ปฏิบัติการทางธุรกิจ คิดผ่าน Business Operation
ปฏิบัติการทางธุรกิจ คิดผ่าน Business Operation
บทความก่อนหน้านี้เราได้กล่าวถึงวัฏจักรที่สำคัญในการทำธุรกิจ เราได้กล่าวว่าธุรกิจที่ดีก็เป็นเหมือนกันกับการหมุนวงล้อ ยิ่งหมุดไปได้อย่างรวดเร็วเท่าไหร่ มันก็เป็นอะไรที่ดีสำหรับการทำธุรกิจมากขึ้นเท่านั้น เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงมีความภูมิใจที่จะมาช่วยเติมเต็มแนวคิด Business Cycle ให้ได้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดย Business Cycle นี้ในแต่ละส่วนจะมีส่วนประกอยย่อยลงไปอีกชั้นหนึ่ง โดยชั้นนี้เราจะเรียกว่า ระบบปฏิบัติการ หรือที่เราเรียกกันว่า Business Operation โดย Business Operation นี้เป็นเหมือนประหนึ่งได้กับแหล่งพลังงานที่แท้จริงที่จะมาขับเคลื่อน Business Cycle ให้ได้ขับเคลื่อนไป เป็นเหมือนกันกับเครื่องของรถยนต์ที่เป็นตนกำเนิดของการหมุนไปของล้อที่แท้จริง
Business Operation ประกอบไปด้วยกัน 5 ส่วนสำคัญ มีอะไรบ้าง วันนี้ Heaventise Cast มีความยินดีนำเสนอตอน ปฏิบัติการทางธุรกิจ คิดผ่าน Business Operation
ขอเล่าให้ฟังอย่างนี้ครับว่า การดำเนินธุรกิจคือการจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ซับซ้อน โดยองค์ประกอบที่ซับซ้อนเหล่านี้แต่ละส่วนประกอบก็จะมีบทบาทสำคัญในการรับประกันความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร เพื่อแยกแยะและทำความเข้าใจกลไกที่ซับซ้อนนี้ เราจึงได้ทำการแบ่งแบ่งประเภทการดำเนินธุรกิจออกเป็นห้าระบบย่อยที่จำเป็น ซึ่งแต่ละระบบมีจุดประสงค์เฉพาะตัว ระบบย่อยเหล่านี้ที่เราเรียกว่า Business Operation โดยมีส่วนประกอบด้วยกัน 5 ส่วน ได้แก่ การป้องกันคดีความ การเงิน การวิจัยและพัฒนา การจัดการทรัพยากร และนิทรรศการ โดยการดำเนินการที่ครบถ้วนของ Business Operation ที่ทำงานภายใต้กรอบแนวคิดแบบ Business Cycle อย่างสอดประสานกันเท่านั้นที่จะสร้างเครื่องจักรธุรกิจที่สมบรูณ์ได้
การใช้ Business Operation ให้ดำเนินการโดยให้นำเอา Business Cycle เป็นตัวตั้ง โดยให้แต่ละ Secment ได้ถูกขับเคลื่อนผ่าน Operation แต่ละส่วนให้ครบถ้วน เมื่อจบ Secment แรก เราก็ทำการมุ่งไปยัง Secment ของ Business Cycle Secment ถัดไป โดยให้ขับเคลื่อนผ่าน Business Operation ทั้ง 5 เช่นเดียวกัน เราสามารถพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า แท้จริงแล้ว ในการทำให้ธุรกิจให้ได้เคลื่อนไป มันจะต้องเป็นการจัดการ แบบ 4 x 5 หรือเท่ากับ 20 Module นั้นเอง เพื่อให้ง่ายเราพากันไปดูว่าที่ละส่วน เป้าหมายของ Operation แต่ละชิ้นมันมีไว้เพื่ออะไร รวมไปถึงวัตถุประสงค์ของแต่ละส่วนไปพร้อม ๆ กัน
ส่วนแรก การป้องกันคดีความที่จะทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ปกป้องเราจากข้อพิพาททางกฏหมาย
ระบบย่อยนี้ เราเรียกมันว่า Lawsuit Prevention โดย Lawsuit Prevention นี้ จะทำหน้าที่พิทักษ์เราให้ปลอดภัยจากข้อพิพาททางกฎหมายภายในธุรกิจที่เราทำ สำหรับ Lawsuit Prevention นี้ มีจุดมุ่งหมายหลักคือ การหลีกเลี่ยงข้อพิพาททางกฎหมายและการดำเนินคดี โดยสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับแนวทางเชิงรุกในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมาย การจัดการเอกสารอย่างพิถีพิถันที่จะคิดทำงานร่วมกันกับการนำกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงไปใช้ ด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมของการตระหนักรู้ทางกฎหมายและการปฏิบัติต่อสิ่งต่าง ๆ อย่างมีจริยธรรม ธุรกิจที่ดีย่อมจะสามารถป้องกันตนเองจากการพัวพันทางข้อกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าวงจรธุรกิจจะได้ดำเนินไปอย่างราบรื่น
ต่อมา ส่วนที่สองของ Operation ที่จะต้องมีการจัดการก็คือเรื่องของการเงิน โดยเฉพาะเรื่องที่เดียวข้องกันกับภาษี
โดย Operation ทางการเงินถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มุ่งเน้นการทำงานกับภาครัฐให้ได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะด้านภาษี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรายงานทางการเงินที่ถูกต้อง การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านภาษี และการวางแผนทางการเงินเชิงกลยุทธ์ ด้วยการรักษาแนวปฏิบัติทางการเงินที่โปร่งใส ธุรกิจต่าง ๆ ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ที่ต้องเติมเต็มความรับผิดชอบของพลเมืองเท่านั้น แต่ยังสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับการเติบโตที่ยั่งยืนอีกด้วย Business Operation ทางการเงินจะช่วยให้แน่ใจได้ว่า Business Cycle จะได้ดำเนินไปภายใต้กรอบกฎหมายและการคลัง ซึ่งเอื้อต่อสุขภาพโดยรวมของวงจรธุรกิจ
เมื่อพูดคุยกันเรื่องกติการและเรื่องเงินเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาการวิจัยและพัฒนาก็จะสามารถที่จะได้รับการจัดการดูแลได้อย่างดี โดย Operation ส่วนนี้จะเน้นเรื่องของการปลูกฝังความมั่งคั่งทางปัญญา
การวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นตัวแทนของกลไกแห่งนวัตกรรมของธุรกิจ เพราะความรู้ไม่เกิดขึ้นเองมาจากกลางอากาศ Operation นี้จึงมีไว้เพื่อสร้างความรู้ที่เป็นของธุรกิจนั้น ๆ ด้วยการดำเนินการผ่านกระบวนวิจัยและพัฒนาที่มุ่งสร้างทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยการสำรวจและการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง แทบจะเป็นทางเดียวในการอยู่รอด ธุรกิจสามารถก้าวนำหน้าคู่แข่งได้ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน ทรัพย์สินทางปัญญาผ่าน Operation RnD กลายเป็นทรัพย์สินอันมีค่า ซึ่งมีส่วนช่วยให้วงจรธุรกิจมีความสมบูรณ์และหลากหลาย
เมื่อเรารู้ว่าสินค้าและบริการของเรามีอะไรบ้างผ่านกระบวนการ RnD ต่อมาเราก็จะขาดไม่ได้ที่จะต้องมาพูดเรื่องของการจัดการทรัพยากร โดยทั้งหมดก็เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรสูงสุด
Operation การจัดการทรัพยากร คือ กระบวนการที่มุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรต่างๆ ภายในบริษัทอย่างพิถีพิถัน Operation นี้มีความเกี่ยวข้องกับการปรับกระบวนการ (SoP) และขั้นตอนการทำงานให้เหมาะสมเพื่อให้มีต้นทุนที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเป้าหมายในการสร้างผลกำไรสูงสุดในตอนท้าย Business Operation นี้เน้นประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรบุคคล เทคโนโลยี และวัสดุ ด้วยการลดของเสียและเพิ่มผลผลิตสูงสุด
และสุดท้าย อย่าลืมที่จะสะท้อนความเป็นไปในสิ่งที่กำลังทำอยู่ด้วยการทำ Operation Exhibit ที่มุ่งเน้นการสื่อสารที่ทั้งกับภายในและกับภายนอก
Exhibit Operation นั้นจะเน้นการสื่อสารกันกับที่ทั้งภายในและภายนอก การสื่อสารภายในที่มีประสิทธิภาพส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันและยังเป็นการสร้างให้ทีมงานได้มีแรงจูงใจในการทำงาน สำหรับ Exhibit Operation กับภายนอกนั้นมันเกี่ยวข้องกับการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของลูกค้าด้วยการจัดการสื่อสารที่ดี สร้างความเชื่อมั่นและคุณค่าของธุรกิจ Exhibit Operation จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ ดึงดูดลูกค้าและพันธมิตร แนวทางที่เน้นการสื่อสารเป็นศูนย์กลางนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าวงจรธุรกิจมีการเชื่อมโยงกันเป็นอย่างดี สร้างระบบนิเวศขององค์กรที่มีชีวิตชีวาและเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ได้อย่างสง่างาม
โดยสรุป การดำเนินธุรกิจคล้ายกับซิมโฟนีที่ผ่านเครื่องมือแต่ละอย่างที่ประกอบได้ด้วย Lawsuit Prevention, Financial, Research and Development, Resource Management และ Exhibition แต่ละส่วนของ Operation ล้วนมีบทบาทที่เป็นเอกลักษณ์แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความกลมกลืนกัน จุดมุ่งหมายโดยรวมของระบบย่อยเหล่านี้คือการทำให้นาฬิกาธุรกิจเดิน – เพื่อขับเคลื่อนวงจรธุรกิจด้วยความแม่นยำ ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ ด้วยการทำความเข้าใจและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบย่อยเหล่านี้ ธุรกิจสามารถนำทางผ่านถนนการค้าที่มีความซับซ้อนและจะพาสู่การบรรลุความสำเร็จที่ยั่งยืนในตลาดโลกที่มีการพัฒนาตลอดเวลา