Somtime Home 2



ธรรมมะสวัสดี

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นแก่ผู้สนใจในพระธรรม

ชีวิตจะงามพร้อมสรรพต้องประกอบไปด้วยปัจจัยหลายประการ สะอาด - ส่วาง - สงบศีล - สมาธิ - ปัญญาและการค้นคว้าศึกษาแนวทางดำเนินชีวิตด้วยทางสายกลางพร้อมด้วยหลักธรรม - ไตรสิกขาเป็นต้น นอกจากนั้นยังมีสิ่งอื่นในการขับ เคลือน นาวาชีวิต ให้พ้นวัฏจักรข้ามถึงฝั่งสู่แดนนนิพพาน สาธุ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านชิวิตเรานั้นประกอบไปด้วยธาตุ 4 ดิน - น้ำ - ลม - ไฟ หาก 4 อย่างนี้แตกแยกออกจากกันนั่นแหละคือการกลับคืนสู่ธรรมชาติ กว่าจะก่อตั้ง Some Home โทรมหนักหนาเพื่อประชาและปวงชนพ้นโลกีย์ดัดนิสัย ใครไม่เชื่อ - ใครไม่ฟังไม่เป็นไรชาติหน้าไซร์รับ{กรรมเวร}เช่นนั้นเอยโลกมนุษย์ทรุดหนัก{ไร้แก่นสาร}วันวานนั้นดีแท้จริง ๆ หนอไร้มลพิษ - คนมีจิตดีไม่ป้อยอวันนี้หนอโลกมนุษย์ทรุดหนักเอย

เว็บไซต์ Sometime Home เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับสาระความรู้ต่าง ๆ แบ่งตามหมวดหมู่ดังที่เห็นใน หน้า{Index}และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองซึ่งดูโดยผิวเผินก็เหมือน ๆ เว็บ ฯ ทั่ว ๆ ไปแต่ความแตกต่างคือ เรามีมิตรภาพและไมตรี มอบให้ด้วยความจริงใจ พหูนํ ปณฺฑิโต ชีเว แปลว่า...บัณฑิต ย่อมอุทิศตนเพื่อหมู่ชน...อนึ่งข้อมูลในเว็บ ฯ นี้ก็มาจากแหล่งอื่น ๆ บ้าง คัด - ลอกออกมาจากในหนังสือบ้าง{ใช้พิมพ์ออกมาจากในหนังสือ}ภาพถ่าย - ก็ถ่ายมาเองจึงต้อง - สงวนลิขสิทธิ์ห้ามทำซ้ำ - ดัดแปลง - นำไป POST เล่นด้วย ความคึกคะนองSometime แปลว่า{時々 = บางครั้ง}คำว่า"บางครั้ง"นั้นมีความหมายว่าไม่แน่นอน ทุกสิ่งไม่จีรังยั่งยืนดัง

สุภาษิตสากลว่าไว้ดังนี้{In every Beginning Think Of the End} บ้านหลังน้อย Sometime Home แห่งนี้ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิตและความจริงใจ...ด้วยความเคารพ...จาก Sometime Home เว็บไซต์ Sometime Home ได้ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๑๖ เดือน ๕ ปี ๒๕๕๔ ก็เป็นเวลานานมาแล้วตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ก่อตั้งได้พยายามสรรหาสาระทั้งทางโลกและทางธรรมมาแบ่งปันกันโดยมี พี่ ฐิตา เป็นต้นแบบแห่งความดีงาม พี่ ฐิตา คือใคร ? พี่ ฐิตา คือ ผู้อาวุโสสูงสุดที่ทุกคนเคารพนับถือการก่อตั้งเว็บ ฯ Sometime Home ก็ได้แรงบันดาลใจจากการ

ศึกษาเว็บ ฯ แนวอื่น ๆ ซึ่งมีเนื้อหาหลากหลายแต่ไม่ได้หมายความว่าจะลอกเลียนแบบมาทั้งหมด...ด้วยรักจาก{時々๛कभीकभी๛}หมายเหตุ...ต้องขอบพระคุณ พี่ ฐิตามา ณ.โอกาสนี้ถ้าไม่มีพี่ ฐิตา Sometime Home ก็คงจะก่อตั้งเป็นรูป - เป็นร่างไม่ได้เนื้อหาต่าง ๆ เรานำมาแบ่งปันกันโดยไม่จำกัดว่าชนชาติใด เพราะ เราเป็นผู้ร่วม เกิด - แก่ - เจ็บ - ตาย ทั้งหมด - ทั้งสิ้น เพราะว่าเราเป็นพุทธบุตรของพระพุทธเจ้าข้อมูลในเว็บ ฯ แห่งนี้ทุกท่านสามารถนำไปใช้ได้ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสารทางธรรม บทความต่าง ๆ ยกเว้นภาพถ่ายที่ต้องสงวนลิขสิทธิ์ไว้เว็บไซต์มีทั้งไฟล์เอกสารและไฟล์ เสียงธรรมซึ่งได้มาจากครู - อาจารย์เราจะพัฒนาต่อไปเท่าที่จะพัฒนาได้

มัชฌิมประภาสปุญสถาน

ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้จงเป็นปัจจัย เกื้อหนุนสรรพชีวิตทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญอนุตรวิถี กลับจิตแปรใจ ได้คืน จิตเดิม มีความสงบเย็นใจกาย ปราศจากเสียซึ่งสรรพกำทุกข์ ปลอดพ้นจากภัยเวร สงครามข้าวยาก ด้วยเดชะบุญนี้ จงช่วยค้ำชูบิดา - มารดา ครูบาอาจารย์ - ผู้ มีพระคุณ ญาติสนิท - มิตรรัก ศัตรูหมู่มาร สรรพเจ้ากรรมนายเวร เทวาทุกชั้นฟ้า อารักษ์ทั่วชั้นดิน เหล่าภูติ นาคา - นาคี เหล่าวิญญา - หมู่เปรต - อสูรกายเหล่าสัตว์ใด ๆ จงเป็นผู้ได้รับอานิสงค์เดชะแห่งผลบุญนี้ท่วนทั่วทุกคนเทอญ


วิดีโอ YouTube


ปลายฝน - ต้นหนาว

posted Sep 23, 2018, 9:29 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated Sep 23, 2018, 9:41 AM ]





Yaowarat Rd


ถ้าเราท้าทายกับการปฏิวัติชีวิตมนุษย์ของเรา ด้วยความเชื่อมั่นว่า เราจะได้รับชัยชนะในชีวิตในที่สุด เราจะสามารถขยายสภาพชีวิตของเราได้อย่างกว้างใหญ่ เราจะได้รับสภาพชีวิตอิสระที่ไม่มีขอบเขตจำกัด ซึ่งจะทำให้เราโอบอุ้มความยากลำบากและความเศร้าโศกทั้งหลายได้ราวกับมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่เวลาจะ ต้องมาถึงอย่างแน่นอน เมื่อความสำคัญของประสบการณ์ทั้งหลายของเราปรากฏชัดออกมา ด้วยเหตุผลดังกล่าว สิ่งสำคัญคือเราต้องยังคงมุ่งหน้าต่อไปบนพื้นฐานของความไม่ประมาทในการใช้ชีวิตบุคคลที่มีโอกาสได้ฟังพระธรรม เพราะได้สะสมบุญในอดีตพอที่จะผันชีวิตให้มามีโอกาสได้ยินได้ฟังสิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจถูกเห็นถูก ซึ่งเป็นคำสอนที่ประเสริฐ เพราะมาจากการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บทความที่เขียนขึ้นนี้เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ที่กำลังท้อแท้หรือหมดหวังในชีวิตโดยการนำเสนอบทความนี้จะประมวลนำเอาประสบการของตนเองบ้าง - คนรอบข้างบ้างนำมาเรียบเรียงและรวบรวมเป็นหมวดหมู่หรือว่าหัวข้อชวนคิด - ชวนคุย หวังว่าจะได้สาระบ้างไม่มากก็น้อยและตั้งจิตไว้ชอบได้อย่างไรจุดประสงค์ของการฟังก็เพื่อเข้าใจบางขณะฟังแล้วเข้าใจ ก็ตั้งจิตไว้ชอบแล้วบางขณะฟังแล้วไม่เข้าใจก็ไม่ใช่ตั้งจิตไว้ชอบการฟังพระธรรมอยู่เสมอ ๆ ค่อย ๆ พิจารณาตามสิ่งที่ได้ฟังจนเข้าใจดังคลิปจากยูทูปที่ท่านดูอยู่นี้ความยาว 42 นาที นิดหน่อย

YouTube Video


ห้องสมุดบางกอกคุณค่าของการถ่ายภาพ

posted May 16, 2018, 6:40 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated May 16, 2018, 6:42 AM ]




ในอดีตตึกใหญ่ที่เห็นคือโรงแรม 7 ชั้น

Yaowarat Rd

พุทธวจน ตอนเดรัจฉานวิชา

posted Dec 3, 2016, 8:03 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated Nov 24, 2017, 4:31 AM ]

0b24

วิดีโอ YouTube


ธรรมนิพนธ์

posted Nov 29, 2016, 5:57 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated Nov 24, 2017, 4:25 AM ]

IMG_0109_Copy

เมตตาคือขณะจิตเป็นกุศลที่จะให้ผู้อื่นได้รับความสุข กรุณาก็คือเมื่อบุคคลนั้นมีความทุกข์ เราก็คิดหรือมีความหวังดีที่ช่วยให้เขาพ้นทุกข์ มุทิตาก็คือเมื่อใครได้ดีมีสุข เราก็ยินดีในกุศลกรรมที่เขาได้ทำมาที่ทำให้เขาได้รับสิ่งนั้น ๆ อุเบกขาก็คือเมื่อเราไม่สามรถที่จะช่วยอะไรได้ ทุกอย่างก็เป็นไปตามกรรม วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม ฝนตกตลอดวันตลอดคืนตั้งแต่วันที่ 14 - 15 - 16 ตุลาคม 2553 วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2553 {Sometime}ได้เปิดคอมฯ โพสกระทู้อยู่สักครู่เดียวเท่านั้นเพราะใจไปอยู่ที่วัดตั้ง นานแล้วฝนก็ตกแต่เริ่มซาเม็ดลงคิดว่าพอที่จะเดินทางไปวัดได้โดยไม่ตัวเปียก(คิดอย่างนั้น)12 .00 น.จึงรีบอาบน้ำชำระกายให้สะอาด(เพราะต้องไปเข้าร่วมพิธี)ข้าวไม่กินแล้วหยิบ ไวตามิลเจ กล่องเดียวใส่ชุดขาวเดิน ทางไปที่วัด พอไปถึงมีพิธีแห่เจ้าแม่ และ นาจา ซาไท้จื้อ และ ฯลฯซึ่งอัญเชิญมาจากไต้หวันจึงรีบถ่ายภาพทันที ส่วนในมลฑลพิธีนั้นพระสงฆ์กำลังสวดมนต์อยู่และยังมีคนส่วนหนึ่งตั้งใจสวดมนต์อยู่

โดยไม่ได้ออกมาข้างนอกดู พิธีแห่ด้วยขบวนแห่ออกจากวัดตรงไปที่ศาลประดิษฐานพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์โดยเจ้าหน้าที่จราจรและ เจ้าที่ของไต้หวันคอยให้ความสะดวก{Sometime}จึงรีบวิ่งตามขบวนแห่ไปเพื่อเก็บภาพให้ได้มากที่สุด (ฝนหยุดตก)ชั่วขณะหนึ่งนับว่าแปลกพอสมควร(พอเสร็จพิธีแห่เจ้า)ฝนกลับเทลงมาอย่างหนักเลยถ่ายภาพไปวิ่งไป - วิ่งมา เกิดหิวจัดเลยแวะเติมพลังด้วย ก๋วยเตี๋ยวหลอด เจ ริมข้างทางน้ำแข็งเปล่้าเยอะ ๆ เสร็จแล้ววิ่งไปถ่ายรูปต่อขบวนแห่ยาวมากทั้งเจ้าหน้าทีตำรวจและเจ้าหน้าทีจากไต้หวันทำงานอย่างหนักเพราะถึงฝนจะตกคนก็ยังมาอย่างล้นหลาม ทั้งคนทาน เจ และไม่ทาน เจ พอรู้ว่ามีพิธีสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ก็มาอย่างล้นหลาม ต่อจากนั้นก็เป็นพิธีโปรยทานและพิธีกราบไหว้พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์โดยคณะธรรมฑูตจากไต้หว้น 15.00 น.ฝนเทลงมาอย่างหนักอีกรอบดูนาฬิกายังพอมีเวลาไปเวียนเทียน 19.00 น. จึงนั่งหลบฝนอยู่ริมฟุต บาท คิดอยู่ว่าฝนจะหยุด

หรือไม่ ปรากฏว่าฝนหยุดตกราว ๆ 18.00 น.จึงเดินไปที่ศาล อากงเพื่อรอเวลาเวียนเทียน ระหว่างรอก็สวดมนต์และอ่านพระสูตร สรฺว ตถาคตา ธิษฐาน หฤทัย คุหฺ ธาตุ ครณฺฑ มุทราธารณี สูตร การอ่านพระสูตรเล่มนี้ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนจับพระสูตร พระสูตรเล่มมนี้ แปลโดย พระวิศวภัทร {เซียะเีกี๊ยก} ระหว่างที่รอเวียนเทียนนี้ อาซิ้ม - อาม่าก็นั่งสวดมนต์ไปด้วยและมีผู้คนมากราบไหว้อากงด้วยตอนแรกคนไม่เยอะเท่าไรพอใกล้ ๆ 19 .00 น. คนเริ่มมาเยอะขึ้น ๆ ทุกที อ่านพระสูตรไปสวดมนต์ไป 19.00 น.ตรงพระสงฆ์มาแล้วเริ่มพิธี เวียนเทียน 3 รอบภายในศาลอากงเวียนเทียนเสร็จพระสงฆ์นำสวดมนต์หลายบทเลยมี{ซิมเก็ง}ด้วยสวดมนต์เสร็จนั่งสมาธิแผ่เมตตาโดยมีพระสงฆ์นำกล่าวคำแผ่เมตตา เสร็จก็ถึงพิธีกรวดน้ำอุทิศแก่สรรพสัตว์ แล้วก็ถวายปัจจัยแด่พระ

สงฆ์ พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์แจกกระดาษยันต์แจกส้มผลไม้มงคง{เสร็จพิธีที่ศาลอากง} 21.00 น.Sometime เดินไปที่วัดต่อที่นั่นพระสงฆ์สวดมนต์ใกล้เสร็จพอดีจากนั้นพระสงฆ์ก็เดินนำเวียนเทียนในรอบวัด Sometime เลยถือโอกาสเก็บรูปอีกรอบจากนั้นก็วิ่งไปต่อท้ายแถวเวียนเทียนอีกรอบก่อนกลับบ้าน ขากลับบ้านฝนตกตลอดทางแต่ไม่แรงมากนักดึกมากแล้วไม่มีรถเข้าบ้านพอถึงบ้านก็กินข้าวแต่ไม่อาบน้ำแล้วเข้านอน ปรากฏว่านอนไม่หลับภาพที่วัดและงานตลอดทั้งวันในวันนี้ 16 ตุลาคม 2553 ยังคงติดตาอยู่ในสมองเลยสวดมนต์ในใจว่า นำโมออนีทอฮุก ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหลับไปตื่นเช้าวันที่ 17 ตุลาคม 2553 เวลา 08.00 น.ต้องรีบไปส่ง พระพุทธเจ้าทั้ง ๙ พระองค์กลับสู่สวรรค์และพระสงฆ์ให้ศีล ให้พร จากวันที่ พฤหัสบดี 7 ตุลาคม 2553 จนกระทั่งถึงวันนี้อังคารที่ 19 ตุลาคม 2553 ยังไม่มีเนื้อสัตว์ตกถึงกะเพาะอาหาร Sometime เลย ถึงแม้ว่าจะออก เจ แล้วแต่ Sometime ยังคงกิน เจ อยู่ ยังนึกถึงเหตุการณ์ตลอด 10 วันที่ผ่านมาโดยไม่รู้ลืมและพิธีเทศกาล กินเจ ประจำปี 2553

Hangout Button




ฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี.mp3

หลักธรรมน่านำไปใช้ให้เกิดประโยชน์

posted Nov 21, 2016, 8:57 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated Nov 24, 2017, 3:28 AM ]






สถานีรถไฟวัดสิงห์


Hangout Button


วิดีโอ YouTube



ยิ่งเราอุทิศตัวเราเอง
เพื่อช่วยเพื่อนของเราให้พัฒนาและเติบโต
เรายิ่งสะสมและประดับชีวิตของเราอย่างไร้ขอบเขต
ด้วยทรัพย์สมบัติของจิตใจมากยิ่งขึ้น
เพื่อความสุข
ของทั้งตัวเราเองและผู้อื่น
จงทำให้ความเป็นปึกแผ่นแห่งการส่งเสริมกำลังใจเข้มแข็งขึ้น



~สติ เป็นอกุศลไม่ได้   

~จิต เน่า เป็นโรคร้าย ด้วยกิเลสอกุศลธรรมทั้งหลาย

~ตั้งต้นใหม่ ด้วยคำธรรมดาที่เราใช้เป็นปกติแล้วค่อย ๆ เข้าใจขึ้น  

~ฟังธรรม เพื่อเข้าใจสิ่งที่มีจริง ตามความเป็นจริง 

~ถ้าไม่ฟังธรรม จะเข้าใจความจริงได้อย่างไร

~ทุกคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประมาทไม่ได้

~ธรรมเกิดขึ้นทีละหนึ่ง เป็นเราหรือเปล่า ไม่ใช่เราก็ไม่รู้

~ผู้ตรงเท่านั้นที่จะได้สาระจากพระธรรม เพราะพระธรรม ตรง ผิดคือผิด ถูกคือถูก

~ถ้าไม่มีธรรมเกิดเลย อะไร ๆ ก็ไม่มี

~ความเป็นไปของธรรม คือความหมายของคำว่า ธรรมดา

~ฟังธรรม เพื่อที่จะค่อย ๆ เข้าใจขึ้น เข้าใจคำที่ได้ฟัง

~เห็นคนเดียว คิดคนเดียว ได้ยินคนเดียว

~ถ้าใครคิดว่า ธรรม ง่ายนั้น ไม่ถูกต้อง

~ฟังคำไหน เข้าใจคำนั้น ธรรม เป็นสิ่งที่มีจริง แต่ละหนึ่ง

~ได้ยิน เกิดเพราะเหตุปัจจัย แล้วก็ดับไป ไม่กลับมาอีก

~ทุกอย่าง เป็นธรรม ก็ต้องไม่ลืมว่า เป็นธรรม

~พระธรรม ฟังแล้ว เบิกบาน อาจหาญ ร่าเริง เพราะเป็นไปกับความเข้าใจถูกเห็นถูก

~พระธรรม กล่าวถึงสิ่งที่มีจริง ให้เข้าใจตามความเป็นจริง

~สนทนาธรรม ก็ต้องกล่าวถึงเรื่องของ.....ธรรม

~ผู้กล่าวธรรม ไม่ใช่เพื่อให้คนฟังไม่เข้าใจ แต่เพื่อให้คนฟังได้มีความเข้าใจถูกเห็นถูก

~พระมหากรุณาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้คนที่ไม่รู้ ได้รู้ขึ้น พ้นจากความไม่รู้

~ถ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาเพื่อที่จะทรงตรัสรู้ความจริง แล้วใครจะรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริง ๆ

~เพราะมีศรัทธาเห็นประโยชน์ของพระธรรม จึงมาฟังพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกยิ่งขึ้น และทำให้มีอัธยาศัยที่จะฟังพระธรรมต่อไป

~พระพุทธพจน์ทุกคำมีค่า แสดงถึงสิ่งที่มีจริงโดยละเอียดยิ่ง

~สิ่งที่ควรระลึกถึงบ่อย ๆ คือ ความตาย ก่อนตายควรที่จะเป็นอย่างไร ? นี้คือสิ่งที่สำคัญ

เตรียมตัวที่จะเป็นคนใหม่หรือยังจะเป็นคนใหม่ในชาติใหม่ก็มาจากคนนี้ นั่นเอง   

~แต่ละชาติก็มีสุขบ้างมีทุกข์บ้าง แต่ส่วนที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตก็คือ ความเข้าใจถูกเห็นถูก

~ถ้ามีความเข้าใจถูกเห็นถูกแล้ว แม้จะมีความเดือดร้อนก็สามารถเข้าใจถูกเห็นถูกได้ว่าเป็นธรรม ไม่ใช่เรา

~ฟังแล้วฟังอีก ก็เพื่อที่จะได้เข้าใจสิ่งที่มีจริง ๆ ในขณะนี้

~อะไรบ้าง คือสิ่งที่มีจริง ๆ ในขณะนี้ ? เห็น ได้ยินได้กลิ่น คิดนึก จำ ฯลฯ แสดงถึงสิ่งที่มีจริง ๆ แต่ละหนึ่งซึ่งไม่ใช่เรา

~ความเข้าใจถูกเห็นถูก ค่อย ๆ  เกิดขึ้นเป็นไปทีละเล็กทีละน้อย

~ไม่มีอะไรติดตามตัวไปได้ มีแต่ชั่วดีที่ติดตามไป และสิ่งที่ดีที่ประเสริฐที่สุด คือ

ความเข้าใจถูกเห็นถูกเพราะสามารถดับสิ่งที่ไม่ดีได้จนหมดสิ้น

~คิดว่า ธรรม เป็นสิ่งที่นอกเหนือไปจากชีวิตประจำวันนั่น ผิดแล้ว

~ไปปฏิบัติผิดไม่ได้เฉียดความเข้าใจถูกเห็นถูกเลยแม้แต่น้อย

~ทำให้ความไม่รู้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไปปฏิบัติผิด

~การละ ไม่ใช่เรื่องของความติดข้องและความไม่รู้

ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน บรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ก็สามารถอบรมเจริญปัญญาได้

~จิต เป็นจิต ไม่ใช่เรา จิตหลากหลายมากมาย ก็เพราะเจตสิกธรรมที่เกิดร่วมด้วย

~จิตเป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์ แสดงว่า ต้องมีธรรมอีกอย่างหนึ่งที่เกิดร่วมกับ

จิตแต่ไม่ได้เป็นใหญ่เป็นประธานเหมือนกับ{จิต}นั่นก็คือ เจตสิก เป็นเราหรือเปล่า ? ไม่ใช่เราเลยเป็น....{ธรรม}

จาก.....บ้านธรรมมะ

22 พฤศจิกายน 2559

สนทนาธรรม

posted Nov 4, 2016, 2:26 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated Nov 4, 2016, 5:35 AM ]



Steegle.com - Google Sites Tweet Button




แสงสว่าง คือ ปัญญา อวิชชา คือ ความมืด ใครมีปัญญาก็เป็นประโยชน์กับคนนั้น
ขอให้เราเป็นคนหนึ่งที่จะมีปัญญาเป็นแสงสว่าง หรือ เป็นคนที่ทำความดี
ในท่ามกลางความชั่วร้ายที่บังคับบัญชาไม่ได้ แต่แม้กระนั้นเราก็จะพยายามทำความดี
และศึกษาพระธรรม ให้เข้าใจธรรมได้ถูกต้องมากขึ้น โดยไม่หวั่นไหว 
เพราะถึงอย่างไรก็ต้องจากโลกนี้ไปแน่
ส่วนที่สำคัญมากของการสนทนา
ก็คือการฟังเป็นอันดับแรก
มีความสำคัญกว่าการสื่อสารความคิดของเรา

สามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์แบบใจประสานใจได้
จงทำให้เป็นฤดูใบไม้ผลิแห่งการสร้างสรรค์และการพัฒนา
สายใจที่ลึกซึ่งของความไว้วางใจ

ขอให้มุ่งหน้าไปในแต่ละวัน ด้วยจิตใจเดียวกัน แผ่ขยายเครือข่ายแห่งบุญวาสนา
ความกลมเกลียวและความปีติยินดีตลอดกาล ความกล้าหาญเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
การกระทำที่กล้าหาญสามารถแทนความเมตตากรุณาได้
ขอให้ออกไปและเข้าร่วมการสนทนาด้วยหัวใจที่เหมือนดั่งดวงอาทิตย์



กฏแห่งกรรม

posted May 29, 2016, 11:38 PM by เจริญ เจริญสุข

วิดีโอ YouTube


พระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้อะไร

posted May 29, 2016, 9:47 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated Nov 4, 2016, 5:43 AM ]



อวิชชาเป็นหัวหน้าในการประกอบอกุศลธรรม ->>  อวิชฺชา ปุพฺพงฺคมา อกุศลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา (วิชชาสูตร๑๙/๒)
จิตถึงนิพพานได้ ต้องละอุปาทาน
มันมีหลักอยู่ว่า เมื่อใดเกิดอุปาทาน เมื่อนั้นไม่นิพพาน คือ....
จิตของเรา ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใด คุณรู้ความหมายว่า จิตของเรา
กำลังยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวเป็นตนในสิ่งใด เมื่อนั้นนิพพานไม่ได้
เมื่อใด จิตไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดอยู่ เมื่อนั้นนิพพานเอง เป็นนิพพาน ในทิฏฐิธรรมนี้ด้วย


เมื่อท่านมีปัญหา ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองเสมอไป
จงอย่าลังเลที่จะขอคำแนะนำเมื่อจำเป็น
วิธีนั้นท่านจะพบหนทางไปสู่การ
แก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน

ถนน สีลม



วิดีโอ YouTube


รายการบ้านธรรมมะที่นนทบุรี

posted May 29, 2016, 6:57 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated Nov 4, 2016, 5:46 AM ]


ถนน พลับพลาไชย


ผู้ไม่ระวังผัสสะทั้งหกแม้ประตูหนึ่ง ย่อมประสพความทุกข์ ฉเฬว ผสฺสายตนานิ ภิกฺขเว อสํวุโต ยตฺถ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ(สังคัยหสูตร ๑๘/๗๖)
ถ้าเราปฏิบัติธรรม ด้วยการตัดสินใจ
และตั้งใจที่ไม่ยอมแพ้
และทำสิ่งที่จำเป็นอย่างเด็ดเดี่ยว
ทุกสิ่งจะกลายเป็นแรงสนับสนุนให้กับเรา
นี่คือ(กฏ)ขั้นพื้นฐาน
ของคำสอนที่ยิ่งใหญ่ของ{พุทธธรรม}
ขอให้ตัวเราเองทุ่มเทอย่างกล้าหาญ
ในทุก ๆ วัน
ในความเพียรพยายามเพื่อเผยแพร่
เครือข่ายแห่งความดีของเรา

จงให้ความสำคัญกับแต่ละคน และดูแลพวกเขาอย่างเอาใจใส่
ส่งเสริมกำลังใจพวกเขาอย่างเต็มความสามารถที่สุด
การเจริญเติบพัฒนาในยุคสมัยของเราคือ
การค้นหาด้วยท่าทีที่สำคัญเช่นนี้ เริ่มต้นจากคน ๆ หนึ่ง
จงสร้างคลื่นใหญ่แห่งการส่งเสริมกำลังใจ
ซึ่งเริ่มต้นด้วยคน ๆ หนึ่งแล้วไหลไปสู่คนอื่นนับหมื่นคน
ไม่ว่าเราจะเผชิญกับอุปสรรคอะไรก็ตามไม่ว่าจะมี{ชะตากรรม}อะไรก็ตามมาขวางทางของเราขอให้มุ่งไปข้างหน้าเสมอ ด้วยจิตใจที่เร่าร้อนบนหนทางไปสู่ความสุข อย่างร่าเริง มีชีวิตชีวา จงขับร้องเพลงแห่งความหวัง ความกล้าหาญ และความปีติยินดี

วิดีโอ YouTube


胸有成竹

posted May 15, 2016, 3:22 AM by เจริญ เจริญสุข   [ updated May 15, 2016, 3:23 AM ]


ในสมัยเป่ยซ่ง{ซ่งเหนือ}มีจิตรกรผู้หนึ่งนามว่า เหวินถง ฉายา อี๋ว์เข่อ ซึ่งเป็นจิตรกรผู้มีฝีมือในการวาดภาพไผ่อันเลื่องลือทั้งใกล้ไกลทุก ๆ วันจะต้องมีผู้คนมาขอร้องให้เขาวาดภาพไผ่ให้ถึงหน้าที่พำนัก เคล็ดลับใดกันหนอ ที่ทำให้เหวินถง มีฝีมือวาดไผ่ที่เก่งกาจปานนั้น ? ความจริง เหวินถงได้ปลูกต้นไผ่หลากประเภทหลายพันธุ์ไว้รอบ ๆ ที่พำนัก และไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฤดูหนาว ใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง กลางวันหรือกลางคืน หรือว่าเมื่อใดก็แล้วแต่ เขามักจะสังเกตการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของต้นไผ่อยู่ตลอดเวลา เขาสังเกตทั้งขนาดของลำต้น ความยาวของปล้องไผ่ รูปร่างของใบไผ่ สีสัน และไม่ว่าเขาพบสิ่งใดที่ผิดแผก ก็จะรีบบันทึกเป็นภาพวาดออกมาบนกระดาษ เมื่อผ่านเดือนปีไปกับการกระทำเช่นนี้เป็นนิจ ทำให้ภาพของไผ่ในแต่ละฤดูกาล 

แต่ละสภาพอากาศและแต่ละช่วงเวลาได้ประทับอยู่ในใจของเขาทั้งสิ้น จากนั้นเพียงตั้งใจหยิบพู่กันขึ้นมา เพ่งมองบนกระดาษที่ว่างเปล่า ภาพของไผ่ในลักษณะต่าง ๆ ที่สั่งสมจากการสังเกตมาชั่วนาตาปีก็จะปรากฏขึ้นในมโนภาพของเขาทันที ดังนั้นทุกครั้งที่วาดภาพไผ่ เหวินถงจึงมีท่าทางผ่อนคลายและมั่นใจ ภาพที่รังสรรค์ขึ้นมาก็ล้วนแต่พลิ้วไหวงดงามราวกับไผ่จริง ๆ ยามที่มีผู้คนยกย่องฝีมือวาดภาพของเขา เหวินถงมักถ่อมตนและกล่าวว่า ข้าเพียงนำไผ่ที่สั่งสมจนคุ้นเคยอยู่ในจิตใจ วาดออกมาเป็นภาพก็เท่านั้น ครั้งหนึ่งมีชายหนุ่มผู้หนึ่งต้องการศึกษาการวาดภาพไผ่ จึงไปกราบนักกวีชื่อก้อง เฉาปู่จือ 

ให้เป็นอาจารย์ เนื่องจากสืบทราบมาว่า เฉาปู่จือ ยกย่องชื่นชมเหวินถง และได้ศึกษาภาพวาดของเหวินถงมาอย่างลึกซึ้ง ทว่าเฉาปู่จือเพียงมอบบทกวีให้ชายหนุ่มผู้นั้น 1 บท ความว่า อี๋ว์เข่อวาดไผ่ ในใจมีไผ่ว์เข่อ เป็นฉายาของเหวินถง ซยงโหย่วเฉิงจู๋ ใช้เพื่อเปรียบเปรยถึงการทำกิจการงานใดก็ตาม เมื่อมีการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มทำงาน ย่อมทำให้งานนั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้บางครั้งยังใช้เพื่อเปรียบเทียบกับเวลาประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถรักษาความสุขุมเอาไว้ได้....น.ส.พ ผู้จัดการ

1-10 of 75