เมืองแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตของคนเชียงใหม่
เมืองแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตของคนเชียงใหม่
เทศบาลนครเชียงใหม่ การใช้วัฒนธรรมชุมชนทั้งงานประเพณีและวัฒนธรรมในพื้นที่เมือง ในรูปแบบ Community-Cultural Based Demonstration Event (CCBD) สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ ส่งเสริมพื้นที่การเรียนรู้เชิงนวัตกรรมบนพื้นฐานทางวัฒนธรรม และเพิ่มศักยภาพความร่วมมือผ่านการเรียนรู้ การออกแบบและการสร้างสรรค์ร่วมกันในพื้นที่ของเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และส่งเสริมเชียงใหม่เมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตของยูเนสโก
เทศบาลนครเชียงใหม่ได้รับการประกาศจากสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งยูเนสโก (UNESCO Institute for Lifelong Learning - UIL) ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (UNESCO Global Network of Learning Cities - GNLC) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563
จุดเด่นและกลไกหลักเมืองแห่งการเรียนรู้ของเทศบาลนครเชียงใหม่
เป้าหมาย:
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย ผ่านการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญา และนวัตกรรมเทคโนโลยี
การขับเคลื่อน:
เป็นความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม
ก้าวต่อไป:
เชียงใหม่เดินหน้าพัฒนาสู่การเป็นเมืองที่เน้นหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน (UNESCO Creative City Network) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนมรดกทางวัฒนธรรม
การดำเนินงาน:
เน้นสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา
เชียงใหม่ “ต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนวัฒนธรรมเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต” นำเสนอแบบจำลองการเรียนรู้ที่ “เชื่อมโยงสถานที่ ชุมชน และผู้คน” ผ่านการสาธิต “ชุมชนวัฒนธรรม” ด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประเพณีในเขตเมืองในรูปแบบ “กิจกรรมสาธิตวัฒนธรรมชุมชน (CCBD)” สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงระหว่างผู้มาเยือนและเจ้าของวัฒนธรรม เปิดโอกาสการเรียนรู้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ทั้งผู้เรียนและผู้ถ่ายทอดความรู้ทางวัฒนธรรม โดยได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐทั้งด้านงบประมาณและพื้นที่ กระบวนการเรียนรู้ระดับเมืองเช่นนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนเมืองและชุมชนรอบนอก นำไปสู่การยกระดับหัตถกรรมท้องถิ่น และการฟื้นฟูและส่งต่อความรู้ด้วยประเพณี วัฒนธรรม และหัตถกรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่
หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง ดอยอินทนนท์
Thailand Education Partnership (TEP)
แผนผังแนวทางการพัฒนาชุมชนป่าห้า
สูตรอาหารชุมชนควรค่าม้า
จัดทำโดยกลุ่มยุวธิปัตย์เพื่อสังคม ในปี พ.ศ. 2565
เอกสารเกี่ยวกับเชียงใหม่และผังเมืองเชียงใหม่
ชุมชนป่าห้า
ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับชุมชนและทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ระแวกบ้าน
ชุมชนช้างม่อย
ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับชุมชนและทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ระแวกบ้าน
ชุมชนควรค่าม้า
ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับชุมชนและทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ระแวกบ้าน
แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน 3 ชุมชน (ควรค่าม้า ช้างม่อย และ ป่าห้า)
ข้อมูลงานวิจัยจัดทำระหว่างปี พ.ศ. 2564 – 2565 สำหรับการใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาเท่านั้น
ฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์
ข้อมูลที่ได้จากการทำงานวิจัยเชียงใหม่เมืองแห่งการเรียนรู้สำหรับเพื่อใช้ประโยชน์ด้านการศึกษาเท่านั้น
การพัฒนาเศรษฐกิจและวัฒนธรรม
การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม มุ่งเน้นการเรียนรู้ที่การกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน การสร้างโอกาสในการจ้างงานสำหรับพลเมืองทุกคน ผ่านการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างแข็งขัน และรับรองการเข้าถึงกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย รวมไปถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสันทนาการและกายภาพ
การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วน
การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดงานสาธารณะและสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมและเฉลิมฉลองการเรียนรู้ การให้ข้อมูล คำแนะนำ การสนับสนุนที่เหมาะสมแก่พลเมืองทุกคน และกระตุ้นให้พวกเขาเรียนรู้ผ่านเส้นทางที่หลากหลาย การพัฒนาระบบที่รับรู้และให้รางวัลแก่การเรียนรู้ทุกรูปแบบ
การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดงานสาธารณะและสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมและเฉลิมฉลองการเรียนรู้ การให้ข้อมูล คำแนะนำ การสนับสนุนที่เหมาะสมแก่พลเมืองทุกคน และกระตุ้นให้พวกเขาเรียนรู้ผ่านเส้นทางที่หลากหลาย การพัฒนาระบบที่รับรู้และให้รางวัลแก่การเรียนรู้ทุกรูปแบบ
การสร้างความยั่งยืน
การลดผลกระทบเชิงลบของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกิจกรรมของมนุษย์อื่นๆ ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ การเสริมสร้างความน่าอยู่อาศัยของเมือง และการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านการเรียนรู้เชิงรุกในทุกสถานที่
การส่งเสริมการเรียนรู้แบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การขยายการเข้าถึงการดูแลและการศึกษาเด็กปฐมวัย การขยายการเข้าถึงการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา เพิ่มโอกาสการมีส่วนร่วมในการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ การศึกษาและการฝึกอบรมด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา และ การให้การสนับสนุนกลุ่มที่ถูกละเลย รวมถึงครอบครัวผู้อพยพ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเข้าถึงการศึกษาได้
อ้างอิงข้อมูล ภาพประกอบ และศึกษาเพิ่มเติม