Heaventise Cast EP5:
Live Semi-Virtualization
Heaventise Cast EP5:
Live Semi-Virtualization
เพราะหลักการในการทำงานที่ดีคือการใช้เวลาให้น้อยลง แต่ยังคงให้ผลลัพธ์เท่าเดิม เพื่อที่จะทำสิ่ง ๆ นั้นได้ นวตกรรมต่าง ๆ ล้วนถูกคิดค้นขึ้น เพื่อทำให้ผู้คนต่าง ๆ ได้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมันจะนำมาสู่ความสามารถในการแข่งขันที่สูงกว่าในตอนท้าย วันนี้ Heaventise Cast มีความยินดีที่จะบอกเล่าถึงความลับหนึ่งที่เราเชื่อว่าหากหลาย ๆ คนที่ได้รู้แล้ว ย่อมจะนำไปสร้างความได้เปรียบอย่างที่ได้กล่าวมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก สำหรับวัน เราอยากจะพูดถึงนวตกรรมตัวหนึ่งที่จะได้เข้ามาเพื่อปฏิวัติ... ใช่แล้วความ ใช้คำว่า ปฏิวัติ กันไปเลย เพราะเทคโนโลยีตัวนี้ ไม่ได้เขามาเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร ๆ แบบ ผิว ๆ เผิน ๆ แต่มันเป็นการเปลี่ยนรากฐาน วิธีการทำงานของเรากันไปเลย เทคโนโลยีที่ว่า มันคืออะไร ? เพื่อไม่ให้เสียเวลา วันนี้ Heaventise Cast ขอนำเสนอหัวข้อ การปฏิวัติการเข้าถึงซอฟต์แวร์ด้วยเทคโนโลยี Live Semi Virtualization
ในโลกเทคโนโลยีที่มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่อถึงวันหนึ่ง วันดีคือดี เราก็มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า "ระบบเครือข่าย Live Semi-Virtualization" เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ซะอย่างนั้น ในที่นี้ เพื่อความสะดวก เราจะเรียก ระบบเครือข่าย Live Semi-Virtualization ว่า ระบบ SV ระบบ SV ได้กลายเป็นนวัตกรรมที่ก้าวล้ำสำหรับระบบคอมพิวเตอร์ โดยมันได้เปลี่ยนรูปแบบวิธีการเข้าถึงและการใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีเสียหมดสิ้น แตกต่างจากซอฟต์แวร์รุ่นดั้งเดิมที่ต้องมีการติดตั้งบนเครื่อง PC หรือเครื่อง Mac ระบบ SV ใช้ประโยชน์ความเป็นกึ่งเสมือนจริงเพื่อที่เราจะได้รวมเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้ากับเว็บไซต์โดยตรงได้อย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ ปฏิวัติความสัมพันธ์แบบเดิมระหว่าง Software Hardware และ Online Platform
อันดับแรก เรามาดูกันก่อนว่า ณ ปัจจุบันนี้ ในการใช้คอมพิวเตอร์ เราต้องประสพกับปัญหา และหลายทลายอุปสรรคอะไรบ้าง อย่างเช่น ในการใช้งานซอฟต์แวร์ทั่วไป ผู้ใช้ต้องเผชิญกับงานที่ยุ่งยากในการติดตั้งแอปพลิเคชันลงในคอมพิวเตอร์ของตน ผ่านการ Download หรือไม่ว่าจะเป็นติดตั้ง Application ผ่าน App Store Market Place หรือ Play Store อะไรก็ตาม และลองจินตราการดูว่าหากเราต้องการส่ง Software ให้กับบรรดาผู้ใช้หลายคน เราก็จะพบว่ากระบวนการดังกล่าวนี้มันเป็นอะไรที่มีความซับซ้อนและเป็นการใช้เวลาอันมีค่าไปอย่างหลีกเลี่ยงเสียไม่ได้ การติดตั้ง Software สำหรับคนหมู่มาก เรามีคำศัพท์เรียกว่า การ Deployment ซึ่งการ Deployment ในลักษณะอย่างที่ได้กล่าวมา มันได้สร้างอุปสรรคต่อประสบการณ์ผู้ใช้ที่สมควรจะได้รับแต่ความราบรื่น ที่ต้องมาต่อคิว รอลง Software ใหม่ด้วยความลำบาก นอกจากนี้ มันยังไม่ง่าย เมื่อต้องมีการอัพเกรดระบบ เมื่อนักพัฒนาออกซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ ซึ่ง อีกครั้ง ก็จะถูกกำหนดให้มาทำเช่นเดิม คือ จัดการไปทีละเครื่อง ที่ละเครื่องจนเสร็จ นับได้ว่าเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทน และเป็นงานที่ทำได้อย่างไม่ง่าย
คือ... แตกต่างจากของเดิม แทนที่ผู้ใช้จะเอา Software มาลงในเครื่อง ระบบ Live Semi-Virtualization (SV) จะเข้าจัดการกับความท้าทายเหล่านี้โดยมันจะทำการ "ฝัง" ซอฟต์แวร์ลงในเว็บไซต์โดยตรง การฝัง Software ลงบน Website คือการเขียนเวปให้มีความเป็น Software โดยไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์การปรากฏ รวมไปถึง Function ของการทำงานด้วย แนวทางการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์บนเครื่องของตนอีกต่อไป ซึ่งนั้น มันทำให้เส้นแบ่งระหว่างซอฟต์แวร์และเว็บไซต์เจือจางลง ผลลัพธ์ที่ได้คือประสบการณ์ที่การเข้าถึงและการใช้ซอฟต์แวร์แยกกันไม่ออกจากการ Browse เว็บไซต์
อยากจะเล่าให้ฟังว่า สถาปัตยกรรม SV นำมาซึ่งข้อได้เปรียบมากมายที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้อย่างมาก
ประการแรก ผู้ใช้จะได้รับการปลดปล่อย ลดภาระจากความซับซ้อนของกระบวนการติดตั้ง Software ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรองรับของคอมพิวเตอร์ว่า Spec ถึงไม่ถึงอย่างไร การจดจำบัญชีผู้ใช้ การจัดการพื้นที่ว่าง รวมไปถึงการ Costomize ในการติดตั้ง Software การใช้ระบบ SV ที่สามารถที่จะเข้าถึงและใช้ Application ได้ผ่าน Website ได้โดยตรงเลย ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงซอฟต์แวร์เป็นไปได้ด้วยความสะดวกและเป็นมิตรต่อผู้ใช้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังทำให้การส่งต่อกันของข้อมูลเป็นไปได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
นอกจากนั้น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ยังได้รับประโยชน์จากกระบวนการที่มีประสิทธิภาพของระบบ SV ในแง่ของการอัปเดต Software อีกด้วย การใช้ระบบ SV จะทำให้นักพัฒนาสามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ได้อย่างราบรื่น โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงที่เครื่องผู้ใช้ ด้วยการใช้้ระบบ SV ทำให้ให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้จะสามารถเข้าถึงคุณสมบัติและการปรับปรุงล่าสุดได้ตลอดเวลา กลไกการอัปเดตที่มีประสิทธิภาพนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ซอฟต์แวร์ที่ใช้เป็น Software ที่สด ใหม่อยู่เสมอ แต่ยังเป็นการลดการหยุดชะงักของประสบการณ์ผู้ใช้ที่จะต้องหยุดทำงานเพื่อไป Update Software แบบเดิม ๆ ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ระบบ SV ก็ยังมีความแตกต่างจาก WebOS อย่างเช่น Google ChromeBook หรือ NetBook ด้วย เพราะสิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ แม้ว่า SV จะมีแนวคิดที่ดูแล้วคล้ายคลึงกันบางอย่างกับ WebOS (ระบบปฏิบัติการบนเว็บ) เช่นการเน้นการเข้าถึง Content บน Internet แต่มันก็ไม่เหมือนกัน โดยทั่วไปแล้ว WebOS จะมุ่งเน้นไปที่การทำงานเป็นระบบปฏิบัติการเวปไซต์ออนไลน์ที่สมบูรณ์ เน้นการจัดการการเข้าถึง Web ภายในเว็บเบราว์เซอร์ ในทางตรงกันข้าม SV มุ่งเน้นไปที่การรวมซอฟต์แวร์เข้ากับเว็บไซต์โดยตรง ซึ่งการมองเห็นความแตกต่างนี้เองที่จะนำเสนอแนวทางที่ตรงเป้าหมายมากขึ้นในการปรับปรุงความสัมพันธ์ของซอฟต์แวร์และเว็บ
ระบบเครือข่าย Live Semi-Virtualization ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญในด้านการเข้าถึงซอฟต์แวร์ ด้วยการขจัดความจำเป็นในการติดตั้งแบบเดิม ๆ และบูรณาการซอฟต์แวร์เข้ากับเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่น SV จึงทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้ง่ายขึ้น และอำนวยความสะดวกในการจัดการซอฟต์แวร์ที่ราบรื่นยิ่งขึ้นสำหรับนักพัฒนา
ขณะที่เราเปิดรับแนวทางที่เป็นนวัตกรรมนี้ อนาคตของการเข้าถึงซอฟต์แวร์บนอินเทอร์เน็ตจะทำให้ทุกอย่างราบรื่นขึ้น มีประสิทธิภาพ และยังเป็นคำนึงถึงผู้ใช้ที่เป็นศูนย์กลางสำคัญที่สุดของการทำงานด้วย