Heaventise Cast EP3:
What is OKRs
Heaventise Cast EP3:
What is OKRs
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในชีวิตประจำวัน เราต้องเผชิญกับงานต่าง ๆ มากมาย ซึ่งแต่ละงานก็นำเสนอความท้าทายที่ไม่เหมือนใคร บ้างก็ตรงไปตรงมา บ้างก็เป็นปริศนาที่ซับซ้อนหรืออาจจะมีอุปสรรคที่ดูเหมือนจะก้าวข้ามผ่านไปไม่ได้ ความสำเร็จในนิยามสากลมักขึ้นอยู่กับการทำงานอย่างขยันขันแข็งและมีกลยุทธ์ ความเป็นจริงก็คือ หากต้องการชัยชนะเหนือกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม มันมีความจำเป็นที่เราจะต้องมีความเข้าใจอย่างถี่ถ้วนใสสิ่งที่ทำ รวมถึงมีการจัดองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นลำดับ เป็นระบบ ในบทความนี้ เราจะมาร่วมสำรวจแง่มุมที่สำคัญของการทำงานให้สำเร็จ เราจะมาร่วมกันเจาะลึกว่า การบูรณาการวัตถุประสงค์และผลลัพธ์หลัก หรือที่ภาษาอังกฤษเราเรียกกันว่า Objectives and Key Results (OKR) จะช่วยปรับปรุงกรอบของการทำงานได้อย่างไร
วันนี้ เราจะมาดูส่วนประกอบสำคัญทั้ง 7 ที่จะต้องมีเพื่อให้การสั่งการของเราได้เป็นการสั่งงานที่มีความสอดคล้องกับระบบ OKRs ที่โด่งดังกันครับ
ก่อนอื่นเลย สิ่งแรกที่เป็นหัวใจที่จะต้องมีก็คือ คำสั่ง โดยเราจะมุ่งเน้นย้ำถึงความแม่นยำในการควบคุมการออกคำสั่งครับ
เคล็ดลับที่ไม่ลับในการทำงานให้ลุล่วง สิ่งที่เป็นศูนย์กลางของการประสานงานให้มีประสิทธิภาพคือ การกำหนดคำสั่งที่แม่นยำ โดยคำสั่งเหล่านี้มีความจำเป็นที่จะต้องออกแบบมาให้มีความสอดคล้องกับความสามารถส่วนบุคคลด้วย ในการทำงานใด ๆ สิ่งที่เป็นหลักสำคัญในการทำงานก็คือการให้คำสั่งที่ชัดเจน คำสั่งที่สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน มีคำกริยา มีผลลัพทธ์ที่ชัด เป็นลำดับชัดเจน จะทำหน้าที่เป็นพิมพ์เขียวชั้นเลิศเพื่อกรุยทางในการบรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการ
ห่างออกไปจากทีมงานของเรา ภาษาบ้าน ๆ ที่เข้าใจง่าย ๆ ก็คือคำว่า Out Source หรือ Vendor เพราะในหลายต่อหลายครั้ง งานมักจะอยู่เหนือขีดความสามารถของบุคคลากรที่เรามี ดังนั้นมันจึงมีความจำเป็นต้องใช้ความพยายามในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรที่อยู่ข้างนอกนั่น พันธมิตรที่ดีจะเป็นตัวส่่งกำลัง ช่วยให้เราสามารถที่จะเอาชนะความท้าทายที่นอกเหนือออกไปจากความพยายามจากเพียงแค่ในองค์กรได้ ใช่ว่าจะใช้ใครก็ได้ แต่การระบุพันธมิตรที่ชัดเจนในคำสั่งเท่านั้นที่จะเป็นการขยายประสิทธิภาพ
จุดศูนย์กลางของการปฏิบัติงานอยู่ที่ผู้ปฏิบัติงานหรือเราอาจจะเรียกว่า Operator ก็ได้ Operator ที่ดีควรมี Credit ที่เชื่อถือได้และได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติงาน ความสำเร็จของ Operator ที่มีกับคำสั่งที่พวกเขาได้รับขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์จากทักษะและความทุ่มเท การรู้และเสริมจุดแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ของ Operator เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างมากเพื่อการนำส่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ความยากจะเป็นตัวชี้วัดที่วัดความซับซ้อนของงาน ความเข้าใจและการประเมินที่เหมาะสมมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งสำหรับการออกคำสั่งอย่างมีกลยุทธ์ ไม่ใช่ทุกอย่างเป็นคำว่า "แค่" แต่เพราะทุกคำสั่งมันมีความยากง่ายต่างกัน การกำหนด หรือประเมินความยากล่วงหน้าจะทำให้ Operator ได้รู้ว่าตนเองกำลังจะเผชิญกับอะไร และสิ่งนี้เองที่จะทำให้เราได้สามารถประเมินงานเชิงปฏิบัติได้ ไม่ใช่แค่จินตนาการอยู่ในโลกของผู้บริหารเพียงเท่านั้น การประเมินความยากยังเปิดโอกาสให้ Operator หรือ Partner ได้ตระหนัก ได้เตรียมกลยุทธ์ ปรับตัวเพื่อเอาชนะอุปสรรค และยอมรับความซับซ้อนของงานด้วย
ทุกกิจกรรมย่อมให้ผลเป็นรูปธรรม ผลลัพธ์อันเป็นเกิดจากการทำงานตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย การออกคำสั่งที่เข้มงวดจะต้องมีการให้ข้อมูลเชิงลึกสำหรับผลลัพธ์ของความพยายามที่จะเกิดขึ้นในภายหลังจากการทำงานที่สั่งไปแล้ว ผลลัพธ์ต้องประกอบไปด้วยชิ้นงานที่เกิดจากคำสั่งนั้น ๆ และคะแนนเชิงคุณภาพที่จับต้องได้
เวลาซึ่งเป็นทรัพยากรอันล้ำค่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก การดูแลเวลาอย่างระมัดระวังจะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า คำสั่งต่าง ๆ ที่สั่งไปจะบรรลุ เสร็จสิ้นตามกำหนดตามวัน เวลาที่กำหนด การจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพหมายถึงประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้น มันเน้นย้ำถึงการจัดลำดับความสำคัญของงานอย่างรอบคอบและรวมถึงการจัดสรรทรัพยากรอย่างชาญฉลาดอีกด้วย
นอกเหนือจากองค์ประกอบที่จัดต้องได้ทั้ง 6 ที่กล่าวมา องค์ประกอบสุดท้ายนี้คือการรวมทุกอย่างเข้าได้วยกัน แล้วนำมาประมวล บูรณาการ ในแบบฉบันของ OKR หากทำอย่างนี้ได้ สิ่งที่ Operator ทำ ก็จะสอดคล้องกับความแม่นยำในการบังคับบัญชาอย่างไร้รอยต่อ การที่ทั้ง Management และ Operation เห็นรายงานของสิ่งที่่ทำลงไปออกมาเป็นรายงานเชิงคุณภาพจะสร้างแรงบันดาลใจเสมอ ผลลัพธ์ที่ทำสะท้อนออกมาเป็นการรายงานที่จับต้องได้ โดยนำเสนอการวัดความสำเร็จเชิงปริมาณ ซึ่งสะท้อนคะแนนออกมาได้จากการทำงานอย่างขยันขันแข็ง การตรวจสอบ OKR เป็นประจำส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
ในขั้นตอนที่ซับซ้อนของการบรรลุภารกิจ การทำความเข้าใจการมีส่วนร่วมระหว่างคำสั่ง ความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน ความสามารถของ Operator การประเมินความยากลำบาก การประเมินผลลัพธ์ และ Integrate ของ OKR เป็นสิ่งจำเป็น การยอมรับองค์ประกอบเหล่านี้และการทำการการเชื่อมโยงระหว่างกัน ทำให้องค์กรและแต่ละบุคคลได้สามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความท้าทายได้ หากทำได้อย่างที่ได้กล่าวมา การบรรลุภารกิจให้สำเร็จจึงจะได้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ โดยที่การวางแผนแบบมีโครงสร้าง เมื่อมาพบกับการดำเนินการแบบ OKRs จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายสูงสุดได้อย่างมีคุณภาพ