Post date: May 1, 2011 12:29:22 PM
พวกเราไปถึงที่โรงหล่อประมาณ 7.30 น. เพื่อเตรียมการทั้งหมดล่วงหน้า ได้รับความช่วยเหลือ และการอำนวยความสะดวกทั้งหมดจากพี่สมชาย เจ้าของโรงหล่อเป็นอย่างดี (ต้องขอบคุณพี่สมชาย มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ)
เริ่มต้นก็ทำการจัดเตรียมเครื่องบวงสรวงชุดเล็กไปก่อน เพราะเครื่องบวงสรวงชุดใหญ่กลุ่มของพี่ชาติ และพี่กล้วยเป็นผู้จัดเตรียม และอยู่ในระหว่างการเดินทางมาถึง
จากนั้นก็รอเวลาที่พี่สมชายจะให้นำเครื่องทองเหลือชิ้นใหญ่ไปหลอม ซึ่งก็มี ชุดเครื่องทองเหลืองสมัยคุณยาย และชิ้นส่วนทองเหลือง 3 กล่องของคณะพี่เอ
ถึงเวลานั้นคณะของพี่ชาติ - พี่กล้วย เดินทางมาถึงพอดี เลยต้องเร่งเตรียมเครื่องบวงสรวงให้เสร็จก่อนที่หลวงตาม้าจะเดินทางมาถึง ... จากที่คุยกับพี่ชาติมาถึงที่มาในการจัดเครื่องบวงสรวงแบบจีนนั้น พี่เค้าให้เหตุผลว่าอยากให้คนที่มาร่วมงานทุกๆ คนได้ เฮงๆ และมีกิน มีใช้ ไม่อด ไม่อยาก เหมือน concept ของหลวงตา
และแล้วน้องอาร์ทเจ้าของร้าน "แดงสติ๊กเกอร์" ผู้รับเป็นแม่งาน ประสานงานเรื่องพิมพ์โปสเตอร์ทั้งหมดก็เดินทางมาถึง ... น้องเค้าออกเดินทางตั้งแต่ตี 5 พร้อมพวกณัฐ แต่ต้องขับมาช้าๆ เพราะโปสเตอร์ทั้งหมดนั้น "หนักมากกกกก" และด้วยความที่หนักสุดๆ โต๊ะของพี่สมชายที่เรายืมมาวางโปสเตอร์ก็เลยมีสภาพเป็นอย่างที่เห็น!! ครั้นจะหาโต๊ะมาเปลี่ยนก็กลัวจะหักอีก ก็เลยปล่อยเลยตามเลยไว้แบบนั้น
ตอนที่โต๊ะหักนั้น เสียงไม้ลั่นดังมากกก ... เรียกเสียงฮาจากทุกคนได้ดังลั่นทีเดียว มีคนแซวว่า "แหมมม สงสัยจะบุญหนักนะเนี่ยะ" เปล่าหรอกค่ะ โปสเตอร์มันหนักมาก ส่วนพวกเราก็วางไม่คิด ขาดสติ โต๊ะเลยพังซะเลย 555+
ขอบคุณชายฉกรรจ์ และทุกๆ ท่านที่ร่วมด้วยช่วยกันแบกโปสเตอร์จำนวน 125 ห่อ ไปวางด้วยนะคะ ใครที่ช่วยแบบวันนั้นจะทราบดีว่า "หนักมาก"
สำหรับท่านที่ไม่ได้ตามเรื่องตั้งแต่ต้นนะคะ ... กลุ่มคณะศิษย์หลวงตาได้ร่วมกันจัดพิมพ์ "โปสเตอร์ใครจะใหญ่เกินกรรม" ขึ้นมาอีกครั้งนึงตามคำเรียกร้อง และก็เร่งจัดพิมพ์เพื่อจะได้นำมาถวายในงานนี้และร่วมปลุกเสกพร้อมกันไปเลย รายละเอียดการจัดพิมพ์โปสเตอร์ดูได้ที่นี่ค่ะ
จากนั้นหลวงตาท่านก็เดินทางมาถึงที่โรงหล่อ หลังจากที่พักสักครู่แล้ว ท่านก็ออกมานั่งที่เต้นท์จัดงาน ในระหว่างนี้ญาติธรรมทั้งหลายก็เข้ามากราบและถวายปัจจัย ฯลฯ กับหลวงตา ได้เวลาซักพักพวกเราจึงได้นำแผ่นทองล็อตสุดท้ายลงหลอม ฤกษ์ที่ใช้ในการหล่อคือ "ฤกษ์สะดวก" ตามแบบฉบับหลวงตา และหลวงปู่ค่ะ
เจ้าภาพในพิธีจุดธูป เทียน บูชาพระฯ หลวงตาเมตตาเริ่มต้นหล่อด้วยชนวนทองคำจากหลวงตาเป็นเบ้าแรก และนำสวดบทมหาจักรพรรดิไปเรื่อยๆ จนกว่าขั้นตอนการเททองจะเสร็จ
เผื่อท่านใดที่ไม่เคยมีโอกาสได้ไปดูงานหล่อพระ ณัฐมีคลิปมาฝากกันค่ะ
อย่างที่ณัฐได้แจ้งไปว่าในงานนี้โชคดีที่มีการหล่อ "หลวงปู่ดู่รุ่นอุ้มบาตร" ด้วย (ส่วนหลวงปู่ดู่ปางนาคปรกนั้นทางพี่สมชายแจ้งว่ายังแต่งในส่วนของพญานาคไม่เสร็จ) แต่น่าเสียดายนิดนึงว่า ไม่สามารถทำการหล่อแบบโบราณได้เนื่องจากไม่ทัน จึงต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นการหล่อแบบเหวี่ยงแทน ถือเป็นโชคดีของหลายๆ ท่านที่ได้เห็นขั้นตอนการหล่อพระแบบนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจจะแปลกตากว่าที่เคยเห็นทุกครั้ง
ลองดูทั้งภาพนิ่งและคลิปที่ถ่ายมานะคะ จะเห็นได้ชัดเจนและเข้าใจมากกว่า ... ต้องขอนับถือพี่ๆ ทีมงานที่โรงหล่อทุกๆ คนเลยค่ะ ขนาดณัฐเข้าไปถ่ายใกล้ๆ แป๊ปเดียวยังร้อนมาก แต่พี่ๆ เค้าเทจนเสร็จอยู่ใกล้ขนาดนี้ คงร้อนสุดๆ
เครื่องหล่อแบบเหวี่ยงหน้าตาจะเป็นอย่างที่เห็น มีสายพานอยู่ข้างล่างเพื่อทำหน้าที่เหวี่ยงทองที่เทแล้วให้เข้าเบ้า
นำเอาเบ้าที่ทำจากปูนใส่ลงไปในเครื่อง (ทำทีละเบ้า) แล้วก็เททองที่หลอมแล้วได้ที่ลงไป จากนั้นก็ปิดฝา สายพานก็จะหมุน แล้วก็จะเหวี่ยงให้ทองเข้าไปจับในเบ้าจนได้ที่ก็เปิดฝา หยิบออกมาพักให้เย็น
หน้าตาเบ้าที่เอาไปทำให้ร้อนๆ รอใส่ลงเครื่องค่ะ
อันนี้เทเสร็จแล้ว หยิบออกมาวาง ผึ่งไว้ให้เย็น จากนั้นก็ทุบเบ้าทิ้ง ล้างน้ำ
1 เบ้าจะออกมาเป็นช่อแบบนี้ค่ะ แล้วแต่การจัดเรียงตามความเหมาะสมว่าเบ้านึงจะมีกี่องค์ ลักษณะจะเป็นอย่างไร อย่างเบ้ารุ่นนี้มี 16 องค์
องค์นี้พอดีถอดออกจากเบ้าแล้วหัก (ซึ่งตามปกติก็จะต้องตัดออกจากช่ออยู่ดีนะคะ ไม่ต้องตกใจ)
จากนั้นช่างก็จะเจาะรูตรงฐานด้านล่างเพื่ออุดมวลสาร ส่วนคราบขาวๆ ที่เห็นก็ไม่ต้อง
ตกใจค่ะ เราเรียกกันว่าคราบเบ้า ซึ่งจะต้องนำไปทำการขัด แล้วตกแต่งอีกครั้งหนึ่ง ถือเป็นอันเสร็จ
มาดูคลิปกันค่ะ
หลังจากที่ช่างเทพระจนครบหมดแล้ว หลวงตาก็นำสัพเพฯ อธิษฐานจิต และพวกเราได้ขอเมตตาหลวงตาม้าโปรยข้าวตอก ดอกไม้ และพรมน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ส่วนพี่ชาติก็นำกระดาษในเครื่องบวงสรวงแบบจีนทั้งหมดไปเผา ถือเป็นอันเสร็จพิธีในวันนี้ค่ะ
ชมคลิปปิดท้ายกันค่ะ
ถ้าใครยังดูรูปไม่จุใจ อยากชมรูปขนาดใหญ่ แวะไปดูในลิงค์นี้ได้เลยค่ะ
งานนี้จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีไม่ได้ หากขาดการรวมใจจากทุกๆ ท่าน ทั้งที่เดินทางไปร่วมงานหล่อพระ และที่ร่วมบุญเข้ามา รวมไปถึงคณะศิษย์วัดถ้ำเมืองนะ ทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจกันเตรียมงานนี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี คุณต้อ ผู้ประสานงานทั้งหมด พี่สมชาย และคณะทีมงานโรงหล่อ ช.กสิการทั้งหมด
และที่จะขาดไม่ได้เลยคือ บารมีของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ของพวกเีรา นั่นคือ หลวงตาม้า และหลวงปู่ดู่อันเป็นที่สุด พวกลูกทุกคนขอกราบแทบเท้าครูบาอาจารย์ในความเมตตา ที่ทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ราบรื่นทุกประการตั้งแต่ต้นจวบคนปัจจุบันค่ะ