✨ แอปตอบกลับอัตโนมัติคืออะไร?
แอปตอบกลับอัตโนมัติช่วยให้คุณจัดการการสนทนาและข้อความได้อย่างชาญฉลาด ไม่ว่าจะเพื่อการทำงานหรือการใช้งานส่วนตัว
คุณสามารถ:
ส่งการตอบกลับอัตโนมัติตามคำหลัก
สร้างการตอบกลับแบบมืออาชีพพร้อมเมนูแบบโต้ตอบ
บันทึกคำสั่งซื้อและการจองจากลูกค้า
ใช้ AI (Gemini) สำหรับการตอบกลับอัจฉริยะ
บันทึกประวัติข้อความและการตอบกลับเพื่อดูภายหลัง
🚀 ทำไมต้องใช้?
ประหยัดเวลา: ตอบกลับอัตโนมัติโดยไม่ต้องทำเอง
การจัดการลูกค้า: รับและบันทึกคำขอได้ง่าย
ความยืดหยุ่น: ปรับแต่งการตอบกลับตามภาษาและประเภทข้อความ
การผสานรวม: รองรับการสำรองข้อมูลและการนำเข้าจากไฟล์ Excel/CSV
1️⃣ การอนุญาตการแจ้งเตือน
วัตถุประสงค์: เพื่อให้แอปตอบกลับอัตโนมัติสามารถแสดงการแจ้งเตือนของตัวเอง (เช่น แจ้งว่าโหมดตอบกลับอัตโนติทำงานอยู่ หรือมีคำสั่ง/การจองใหม่)
ทำไมจึงจำเป็น? หากไม่มีสิทธิ์นี้ คุณจะไม่เห็นการแจ้งเตือนจากแอป ช่วยให้คุณติดตามการทำงานของแอปแบบเรียลไทม์
วิธีเปิดใช้งาน: เมื่อเปิดแอปครั้งแรก แอปจะขอสิทธิ์อนุญาตการแจ้งเตือน หรือสามารถไปที่ การตั้งค่า > การแจ้งเตือน > อนุญาตการแจ้งเตือนสำหรับแอป
2️⃣ การอนุญาตแบตเตอรี่
วัตถุประสงค์: ป้องกันไม่ให้ระบบปิดแอปในเบื้องหลัง
ทำไมจึงจำเป็น? หากระบบปิดแอป การตอบกลับอัตโนมัติจะไม่ทำงานอย่างต่อเนื่อง
วิธีเปิดใช้งาน: กดไอคอนสายฟ้าที่ด้านบนของหน้าจอ หรือไปที่ การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > การปรับแต่งแบตเตอรี่ เลือกแอปและตั้งค่าเป็น ไม่ปรับแต่ง หรือ อนุญาตเสมอ
3️⃣ การอนุญาตการอ่านการแจ้งเตือน
วัตถุประสงค์: อนุญาตให้แอปอ่านข้อความจากการแจ้งเตือนของแอปอื่น (เช่น WhatsApp หรือ Telegram)
ทำไมจึงจำเป็น? แอปต้องอ่านข้อความเพื่อสร้างคำตอบที่ถูกต้อง หากไม่มีสิทธิ์นี้ แอปจะรู้ว่ามีการแจ้งเตือนใหม่แต่ไม่สามารถอ่านข้อความหรือส่งคำตอบได้
วิธีเปิดใช้งาน: เมื่อคุณเปิดโหมดตอบกลับอัตโนมัติ แอปจะขอสิทธิ์การเข้าถึงการแจ้งเตือน หรือไปที่ การตั้งค่า > แอป > การเข้าถึงพิเศษ > การเข้าถึงการแจ้งเตือน แล้วเปิดการอนุญาตให้แอป
⚠️ หมายเหตุสำคัญ: ต้องเปิดใช้งานทั้งสามสิทธิ์เพื่อให้แอปทำงานได้อย่างถูกต้อง
แอปที่รองรับ
ไปที่ส่วนแอปภายในแอปพลิเคชัน
เลือกแอปที่อนุญาตให้ตอบกลับอัตโนมัติ
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เปิดการแจ้งเตือนสำหรับแต่ละแอป:
หากไม่มีสิทธิ์การแจ้งเตือน แอปจะไม่สามารถอ่านหรือส่งข้อความตอบกลับได้
เมื่อยืนยันแล้ว การตอบกลับอัตโนมัติจะทำงานเฉพาะกับแอปที่เลือกเท่านั้น
⚠️ หมายเหตุสำคัญ
หากไม่ได้ให้สิทธิ์การแจ้งเตือนกับแอปใดในรายการ การตอบกลับอัตโนมัติจะไม่ทำงานสำหรับแอปนั้น
ไม่สามารถเพิ่มแอปใหม่ภายนอกรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้
คุณสามารถเปิดหรือปิดการใช้งานแอปใด ๆ ในรายการได้ตามต้องการ แต่การอนุญาตการแจ้งเตือนเป็นสิ่งจำเป็น
💡 เคล็ดลับสำหรับผู้ใช้: เริ่มจากการเปิดใช้งาน WhatsApp และ SMS ก่อนเพื่อตรวจสอบว่าการตอบกลับอัตโนมัติทำงานได้ จากนั้นทดสอบแอปอื่นทีละแอป
การตั้งค่าการโต้ตอบ ช่วยให้คุณควบคุมการทำงานของการตอบกลับอัตโนมัติได้เต็มที่ ตั้งแต่รูปแบบการตอบไปจนถึงช่วงเวลาในการทำงาน
📝 1. รูปแบบการตอบกลับ
การตอบกลับเริ่มต้น
การตอบกลับแบบมืออาชีพ
การตอบกลับแบบสุ่ม
เมนูโต้ตอบ
การตอบกลับด้วย AI
👥 2. ตัวเลือกการกำหนดเป้าหมาย
ตอบกลับทุกคน
ตอบกลับเฉพาะผู้ติดต่อที่เลือก
บล็อกการตอบกลับสำหรับบางผู้ติดต่อ
ตอบกลับในกลุ่มหรือปิดการใช้งาน
🔢 3. จำนวนข้อความต่อผู้ใช้
กำหนดจำนวนสูงสุดต่อผู้ใช้
ค่า (0) = ไม่จำกัด
📩 4. ข้อความเมื่อถึงขีดจำกัดรายวัน
ส่งเมื่อผู้ใช้ถึงขีดจำกัด
เว้นว่าง = ไม่ส่งข้อความ
⏳ 5. หน่วงเวลาการตอบกลับ
ตัวเลือก 1: ตอบทันที → หยุดชั่วคราว → ทำงานต่อ
ตัวเลือก 2: หน่วงเวลาสูงสุด 99 วินาทีก่อนส่ง
📱 6. การตอบเมื่อหน้าจอล็อก
ตอบกลับเฉพาะเมื่อหน้าจอถูกล็อก
🙌 7. ข้อความต้อนรับ
ข้อความเดียวสำหรับการติดต่อครั้งแรก
ส่งแบบสุ่มจากข้อความสำรอง
ตัวเลือกการทำซ้ำ:
เพียงครั้งเดียวต่อผู้ใช้
วันละครั้ง (ข้อความแรกของวัน)
ปิดใช้งาน
📝 8. หัวข้อและท้ายข้อความ
เพิ่มข้อความคงที่ที่ต้น/ท้ายของข้อความ
🔔 9. การแจ้งเตือน
การแจ้งเตือนเมื่อส่งคำตอบ (เปิด/ปิด)
การแจ้งเตือนเมื่อเกิดข้อผิดพลาด (เปิด/ปิด)
🕒 10. เวลาการตอบกลับ
ตอบกลับตลอดเวลา
ตั้งเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดสำหรับแต่ละวัน
⚠️ หมายเหตุ:
การใช้การตั้งค่าอย่างชาญฉลาดจะทำให้การตอบกลับดูเป็นมืออาชีพและยืดหยุ่นมากขึ้น
การตอบกลับแบบมืออาชีพถือเป็นหัวใจของระบบ ซึ่งช่วยให้คุณสร้างกฎขั้นสูงเพื่อจัดการข้อความของผู้ใช้ได้อย่างยืดหยุ่นและชาญฉลาด
📌 การเพิ่มกฎใหม่
คำหลักเป้าหมาย
คุณสามารถใส่คำหนึ่งคำหรือหลายคำเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขของกฎได้
หากมีหลายคำ ให้ใช้ // คั่น
ตัวอย่าง:
"จอง // ซื้อ // สอบถาม"
หากผู้ใช้ส่งข้อความที่มีคำเหล่านี้ → จะใช้กฎนี้
ประเภทการจับคู่
ทุกข้อความ: ใช้กฎกับทุกข้อความที่เข้ามา
ตรงทั้งหมด: ตรวจสอบว่าข้อความตรงกับคำเป้าหมายแบบ 100%
มีคำเป้าหมายอยู่: ใช้ถ้าข้อความมีคำเป้าหมายในเนื้อหา
ลงท้ายด้วยคำ: ใช้ถ้าข้อความลงท้ายด้วยคำเป้าหมาย
ตรวจจับภาษา: ระบบตรวจจับภาษาของข้อความ และใช้กฎหากตรงกับภาษาที่กำหนด (ISO 639-1)
การจับคู่ขั้นสูง: ใช้รูปแบบ * ? //
ความยาวข้อความมากกว่า/น้อยกว่าที่กำหนด
ข้อความเป็นตัวเลขล้วน
ข้อความเป็นคำถาม (มี ?)
การจับคู่ Regex สำหรับมืออาชีพ
วิธีตอบกลับ
ส่งข้อความเดียว
ส่งทุกข้อความที่ตั้งไว้
ส่งข้อความแบบสุ่ม
ไม่ส่งข้อความ
ส่งข้อความสำรอง
ใช้เมนูโต้ตอบ
ใช้ AI (พร้อมคำสั่งเฉพาะสำหรับกฎนั้น ๆ)
ส่งข้อความต้อนรับ
แบบฟอร์มเก็บข้อมูลลูกค้า (ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทร ฯลฯ)
โอนให้พนักงานจริง (หยุดตอบกลับอัตโนมัติชั่วคราว)
รายการข้อความตอบกลับ
สามารถเพิ่มได้หลายข้อความ
การตั้งค่าเพิ่มเติม
หยุดตรวจสอบกฎอื่น ๆ หากกฎนี้ทำงาน
หน่วงเวลาก่อนตอบกลับ
จำกัดการตอบซ้ำกับผู้ใช้รายเดิม
ตั้งเวลาที่กฎทำงานได้
กำหนดสำหรับแอปพลิเคชัน
เลือกได้ว่าจะใช้กฎกับแอปใด (เช่น ใช้กับ WhatsApp เท่านั้น หรือ Telegram เท่านั้น)
📌 กฎย่อย
กฎย่อยเป็นส่วนขยายของกฎหลัก
กฎย่อยจะไม่ทำงานโดยอิสระ แต่จะถูกเปิดใช้งานหลังจากที่กฎหลักถูกเรียกใช้แล้วเท่านั้น
เมื่อกฎหลักถูกเปิดใช้งาน ข้อความใหม่ที่เข้ามาจะถูกตรวจสอบกับกฎย่อยที่เชื่อมโยงไว้ก่อน
หากพบการตรงกัน → จะตอบกลับตามกฎย่อย
หากไม่พบการตรงกัน → กฎย่อยจะถูกปิดใช้งาน และระบบจะกลับไปตรวจสอบกฎหลักที่เหลือ
📝 ตัวอย่างจริง:
กฎหลัก: หากผู้ใช้พิมพ์ "สั่งซื้อ" → ตอบกลับ: "คุณต้องการซื้อสินค้าอะไร?"
กฎย่อย:
หากผู้ใช้พิมพ์ "หนังสือ" → ตอบกลับ: "ได้ลงทะเบียนคำสั่งซื้อหนังสือแล้ว"
หากผู้ใช้พิมพ์ "ปากกา" → ตอบกลับ: "ได้ลงทะเบียนคำสั่งซื้อปากกาแล้ว"
⚙️ การตั้งค่าทั่วไปของการตอบกลับแบบมืออาชีพ
ระยะเวลารอเมื่อต้องโอนให้พนักงานจริง
การจัดการเมื่อการตอบกลับล้มเหลว: ไม่ตอบ, ใช้ AI, ส่งข้อความสุ่ม
📌 ตัวอย่าง:
คำหลัก: จอง // นัดหมาย
ประเภทการจับคู่: มีคำเป้าหมายอยู่
วิธีตอบกลับ: ใช้ AI
คำสั่ง AI: "ตอบในฐานะเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าของบริษัท AlDhobhani โดยใช้ภาษาทางการ"
แอปที่ใช้: WhatsApp เท่านั้น
การตั้งค่าเพิ่มเติม: ห้ามตอบซ้ำภายใน 10 นาที
แบบฟอร์มคำขอ เป็นฟีเจอร์ขั้นสูงที่ช่วยรวบรวมข้อมูลและคำขอจากลูกค้า เช่น:
ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์
อีเมล
ที่อยู่
คำถามหรือหมายเลขการทำรายการ
แบบฟอร์มเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อโดยตรงกับการตอบสนองแบบมืออาชีพหรือเมนูโต้ตอบ เพื่อให้ฟอร์มแสดงโดยอัตโนมัติเมื่อเงื่อนไขตรงกับกฎที่ตั้งไว้ (เช่น: "ฉันต้องการจอง", "ฉันต้องการซื้อ")
📌 ส่วนประกอบของแบบฟอร์ม
ชื่อแบบฟอร์ม
ชื่อที่อธิบายวัตถุประสงค์ของแบบฟอร์ม (เช่น: แบบฟอร์มจอง – ข้อมูลลูกค้า)
เนื้อหาข้อความ
ข้อความต้อนรับหรือข้อความแนะนำที่ส่งให้ผู้ใช้ก่อนอื่น
ให้ข้อมูลสั้น ๆ เกี่ยวกับบริการหรืออธิบายสิ่งที่ต้องกรอก (เช่น: "สวัสดี 👋 เพื่อทำการจอง กรุณากรอกข้อมูลของคุณ")
คำตอบเชิงโต้ตอบ (คำถาม)
แต่ละคำตอบเชิงโต้ตอบประกอบด้วย:
ชื่อฟิลด์: ชื่อที่เก็บภายในแอป (เช่น: ชื่อ, เบอร์โทร, อีเมล)
คำถามสำหรับผู้ใช้: ข้อความที่แสดงให้ผู้ใช้เห็น (เช่น: "กรุณากรอกชื่อเต็มของคุณ")
ประเภทข้อมูล:
ข้อความปกติ
เบอร์โทร (ตรวจสอบความถูกต้อง)
อีเมล (ตรวจสอบรูปแบบ)
ตัวเลขเท่านั้น (ห้ามกรอกตัวอักษรอื่น)
สามารถเพิ่มหลายคำถามต่อเนื่องได้ แอปจะส่งคำถามถัดไปหลังจากผู้ใช้ตอบคำถามก่อนหน้า
📌 ตัวเลือกเพิ่มเติม
✅ ยืนยันการบันทึก (ไม่บังคับ)
ข้อความยืนยัน: เช่น "คุณต้องการบันทึกข้อมูลนี้หรือไม่?"
รหัสยืนยันการบันทึก: คำหรือสัญลักษณ์ที่ผู้ใช้กรอกเพื่อบันทึกคำขอ (เช่น "ใช่")
รหัสยกเลิก: คำหรือสัญลักษณ์ที่ผู้ใช้กรอกเพื่อไม่บันทึกคำขอ (เช่น "ไม่")
📩 ข้อความสิ้นสุด
ข้อความขอบคุณหรือแจ้งเตือนหลังบันทึกคำขอเรียบร้อย
ตัวอย่าง: "คำขอของคุณถูกบันทึกเรียบร้อย ✅ เราจะติดต่อคุณในเร็ว ๆ นี้"
🔔 การแจ้งเตือน
ส่งการแจ้งเตือนในแอปเมื่อมีคำขอใหม่
ส่งสรุปข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกไปให้ลูกค้า (เช่น:
ชื่อ: …
เบอร์โทร: …
ที่อยู่: …)
🔗 การเชื่อมต่อแบบฟอร์ม
แบบฟอร์มสามารถเชื่อมกับกฎมืออาชีพ (Keyword Rule) หรือเมนูโต้ตอบ เพื่อเรียกใช้อัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เลือกตัวเลือกที่กำหนด
💡 ประโยชน์: การใช้แบบฟอร์มคำขอจะเปลี่ยนระบบตอบกลับอัตโนมัติให้เป็นระบบรับคำสั่งเต็มรูปแบบที่รวบรวมข้อมูลลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ
การตั้งค่า:
⏳ เวลายกเลิก
กำหนดเวลาที่อนุญาตให้ผู้ใช้กรอกข้อมูลทั้งหมดก่อนที่คำขอจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ
หน่วย: นาที (1–60) เช่น 30 นาที
🕑 ข้อความหลังหมดเวลา (ไม่บังคับ)
ข้อความที่ส่งไปยังผู้ใช้หากไม่ได้กรอกข้อมูลครบภายในเวลาที่กำหนด
ตัวอย่าง: "ขออภัย คำขอของคุณถูกยกเลิกเนื่องจากไม่ได้กรอกข้อมูลครบ 30 นาที คุณสามารถลองใหม่ได้ตลอดเวลา"
คำตอบด้วย AI ช่วยให้ระบบตอบลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติและชาญฉลาด แทนที่จะใช้เพียงคำตอบสำเร็จรูปเท่านั้น เพื่อให้ฟีเจอร์นี้ทำงาน คุณต้องใส่ API Key ของ Gemini
🔑 ขั้นตอนที่ 1: ใส่ API Key ของ Gemini
ความสำคัญของคีย์:
คีย์เป็นตัวระบุตัวตนเพื่อแจ้ง Gemini ว่าคำขอนี้เป็นของบัญชีคุณ หากไม่มีคีย์ AI จะไม่ทำงาน
วิธีรับคีย์:
กดปุ่ม "รับ API Key"
ระบบจะพาคุณไปยังหน้าสร้างคีย์ผ่านบัญชี Gmail ของคุณ
หากมีคีย์อยู่แล้ว ให้คัดลอก
หากยังไม่มี ให้สร้างคีย์ใหม่
การใส่คีย์:
คัดลอกคีย์และวางในช่องคีย์หลักของแอป
สามารถทดสอบคีย์ได้โดยกด "ทดสอบคีย์" เพื่อให้แน่ใจว่าทำงาน
คีย์สำรอง:
มีช่องสำหรับใส่ API Key สำรอง
หากเกิดปัญหากับคีย์หลัก แอปจะสลับไปใช้คีย์สำรองโดยอัตโนมัติเพื่อให้การตอบกลับยังคงต่อเนื่อง
⚡ โมเดล Gemini ที่มีให้เลือก:
Gemini 1.5 Flash: เร็วมาก เหมาะสำหรับคำตอบสั้น ๆ ใช้โทเค็นน้อย
Gemini 2.0 Flash: รุ่นใหม่ เร็วและแม่นยำมากขึ้น เหมาะสำหรับคำตอบสั้นและเข้าใจบริบทดีขึ้น
Gemini 2.5 Flash: รุ่นพัฒนาสูงสุดในซีรีส์ Flash สมดุลระหว่างความเร็วและคุณภาพดีที่สุด
Gemini 1.5 Flash Lite: รุ่นเบามาก เหมาะสำหรับคำตอบง่าย ๆ ลดค่าใช้จ่าย
Gemini 1.5 Pro: ฉลาดและแม่นยำที่สุด เหมาะสำหรับคำตอบซับซ้อนหรือข้อความยาว ใช้โทเค็นมากขึ้น
🏋️ การฝึก Gemini (คำสั่งเฉพาะ)
หลังเปิดใช้งาน Gemini คุณสามารถฝึกให้เหมาะกับบุคลิกและบริการของบริษัทคุณ:
กด "เพิ่มคำสั่ง" เพื่อเปิดหน้ากรอกข้อมูลฝึก AI
คำสั่งนี้จะช่วยให้ AI ตอบแทนคุณได้อย่างสอดคล้องกับธุรกิจ
ตัวอย่าง (บริษัท Aldhobhani Development):
คำสั่ง:
"คุณเป็นผู้ช่วยเสมือนของบริษัท Aldhobhani Development บริษัทของเรามีความเชี่ยวชาญด้านแอปมือถือ AI และเว็บ เมื่อมีลูกค้าสอบถามเกี่ยวกับบริการของเรา ให้ตอบสรุปเกี่ยวกับโซลูชันและแจ้งว่ามีบริการสนับสนุนทางเทคนิคที่ดี ไม่ใช้ภาษาทางการมากเกินไป ให้เป็นมิตรและมืออาชีพ"
ตัวอย่าง 2 (แอปปัจจุบัน):
คำสั่ง:
*"คุณเป็นผู้ช่วยเสมือนของแอป [Auto Reply] แอปนี้เชี่ยวชาญการตอบอัตโนมัติและจัดการแชทผ่าน WhatsApp, Messenger, Instagram, Telegram และ SMS ช่วยให้ผู้ใช้ตั้งค่าคำตอบมืออาชีพ, โอนแชทไปยังพนักงาน, และใช้ AI ตอบ หากลูกค้าสอบถามคุณสมบัติของแอป ให้ตอบว่าแอปนี้มี:
อัตโนมัติคำตอบอย่างชาญฉลาด
รองรับเมนูโต้ตอบ
จัดการคำสั่งลูกค้าผ่านฟอร์ม
รายงานและสถิติที่แม่นยำ
ผสาน AI Gemini สำหรับคำตอบเป็นธรรมชาติ
ทำให้คำตอบเข้าใจง่าย เป็นมิตร และมืออาชีพ"*
🔹 ผลลัพธ์: Gemini จะตอบเหมือนพนักงานสนับสนุนแอป รู้รายละเอียดและคุณสมบัติของแอป
⚙️ การตั้งค่าขั้นสูง (Advanced Settings):
เมื่อเปิดใช้งาน คุณสามารถควบคุมการทำงานของ Gemini อย่างละเอียด หากไม่เปิดใช้ ระบบจะใช้ค่าตั้งต้น
maxOutputTokens: จำนวนโทเค็นสูงสุดในคำตอบ (ตัวอย่าง: 64 → คำตอบสั้น, 2000 → คำตอบยาว)
temperature: ความหลากหลายและความสร้างสรรค์ (0.0 → ตอบแม่นยำและคงที่, 1.0 → ตอบหลากหลายและสร้างสรรค์; แนะนำ 0.6–0.8)
topK: จำนวนตัวเลือกที่พิจารณาในการสร้างคำถัดไป (ค่าน้อย → คำตอบโฟกัส, ค่ามาก → คำตอบหลากหลาย)
topP: อัตราความน่าจะเป็นสะสมของการเลือกคำ (0.9 → หลากหลายมากขึ้น, 0.5 → ระมัดระวังมากขึ้น)
🎭 สไตล์คำตอบ:
เป็นทางการ → สุภาพและเป็นทางการ
เป็นมิตร → ใกล้ชิดกับลูกค้า
สนุกสนาน → คำตอบเบา ๆ และตลก
เป็นกลาง → ไม่มีอารมณ์หรือสไตล์เฉพาะ
มืออาชีพ → รวมความเป็นทางการและความเป็นมิตร
✍️ โหมดคำตอบ:
สั้น → ตอบอย่างรวดเร็วและตรงประเด็น
รายละเอียด → ตอบพร้อมคำอธิบายและข้อมูลเพิ่มเติม
📏 การตั้งค่าเพิ่มเติม:
จำนวนตัวอักษรสูงสุด: กำหนดขนาดคำตอบ (ตัวอย่าง: 250 → สั้น, 1000 → รายละเอียด)
จำนวนข้อความก่อนหน้าที่ Gemini จำได้: กำหนดความจำในแชทปัจจุบัน (ตัวอย่าง: 3 → จำ 3 ข้อความล่าสุดเพื่อตอบ)
⚠️ หมายเหตุ: ความจำจำกัดเฉพาะวันปัจจุบัน ไม่รวมข้อความวันก่อนหน้า การตั้งค่ามากเกินไปอาจใช้โทเค็นมากในแต่ละวัน
แน่นอน! นี่คือการแปล เป็นภาษาไทย (th) แบบมืออาชีพ พร้อมโครงสร้างและตัวอย่างเดิม:
เมนูเชิงโต้ตอบช่วยให้คุณสามารถนำผู้ใช้ไปยังตัวเลือกที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแทนการพิมพ์ข้อความอิสระ ซึ่งช่วยลดข้อผิดพลาดและเร่งการเข้าถึงข้อมูลหรือการดำเนินการที่ถูกต้อง
ตั้งชื่อที่ชัดเจนและสะท้อนเนื้อหา (ตัวอย่าง: เมนูหลัก – บริการของบริษัทอัล-ดโบฮานี)
สามารถสร้างได้สูงสุด 7 รายการในเมนูหลัก
สำหรับแต่ละรายการ ให้กำหนดว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผู้ใช้เลือก (ดู “ประเภทของการดำเนินการ” ด้านล่าง)
คำแนะนำ: หากต้องการตัวเลือกมากกว่า 7 ตัว ให้รวมเป็นเมนูย่อย (การจัดหมวดหมู่/กลุ่มตามตรรกะ)
สามารถเชื่อมโยงรายการใด ๆ ในเมนูหลักหรือเมนูย่อยกับกฎการตอบกลับมืออาชีพ
เมื่อผู้ใช้เลือก รายการนั้นจะเปิดใช้งานกฎ (ราวกับว่าผู้ใช้พิมพ์คำสำคัญนั้นเอง)
ตัวอย่าง:
รายการ “ขอใบเสนอราคา” ↔ กฎที่ส่งแบบฟอร์มคำสั่งซื้อของลูกค้า
แต่ละรายการสามารถเปิดเมนูย่อยได้สูงสุด 7 รายการ
และแต่ละรายการย่อยสามารถเปิดเมนูย่อยต่อไปได้… แบบหลายระดับ
ตัวอย่าง:
เมนูหลัก “บริการ” →
รายการ “แพ็กเกจพัฒนา” (เมนูย่อย) →
รายการย่อย: “แพ็กเกจพื้นฐาน / แพ็กเกจมืออาชีพ / แพ็กเกจองค์กร”
แทนการสร้างรายการจำนวนมากด้วยมือ คุณสามารถทำให้รายการขึ้นอยู่กับไฟล์ CSV เป็นฐานข้อมูลค้นหา/แสดง:
ข้อกำหนดไฟล์: 2 คอลัมน์เท่านั้น
input: ค่าที่ผู้ใช้จะพิมพ์
output: ข้อความตอบกลับเมื่อค่าตรงกัน
ตัวอย่าง CSV (หัวข้อ + 2 แถว):
input,output
ADEN,บริการจัดส่งพร้อมในเอเดนภายใน 24 ชั่วโมง
SANA,บริการจัดส่งพร้อมในซานาภายใน 48 ชั่วโมง
เมื่อผู้ใช้ส่ง ADEN แอปจะแสดง: “บริการจัดส่งพร้อมในเอเดนภายใน 24 ชั่วโมง”
เมื่อใดควรใช้ CSV:
เมื่อมีค่าหลายสิบหรือหลายร้อยค่า (รหัสสินค้า, เมือง, สาขา) แทนการสร้างเมนูยาว
แต่ละรายการ (หลักหรือย่อย) สามารถเลือกหนึ่งในประเภทการดำเนินการดังนี้:
เปิดเมนูย่อย: แสดงตัวเลือกเชิงลึก (สูงสุด 7 รายการต่อระดับ)
เชื่อมต่อกับแบบฟอร์มคำสั่งซื้อ: เปิดแบบฟอร์มโต้ตอบ (ชื่อ, เบอร์โทร, ที่อยู่…) ข้อมูลจะถูกบันทึกในส่วนคำสั่งซื้อ
ส่งต่อบทสนทนาไปยังบุคคลจริง: หยุดการตอบอัตโนมัติและส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่
หลังหมดเวลา รระบบตอบกลับอัตโนมัติจะกลับมาทำงาน
เชื่อมต่อกับกฎการตอบกลับมืออาชีพ: เปิดใช้งานกฎที่ตั้งไว้ล่วงหน้าสำหรับส่งข้อความตอบกลับ/เมนู/AI ฯลฯ
ข้อความตอบกลับเริ่มต้นของเมนู: ข้อความเมื่อผู้ใช้ป้อนค่าไม่ถูกต้องหรือเลือก “ย้อนกลับ”
ตัวอย่าง: “ตัวเลือกไม่ถูกต้อง พิมพ์หมายเลข 1–3 หรือ ‘ย้อนกลับ’”
ทำโครงสร้างให้เรียบง่าย: สูงสุด 7 รายการต่อระดับ, กระจายเป็น 2–3 ระดับ
ตั้งชื่อรายการให้ชัดเจน: เริ่มด้วยการกระทำ (เช่น “ขอใบเสนอราคา”, “เปิดตั๋วสนับสนุน”)
เพิ่มคำแนะนำสั้น ๆ: วิธีการเลือก (หมายเลข? ข้อความ?)
ใส่ “ย้อนกลับ” และ “เมนูหลัก” ในเมนูย่อย
ใช้ CSV สำหรับข้อมูลใหญ่: เมือง/สาขา/รหัส แทนเมนูซับซ้อน
ทดสอบเส้นทางทั้งหมด: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟอร์ม/กฎ/การส่งต่อเจ้าหน้าที่ทำงานถูกต้อง
เมนูหลัก – บริการของอัล-ดโบฮานี
บริการของเรา → เมนูย่อย
พัฒนาแอปมือถือ → เชื่อมกับกฎ “รายละเอียดบริการ”
โซลูชัน AI → เชื่อมกับกฎ “รายละเอียดบริการ”
เว็บไซต์และร้านค้าออนไลน์ → เชื่อมกับกฎ “รายละเอียดบริการ”
แพ็กเกจ → เมนูย่อย
พื้นฐาน
มืออาชีพ
องค์กร
ขอใบเสนอราคา → แบบฟอร์มคำสั่งซื้อ (เก็บชื่อ/เบอร์โทร/รายละเอียด)
ฝ่ายสนับสนุน → ส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ (แจ้ง: “คุณจะถูกเชื่อมต่อกับเจ้าหน้าที่ในไม่กี่นาที”)
ราคาในแต่ละเมือง → นำเข้า CSV (เมือง ← ความพร้อม/ระยะเวลา/ค่าใช้จ่าย)
ติดต่อเรา → กฎที่ส่งข้อมูลติดต่อ
ตัวอย่างการทำงาน:
“ขอใบเสนอราคา” → เปิดแบบฟอร์ม, บันทึกในส่วนคำสั่งซื้อ
“ฝ่ายสนับสนุน” → หยุดการตอบอัตโนมัติและส่งต่อเจ้าหน้าที่
“ราคาในแต่ละเมือง” → ใช้ CSV เพื่อส่งข้อความตอบกลับเฉพาะเมือง
ปุ่มนำทางคงที่
มีรหัสสำรองที่ไม่สามารถแก้ไขได้:
0 → กลับสู่เมนูหลัก (เริ่มต้น)
9 → กลับไปยังระดับก่อนหน้า
99 → ออกจากเมนูเชิงโต้ตอบทั้งหมด
เวลา timeout อัตโนมัติ
สามารถตั้งได้ 1–60 นาที หากผู้ใช้ไม่โต้ตอบ เมนูจะปิดและระบบกลับสู่สถานะปกติ
ข้อความตัวเลือก: สามารถส่งข้อความหลังหมดเวลา
ตัวอย่าง: “หมดเวลาการเลือกแล้ว ส่งข้อความใดก็ได้เพื่อเริ่มใหม่ 👋”
การจัดการข้อผิดพลาด (ป้อนค่าผิด)
ถ้าผู้ใช้ป้อนหมายเลขหรือค่าที่ไม่มีอยู่:
ส่งเมนูซ้ำ
ส่งข้อความสั้นแนะนำ
ตัวอย่าง: “ไม่พบตัวเลือก สำหรับการเลือกที่ถูกต้อง ให้ป้อนหมายเลขจากเมนู”
ข้อสังเกตสำคัญ 📝
การเลือกในเมนูใช้ตัวเลขเท่านั้น
การป้อนข้อความหรือคำสุ่มจะไม่ทำงานในเมนูเชิงโต้ตอบ
ตัวอย่างการตั้งค่าเมนูบริการของอัล-ดโบฮานี
0: กลับสู่เมนูหลัก
9: กลับไปยังระดับก่อนหน้า (แพ็กเกจ ← หลัก)
99: จบเมนู, กลับสู่แชทปกติ
เวลา timeout: 5 นาที
ข้อความหลังหมดเวลา: “หมดเวลาการเลือกแล้ว ⏳ ส่งข้อความใดก็ได้เพื่อเปิดเมนูหลักอีกครั้ง”
ข้อผิดพลาดการป้อน: ส่งเมนูซ้ำ + ข้อความ: “ตัวเลือกที่คุณเลือกไม่ถูกต้อง โปรดเลือกหมายเลขที่ถูกต้องจากเมนู 👇”
🔹 คำสำคัญ
ถาม: จำเป็นต้องใส่คำสำคัญทุกครั้งหรือไม่?
ตอบ: ไม่จำเป็น หากคุณเลือกประเภทการจับคู่เป็น “ทุกข้อความ” จะไม่ต้องใช้คำสำคัญ
ถาม: จะเพิ่มคำสำคัญหลายคำได้อย่างไร?
ตอบ: คั่นคำด้วย // ตัวอย่าง: จอง // ซื้อ // สอบถาม
ถาม: สามารถใช้สัญลักษณ์พิเศษหรือ Regex ได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ หากคุณเลือกประเภทการจับคู่เป็น “แพทเทิร์นมืออาชีพ (Regex)”
🔹 ประเภทการจับคู่
ถาม: “ตรงทั้งหมด” กับ “มีคำ” ต่างกันอย่างไร?
ตอบ:
“ตรงทั้งหมด” หมายถึง ข้อความต้องตรงกับคำทั้งหมด เช่น “จอง”
“มีคำ” หมายถึง คำสามารถเป็นส่วนหนึ่งของข้อความ เช่น “ฉันต้องการจองเวลา”
ถาม: จะใช้การตรวจสอบภาษาได้อย่างไร?
ตอบ: ใส่รหัสภาษาในรูปแบบ ISO 639-1 เช่น ar = ภาษาอารบิก, en = ภาษาอังกฤษ
ถาม: คุณสมบัติการจับคำแบบอัจฉริยะคืออะไร?
ตอบ: สามารถใช้รูปแบบดังนี้:
* = ตัวอักษรใดก็ได้จำนวนหนึ่ง
? = ตัวอักษรหนึ่งตัว
// = ใช้คั่นหลายรูปแบบ
🔹 วิธีตอบกลับ
ถาม: มีวิธีตอบกลับแบบใดบ้าง?
ตอบ:
ตอบคงที่
ตอบทั้งหมด
ตอบแบบสุ่ม
ไม่ตอบ
ตอบสำรอง
เมนูโต้ตอบ
ปัญญาประดิษฐ์
ข้อความต้อนรับ
ลงทะเบียนคำสั่งซื้อของลูกค้า
ส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่จริง
ถาม: ตอบคงที่กับตอบสุ่มต่างกันอย่างไร?
ตอบ: ตอบคงที่จะส่งข้อความเดิมทุกครั้ง ส่วนตอบสุ่มจะเลือกข้อความต่างกันจากรายการทุกครั้ง
ถาม: ฟีเจอร์ตอบด้วย AI ทำงานอย่างไรกับคำสั่งพิเศษ?
ตอบ: หากคุณเพิ่มคำสั่งพิเศษในกฎ → AI จะใช้เฉพาะกฎนั้นเท่านั้น
หากเว้นว่าง → AI จะใช้การตั้งค่าทั่วไป
ถาม: เลือก “ลงทะเบียนคำสั่งซื้อของลูกค้า” แล้วเกิดอะไรขึ้น?
ตอบ: จะเปิดฟอร์มโต้ตอบเพื่อขอข้อมูลลูกค้า เช่น ชื่อ, เบอร์โทร, ที่อยู่… และบันทึกเป็นคำสั่งซื้อในระบบ
ถาม: “ส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่จริง” หมายความว่าอย่างไร?
ตอบ: เมื่อเปิดใช้งาน การตอบอัตโนมัติจะหยุดชั่วคราว และสนทนาจะถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ หลังหมดเวลา AI จะกลับมาตอบอัตโนมัติ
🔹 รายการตอบกลับ
ถาม: สามารถเพิ่มหลายคำตอบได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ คุณสามารถเพิ่มหลายคำตอบและเลือกวิธีจัดการ (ทั้งหมด / หนึ่ง / สุ่ม)
ถาม: กฎสามารถมีทั้งข้อความและ AI พร้อมกันได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ แต่ควรเลือกประเภทหลักเพียงแบบเดียวเพื่อลดความสับสน
🔹 การตั้งค่าเพิ่มเติม
ถาม: “หยุดกฎอื่น” หมายถึงอะไร?
ตอบ: หากข้อความตรงกับกฎนี้ กฎอื่นจะไม่ถูกตรวจสอบ
ถาม: “หน่วงเวลาส่งข้อความ” ทำงานอย่างไร?
ตอบ: คุณสามารถกำหนดเวลา (วินาทีหรือ นาที) ก่อนส่งข้อความอัตโนมัติ
ถาม: “ระยะเวลาห้ามส่งซ้ำ” คืออะไร?
ตอบ: ป้องกันไม่ให้ส่งคำตอบเดิมซ้ำผู้ใช้คนเดียวในช่วงเวลาที่กำหนด (ตัวอย่าง: 10 นาที)
ถาม: สามารถกำหนดเวลาที่ใช้กฎได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ เช่น ตั้งเวลาเฉพาะ 9:00 – 17:00
🔹 ปรับแต่งกฎตามแอปพลิเคชัน
ถาม: กฎสามารถใช้กับแอปเดียวเท่านั้นได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ เลือกแอป เช่น WhatsApp หากไม่กำหนด → กฎจะทำงานกับทุกแอปที่รองรับ
ถาม: แต่ละแอปสามารถมีคำตอบแตกต่างกันได้หรือไม่?
ตอบ: ได้ โดยสร้างกฎซ้ำและกำหนดแอปต่างกันสำหรับแต่ละกฎ
🔹 การตั้งค่า AI ทั่วไป
ถาม: คำสั่งพิเศษต่างจากคำสั่งทั่วไปอย่างไร?
ตอบ: คำสั่งพิเศษใช้เฉพาะกฎเดียว ส่วนคำสั่งทั่วไปใช้สำหรับทุกคำตอบมาตรฐานหากไม่มีการปรับแต่ง
ถาม: ถ้า AI ไม่สามารถตอบได้จะเกิดอะไรขึ้น?
ตอบ: มี 3 ทางเลือก:
ไม่สนใจข้อความ
ใช้ AI อีกครั้ง
ส่งคำตอบสำรองแบบสุ่ม