สงขลา เมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านอาหาร
Songkhla Creative City Initiative
Songkhla Creative City Initiative
“A city placing creativity and cultural industries at the heart of its development plan at the local level and cooperating actively at the international level.”
‘เมืองที่ใช้กิจกรรมสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมเป็นหัวใจสำคัญในแผนการพัฒนาเมืองทั้งในระดับท้องถิ่น และเชื่อมโยงความร่วมมือไปสู่ระดับนานาชาติ’
จากความหมายดังกล่าวการได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้การรับรองจังหวัดสงขลา ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (City of Gastronomy) ในปี พ.ศ.2568 โดยมีคุณลักษณะ 2 หลักการสำคัญ คือ มีกิจกรรมสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจจากฐานวัฒนธรรม และมีแผนงานกับปฏิบัติการที่ดำเนินการได้จริง ส่งผลต่อการเติบโต เผยแพร่ และส่งต่อกิจกรรมหรืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์เหล่านั้นให้ดำเนินต่อไป และเกิดผลดีกับเมือง และคุณภาพชีวิตของคนในเมือง
จังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคใต้ พื้นที่ติดกับทะเลอ่าวไทย จึงเป็นเมืองท่าและจุดศูนย์กลางในการติดต่อการค้าในอดีต ส่งผลให้เมืองสงขลา มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ตลอดจนมีความหลากหลายจากผู้คนชนชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาแวะเวียนและตั้งรกรากอาศัย มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยเชื้อสายมลายู การอาศัยอยู่ร่วมกันจึงเกิดเป็นการหล่อหลอมทางวัฒนธรรม กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ถูกถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบัน เห็นได้จากโบราณสถานชุมชนเมืองเก่า และอาคารดั้งเดิม
อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นเป็นหนึ่งเดียวในประเทศ คือ เป็นเมือง 2 ทะเล มีทั้งทะเลสาบสงขลา 3 น้ำ คือ น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม และทะเลฝั่งอ่าวไทย มีภูมินิเวศแบบโหนด-นา-เล คือ ต้นตาล ท้องนา และทะเล เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ก่อให้เกิดวัตถุดิบในการทำอาหารที่หลากหลายทำให้กลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของเมืองสงขลาจนถึงปัจจุบัน และมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายมีศักยภาพและมีความโดดเด่นในการขับเคลื่อนเมือง
ต้นตาล เป็นอีกสิ่งที่ผูกพันกับวิถีชีวิตคนใต้มานับพันปี
วิถีตาลโตนด นั้นลึกซึ้งตรงภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากต้นตาลและผลตาล ทั้งทำของใช้ และของทานอาหารเฉพาะถิ่น
คนใต้สมัยก่อนมีวิถีการทำนาไม่เหมือนใคร เริ่มจากข้าวพันธุ์พื้นบ้าน อย่าง ไข่มด เล็บนก นางพญา หอมจันทร์ นางหมรุย และสังหยด รสชาติเนื้อสัมผัส ความหอมมัน อร่อยที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น
วิถีประมงพื้นบ้านที่มีลักษณะเฉพาะตัวของผืนน้ำทั้ง 3 น้ำจากทะเลสาบสงขลา ทะเลอ่าวไทย กับทะเลอันดามัน นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ การเข้าใจธรรมชาติของทะเลอย่างเกื้อกูล
มีโครงสร้างพื้นฐานและวัฒนธรรมที่ผสมผสานของ ความหลากหลายที่สะท้อนเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของเมือง นำไปสู่การผลักดันเมืองสงขลาเข้าสู่เมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ด้านวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่น เพื่อยกระดับอาหารของพื้นเมืองสงขลาสู่ความเป็นสากลที่น่าสนใจ มีอาหารเฉพาะตัวอยู่ในพื้นที่เมืองเก่าตำบลบ่อยาง ซึ่งแสดงความสัมพันธ์กับวัฒนธรรม เนื่องจากเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและราชการ เป็นชุมชนพหุวัฒนธรรมที่มีชาวจีน ชาวไทย และชาวมลายู อาหารที่พบได้มีทั้งอาหารไทย อาหารจีน และอาหารมุสลิม ทั้งอาหารคาวและหวาน
ของดีจากตาลโตนด วิถีชีวิต ‘โหนด นา เล’ แห่งคาบสมุทรสทิงพระ
ด้วยฐานทรัพยากรตาลโตนด ทุ่งนา ท้องทะเล เมื่อเสร็จสิ้นฤดูกาลทำนาแบบดั้งเดิม (เก็บข้าวด้วยแกะ) ก็เป็นช่วงตาลออกช่อ ปีนต้นตาลโตนด เก็บลูกตาล น้ำตาลสด มาทำอาหาร น้ำตาลแว่น น้ำตาลผง ก่อเกิดเมนูพื้นถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ยำหัวโหนด ผัดเผ็ดปลามิหลัง แกงส้มปลามิหลัง กุ้งก้ามกรามต้มน้ำผึ้ง ยำยุมโหนด คั่วกุ้งหัวโหนด ขนมนานาชนิด ทั้งลูกตาลลอยแก้ว ลูกตาลกะทิสด ขนมตาล ขนมพิมพ์ ขนมกรอก (ปำจี) ขนมปำนึ่ง ฯลฯ
‘จีนไทยแขก’ พร้อมสรรพในจาน ‘เต้าคั่ว’
..เต้าคั่ว เปรี้ยวหวาน สลัดทะเลสาบ ผักบุ้งไต่ราว ปัสมอส น้ำจุ้ม สารพัดชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามบริบทพื้นที่ ของอาหารจานพิเศษ จานนี้..
‘เต้าคั่ว’ อาหารที่สะท้อนอัตลักษณ์คนสงขลา พร้อมสรรพไว้ในจานเดียว เมื่อพิจารณาส่วนประกอบหลักๆล้วนเป็นวัตถุดิบที่หาได้จากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ไม่ว่าจะเป็นเส้นหมี่ฮุ้น (หมี่ขาว) กุ้งชุบแป้งทอด หมู (เนื้อแดง หัว หู) เลือดไก่นึ่ง ไข่เป็ดต้มยางมะตูม ผักบุ้งถั่วงอกลวกแตงกวาหั่น และเต้าหู้แผ่นทอดกรอบนอกนุ่มใน
เมนูเส้นๆ สะท้อนสังคมพหุวัฒนธรรม
ก๋วยเตี๋ยวหลากเส้น น้ำซุปหลากรส หมู เป็ด ปลา ไก่ ตุ๋นเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มหรือลวกพอสะดุ้งสุกฉ่ำ เพิ่มคุณค่าด้วยผักเคียง ถั่วงอก ผักบุ้ง กวางตุ้ง ช่างมากมายตระการตา ก๋วยเตี๋ยว 1 ชามกลายเป็นอาหารที่สะท้อนการอยู่ร่วมของผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมทั้ง ไทย จีน มุสลิม เป็นวัฒนธรรมการกินคู่บ้านคู่เมือง และต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความภาคภูมิใจ เมืองหาดใหญ่จึงได้รับขนานนามว่าเป็น ‘มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งก๋วยเตี๋ยว’ นั้นไม่เกินจริง
กะพงสามน้ำแห่งลุ่มน้ำสงขลา
ด้วยกระแสน้ำที่เปลี่ยนผันไปตามน้ำขึ้นน้ำลง และฤดูกาลส่งผลให้เกิดความสมดุย์ทางนิเวศของสามน้ำทั้งน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อยที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี เนื้อปลากะพงที่นี่จึงมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปลากะพงสามน้ำในทะเลสาบสงขลา เนื้อสีขาว รสชาติหวานนุ่มลิ้น ไร้กลิ่นคาว
ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดสงขลา ปลากะพงกลายเป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาในลุ่มน้ำทะเลสาบ สามารถรังสรรค์เป็นเมนูเด็ดมากมาย ทั้งเนื้อปลากะพงลวกจิ้ม ปลาราดพริก แกงส้ม ต้มยำ ด้วยคุณค่าทางอาหารสูงอุดมไปด้วยโอเมก้า คอลลาเจน ไขมันดี
สงขลา มีอีกหลายสิ่ง หลายอย่าง ที่สะท้อนความเป็น เมืองแห่งอาหาร ทั้งผลผลิตและวิทยาการด้านต่างๆ ของอาหารที่หลากหลาย ล้วนแต่มีมนต์ขลัง สมกับเป็นสมาชิกเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (City of Gastronomy) ของ UNESCO ติดตามเรื่องราวต่าง ๆ ได้จาก เว็บไซต์ทางการ Songkhla Creative City Intiative
อ้างอิงข้อมูลและสื่อประกอบ