Business Cycle
ในไตรมาสแรกแบบนี้ เชื่อเหลือเกินว่าผู้ประกอบการหลาย ๆ ท่านคงจะมีความกระตือรือร้นที่จะทำธุรกิจของตนเองให้ได้ก้าวหน้า เพื่อให้ได้มีการเติบโตที่เป็นไปตามความคาดหวังที่ตั้งใจเอาไว้ ผมเองก็เช่นกันครับ ก็ทำสิ่งอย่างที่ว่าเช่นกัน กระนั้น เชื่อหรือไม่ว่า ในโลกที่สลับซับซ้อนของการจัดการธุรกิจ องค์กรต่าง ๆ ล้วนจะต้องเดินไปตามเส้นทางที่รอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จและมีความยั่งยืน มั่นคง ด้วยประการฉะนี้ ผมเลยมีความภูมิใจที่จะเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อเจาะลึกแนวคิดหนึ่ง แนวคิดนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นแนวทางที่ธุรกิจใด ๆ ควรจะเดิน เรียกว่าเป็นทางช้างเดินสำหรับโลกธุระกิจก็ได้ โดยทางเดินนี้มีชื่อเรียกว่า Business Cycle หรือที่เรียกกันว่า “วัฏจักรธุรกิจ” มันคือหลักการว่าด้วยการพินิจพิเคราะห์แต่ละขั้นตอนของธุรกิจที่แบ่งเป็นขั้น ๆ ที่สุดท้ายจะวนมาบรรจบกันที่เดิม วัฏจักรธุรกิจ เริ่มตั้งแต่เรื่องของวัตถุดิบไปจนถึงการลงทุน มันเป็นกระบวนการที่ลึกซึ้งที่มีเป้าหมายเพื่อจัดการเรื่องเกี่ยวกับองค์ประกอบสำคัญที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน Business Cycle คืออะไร วันนี้ Heaventise Cast ขอเป็นตัวแทนที่จะมาเล่าให้ทุกท่านได้ฟังกันกับตอน Business Cycle วงล้อธุรกิจ ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง
ขออนุญาตเล่าให้ฟังอย่างนี้ครับ จุดเริ่มต้นของ Business Cycle นั้น เป็นเหมือนกับเข็มของนาฬิกา เมื่อถึงเวลา มันก็จะมีการผลักดันรูปแบบของกิจกรรมในองค์กรให้เคลือนไปตามรูปแบบวงจรมาตรฐาน วงจรธุรกิจทำหน้าที่เป็นกรอบเชิงกลยุทธ์ที่แนะนำองค์กรผ่านขั้นตอนของการเริ่มต้น การเติบโต และเข้าสู่ระยะเก็บเกี่ยว โดยการเดินทางครั้งนี้ของเรา เราขอเริ่มต้นด้วยการมุ่งเน้นไปที่การจัดการวัตถุดิบชั้นยอด วัตถุดิบหมายถึงอะไร โดยทั่ว ๆ ไป วัตถุดิบจะหมายถึงวัตถุ บุคคล และชุดความรู้ตั้งต้นที่จะถูกนามาใช้เพื่อแปรรูป หรือเพื่อประกอบเป็นสินค้า หรือบริการตามรูปแบบของธุรกิจใด ๆ โดยซึ่งวัตถุดิบชั้นยอดนี้เองที่จะเป็นการวางรากฐานสำคัญ เป็นหัวใจสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ยอดเยี่ยม มีความสามารถในการแข่งกันในตลาดเสรี ขอเน้นย้ำอีกครั้งครับว่า สิ่งสำคัญของผลิตภัณฑ์และบริการที่ยอดเยี่ยม อยู่ที่การสั่งสมความรู้ในการประกอบสร้างอย่างพิถีพิถัน ซึ่งวิธีในการประกอบสร้างนี้ ส่วนใหญ่จะถูกจัดการให้อยู่ในรูปแบบที่เรียกกันว่า Standard Operating Procedures (SOP) ซึ่งจะเป็นตัวบอกวิธีการการกำหนดรูปแบบการเปลี่ยนวัตถุดิบให้ได้กลายเป็นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูป ประกอบแล้ว
เมื่อมีสินค้าที่พร้อมจำหน่าย เข็มของนาฬิกาก็จะชี้ไปที่ส่วนถัดไปของวงจร ซึ่งส่วนนี้จะเป็นการเน้นความเป็นเลิศด้านการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ไม่มีใครกินอาหารจากคนแปลกหน้า คำนี้ไม่เกินเลยเกินจริง
องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นด้วยวัตถุดิบที่เหนือกว่าด้วยการใช้ประโยชน์จากความรู้ที่สั่งสมมาผ่าน SOP สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ถึงการผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง กระนั้น สินค้าไม่มีเสียง มีมีขา ย่อมไม่สามารถทำให้เกิดความรู้สึกไว้วางใจและเชื่อถือได้ในตลาดได้ด้วยตนเอง แทนที่จะเจาะลึก นำสินค้าไปขายทันที การเน้นการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความไว้วางใจในตลาดเป้าหมายเป็นสิ่งที่ควรจะต้องทำก่อน การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพกจะกลายเป็นสื่อสารองค์กรที่ดี เข้าถึงกลุ่มผู้มีโอกาสเป็นลูกค้า สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ให้ความเป็นกันเอง ปูทางไปสู่การขายที่ประสบความสำเร็จ และแน่นอน เมื่อไม่ใช่คนแปลกหน้ากัน มันก็เป็นการรับประกันอย่างเป็นนัยว่าการเปลี่ยนผ่านจากการสิ่งค้าที่อยู่ในคลัง จะได้ถูกผลักดันไปสู่มือลูกค้าได้อย่างราบรื่น
และเมื่อผู้คนพร้อมจะซื้อแล้ว องค์กรที่ดี ย่อมให้บริการด้วย Solution ด้านการจัดจำหน่ายที่สร้างสรรค์และสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบการซื้อขายอัจฉริยะและการรับประกันหลังการขาย การให้ความสะดวกกับลูกค้าด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการจึงเป็นหัวใจสำคัญต่อมา ถัดมาจากการสร้างความเชื่อมั่น ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการใช้ระบบการซื้อขายอัจฉริยะ เพิ่มมูลค่าให้กับข้อเสนอและปลูกฝังความมั่นใจให้กับลูกค้า ระบบการขายที่แข็งแกร่งแบบนี้เองที่จะช่วยเสริมความไว้วางใจของลูกค้า ทำให้ประสพการณ์การปิดการขายได้เป็นไปอย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ
และเมื่อเราได้มาซึ่ง Reveure หรือรายได้รวม มันก็จะมาถึงส่วยสุดท้ายของวงจร นั้นก็คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการจัดการความรู้ เมื่อเราขายสินค้าและบริการได้ เราก็ย่อมจะได้มาซึ่งทุน ทุนที่ได้จากการขายนี้ จะเอาไปทำอะไร แน่นอน เอาไปหักต้นทุน เพื่อเป็นกำไรสุทธิ ซึ่งรายได้ส่วนนี้ องค์กรจะนำเข้าสู่กระบวนการลงทุนอีกครั้งเพื่อจัดซื้อ จัดสรรค์วัตถุดิบซึ่งจะเป็นการเริ่มวงจรธุรกิจในรอบถัดไป กระนั้น ขอเน้นย้ำว่า แม้ว่าสินทรัพย์ทางกายภาพจะมีความจำเป็น แต่ความรู้ก็มีความสำคัญยิ่งกว่า การจัดการกับความรู้ที่ได้มาอย่างแข็งขันและมีกลยุทธ์จะก่อให้เกิดรากฐานของการสร้างมูลค่าและความมั่นคงที่ยั่งยืน การจัดการความรู้นี้ขยายไปไกลกว่ากรอบการทำงานภายใน แต่ยังขยามไปถึงการสรรหาความร่วมมือที่ภายนอก ความเป็น Community ที่จะเป็นการส่งเสริมนวัตกรรมและส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวในตลาดธุรกิจที่มีความเปลี่ยนแปลง ผันผวน
มาถึงจุดนี้ เราจะเห็นได้ชัดว่า วงจรธุรกิจประกอบไปด้วย 4 ส่วนเวียนวนกันไป เริ่มตั้งแต่ การจัดการวัตถุดิบ การจัดการสร้างความเชื่อมั่น การจัดการการขายและกระจายสินค้า และการลงทุน
กระนั้น ธุรกิจที่ดี ย่อมหมายถึงการทำได้ดีกว่า และเร็วกว่า เรามาดูกันว่า เราจะเร่งวงจรธุรกิจได้อย่างไร ขอเล่าเสริมอย่างนี้ครับว่า Business Cycle ทีดี จะต้องทำรอบได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยการมีความเชื่อที่ว่า วงล้อธุรกิจจะหมุนเวียนที่ดีควรจะปั่นตัวเองอย่างอัตโนมัติผ่านการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ และผ่านระบบ Business Automation ที่ล้ำสมัย การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ในรูปแบบดังกล่าว ในที่สุด วงจรธุรกิจจะสามารถพึ่งพาตนเองเอง ปูแนวทางสู่ธุรกิจที่มั่นคง สร้างรายได้ที่ยั่งยืน และมีอนาคตที่สดใส ความเร่งของวงจรธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ความคล่องตัวในการตัดสินใจ และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด
โดยสรุป ความสำเร็จขึ้นอยู่กับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในวงจรธุรกิจ ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการลงทุน แต่ละขั้นตอนต้องมีการวางแผนที่พิถีพิถันและการดำเนินการเชิงกลยุทธ์อยากชาญฉลาด รอบคอบ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของความรู้ การรักษาความไว้วางใจของลูกค้า การจัดจำหน่ายที่ง่านดาย และการลงทุนที่ชาญฉลาด องค์กรจะสามารถรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนได้ สุดท้าย เมื่อวัฏจักรธุรกิจได้รับแรงผลักดันในแบบที่ถูกต้อง องค์กรก็สามารถที่จะมีอนาคตที่มั่นคงและมีความเจริญรุ่งเรืองได้ในที่สุด