของวัดหลายแห่งใน เขตภาคเหนือ ที่มีภาพชาวบ้านใช้เครื่องจักสานในชีวิตประจําวันปรากฏอยู่ คําว่า “เครื่องจักสาน” นั้นเป็นคําที่เรียกขึ้น
ไม้แกะสลัก
การแกะสลักไม้เป็นงานศิลปกรรมพื้นบ้านของชาวล้านนา ที่ทำสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน ในอดีต การแกะสลักไม้ส่วนใหญ่จะเป็นงานศิลปกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งก่อสร้าง เนื่องในพุทธศาสนา นอกจากนั้นก็จะการแกะไม้เพื่อใช้ประดับตกแต่งบ้านเรือนบ้าง หรือทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ บ้าง
เครื่องเขิน
งานหัตถกรรมพื้นบ้านประเภทหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นภาชนะรูปทรงต่างๆ ที่ขึ้นเกิด จากการขดหรือสานไม้ไผ่ให้ได้รูปทรงตามต้องการ จากนั้นนํามาเคลือบด้วยยางรักเพื่อให้ภาชนะมีความคงทนแข็งแรง
อ้างอิงข้อมูล สื่อประกอบ และศึกษาเพิ่มเติม