GRAND OPERATING
DESIGN SYSTEM
DESIGN SYSTEM
ATOM
เพื่อให้การทำงานขององค์กรเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไปนี้คือรูปร่างและเส้นทางของการทำงานที่องค์กรควรจะตั้งอยู่ เราจะเรียกสิ่งต่อไปนี้ว่า Business Cycle หรือรอบวงธุรกิจ ด้วยการตระหนักเป็นอย่างดีถึงนิยามของการบริหารธุรกิจว่ามันคือการเอาเวลามาแลกกับอะไรบางอย่าง ซึ่งในที่นี้เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่เราต้องการจะเอามาแลกกับเวลาคือวงเวียนธุรกิจ หรือ Business Cycle นั่นเอง
จากรูปประกอบ เราสามารถที่จะอธิบาย Business Cycle ได้ดังนี้
จุดเริ่มต้นเริ่มมาจากการมีความรู้และวัตถุดิบ
นำทั้งสองอย่างมารวมกันผ่านกระบวนการที่เรียกว่าการผลิต - A
การผลิตทำให้เรามีสินค้า (บริการก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่งเช่นกัน)
นำสินค้ามาผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การประชาสัมพันธ์สินค้า - B
การประชาสัมพันธ์สินค้าทำให้เรามีลูกค้า
นำลูกค้ามาผ่านกระบวนการ ขาย - C
การขายจะทำให้เราได้ทุนกลับมา
ทุนจะเข้าสู่กระบวนการลงทุน - D
การลงทุน ที่สุดท้ายกลับไปสู่การสรรหาต้นทุนอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับองค์กรแล้ว เราเริ่มต้นที่สิ่งสำคัญที่สุดก่อนก็คือ วัตถุดิบ การมีวัตถุดิบที่ดี จะเป็นหลักประกันให้กับเราว่า ผลผลิตของเราคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยม อย่างไรก็ดี เพื่อให้เราสามารถแปรรูปวัตถุดิบให้กลายเป็นชิ้นสื่อได้นั้น จะต้องมีชุดความรู้ที่ถูกต้องและเพียงพอ ด้วยการใช้ Standard Operating Procedure (SOP) ที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เรามีชุดความรู้มากพอที่จะทำการแปรรูปและประกอบวัตถุดิบให้กลายเป็นชิ้นงานที่ดีได้
เมื่อเราได้ชิ้นงานมาเป็นที่เรียบร้อย สิ่งที่เราอยากจะทำต่อไปหาใช่การนำไปขายไม่ เพราะ ถ้าตลาดยังไม่ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจเรา มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะบังคับใครให้มาซื้อของ ๆ เรา สิ่งที่เราอยากจะทำต่อมาคือจัดทำการประชาสัมพันธ์เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้ถึงการมีอยู่ของสินค้าหรือชิ้นงานของเรา
เมื่อตลาดและกลุ่มเป้าหมายมีความพร้อม เราก็สามารถทำการขายสินค้าและบริการที่เราต้องการได้อย่างราบรื่น ด้วยการวางระบบการซื้อขายที่ชาญฉลาด จะทำให้การส่งมอบสินค้าและบริการของเรามีคุณค่ามากยิ่งขึ้น และด้วยการมีระบบการขายที่ดีนั้น ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเมื่อเรามีสินค้าหรือบริการชิ้นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเราทำการจัดจำหน่ายได้ สิ่งที่เราต้องประเมินต่อไปก็คือ เราจะลงทุนต่อไปอย่างไร เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า มั่นคง และสามารถสร้างความปลอดภัยต่อไปในอนาคตได้ เราจะเห็นว่า ในขั้นการลงทุนนี้ แม้ว่าเราจะสามารถซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ แต่สิ่งที่เราไม่สามารถซื้อได้เลยก็คือ ชุดความรู้ ดังนั้น ควบคู่ไปกับการลงทุนที่ชาญฉลาดแล้ว เรายังต้องมีระบบการจัดการความรู้ที่สามารถดึงความรู้ที่มีมา ทำการจัดเก็บ และทำการพัฒนาต่อยอดให้ได้ด้วย ทั้งนี้ หากเราสามารถทำได้ครบถ้วนอย่างที่กล่าวมาภายในเวลาอันรวดเร็วได้ จึงจะถือว่าเราได้ทำการแลก Business Cycle มาได้อย่างคุ้มค่า
Business Cycle จะหมุนต่อไปอย่างต่อเนื่องและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตาม Momentum ของธุรกิจ เราเชื่อเหลือเกินว่า ณ จุด ๆ หนึ่ง วงล้อธุรกิจนี้สามารถที่จะหมุนตัวเองได้อย่างอัตโนมัติ และสามารถสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงยั่งยืนให้กับทุก ๆ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเราได้
CONSTRUCT
การเข้ามาของระบบ Grand Operating Design นั้น แน่นอนว่ามันจะเป็นการส่งผลดีต่อตัวบริษัทโดยตรงในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นแผนกต่าง ๆ ที่ล้วนจะได้รับการจัดการได้ดียิ่งขึ้น หรือไม่ว่าจะเป็นการผลิตและการจัดจำหน่ายที่จะได้รับการควบคุมอย่างเป็นรูปธรรมที่มากขึ้น การเปลี่ยนจะเริ่มจากภายในสู่ภายนอก
ในการ Deploy ระบบ Grand Operating Design นั้น จะประกอบไปด้วย 11 ขั้น ดังต่อไปนี้
การจัดการเรื่อง Change Management
การจัดการเรื่อง Basic Knowledge Management
การจัดการเรื่องการคลังหรือ Raw Material
การจัดการเรื่อประเภทสินค้าและบริการ รวมไปถึง Portfolio ต่าง ๆ
การจัดการเรื่องระบบงานในแต่ละแผนก ไม่ว่าจะเป็น
Resource Management
Research and Development
Lawsuit Prevention
Accounting
Marketing
Management
การจัดการเรื่องการให้บริการและการสร้างผลิตภัณฑ์
การจัดการเรื่องความรู้และ Knowledge Management ต่าง ๆ
การจัดการเรื่อง Company Profile
การจัดการเรื่องลูกค้าสัมพันธ์
การจัดการเรื่องการประชาสัมพันธ์เชิงรับ Passive Marketing
การจัดการเรื่อง Branding Strategy
และอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เมื่อมีการ Deploy ระบบ Grand Operating Design แล้ว เรื่องทั้งหมดที่ได้กล่าวมาจะได้รับการจัดการ จะเห็นได้ชัดเจนว่าบริษัทจะมีความสามารถที่จะทำงานต่าง ๆ ได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น มีความสามารถที่จะผลิตสินค้าหรือบริการที่ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการเพิ่ม Revenue ซึ่งจะนำไปสู่การมีรายได้ที่มากยิ่งขึ้น และในท้ายที่สุด บริษัทจะสามารถเติบโตได้ดียิ่งขึ้นได้