สินทรัพย์ดนตรีท้องถิ่น บ่มเพาะคนดนตรีรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความหลากหลาย เป็นที่ประจักษ์ต่อคนไทย และคนทั่วโลก ได้รับการรับรองจาก UNESCO เป็นเมืองอุตสาหกรรมดนตรีต้นแบบด้านดนตรีในระดับโลก" (City of Music) ได้รับเมื่อ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566
ไมโครโฟนที่สะท้อนถึงการร้องเพลง ขนนกกับความเป็นเมืองลูกทุ่งที่มีความอลังการ ความหลากหลายของสีที่แสดงความสร้างสรรค์ในหลาย ๆ ด้านของสุพรรณบุรี เพื่อแสดงความเป็นเมืองดนตรีอย่างสร้างสรรค์ของสุพรรณบุรีให้คนทั่วไปได้รับรู้ผ่านสัญลักษณ์
เมื่อพูดถึงสุพรรณบุรี หลายคนต้องนึกถึงสำเนียง ‘เหน่อสุพรรณ’ อันเป็นเอกลักษณ์ สำเนียงที่บ่งชี้ประวัติศาสตร์ตามลุ่มแม่น้ำโขง และที่สำคัญคือการเป็นต้นกำเนิดดนตรีพื้นบ้านอย่าง "อีแซว" ซึ่งเพลงอีแซว คือศิลปะการแสดงพื้นบ้านดั้งเดิมของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี มีลักษณะเป็นเพลงปฏิพากย์หรือเพลงโต้ตอบ ที่หนุ่มสาวร้องยั่วเย้าเกี้ยวพาราสีกันอย่างสนุกสนาน ด้วยจังหวะที่เร้าใจและคำร้องที่คมคาย นิยมเล่นในเทศกาลต่างๆ นุ่งโจงกระเบนสีฉูดฉาดประกอบเครื่องดนตรีเช่น ตะโพน ฉิ่ง กรับ ศิลปินหรือครูเพลงอีแซวผู้สืบสานที่มีชื่อเสียง มีหลายท่าน อาทิ แม่บัวผัน จันทร์ศรี (ศิลปินแห่งชาติ) พ่อสุจินต์ ชาวบางงาม และแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นต้น
คลิกเพื่อฟังเพลงอีแซว
แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์
นอกจากเพลงอีแซวแล้ว สุพรรณบุรี มีการแสดงพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง คือ ลำตัด เป็นการละเล่นที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน เป็นการละเล่นที่มีผู้แสดงเป็นชายและหญิงว่าเพลงร้องแก้กัน มีลูกคู่และรำมะนาประกอบ การเล่นลำตัดดัดแปลงมาจากการแสดงดิเกหรือจิเกของชาวมลายู ลำตัดเกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันนิยมเล่นกันมากทางภาคกลาง การแสดงลำตัดเดิมใช้ผู้ร้อง 2 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 1 คน ปัจจุบันมีผู้ร้องฝ่ายชายและหญิงจำนวนพอ ๆ กัน เรียกว่า พ่อเพลง และ แม่เพลง ฝ่ายละประมาณ 3-4 คน ในการแสดงพ่อเพลงและแม่เพลงจะว่ากลอนสลับกัน มีบทเกี้ยวพา ต่อว่า เสียดสี แทรกด้วยลูกขัด ลูกหยอด และบางครั้งสำนวนกลอนอาจมีความหมายสองแง่ ภาษาลำตัดเรียกว่า “สองง่ามสองกลอน” เนื้อร้องของลำตัดจะปรับให้เข้ากับโอกาสและลักษณะของงานที่แสดง อุปกรณ์ประกอบการเล่นลำตัด ใช้รำมะนา 4-5 ใบ ฉิ่ง และอาจมีกรับประกอบอีกด้วย การแสดง "ลำตัด" ระดับครูเพลงนามว่า พ่อหวังเต๊ะ แม่ศรีนวล ที่ฝากสำนวนการร้องแบบพื้นบ้านโด่งดังไปทั่วประเทศ
คลิกเพื่อฟังเพลงลำตัดพ่อหวังเต๊ะ
นอกจากเพลงอีแซวและลำตัดแล้ว สุพรรณบุรีเป็นแหล่งกำเนิดศิลปินลูกทุ่งระดับตำนานของประเทศหลายคน อาทิ สายัณห์ สัญญา, พุ่มพวง ดวงจันทร์, ไวพจน์ เพชรสุพรรณ, สุรพล สมบัติเจริญ, ศรเพชร ศรสุพรรณ, ก้าน แก้วสุพรรณ, เสรี รุ่งสว่าง, สังข์ทอง สีใส นอกจากลูกทุ่งหรือเพลงพื้นบ้านแล้ว ยังมีศิลปินเพลงสาขาอื่นทั้งแนวเพื่อชีวิต แนวสตริง หรือป๊อป อาทิ แอ๊ด คาราบาว (ยืนยง โอภากุล), ตูน บอดี้สแลม (อาทิวราห์ คงมาลัย), แดน วรเวช, กัน นภัทร (กัน เดอะสตาร์), เปาวลี พรพิมล, โจ บอยสเก๊าท์ (ธเนศ ฉิมท้วม) ซึ่งศิลปินเหล่านี้ล้วนมีสายเลือดเป็นชาวสุพรรณบุรี
ดนตรีเปรียบได้สะพานแห่งศิลปะอีกแขนงที่มีเอกลักษณ์ตามแต่ละชาติพันธุ์ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ทั่วทุกพื้นที่ ผสมผสานร่วมกัน นับเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญ จนดนตรีเป็นเสมือนชีวิต จิตวิญญาณและความสุขของชาวสุพรรณบุรี ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นและการมีบุคลากรดนตรีที่ล้ำค่านี้ ทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในเมืองอุตสาหกรรมดนตรีต้นแบบด้านดนตรีในระดับโลก" (City of Music) ของ UNESCO ในปี พ.ศ.2566
กลอนเพลงอีแซวพื้นบ้าน ปะทะ กลอนเพลงแร๊พสากล โดยได้แรงบันดาลใจมาจากจุดเด่นของเพลงอีแซว แบบฉบับไวพจน์ เพชรสุพรรณ ที่ชูเนื้อหาเชิงเกี้ยวพาราสี มาผสมผสานท่วงทำนองการแร๊พ (Rap) แบบดนตรีฮิปฮอป (Hip Hop) พร้อมจังหวะดนตรีครึกครื้น สนุกสนาน สอดแทรกเครื่องดนตรีไทย ตะโพน ฉิ่งฉาบ ขลุ่ย ระนาด อย่างลงตัว
ศิลปิน: วัฒนา เพชรสุพรรณ หรือ มอส วัฒนา (ลูกบุญธรรมของ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ)
เพลง “มอง” ของนักร้องลูกทุ่งสุพรรณระดับตำนาน สุรพล สมบัติเจริญ ผ่านแนวดนตรีโซล (Soul) และอาร์แอนด์บี (R&B) ที่มีลักษณะการเอื้อนคล้ายกับดนตรีลูกทุ่ง โดยเพิ่มลูกเล่นที่เนื้อร้องที่สะท้อนมุมมองทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงได้อย่างน่ารัก ต่อยอดจากต้นฉบับที่จะเป็นมุมมองจากผู้ชายฝ่ายเดียว
ศิลปิน: วลีภรณ์ ศรีฟ้า (Koii Sunset) และสปาย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ (The Golden Song) ศิลปินชาวสุพรรณรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเพลงไทยลูกทุ่งและไทยสากล ดีกรีการประกวดเวทีระดับประเทศ อย่าง The Voice Thailand และ The Golden Song
เพลงลูกทุ่งอินดี้ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหนุ่มชวนสาวมาเที่ยวสุพรรณฯ โดดเด่นที่การใช้ทำนองเพลงไทยเดิม (วิวาห์พระสมุทร) ชูจังหวะมันส์ ๆ แบบการบรรเลงแตรวงในงานบวช ผสมผสานเสน่ห์การร้องรับแบบลูกคู่ ตามแบบฉบับชาวสุพรรณและท่อนเพลงลำตัดยอดฮิต
ศิลปิน: สปาย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ (The Golden Song)
หัวโตกลองยาว อู่ทอง
คลิกเพื่อฟังเพลงเพลงยั่วหัวโต
วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี
หัวโตกลองยาวบ้านอู่ทอง เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านโบราณของอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฉพาะในตำบลจรเข้สามพัน ที่มีการรื้อฟื้นและพัฒนาขึ้นใหม่ โดยใช้โฟมและกระดาษทำเป็นหน้ากากแบบครอบศรีษะที่มีขนาดใหญ่ หลากหลายรูปแบบสีสัน ตามแต่จินตนาการ สวมใส่คู่กับการรำกลองยาว เน้นความสนุกสนานในขบวนแห่ เป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของท้องถิ่น
ซึมซับความเป็นเอกของ "สุพรรณบุรี เมืองดนตรี 360 องศา" ผ่านการเล่าเรื่อง เสมือนจริง ที่เป็นอีกแหล่งเรียนรู้ด้านดนตรีและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสุพรรณบุรี อย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น สร้างแนวคิด และภาพลักษณ์ใหม่ให้กับสุพรรณบุรี ผ่านเว็บไซต์ทางการ Suphan Buri สุพรรณบุรีเมืองแห่งจิตวิญญาณดนตรีพื้นบ้าน
อ้างอิงข้อมูลและสื่อประกอบ
https://www.suphanburicityofmusic.com/desktop/hall.html
หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ