Fine Art: อาณาจักรแห่งจิตวิญญาณและการสร้างสรรค์ที่ไร้ขอบเขต
โลกของเรานั้นขับเคลื่อนไปได้ด้วย "อัตลักษณ์" และความเป็นตัวตน หากปราศจากสิ่งเหล่านี้ โลกก็เปรียบเสมือนความว่างเปล่าที่ไร้ค่า สีสัน แสงเสียง และสิ่งปลูกสร้างทั้งมวลล้วนเคลื่อนไหวไปตามกริบคมของความคิดที่เฉียบคมดั่งใบมีด ซึ่งอยู่ภายใต้บัญชาของผู้สร้างสรรค์ การฉีกทุกนิยาม การขยายทุกความเป็นไปได้ และการทำลายทุกขีดจำกัด เปรียบเสมือนลูกสูบที่กระทืบส่งกำลังอยู่ในเครื่องจักรแห่งจินตนาการอันล้ำเลิศ หน้าที่ของเราคือการฉีดอัดความคิดอันบริสุทธิ์ลงไปบนกระดานงานศิลป์ เพื่อให้ปรัชญา ความวิจิตรพิสดาร และความพิศวงอันซับซ้อนที่ซ่อนเงื่อนปมอยู่บนความสมดุลของเกลียวเชือกแห่งชีวิต ได้ถูกถักทอและเปิดเผยออกมาผ่านทักษะอันเหนือชั้น สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราต่างตามหา และเราเรียกมันว่า "งานวิจิตรศิลป์" (Fine Art)
Creator ในมุมมองของผู้สร้าง หรือ Creator นั้น การมองผ่านหน้าต่างแห่งจิตใจออกมาสู่โลกความจริง ต้องอาศัยเครื่องมือที่เปรียบเสมือนมือและเท้าที่พร้อมจะกวัดแกว่งร่ายรำเพื่อก่อร่างสร้างความคิดให้นามธรรมกลายเป็นรูปธรรม เค้าโครงและเรื่องราวต่าง ๆ ที่ร้อยเรียงกัน ทั้งที่สอดประสานและขัดแย้ง ล้วนถูกขับเน้นออกมาจากหนึ่งชีวิตที่อุทิศตนเพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้กับความยิ่งใหญ่ที่ไร้กรอบกำหนด ที่ The Underworld Production เราเข้าใจดีว่าศิลปินคือปลายหอกแห่งการแสดงออก เราจึงเตรียมพร้อมด้วยเทคโนโลยีการผลิตระดับสูงที่ไร้ข้อจำกัด เพื่อรองรับสัญชาตญาณดิบของศิลปิน ไม่ว่าจะเป็นระบบภาพที่คมชัด ระบบแสงที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดั่งใจนึก หรือระบบเสียงที่เก็บทุกรายละเอียดความรู้สึก เพื่อให้ศิลปินสามารถเดินหน้าไปบนความเวิ้งว้างของการสร้างสรรค์ได้อย่างมั่นใจ ว่าผลงานของพวกเขาจะมีชีวิตรอดและส่งต่อเจตนารมณ์ไปสู่ผู้คนได้
Audience สำหรับผู้เสพ หรือ Audience เมื่อมองออกไปและได้เห็นงานศิลป์ หัวใจของผู้ที่ได้รับรู้เรื่องราวจะต้องเต้นรัวด้วยความตระหนกและประทับใจ ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องราวที่เห็นและได้ยินนั้นคือความจริงที่สัมผัสได้ เค้าโครงเรื่องราวที่ร่ายรำอยู่ตรงหน้าต่างพากันคลี่คลายตัวตนผ่านมิติและกาลเวลา ราวกับเป็นเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และอัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณ เราจึงให้ความสำคัญกับระบบการนำเสนอ (Presentation System) ที่เป็นเลิศ เพื่อให้สิ่งที่ศิลปินอุทิศตนสร้างขึ้นมานั้น ไม่สูญเสียพลังไประหว่างทาง ระบบ Visual และ Audio ของเราจึงถูกออกแบบมาให้ส่งผ่านความรู้สึกจากผู้สร้างสู่ผู้รับได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ว่าท่ามกลางความกังขาและความสิ้นหวัง จักรวาลนี้ยังมีชีวิตและความหวังซ่อนอยู่ผ่านงานศิลปะ
Connection ความเชื่อมโยงระหว่างอดีตและอนาคตเกิดขึ้นผ่านเครื่องจักร วัตถุ และผู้สร้างสรรค์ สิ่งเดียวกันเมื่อถูกใช้ต่างเวลากันย่อมเกิดโลกคู่ขนาน โลกใบหนึ่งเพื่อวันวาน อีกใบหนึ่งเพื่อวันพรุ่งนี้ และทั้งสองโลกเชื่อมถึงกันผ่าน "ปัจจุบันขณะ" ไม่ว่าจะเป็นผืนผ้ากับภาพเขียน อิฐปูนกับงานปั้น หรือรองเท้าหนังกับบทเพลง Waltz ทั้งหมดต่างเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญ ที่จุดบรรจบของกาลเวลานั้น The Underworld Museum มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสองช่วงเวลาเข้าหากัน ในฐานะผู้เก็บรักษางานศิลป์ ภารกิจของเราคือการรักษาจิตวิญญาณอันสูงส่งของผู้สร้างให้ถูกจารึกไว้อย่างคงทนถาวร ด้วยระบบการจัดการและการจัดเก็บข้อมูล (Archiving) ที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าเจตจำนงของศิลปินจะไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา
The Infinite Meaning หากปราศจากงานศิลป์ ศิลปินก็เป็นเพียงหุ่นกายที่ไร้วิญญาณ และมนุษย์ก็เป็นเพียงไอน้ำหรือกระแสไฟฟ้าในเครื่องจักรแห่งการเผาทำลาย งานวิจิตรศิลป์คือเครื่องการันตีเพียงหนึ่งเดียวว่าสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นนั้นมีความหมาย และเป็นหลักประกันว่าถัดจากวันนี้จะยังมีวันพรุ่งนี้เสมอ ความรักของผู้สร้างและความรักของผู้ชมจะมาบรรจบกันที่งานวิจิตรศิลป์ บนเส้นทางแห่งปรัชญาที่ถูกถักทออย่างประณีต ปริศนาต่างๆ จะคลี่คลาย สิ่งที่เหนี่ยวรั้งให้ผู้คนฉุกคิด สร้างความหวัง และนำพาผู้คนไปสู่การเรียนรู้และสันติสุข ก็คือ "งานวิจิตรศิลป์" เพราะท้ายที่สุดแล้ว งานศิลปะและจักรวาลคือสิ่งเดียวกัน ที่แตกต่างกันเพียงแค่ "มุมมอง" และเราพร้อมที่จะเป็นผู้ถ่ายทอดมุมมองนั้นให้ปรากฏชัดต่อสายตาชาวโลก
โลกของเราเป็นไปผ่านความเป็นตัวตนของเรา ไร้ความเป็นตัวตน โลกก็ไร้ค่า สีสัน แสงเสียง และสิ่งสร้างต่างเคลื่อนไหวไปตามกริบคมบนใบมีดตามบัญชาความคิดของผู้สร้าง ฉีกทุกนิยาม ขยายทุกความเป็นไปได้ ทำลายทุกขีดจำกัดคือลูกสูบที่กระทืบถีบอยู่ในเครื่องจักรแห่งจินตนาการอันเหลือล้ำที่พร่ำฉีดความคิดอันบริสุทธิ์ลงไปบนงานแผ่นกระดานงานศิลป์ บรรดาปรัชญา ความวิจิตรพิสดาร ไปจนถึงพิศวงปริศนาอันซับซ้อนต่างซ่อนปมตั้งตนอยู่บนความสมดุลบนเกลียวเชือกที่เหล่าศิลปินผู้มีทักษะอันเหลือเชื่อได้ถักทอขึ้น
ผู้สร้าง: มองผ่านหน้าต่างแห่งจิตใจ มือเท้าของบรรดาผู้สร้างสรรค์ต่างกวัดแกว่งร่ายรำเพื่อกรอบร่างความคิดให้เป็นรูปร่างขึ้น เค้าโครง เรื่องราว ต่างร้อยเรียงส่งเสียงร้อง ทั้งประสานและทั้งขัดแย้งต่างถูกแสดงออกจากหนึ่งชีวิตที่อุทิศทั้งหมดเพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้กับความยิ่งใหญ่ ไร้กรอบกำหนด สวรรค์ประทาน ความบังเอิญ ความเสียสละเพื่อที่จะทำให้ตนได้เป็นปลายหอกแห่งการแสดงออก นั้นคือชีวิตของหนึ่งศิลปิน ไร้ข้อกังขา ศรัทธา เดินไปแม้บนความเว้งว้างไร้หนทาง อย่างเหลือเชื่อ ทั้งงานศิลป์และทั้งผู้ให้กำเนิดต่างมีชีวิตรอดเพื่อให้กำเนิดลูกหลานงานศิลป์สืบไป
ผู้เสพ: มองออกไป เห็นงานศิลป์ หัวใจของผู้รับรู้เรื่องราวเต้นรัว ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องราวที่เห็น ที่ได้ยิน ที่ได้รับรู้มันจะเป็นความจริง เค้าโครง เรื่องราว ต่างเรียงราย ร่ายรำทั้งสอดประสานและขัดแย้งที่แสดงอยู่ตรงหน้าต่างพากันคลี่คลายตนเองออกผ่านทั้งมิติและกาลเวลา ราวกับว่าที่เห็นอยู่นั้น มันคือเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ อัดแน่นไปด้วยจิตวิญญาณโลดแล่นอยู่ภายในตนเอง ช่างโชคดีที่เรามีสิ่งที่เรียกว่าศิลปิน ผู้ที่พร้อมอุทิศตนเพื่อต่อชีวิตให้คนอื่น ในความกังขา ความสิ้นหวัง กฎกติกาที่รายล้อม อย่างเหลือเชื่อทั้งงานศิลป์และทั้งผู้ที่ให้กำเนิดต่างมีชีวิตรอดเพื่อเป็นหลักฐานว่าจักรวาลนี้ยังมีชีวิต
ผ่านเครื่องจักร วัตถุและผู้นิยมก่อเกิด สิ่งเดียวกัน ใช้ไม่เหมือนกัน ย่อมเกิดโลกคู่ขนาน โลกใบหนึ่งเกิดขึ้นเพื่อวันวาน ในขณะที่โลกอีกใบเกิดขึ้นเพื่อวันพรุ่ง ทั้งสองโลกเชื่อมถึงกันผ่านปัจจุบันขณะ ไปมา ผืนผ้ากับภาพเขียน อิฐปูนกับงานปั้น รองเท้าหนังกับบทเพลง Waltz ทั้งหมดต่างเชื่อมถึงกันอย่างมีนัย ที่ตรงกลาง ที่ตรงนั้น ณ จุดพบกันของสองกาลเวลา เรา The Underworld Museum มีความภูมิใจที่เราได้เป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมสองช่วงเวลาเข้าหากัน ในฐานะของผู้เก็บรักษางานศิลป์ ภารกิจของเราคือรักษาจิตวิญญาณอันสูงส่งของผู้สร้าง ให้ได้จารึกอยู่ในงานตลอดไป
ปราศจากงานศิลป์ ศิลปินก็เป็นเพียงหุ่นกาย ไร้วิญญาณ ปราศจากงานศิลป์ มนุษย์ก็เป็นเพียงไอน้ำ กระแสไฟฟ้าในเครื่องจักรแห่งการเผาทำลาย งานวิจิตรศิลป์คือเครื่องการันตีว่าสิ่งที่มนุษย์ได้สร้างมายังมีความหมาย และงานวิจิตรศิลป์เองก็คือหลักประกันว่าถัดจากวันนี้มันยังจะมีวันพรุ่งนี้ ความรักของผู้สร้างและความรักของผู้ชม ในตอนท้ายจะมาบรรจบกันที่ ณ จุดที่เรียกว่า งานวิจิตรศิลป์ บนเส้นทางแห่งปรัชญาที่ถูกถักทอออกมาอย่างวิจิตร บรรดาปริศนาต่างคลี่คลาย
อาจารย์ขุนอินไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนางานดนตรี ทำให้ผลงานของเขาได้รับการยกย่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาจารย์ขุนอินยังมีผลงานด้านการเขียนและด้านการแสดงซึ่งได้รับการยอมรับโดยทั่วกัน ด้วยความสามารถ ความเป็นอรรถ-อัจฉริยะ และการมีพรสวรรค์อันหลากหลายอย่างหาใดเปรียบมิได้ ทำให้อาจารย์ขุนอินขึ้นแท่นเป็นอัจฉริยะบุคคล เป็นที่รัก และเป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ
The Philosophy of Resonance เสียงคือประสาทสัมผัสเดียวที่เดินทางเข้าสู่ "ความรู้สึก" โดยตรงโดยไม่ผ่านตรรกะการกลั่นกรองของสมอง ในขณะที่ภาพตาเห็นอาจถูกวิจารณ์ แต่เสียงที่ได้ยินจะถูก "รู้สึก" ทันที ที่ The Underworld Production เรานิยามบริการ Fine Art ของเราว่า "The Sonic Atelier" (ห้องปฏิบัติการทางดนตรีอันวิจิตร) เราไม่ได้ทำหน้าที่แค่ผลิตเพลงประกอบ (Background Music) เพื่อกลบความเงียบ แต่เราทำหน้าที่ "ประพันธ์จิตวิญญาณ" ให้กับแบรนด์และผลงานของคุณ เราเชื่อว่าดนตรีคืองานสถาปัตยกรรมที่มองไม่เห็น มันสร้างพื้นที่ กำหนดอารมณ์ และนำพาผู้ฟังเดินทางไปในห้วงเวลาที่เรากำหนด
The Trap of "Stock Emotion" ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของงานระดับ Masterpiece ที่ตกม้าตาย คือการใช้ "ดนตรีสำเร็จรูป" (Stock Music) ความเสี่ยงของการใช้เพลงที่ใครๆ ก็หาซื้อได้ คือการลดทอนคุณค่าของแบรนด์ให้กลายเป็นของดาษดื่น (Generic) ลองจินตนาการถึงภาพยนตร์ระดับโลกที่ใช้เพลงแจกฟรี ความขลังและความน่าจดจำจะสูญหายไปทันที Solution ของเราคือ Bespoke Composition การประพันธ์ดนตรีขึ้นใหม่โน้ตต่อโน้ต (Note-by-Note) เพื่อให้สอดคล้องกับจังหวะการตัดต่อ ลมหายใจของตัวละคร และ DNA ของแบรนด์คุณโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าเสียงที่คุณได้ยิน คือเสียงที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก
The Asset of Intellectual Property (IP) ในโลกธุรกิจ "ลิขสิทธิ์" คือสินทรัพย์ การเช่าใช้เพลงมีวันหมดอายุและมีข้อจำกัด แต่การสร้างงาน Fine Art กับเรา คือการลงทุนใน Sonic Asset คุณจะได้เป็นเจ้าของบทเพลงและอัตลักษณ์ทางเสียงนั้นอย่างแท้จริง (ตามเงื่อนไขสัญญา) เพลงที่เราแต่งให้คุณ สามารถนำไปพัฒนาต่อเป็น Concert, เสียงรอสาย, เพลงในโฆษณาตัวต่อไป หรือแม้แต่ขายต่อในอนาคต นี่คือการเปลี่ยน "ค่าใช้จ่ายทางการตลาด" ให้กลายเป็น "ทรัพย์สินทางปัญญา" ขององค์กร
Orchestrating the Real ในยุคที่ AI และ Synthesizer ครองเมือง ความหรูหราที่แท้จริงคือ "ความเป็นมนุษย์" (Human Touch) The Sonic Atelier ให้ความสำคัญกับการบันทึกเสียงจาก เครื่องดนตรีจริง (Real Instruments) และนักดนตรีมืออาชีพ น้ำหนักการกดคีย์เปียโน แรงสีไวโอลิน หรือลมหายใจของนักร้อง คือรายละเอียด (Nuance) ที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ เรานำความไม่สมบูรณ์แบบที่งดงามของมนุษย์ มาผสานกับความแม่นยำของเทคโนโลยีการมิกซ์เสียง เพื่อสร้างความรู้สึกที่ "แพง" และ "ลึกซึ้ง"
Sonic Branding & Identity แบรนด์ของคุณมีเสียงเป็นอย่างไร? สุขุมนุ่มลึกเหมือน Cello หรือสดใสฉับไวเหมือน Synthesizer? เราช่วยคุณค้นหา Sonic Identity ผ่านกระบวนการวิเคราะห์แบรนด์ เราสร้าง Audio Logo (เสียงสั้นๆ ที่ได้ยินแล้วรู้ทันทีว่าเป็นแบรนด์คุณ) และ Corporate Theme Song ที่จะทำหน้าที่เป็นธงนำทางความรู้สึกของผู้บริโภค ไม่ว่าพวกเขาจะหลับตาอยู่ก็ตาม เมื่อได้ยินเสียงนี้ เขาจะนึกถึงคุณทันที
The Art of Silence ดนตรีที่ดีไม่ได้มีแค่เสียง แต่รวมถึง "ความเงียบ" (Space) เราเข้าใจศาสตร์แห่ง Dynamic Range การรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เพื่อให้จุดไคลแมกซ์ทรงพลังที่สุด เราไม่ได้ยัดเยียดเสียงดนตรีให้รกหู แต่เราจัดวางเสียงลงในตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ Message ของคุณโดดเด่นออกมา
Conclusion The Sonic Atelier คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการสร้าง "ตำนาน" ไม่ใช่แค่ "กระแส" เราผสานศาสตร์การประพันธ์เพลงคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีเสียงสมัยใหม่ เพื่อสร้างผลงานศิลปะที่อยู่เหนือกาลเวลา อย่าปล่อยให้ภาพลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของคุณ ต้องหมองลงเพราะเสียงที่ไร้ราคา ให้เราเป็นผู้แกะสลักเสียงแห่งความสำเร็จให้กับคุณ
The Underworld Production
Address: 233 Charan 11 Thapra Bangkok Yai Bangkok Thailand 10600
Tel: +66 (80) 2000040
Email: 001@dengroups.com
Line: https://lin.ee/mHjib2F